ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 84 ฤดูกาลเพลงโบราณ
ตอนที่ 84 ฤดูกาลเพลงโบราณ
อาศัยหลินเป้านำทางเข้าสู่วงการบันเทิง แผนของเจียงเฉิงประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย
และไม่กี่วันถัดมา เจียงเฉิงไม่ตองใช้หลินเป้านำทางอีก
เขาสามารถรับคำเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ของวงการได้เอง ความสามารถในการเข้าสังคมของเขาถือว่าไม่เลวเลย
แน่นอน คนธรรมดาต่อให้ถูกพาเข้าไปงานสังสรรค์แบบนี้ ก็ยากที่จะสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ
แต่เจียงเฉิงมี “I Am a Singer” เป็นใบเบิกทาง คนอื่นๆ ในงานย่อมเต็มใจคุยกับตัวแทนคุนเผิงอินเวสต์เมนต์คนนี้
เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เจียงเฉิงสามารถตั้งหลักในวงการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นแขกคนสำคัญ แต่เขาก็กลายเป็นคนที่เริ่มเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา โดยเฉพาะในวงการวาไรตี้ที่เริ่มรู้จักบริษัทคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ และชื่อของเจียงเฉิง
แต่อีกด้านหนึ่ง เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็เริ่มแบ่งรายได้จาก “I Am a Singer” กับคุนเผิงอินเวสต์เมนต์
หลังจากเงินเข้าบัญชีแล้ว เจียงเฉิงก็ลงมือก่อตั้งบริษัทคุนเผิงมิวสิก
บริษัทเพลงเล็กๆ ที่แทบจะเป็นแค่เปลือกเปล่า มีนักร้องเซ็นสัญญาแค่คนเดียว
นอกจากนี้ เจียงเฉิงยังได้ลงทะเบียนบัญชีทางการของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์บนแพลตฟอร์มจี๋กวง และทำการยืนยันตัวตน
โพสต์แรกของบัญชีนี้คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ฉูฉือ” นักร้อง-นักแต่งเพลงได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงภายใต้คุนเผิงอินเวสต์เมนต์แล้ว!
แต่ข่าวนี้ไม่ได้รับความสนใจมากนัก เพราะไม่ว่าคุนเผิงอินเวสต์เมนต์หรือฉูฉือที่เพิ่งเดบิวต์ต่างก็ยังไม่มีอิทธิพลในวงการมากนัก
หรืออาจกล่าวได้ว่า ฉูฉือเพียงแค่เป็นที่จับตามองในวงการเพลงเมื่อเดือนก่อนเท่านั้น
แต่ในเดือนนี้ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลกลับเต็มไปด้วยการต่อสู้ของราชาเพลงและราชินีเพลง แถมยังมีเหล่าพ่อเพลงลงสนามแข่งขันเองอีกด้วย ทำให้แทบไม่มีใครสนใจฉูฉืออีกแล้ว
แม้ว่าชื่อเสียงที่เดบิวต์ปุ๊บก็พุ่งสู่จุดสูงสุดจะฟังดูน่าเกรงขามก็ตาม
นี่แหละโลกออนไลน์ กระแสมาแล้วผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องหรือคนที่ทุกคนพูดถึงกันในเดือนนี้ อาจไม่มีใครสนใจเลยในเดือนหน้า
แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? เดือนหน้าก็ต้องออกเพลงใหม่ต่อไปสิ
คืนวันที่ยี่สิบสามเดือนมกราคม บัญชีทางการของคุนเผิงประกาศว่า ฉูฉือจะออกเพลงใหม่ในเดือนหน้า
ขณะเดียวกันนี้เอง หลินจือไปก็ใช้บัญชีของฉูฉือประกาศข่าวนี้เช่นกัน พร้อมทั้งเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า เพลงใหม่เป็นแนวโบราณ!
หมู่แฟนคลับส่วนใหญ่ของฉูฉือในตอนนี้ก็คือกลุ่มคนที่ชื่นชอบเพลงโบราณ การบอกว่าเพลงใหม่จะยังคงเป็นสไตล์โบราณ ก็เพื่อรักษาฐานแฟนคลับของฉูฉือ
เพราะอย่างนั้น ทันทีที่ข่าวนี้ถูกประกาศ ช่องคอมเมนต์ก็ลุกเป็นไฟ
‘เย่! ดีจัง!’
‘เพลงใหม่ยังเป็นแนวโบราณ!’
‘ดูแล้วฉูฉือคงถนัดแต่งเพลงโบราณจริงๆ’
‘ไม่รู้ว่าเพลงใหม่เทียบกับ “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” แล้วจะเป็นยังไง’
‘ทุกคนก็อย่าคาดหวังสูงเกินไป ขอแค่เพลงใหม่ไม่ด้อยกว่า “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” ก็พอแล้ว จะได้ไม่กดดันฉูฉือ’
‘เพลงโบราณมาแรงจริงๆ ด้วย!’
‘ฉูฉือเป็นนักร้องคนที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย ที่ประกาศว่าเดือนหน้าจะทำเพลงโบราณ?’
‘นับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว’
‘หลังจากไปตี้ใช้เพลงโบราณคว้าแชมป์ ฉูฉือก็ใช้เพลงโบราณคว้าที่หนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล เดือนหน้ามีนักร้องหลายคนเลยพากันออกเพลงแนวนี้กันใหญ่ แม้กระทั่งนักร้องแถวหน้าสามคนก็ด้วย!’
‘ไม่รู้ว่าฉูฉือจะคว้าแชมป์ได้อีกไหม’
‘บนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนหน้ามีเพลงโบราณเพียบเลย แนวคล้ายๆ กันหมด จะทำให้โดดเด่นขึ้นมาก็ยากแล้ว’
ตามที่พี่สาวคาดไว้ หลังจากไปตี้และฉูฉือคว้าแชมป์ด้วยเพลงโบราณติดต่อกัน วงการเพลงฉินโจวก็เกิดกระแส “เพลงโบราณ” จริงๆ!
ศิลปินแถวสาม ศิลปินแถวสอง กระทั่งศิลปินระดับแถวหน้าก็มีถึงสามคนที่ประกาศล่วงหน้าว่า เดือนหน้าจะออกเพลงแนวโบราณ!
สำหรับปรากฏการณ์นี้ คนในวงการไม่ได้ประหลาดใจแม้แต่น้อย เพราะการตามกระแสเป็นเรื่องปกติในทุกวงการ
เหมือนตอนที่โจวตงในโลกก่อนทำเพลงสไตล์จีนจนดังเป็นพลุแตก ตอนนั้นศิลปินแถวหน้าเกือบทั้งหมดก็แห่กันออกผลงานสไตล์จีนมามากมาย…
ผู้คนชอบสิ่งใดก็ร้องสิ่งนั้นแหละ
เวลานี้คนที่ยังคงยืนหยัดไม่เกาะกระแสเพลงโบราณก็มีแต่บรรดาราชาเพลงกับราชินีเพลงเท่านั้น เพราะราชาเพลงกับราชินีเพลงไม่จำเป็นต้องตามใคร
ในความหมายหนึ่ง ราชาเพลง ราชินีเพลง รวมถึงเหล่าพ่อเพลง เป็นผู้นำเทรนด์ทางดนตรีในวงการเพลง
จะให้ผู้นำเทรนด์วิ่งตามกระแสคนอื่น? แล้วศักดิ์ศรีล่ะ?
ยิ่งเป็นศิลปินที่โด่งดังมากก็ยิ่งแบกรับความคาดหวังไว้มาก และยิ่งไม่สามารถไหลไปตามกระแสได้ง่ายๆ
ฝั่งเทียนกวงเอง ถึงขั้นมีนักแต่งเพลงระดับแนวหน้าถามโจวหานจิ้น ว่าอยากให้แต่งเพลงแนวโบราณให้หรือไม่ โจวหานจิ้นไม่พอใจทันที
ล้อเล่นอะไร? ให้ฉันร้องเพลงโบราณ? แล้วคนอื่นจะมองฉันยังไง? สู้ไม่ไหวก็เข้าร่วมเสียเลย?
ก่อนหน้านี้ในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล โจวหานจิ้นแพ้ให้กับเพลงโบราณ “แสงจันทรา” ดังนั้นราชาเพลงโจวจึงไม่มีทางลดตัวไปเกาะกระแสเด็ดขาด
แต่เรื่องที่ฉูฉือจะปล่อยเพลงแนวโบราณใหม่ในเดือนหน้า เขากลับแอบสนใจเล็กน้อย
“ให้ฉันดูหน่อยเถอะว่านายจะเจ๋งแค่ไหน”
ก่อนหน้านี้แฟนสาวของเขาหลี่เซียวถึงกับชมฉูฉือไม่หยุด กระทั่งเอาไปเทียบกับไปตี้
โจวหานจิ้นไม่พอใจอย่างมาก เขามั่นใจว่าฉูฉือไม่มีทางเทียบกับไปตี้ได้!
จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่โจวหานจิ้น ข่าวที่ฉูฉือจะออกเพลงโบราณในเดือนหน้าก็ทำให้หลายคนในวงการหันมาจับตามองเช่นกัน
เพราะเขาเป็นหน้าใหม่ที่ใช้เพลงโบราณคว้าแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้ตั้งแต่เปิดตัว!
“เรื่องชักน่าสนุกแล้วสิ”
“เดือนหน้าสิบอันดับแรกบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลคงเป็นสมรภูมิศึกเพลงโบราณแน่ๆ!”
“เหอะๆ ฤดูกาลเพลงโบราณเหรอ”
“ฉูฉือจะยังแต่งเพลงแบบ “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” ออกมาได้อีกหรือเปล่านะ?”
“เธอน่าจะถามว่าฉูฉือจะยังคว้าแชมป์ต่อไปได้หรือเปล่ามากกว่านะ?”
“ดูเหมือนว่าเดือนหน้าจะไม่มีราชาเพลงหรือราชินีเพลงลงสนาม ศิลปินที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือสามนักร้องระดับแถวหน้า ถ้าฉูฉือเอาชนะสามคนนี้ได้ก็จะเป็นแชมป์”
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่ามีคนเอาฉูฉือไปเปรียบเทียบกับไปตี้เหรอ?”
“ตอนนั้นฉันก็ว่ามันเว่อร์ไปหน่อย ถ้าฉูฉือคว้าแชมป์ชาร์ตประจำฤดูกาลได้อีกครั้งในเดือนหน้า ถึงจะพอมีสิทธิเทียบชั้นกับไปตี้ได้”
“ใช่เลย”
“ไปตี้ได้แชมป์มาแล้วตั้งสองครั้ง!”
“จริงๆ แล้วเพลงใหม่ของไปตี้ “คนแบบฉัน” ก็สุดยอดมากนะ เพียงแต่ว่าชาร์ตประจำฤดูกาลเดือนนี้มีแต่ตัวท็อปมาต่อสู้กัน เพลงเลยขึ้นไปไม่ถึงอันดับสูงสุด”
“ก็ไม่ต่ำแล้วนะ ตอนนี้เพลงนี้อยู่อันดับที่สิบของชาร์ต”
“การติดสิบอันดับแรกในช่วงเทศกาลตรุษจีน คุณค่าก็ไม่ได้ด้อยกว่าอันดับหนึ่งในช่วงเวลาปกติเท่าไหร่นะ”
“น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าเดือนหน้าไปตี้จะไม่มีเพลงใหม่”
“เอาฉูฉือไปเปรียบเทียบกับไปตี้ ไม่สู้ให้ทั้งสองแข่งกันซึ่งหน้าไปเลยดีกว่าเหรอ”
“รอฉูฉือได้แชมป์เดือนหน้าก่อนค่อยว่ากันอีกทีเถอะ นักร้องระดับแถวหน้าสามคนจะปล่อยเพลงแนวโบราณพร้อมกัน งานนี้ไม่ง่ายเลย!”
เพลงแนวโบราณไม่ใช่แนวที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง เพื่อให้ติดชาร์ต นักร้องระดับแถวหน้าส่วนใหญ่แทบจะไม่แตะเพลงแนวนี้เลย เพราะมันไม่ได้เป็นที่นิยมมากพอ
แต่เพราะไปตี้กับฉูฉือพิสูจน์ให้เห็นว่า เพลงแนวโบราณสามารถขึ้นอันดับหนึ่งของชาร์ตประจำฤดูกาลได้ และแนวเพลงนี้ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจริงๆ บรรดานักร้องแถวหน้าถึงเริ่มวางแผนใช้เพลงแนวนี้ลงชาร์ต
ตอนนี้เจียงเฉิงก็เข้ากลุ่มแวดวงบันเทิงบางกลุ่มแล้ว ย่อมสังเกตเห็นการถกเถียง และมุมมองของคนในวงการเกี่ยวกับชาร์ตประจำฤดูกาลของเดือนหน้า
เขาโทรหาหลินจือไปเพื่อบอกเรื่องนี้ “เดือนหน้าจะมีเพลงแนวโบราณลงชาร์ตเยอะมากเลยนะครับ เราอาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่คล้ายคลึงกันสูง”
ความกังวลย่อมมีอยู่บ้างแน่นอน เพราะมีนักร้องระดับแถวหน้าถึงสามคนที่ลงสนามด้วยเพลงแนวโบราณ
ก่อนหน้านี้แทบไม่มีนักร้องดังคนไหนแตะเพลงแนวนี้เลย จึงไม่มีใครรู้ว่าถ้านักร้องระดับแถวหน้ามาร้องเพลงแนวนี้ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
แต่ก็เป็นแค่ความกังวลเท่านั้น ตอนนี้เจียงเฉิงมีความเชื่อมั่นในตัวเจ้านายมากขึ้นทุกวัน ไม่เหมือนช่วงแรกที่มักจะทำหน้างุนงงอยู่ตลอด
“เลี่ยงไม่ได้นะครับ” หลินจือไปยิ้ม แต่กลับไม่ได้ใส่ใจอะไร
คลื่นลมยิ่งแรง ปลายิ่งแพง ยิ่งมีเพลงแนวโบราณมากเท่าไร ความนิยมของแนวนี้ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หลินจือไปเลือกที่จะเชื่อมั่นในความสามารถของเหลาสวีที่จะต่อสู้บนชาร์ตเพลง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฉูฉือก็มีฐานแฟนระดับหนึ่งแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ลำบากเหมือนตอน “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” ที่ไม่มีแพลตฟอร์มโปรโมตจนแทบไปต่อไม่ได้
“อืม” เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ผมติดต่อแพลตฟอร์มสตรีมเพลงต่างๆ ในนามคุนเผิงมิวสิกเรียบร้อยแล้วครับ คราวนี้อย่างน้อยเราก็มีช่องทางโปรโมตตั้งแต่แรก เดือนก่อนถึงจะมีราชินีเพลงเราก็ยังชนะมาแล้ว เดือนนี้ไม่มีราชาเพลงหรือราชินีเพลง ความยากลดลงไม่น้อยเลยครับ”
หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เจียงเฉิงก็พูดต่อ
“ช่วงนี้มีคนจากแผนกวาไรตี้โชว์ของน่าเซินพยายามนัดผมตลอด หมอนี่คงอยากร่วมงานกับเรา แต่ “I Am a Singer” ซีซันสองคงให้เขาไม่ได้…”
“ตำแหน่งอะไรครับ?”
“รองหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้โชว์น่าเซิน”
“ปลาตัวใหญ่เลยนะ”
“แถมปลาตัวนี้ยังดูจริงใจมากทีเดียวครับ”
หลินจือไปครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพูดว่า “งั้นก็ลองโยนเหยื่อล่อดูครับ”
เจียงเฉิงจับน้ำเสียงของหลินจือไปได้ทันที พูดด้วยความตื่นเต้นว่า “เจ้านายยังมีแผนรายการวาไรตี้อื่นอีกเหรอครับ?”
“มีครับ” หลินจือไปมี “I Love Lyrics” อยู่ในมือ
รายการนี้แน่นอนว่าสู้ “I Am a Singer” ไม่ได้ แต่คุณภาพก็ยังเหนือกว่ารายการวาไรตี้ทั่วไปแน่นอน เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้ให้พี่ชาย หลินเซิ่งเทียน แต่ช่วงนี้หลินเซิ่งเทียนไม่มีเวลาจริงๆ เขาทุ่มสุดตัวกับ “I Am a Singer”
ในเมื่อเป็นแบบนี้ จะให้ทางน่าเซินไปก็ไม่ใช่ปัญหา อย่างมากก็แค่จัดรายการที่ดีกว่าให้พี่ชายทำทีหลัง
พอคิดได้แบบนี้ หลินจือไปก็ส่งแผนรายการ “I Love Lyrics” ให้กับเจียงเฉิง
เจียงเฉิงกะพริบตาปริบๆ แผนรายการนี้ไม่ได้หนาเหมือน “I Am a Singer” และรูปแบบการเล่นก็เข้าใจง่ายเพียงพริบตา
เรียบง่าย! ง่ายมาก!
แต่ในความง่ายนั้น กลับรู้สึกว่าน่าสนใจทีเดียว?
จริงๆ แล้วหลายสิ่งในโลกนี้พูดไปล้วนดูง่ายดาย เพียงแต่สิ่งที่ง่ายดายก็ต้องมีใครสักคนคิดมันออกมาอยู่ดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั่นแหละคือเรื่องที่ยากที่สุด
อย่างเช่น “I Am a Singer” ก็แค่ให้เหล่านักร้องมาแข่งขันกันไม่ใช่เหรอ?
มันเรียบง่ายมาก แล้วทำไมไม่มีใครคิดมาก่อนล่ะ? หรือบางทีอาจมีคนคิดไว้แล้ว แต่ทำไมไม่มีใครทำมาก่อน? เรื่องต่างๆ ในโลกก็เป็นแบบนี้แหละ
ส่วนแผนงานนี้จะเจรจากับน่าเซินอย่างไรเป็นหน้าที่ของเจียงเฉิง
หลังจากหลินจือไปวางสาย เขาก็ไปที่สตูดิโอเพื่ออัดเสียงเพลง “จันทร์หลูโจว” ใหม่
จริงๆ เพลงนี้บันทึกเสียงไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ตอนนั้นทักษะการขับร้องของหลินจือไปอยู่ที่ระดับ 41
หลังจากที่เขาทําภารกิจระยะยาวสำเร็จ ก็ได้แต้มทักษะเพิ่มมาอีกหนึ่งแต้ม เขานำแต้มไปเพิ่มทักษะการขับร้อง ทำให้ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 42
แม้จะเป็นพัฒนาการเพียงเล็กน้อย แต่เพราะหลินจือไปต้องการความสมบูรณ์แบบ เขาจึงตัดสินใจอัดเสียงใหม่
หลังจากบันทึกเสียงเสร็จ หลินจือไปมองดูวันที่ ใกล้จะสิ้นเดือนมกราคมแล้ว อีกไม่กี่วัน “จันทร์หลูโจว” ก็จะสามารถปล่อยได้
ในขณะเดียวกัน ในชาร์ตความนิยมรายการวาไรตี้ “I Am a Singer” ครองอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่น จนกว่าจะจบซีซันแรก รายการ “คลาวด์ซองโชว์” ของเทียนกวงคงยากที่จะกลับมาทวงตำแหน่งคืน
นอกจากนี้ ในวันนี้ตอนที่สามของรายการออกอากาศแล้ว นักร้องที่มาเติมก็คือซุนกู!
เมื่อซุนกูขึ้นเวที เพลงแรกที่เขาร้องคือ ‘แสงจันทรา’ ท้ายที่สุดได้อันดับห้า ถือว่าอันตรายอยู่เหมือนกัน
หลินจือไปไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก หากซุนกูสามารถอยู่รอดในรายการได้ ตนอาจพิจารณาให้เพลงใหม่แก่เขา
หากถูกคัดออกก็ช่วยไม่ได้ หลินจือไปไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก สำหรับบางคนเขาคิดคำนวณผลได้ผลเสียเสมอ จะผลักดันใครต้องดูก่อนว่าอีกฝ่ายคุ้มค่าให้ลงทุนหรือไม่
อย่างน้อยในเดือนหน้า หลินจือไปไม่คิดจะให้ไปตี้ออกเพลงใหม่อีก ไม่อย่างนั้นก็จะชนกับฉูฉือ
ไหนๆ ก็เป็นฤดูกาลของเพลงโบราณ ก็ปล่อยให้ฉูฉือเฉิดฉายไปแล้วกัน