ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 91 วันออกอากาศ
ตอนที่ 91 วันออกอากาศ
ก่อนหน้านี้คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ได้หยิบแผนรายการ ‘I Am a Singer’ ออกมา
และร่วมมือกับเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์สร้างสรรค์วาไรตี้สุดฮิตระดับปรากฏการณ์แห่งฉินโจวได้สำเร็จ
ตัวแทนเจียงเฉิงของพวกเราในช่วงนี้เรียกได้ว่าอยู่สบายเหมือนปลาได้น้ำ
มีคนในวงการไม่น้อยเข้ามาตีสนิท ส่วนใหญ่ต่างก็อยากสืบหาความเป็นมาของเจียงเฉิงและคุนเผิง
ขณะเดียวกันก็อยากรู้ด้วยว่า เจียงเฉิงยังมีวาไรตี้อื่นๆ ในมืออีกหรือเปล่า?
ถ้ามี ทุกคนก็จะได้รับร่วมงานไงละ!
แล้วตอนนี้คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ก็ปล่อยวาไรตี้ใหม่ออกมาจริงๆ
แต่ความกระตือรือร้นของคนพวกนี้กลับแผ่วลงอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่เรื่องอื่นใด เพียงเพราะในสายตาของใครหลายคน วาไรตี้ใหม่ไม่มีอะไรน่าสนใจขนาดนั้น
ไม่ใช่แค่ความเห็นของคนในวงการ แต่ยังเป็นความเห็นของแฟนๆ จำนวนมากของน่าเซินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ด้วย
ไม่ต้องแปลกใจไป บางคนติดตามสนับสนุนนักร้องนักแสดง บางคนก็สนับสนุนตัวบริษัท
เหมือนกับโลกของเรา ที่บางคนสนับสนุนช่องแมงโก้ทีวี บางคนสนับสนุน IQIYI
บางคนชอบ Apple บางคนชอบ Huawei บางคนชอบ Xiaomi บางคนก็ชอบ Bilibili…
ไม่มีปัญหาอะไร ในฐานะที่น่าเซินเป็นหนึ่งในสามค่ายใหญ่ ก็ย่อมมีแฟนๆ จำนวนมหาศาลอยู่แล้ว
และเมื่อแฟนๆ ของน่าเซินเห็นว่าบริษัทที่ตนเองชื่นชอบจะมีรายการใหม่แบบนี้
ต่อให้รักบริษัทแค่ไหนก็ยังไม่ค่อยมีแรงจูงใจจะติดตาม
“เหมียวเหมียวเหมียว?”
“รายการใหม่ของน่าเซินจัง แนวคิดดูประหลาดๆ นะ”
“จำเนื้อเพลง?”
“จำเนื้อเพลงบ้าบออะไร ไม่อยากดูสักนิด”
“พวกเธอลองดูคำโปรโมตสิ เขาบอกว่ารายการนี้ได้คนวางแผนคนเดียวกับ
วาไรตี้ระดับปรากฏการณ์อย่าง ‘I Am a Singer’ ของเสินฮว่ามาจัดการเองเลยนะ
น่าจะพอคาดหวังได้อยู่นะ”
“คาดหวังได้อยู่เหรอ?”
“เพื่อรักษาหน้าของน่าเซิน เธอนี่ประนีประนอมมากจริงๆ”
“อ๋อ คนวางแผนนั่นก็คือคนจากคุนเผิงอินเวสต์เมนต์สินะ?”
“ก่อนหน้านี้คุนเผิงร่วมงานกับเสินฮวานี่นา คงไม่ใช่ว่าเป็นสายลับที่เสินฮว่าส่งมาหรอกนะ?”
“สายลับเนี่ยนะ…”
“ถ้าไม่ใช่เพราะ ‘I Am a Singer’ ใครจะไปรู้จักคุนเผิงนี่กันละ
บางทีอาจจะแค่ฟลุกก็ได้ น่าเซินจังอย่าโดนเขาปั่นหัวเชียวนะ”
พูดตรงๆ เมื่อเทียบกับเสียงเย้ยหยันในวงการแล้ว แฟนๆ ของน่าเซินดูจะนุ่มนวลกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ต่อให้ไม่พอใจก็ใส่อารมณ์ไปที่คุนเผิงแทน น่าเซินไม่ผิด และจะไม่มีทางผิด
ถ้ารายการนี้พัง ก็แปลได้อย่างเดียวว่าพี่น่าเซินสุดที่รักโดนคุนเผิงหลอกเข้าแล้ว!
ขณะเดียวกัน สื่อของฉินโจวก็อยู่ตรงกลาง ไม่ได้เสียดสีแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยนจนเกินไป
เพียงแค่กล่าวข้อเท็จจริงว่า รายการใหม่ของน่าเซินถูกมองในแง่ลบ
‘ผู้วางแผน I Am a Singer จับมือร่วมทำรายการใหม่กับน่าเซิน!’
‘รายการใหม่ของน่าเซินถูกตั้งข้อกังขาในวงการ!’
‘แฟนๆ น่าเซินไม่สนใจ ‘I Love Lyrics’?’
‘คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ผู้สร้าง I Am a Singer จับมือกับน่าเซิน’
‘ความสำเร็จของบุคคลลึกลับผู้อยู่เบื้องหลัง ‘I Am a Singer’ เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า?’
‘I Love Lyrics? ไอเดียแบบนี้ คุณรับได้ไหม?’
‘เสินฮว่ากับคุนเผิงหมดช่วงฮันนีมูน? น่าเซินตัดหน้าแย่งชิง?’
‘ความสัมพันธ์ระหว่างคุนเผิงอินเวสต์เมนต์กับ I Am a Singer และ ‘I Love Lyrics’!’
นี่แหละคืออิทธิพลของน่าเซินในฐานะหนึ่งในสามค่ายใหญ่
แค่แรงกระเพื่อมนิดหน่อยก็สามารถจุดประกายความสนใจมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้น น่าเซินยังเน้นย้ำว่าผู้วางแผนรายการใหม่ ‘I Love Lyrics’ ก็คือผู้วางแผน ‘I Am a Singer’!
พอน่าเซินพูดแบบนี้ แน่นอนว่าทุกคนก็ต้องเอาทั้งสองรายการมาเทียบกันอยู่แล้ว!
พอเทียบกัน ผลลัพธ์ก็ออกมาให้เห็นทันที
ช่วงค่ำ ขณะที่ครอบครัวหลินจือไปกำลังทานข้าว จู่ๆ หลินซีผู้เป็นพี่สาวก็เอ่ยขึ้นว่า
“นายกับตัวแทนคุนเผิงอินเวสต์เมนต์คนนั้นความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้าง?”
หลินจือไปชะงักเล็กน้อย แล้วถึงได้รู้ว่าพี่สาวกำลังถามพี่ชายอยู่
หลินเซิ่งเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ตัวแทนของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ชื่อเจียงเฉิง ตัวแทนเจียงคนนี้ดูใจดีนะ
เป็นคนจริงใจใช้ได้ เราร่วมงานกันค่อนข้างราบรื่นเลยละ”
“จริงเหรอ?” หลินซีขมวดคิ้ว
“แล้วรายการใหม่ของคุนเผิงนั้น นายรู้รายละเอียดอะไรบ้างไหม
ทำไมจู่ๆ ถึงไปร่วมมือกับน่าเซินได้?”
“ก็ปกตินี่นา” หลินเซิ่งเทียนยิ้ม
“เรากับคุนเผิงก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์พิเศษอะไร
พวกเขาอยากร่วมมือกับบริษัทไหนก็เป็นสิทธิของพวกเขาทั้งนั้น”
ฟังดูก็ถูก หลินซีพยักหน้า
“คุนเผิงอินเวสต์เมนต์บอกว่าเป็นบริษัทลงทุน แต่จริงๆ คือบริษัทรับจ้างที่วนเวียนอยู่ในวงการบันเทิง
ขอแค่จ่ายเงินก็จับมือร่วมงานใครก็ได้ แต่รายการใหม่ที่พวกเขาร่วมมือกับน่าเซิน
ดูเหมือนจะล้มเหลวไม่เป็นท่านะ”
“พี่” มือที่กำลังตักอาหารของหลินเซิ่งเทียนหยุดชะงัก กล่าวอย่างยิ้มแห้งๆ ว่า
“พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเหรอ?”
“ไม่ใช่เหรอ?” หลินซีมองหลินเซิ่งเทียนด้วยความแปลกใจ
กระทั่งหลินจือไปที่เงียบมาตลอดยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองพี่ชาย
“แน่นอนว่าไม่ใช่” หลินเซิ่งเทียนกล่าวอย่างรู้สึกทึ่งเล็กน้อย
“รายการใหม่ของคุนเผิงนั่น ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ทุกคนคิดหรอกนะ
พวกเขากำลังจะบุกเบิกเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนต่างหาก”
“พูดจริงเหรอ?” หลินซีกะพริบตาปริบๆ
“นายหมายความว่า รายการใหม่ที่น่าเซินทำร่วมกับคุนเผิงนี่จะดัง?”
“ทำไมจะไม่ดังละ?” พี่ชายกล่าวด้วยความชื่นชม
“จริงๆ ตอนแรกผมเองก็ไม่ทันได้คิด แต่พอนึกถึงปรมาจารย์ด้านการวางแผนสุดลึกลับ
ของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์คนนั้นที่สามารถวางแผนรายการอย่าง ‘I Am a Singer’ ออกมาได้
นั่นหมายความว่าเขาต้องเข้าใจจิตวิทยาผู้ชมเป็นอย่างดี
เพราะงั้นรายการใหม่ของเขาต้องมีจุดเด่นที่ผมยังมองไม่เห็นแน่ๆ
ผมพยายามคิดอยู่นาน จนในที่สุดก็เจอจุดแข็งของรายการนี้…”
“จุดแข็งอยู่ตรงไหนเหรอครับ?” คราวนี้เป็นหลินจือไปที่เอ่ยถาม
เจียงเฉิงบอกว่าช่วงนี้คนในวงการต่างก็ไม่ค่อยเชื่อมั่นในรายการนี้กันทั้งนั้น
พี่ชายก็เป็นคนในวงการเหมือนกัน ทำไมมุมมองถึงไม่เหมือนกับคนพวกนั้นละ?
หลินเซิ่งเทียนกล่าวว่า “เรื่องนี้พูดแล้วก็ซับซ้อน เดี๋ยวพี่จะวิเคราะห์ให้ฟังสั้นๆ แล้วกัน
รายการเพลงของฉินโจวเรา ส่วนใหญ่มักจะคัดเลือกหนุ่มหล่อสาวสวยมาแข่งขันกัน
คนพวกนี้นอกจากจะหน้าตาดีแล้ว แน่นอนว่าทักษะการร้องเพลงก็ต้องเหนือกว่าคนทั่วไปมากเลยใช่ไหมละ?”
หลินจือไปตอบ “ใช่ครับ”
หลินซีกล่าว “แล้วไงต่อ?”
หลินเซิ่งเทียนเอ่ยต่อ “คนพวกนั้นล้วนมีพื้นฐานทางดนตรี หรือพูดอีกอย่างก็คือมีพรสวรรค์ที่ดี
แต่รายการใหม่ของคุนเผิงไม่ต้องอาศัยพื้นฐานอะไรเลย
พวกเขาเลือกเส้นทางของชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้
คำว่าใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ไม่ใช่แค่คำขวัญนะ แต่หมายถึงใครก็ได้จริงๆ
อย่างเสี่ยวเฮยที่ร้องเพลงเพี้ยนสุดๆ ก็ยังไปออกรายการนี้ร้องสักสองสามประโยคได้
ขอแค่ร้องเนื้อเพลงถูกก็พอ…”
“เส้นทางของชาวบ้านธรรมดาทั่วไป?”
หลินซีเข้าใจความหมายที่หลินเซิ่งเทียนจะสื่อได้ในทันที
รายการนี้มีเกณฑ์เข้าร่วมที่ต่ำพอ ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมขณะรับชมรายการ
หรือพูดได้ว่าใครๆ ก็สามารถเข้าถึงและอินไปกับมันได้!
ดูเหมือนจะน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ หลินซีไม่ใช่คนทำรายการวาไรตี้โดยตรง
แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่ารายการนี้ออกอากาศเมื่อไหร่ ตนก็อยากลองดูสักหน่อย
“สุดยอดเลยครับ” หลินจือไปเอ่ยยิ้มๆ
เขากำลังชื่นชมพี่ชายที่สามารถเข้าใจแก่นแท้ได้รวดเร็วมาก
พี่ชายมีความเข้าใจต่อรายการวาไรตี้ดีจริงๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเห็นคำสามพยางค์ว่า
‘จำเนื้อเพลง’ แล้วจะเชื่อมโยงถึงอนาคตของรายการนี้ได้
เยี่ยมมาก อนาคตจะมีรายการอื่นๆ ให้พี่ชายอีก หลินจือไปวางใจได้มากขึ้นแล้ว
อีกฝ่ายมีความเข้าใจเรื่องวาไรตี้ ในวงการคงไม่ได้มีแค่หลินเซิ่งเทียนคนเดียว
ที่สามารถมองเห็นความยอดเยี่ยมของการวางแผนรายการวาไรตี้นี้
แต่กระแสสังคมได้ก่อตัวขึ้นแล้ว มองเผินๆ เหมือนว่าทุกคนต่างเชื่อว่ารายการนี้ต้องล้มเหลวแน่ๆ
โชคดีที่น่าเซินไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และได้เริ่มบันทึกรายการแล้ว
หลังจากบันทึกรายการตอนแรกเสร็จเรียบร้อย
น่าเซินก็ออกมาประกาศโครมครามผ่านอินเทอร์เน็ตว่า
รายการที่มีชื่อว่า ‘I Love Lyrics’ นี้ จะออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ตอนเย็น
ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ทางสถานีโทรทัศน์น่าเซิน!
เรื่องบ้าอะไรเนี่ย? คนในวงการไม่น้อยถึงกับอึ้ง แฟนๆ ของน่าเซินก็อึ้งเช่นกัน
น่าเซินเกิดคึกอะไรขึ้นมา? ทั้งๆ ที่มีคนมากมายไม่เห็นว่ารายการนี้จะไปได้
แต่น่าเซินไม่เพียงไม่แอบทำเงียบๆ ยังถึงขั้นเจาะจงนำช่วงเวลาไพรม์ไทม์
ของสถานีโทรทัศน์ในเครือมาให้กับ ‘I Love Lyrics’ ด้วย?
หัวรั้นใช่ไหมละ? หรือเห็นว่ารายการนี้จะไปได้ดีจริงๆ?
ต้องบอกว่าสถานีโทรทัศน์น่าเซินมีค่าเฉลี่ยเรตติ้งติดหนึ่งในสามอันดับแรกของฉินโจว!
อีกสองอันดับคือสถานีโทรทัศน์เสินฮว่า และสถานีโทรทัศน์เทียนกวง
แต่ขนาด ‘I Am a Singer’ ของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
ยังไม่ได้ออกฉายในสถานีโทรทัศน์เสินฮว่าเลยด้วยซ้ำ
แน่นอนว่านี่ก็เป็นปัญหาภายในของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์เอง
ตอนแรกบริษัทก็ไม่คิดว่า ‘I Am a Singer’ จะโด่งดังเป็นปรากฏการณ์ถึงขนาดนี้
ที่สำคัญคือ ช่วงไพรม์ไทม์ของสถานีโทรทัศน์เสินฮว่าทุกคืน
มีรายการวาไรตี้รายการหนึ่งออกอากาศอยู่แล้ว ทั้งยังฮิตมากทีเดียว
จะให้ถอดออกแล้วเอา ‘I Am a Singer’ มาใส่แทนดื้อๆ ก็คงไม่ไหว
เหมือนกับมีละครเรื่องหนึ่งที่ดังมาก คุณคงไม่สามารถถอดเรื่องที่กำลังดังอยู่ออกทันที
เพราะมีอีกเรื่องที่ดังกว่าใช่ไหมละ? เขายังไม่ฉายจบเลย
แต่น่าเซินมองเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์ของ ‘I Love Lyrics’ มานานแล้วจึงเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า
“น่าเซินกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?”
“สถานีโทรทัศน์น่าเซินเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?”
“คุนเผิงอินเวสต์เมนต์กรอกยาหลอนประสาทอะไรให้คนของน่าเซินกินหรือเปล่า?”
“เรื่องมันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ น่าเซินก็ไม่ใช่พวกหัวทึบ
ไม่แน่รายการนี้อาจจะมีไม้เด็ดซ่อนอยู่ก็ได้”
“ขอโทษที แต่ฉันมองไม่ออกจริงๆ”
“ฉันว่าพวกน่าเซินก็แค่ดื้อด้าน รักษาหน้าไม่ได้ก็เลยดันทุรังเอาไปลงสถานีโทรทัศน์ซะเลย
เรตติ้งของสถานีโทรทัศน์น่าเซินสูงขนาดนั้น ต่อให้เป็นรายการห่วยแค่ไหนก็มีคนดูอยู่ดี”
“อาจจะหลงเชื่อไอเดียของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ก็ได้”
“ยังไงซะ ‘I Am a Singer’ ก็สร้างโดยคุนเผิงอินเวสต์เมนต์
น่าเซินจะให้ความสำคัญกับรายการใหม่ของคุนเผิงก็พอเข้าใจได้”
“เป็นการตัดสินใจที่เข้าใจไม่ได้เลย”
“ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันเริ่มสนใจอยากดูรายการนี้ขึ้นมาแล้วสิ”
“ฉันก็เหมือนกัน อยากรู้นักว่าน่าเซินมีอะไรให้มั่นใจนักนะ แค่จำเนื้อเพลงน่ะเหรอ?”
“เลิกเถียงกันได้แล้ว!”
“เรื่องระหว่างน่าเซินกับคุนเผิงต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ พอถึงเวลา ดูก็รู้เองแหละ
ยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่ารายการนี้แค่แข่งจำเนื้อเพลงกันเฉยๆ หรอก!”
ในวงการกำลังถกเถียงกัน แฟนๆ ของน่าเซินเองก็พูดถึงกันเช่นกัน
แต่สำหรับชาวเน็ตทั่วไปกลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แค่บังเอิญเห็นข่าวผ่านตา
รู้คร่าวๆ ว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลาว่างมานั่งจับตาดูรายการวาไรตี้ใหม่
ของสามค่ายใหญ่ทุกรายการ และวันออกอากาศของรายการก็ค่อยๆ ใกล้เข้ามาแล้ว
ในที่สุด วันที่รายการจะออกอากาศก็มาถึง
วันนี้หลินเซิ่งเทียนเรียกหลินจือไปกับหลินซีมาที่ห้องนั่งเล่นโดยเฉพาะ
“มานั่งดูรายการใหม่ของน่าเซินเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”
หลินซียิ้มตอบ แม้หลินเซิ่งเทียนบอกว่ารายการนี้จะดัง แล้วหลินซีก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง
แต่ลึกๆ เธอก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง รายการที่เข้าถึงได้ง่ายแบบนี้จะดังได้จริงหรือ?
“งั้นก็มาดูด้วยกันเลย” หลินจือไปเอ่ยยิ้ม นั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดถุงเมล็ดแตงโมมาแทะกิน
เขาชอบกินรสออริจินัล
เวลานี้ ภาพหน้าจอโทรทัศน์เปลี่ยนไป พร้อมกับเสียงดนตรีดังขึ้น
‘I Love Lyrics’ ตอนแรกเริ่มต้นขึ้นแล้ว!