ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1235 ไปที่แผนกขาย
ตอนที่ 1235 ไปที่แผนกขาย
คืนนี้มีคนจ่ายค่าเครื่องดื่มให้ !
ประโยคนี้ทำเอาหลินเจียอิน, เฉินหยวนเฉา, เมิ่งเสี่ยวเป่ย, โจวเสี่ยวโจ และหลี่ชิงอีอดไม่ได้ที่จะสะดุ้ง
นั่นมันคือเงิน 360,000 หยวนเลยนะ !
เป็นใครก็คงจะคิดไม่ถึงว่าเขาจะใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ ?
ใช้เงินมหาศาลขนาดนั้นเลยเหรอ ?
หลินเจียอินเป็นคนแรกที่ถามออกมา เธอมองที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “คุณกำลังจะบอกว่าทางเมืองจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ นายกเทศมนตรีถังพูดเอง เขาจะจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดในคืนนี้ ! ”
“อย่างไรก็ตาม รองนายกเทศมนตรีหลี่หมิงซานก็พูดด้วยว่าให้เอาบิลค่าอาหารวันนี้ไปเบิกกับเขาในวันพรุ่งนี้ แล้วเขาจะจ่ายเอง เราไม่ต้องกังวล”
หลินเจียอิน: “……”
เมิ่งเสี่ยวเป่ย: “……”
เฉินหยวนเฉา: “……”
โจวเสี่ยวโจ: “……”
หลี่ชิงอี: “……”
ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมนายกเทศมนตรีถังจิงเทียน และรองนายกเทศมนตรีหลี่หมิงซานถึงพูดแบบนั้นออกมา
แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกเจียงเสี่ยวไป๋หลอกเข้าแล้ว
แต่หากถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะให้ความบันเทิงแก่เขาด้วยเหล้าเทียนเซี่ยไป๋ที่แพงที่สุด พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร ?
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการหานักดื่มอีกยี่สิบคนเพื่อช่วยกันดื่มให้ได้เยอะขึ้น
ไม่น่าแปลกใจที่เขายินดีที่จะจ่ายให้ทุกคน คนละ 100 หยวน
เพราะถ้าดื่มไป 1 ขวด ก็ได้ขวดละ 999.99 หยวน !
หากคุณให้ 100 หยวน คุณยังได้กำไรอีก 800 หยวน
หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณควรระมัดระวังให้มากกว่านี้ มันไม่ดีที่จะฉ้อโกงเงินของรัฐบาลอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ลบคำว่า ‘ไม่’ ออกไป นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็พูดกับหลี่ชิงอีว่า “แค่เตรียมตัวตามที่ฉันบอก ส่งเหล้าเทียนเซี่ยไป๋ไปที่เจียงวานตามนี้ ห้ามน้อยไปกว่านี้ ! ”
“เอาล่ะ ผู้ช่วยเจียง ฉันเข้าใจแล้ว ! ”
หลี่ชิงอีตอบตกลง ก่อนจะออกจากสำนักงานไป และตรงไปที่โกดังชั่วคราวของบริษัท
ผู้ดูแลโกดังคือเหล่ากู้ หรือที่รู้จักในชื่อเฒ่ากู้
เมื่อเห็นหลี่ชิงอีมา เขาก็ถามด้วยรอยยิ้ม ““เลขาหลี่ ทำไมคุณถึงมาที่นี่ด้วยตัวเองล่ะ ? ”
อีหลี่ชิงอีกล่าวว่า “สวัสดีคุณกู้ ฉันจะมาเอาเหล้าค่ะ”
ผู้เฒ่ากู้ยิ้มและพูดว่า “ฮ่าฮ่า… ผู้ช่วยเจียงคงจะสั่งให้คุณมาเอาใช่ไหม ! ฉันจะเอาไปให้ตามที่เลขาหลี่ต้องการ”
โดยปกติแล้ว เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋จัดงานเลี้ยง ไม่ว่าเขาจะดื่มเหล้าแบบไหนก็ตาม หากไม่ใช่จางเสี่ยวชุ่น ก็จะเป็นหลี่ชิงอีที่มารับมันเสมอ
เขาคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะจัดงานเลี้ยงอีกครั้ง
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “คราวนี้ฉันต้องการเหล้าเทียนเซี่ยไป๋จำนวนมาก ไม่รู้ว่าเหลืออยู่กี่กล่อง ? แค่บอกจำนวนมาก็พอค่ะ ฉันจะเรียกคนเฝ้าประตูให้มาช่วยกันขนไป”
ผู้เฒ่ากู้ยิ้มและพูดว่า “ก็แค่เหล้าไม่กี่กล่อง ทำไมต้องเรียกคนงานด้วยล่ะ ? แม้ว่าฉันจะแก่แล้ว และต่อให้ขาของฉันเคยถูกกระสุนปืนยิงทะลุ แต่ฉันก็ยังไม่มีปัญหาในการขนเหล้าสองสามกล่องหรอก”
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “คุณกู้ คุณแค่ช่วยไปดูว่าเหล้าเทียนเซี่ยไป๋ในโกดังมีเหลืออยู่เท่าไหร่ก็พอค่ะ ! ”
ผู้เฒ่ากูยิ้มและพูดอย่างภาคภูมิใจ “ฉันดูแลโกดังนี้มา ทำไมยังต้องไปดูมันอีกล่ะ ? ” พูดแล้ว เขาก็ชี้ไปที่หัวของเขา “ฉันเก็บบัญชีแยกประเภททั้งหมดไว้ในนี้หมดแล้ว ! ”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็กล่าวว่า “เหล้าเทียนเซี่ยไป๋เดิมทีมีในโกดัง 40 กล่อง แต่หลังจากงานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์จบลง เหล้าที่เอาไปแสดงโชว์ก็ไม่ได้ถูกย้ายไปที่เจี้ยนหยาง แต่เอามาเก็บที่นี่ 100 กล่อง ดังนั้นตอนนี้ในโกดังจึงมีทั้งหมด 140 กล่อง ! ”
มีเยอะมาก !
หลี่ชิงอีตกตะลึง เธอรู้ด้วยว่าเหล้าเทียนเซี่ยไป๋เป็นผลิตภัณฑ์เดียวของงานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ในเทียนจิงที่ไม่มีใครมาเซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายแม้แต่รายเดียว
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เธอจึงกัดฟันแล้วพูดว่า “ฉันจะนำไปสัก 80 กล่อง ! ”
อย่างไรก็ตาม ผู้ช่วยเจียงได้กำชับว่าเอาไปเยอะได้ แต่ห้ามน้อยไปกว่านี้
หากคุณขอให้ฉันส่งไปที่เจียงวาน 60 กล่อง เช่นนั้นฉันก็จะส่งไป 80 กล่อง !
“เท่าไหร่นะ…เท่าไหร่ ? ”
ผู้เฒ่ากู้อ้าปากกว้างและถามด้วยความประหลาดใจ
มันคือเครื่องดื่มมึนเมาไม่ใช่หรือ ? ต้องใช้เยอะขนาดนั้นเชียว ?
ในครั้งนี้ผู้ช่วยเจียงจะเชิญแขกไปกี่คน ?
“ฉันต้องการ 80 กล่อง ! ” หลี่ชิงอีกล่าวซ้ำ
ผู้เฒ่ากู้เม้มริมฝีปาก “ถ้าอย่างนั้นคุณควรโทรหาพนักงานขนย้ายให้มาช่วยดีกว่า ! ”
ต่อให้เป็นแค่ 8 กล่อง เขาก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว !
แต่นี่มัน 80 กล่องเลยนะ !
แบบนี้ตาเฒ่าอย่างเขาจะไม่เอาชีวิตของตัวเองไปเป็นเดิมพันหรอกหรือ !
หลี่ชิงอียิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ คุณกู้ ฉันจะบอกคนขับรถและพนักงานขนย้ายให้มาช่วยขน ส่วนคุณก็แค่ลงบิลไว้”
“ไม่มีปัญหา ! ”
ผู้เฒ่ากู้รีบอยากให้เธอกลับไปเร็ว ๆ แล้ว
หลังจากที่หลี่ชิงอีบอกให้พนักงานขับรถมาขนเหล้าแล้ว เธอก็เดินไปที่สำนักงานบริหารของบริษัท เพราะยังต้องไปหาคนจากแผนกธุรการเพื่อเลือกพนักงานที่ดื่มเก่ง ๆ มา 20 คน
โอ้ อย่างไรก็ตาม เธอยังคงต้องตามหาหม่าเหวินเจี๋ยอีกคน
เธอยุ่งอยู่ที่นี่ ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋, หลินเจียอิน และคนอื่นก็ได้ออกไปที่แผนกขายแล้ว
หลังจากที่ฝ่ายขายเปิดมาได้ไม่กี่วัน ปรากฏการณ์ก่อนหน้าที่มีคนต่อแถวซื้อบัตร VIP ก็หายไป
ในเวลานี้ ในแผนกขายมีลูกค้าเพียงห้าหรือหกกลุ่มที่กำลังเจรจาขอซื้อบัตรวีไอพี ส่วนที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์หลายคนต่างก็ก้มหน้าเพื่อลงทะเบียนให้ลูกค้าของพวกเขา
ไม่มีใครแจ้งพวกเขาว่าวันนี้จะมีผู้นำมา ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามปกติ
หลินเจียอินเดินเข้าไปในแผนกขายก่อน เมื่อหลี่ซิ่วซิ่วเห็นเธอ จึงเข้ามาทักทายทันที
“สวัสดีประธานหลิน ! ”
“สวัสดีผู้ช่วยเจียง ! ”
“สวัสดีรองประธานเมิ่ง ! ”
“สวัสดีรองประธานเฉิน ! ”
“สวัสดีเลขาโจว ! ”
หลี่ซิ่วซิ่วทักทายทุกคนตามลำดับด้วยท่าทางสุภาพ
ปกติแล้วคนไม่กี่คนเหล่านี้จะแยกกันมาที่แผนกขาย แต่คราวนี้พวกเขาทั้งห้าคนกลับมาพร้อมกัน จึงทำให้เธอรู้สึกทั้งประหลาดใจและมีความสุขในเวลาเดียวกัน
หม่าเสี่ยวถงและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์อีกหลายคนก็รีบวางงานและลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกัน
เนื่องจากพวกเธอยังอยู่ระดับล่าง และห่างไกลจากผู้บริหารระดับสูง พวกเธอจึงยืนขึ้นโดยไม่ได้พูดทักทาย
หลินเจียอินเงยหน้าขึ้นและยกมือให้ “ไม่เป็นไร พวกคุณทุกคนนั่งลงแล้วทำงานของตัวเองไปเถอะ ! ”
คราวนี้หม่าเสี่ยวถงและคนอื่นก็ได้แยกย้ายกันไปนั่งทำงานของตัวเอง
แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ
เมื่อเห็นผู้นำบริษัทหลายคนมาที่แผนกขายพร้อมกันแบบนี้ ทุกคนจึงสงสัยว่ามีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ?
หลี่ซิ่วซิ่วเหลือบมองหลินเจียอินอย่างระมัดระวัง แล้วถามว่า “ประธานหลิน คุณจะนั่งในห้องวีไอพีหรือในล็อบบี้ดีคะ ? ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เราจะยืนอยู่ที่นี่สักพัก”
หลังจากดูสถานการณ์ในฝ่ายขายแล้ว เธอก็กล่าวว่า “อีกสักพักผู้นำจากมณฑลและผู้นำเมืองจะมาที่ฝ่ายขายของเรา แค่บอกที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ให้เตรียมตัวก็พอ แล้วปล่อยให้ทุกคนทำงานไปตามปกติ”
เมื่อหลี่ซิ่วซิ่วได้ยินแบบนั้น เธอก็คิดกับตัวเองว่า: ไม่น่าแปลกใจที่ผู้บริหารใหญ่ทั้งห้าคนจะมาที่นี่ แท้จริงแล้วเป็นเพราะผู้นำจากมณฑลและผู้นำเมืองต้องการมาเยือนที่แผนกขายนี่เอง !
เธอจึงถามว่า “เราต้องชงชาหรืออะไรให้พวกเขาไหมคะ ? ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องทำอะไร แค่ทำงานตามปกติไปก็พอ”
เธอเหลือบมองโต๊ะเจรจาหลายโต๊ะ แล้วพูดว่า “บริการลูกค้าด้วย ! ”
“ได้ค่ะ ! ”
หลี่ซิ่วซิ่วรับคำ
ขณะที่เธอกำลังจะไปหาลูกค้า หลินเจียอินก็พูดขึ้นว่า “บางทีผู้นำอาจจะถามคำถามบางอย่างกับคุณบ้าง คุณก็ต้อนรับเขาเหมือนกับลูกค้าคนหนึ่ง และตอบคำถามที่พวกเขาถาม”
อ่า ?
ผู้นำยังอยากถามอะไรอยู่อีกเหรอ ?
หลี่ซิ่วซิ่วรู้สึกกังวลเล็กน้อย
หลินเจียอินกล่าวว่า “อย่ากังวลไป ไม่ต้องมองพวกเขาเป็นผู้นำ แต่ปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการซื้อบ้านก็พอ ! ”
“ได้ค่ะ ! ”
หลี่ซิ่วซิ่วเห็นด้วย แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้นำ จะมองเป็นแค่ลูกค้าได้อย่างไร ?
ขณะที่เธอกำลังจะทักทายลูกค้าสองสามคน ก็มีรถบัสสองคันขับเข้ามาจอดที่หน้าแผนกขาย