ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1313 หลังจากสำรวจที่นี่จบ ยังมีสถานที่อื่นต่อ
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1313 หลังจากสำรวจที่นี่จบ ยังมีสถานที่อื่นต่อ
ตอนที่ 1313 หลังจากสำรวจที่นี่จบ ยังมีสถานที่อื่นต่อ
“ปัง ! ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการทำหน้าที่ของตัวเองอยู่นั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากระยะไกล
ทุกคนหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำ และมองไปในทิศทางของเสียงนั้น
“ผู้อำนวยการเหรินและพรรคพวกของเขาคงกำลังยิงสัตว์ป่าแน่นอน ! ”
“พวกเขาคงกำลังล่าสัตว์ ! ”
“แต่ไม่รู้ว่ายิงตัวอะไรอยู่ ? ”
“ยิงขนาดนี้ คงจะเป็นเสือดาวแหละมั้ง ! ”
“เสือดาวหาง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ! ”
“แล้วมันคืออะไรล่ะ ! ”
“ต่อให้เป็นไก่ฟ้าหรือกระต่ายก็ดี ! ”
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตราบใดที่จับสัตว์ป่ามาได้ อย่างน้อยเราก็มีของกินคืนนี้เพิ่มขึ้นมาอีก”
“พูดไปแล้ว หากเอามาทำตุ๋นกินคืนนี้ได้ก็คงไม่เลวเลย ! ”
“อยู่ในเมือง เรากินแต่ตุ๋นคากิ เพราะสัตว์ป่ามันหายาก ! ”
“ใช่แล้ว แต่หากจับสัตว์ป่ามาได้คืนนี้ ก็ถือว่าได้กินเนื้อสัตว์ป่าแบบสดใหม่ไปเลย ! ”
“……”
หลี่หมิงซาน, เฟ่ยถูจือ และคนอื่นเริ่มพูดคุยและมองไปในทิศทางของป่า ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ไม่นานหลังจากนั้น หวังกั๋วปิงก็กลับออกมามาจากป่า พลางถือกระต่ายตัวอ้วนอยู่ในมือด้วย
“เราล่ากระต่ายมาได้ ! ”
“ฉันจึงเอาออกมาให้พวกคุณจัดการมันรอไปก่อน ! ”
“เดี๋ยวฉันจะเข้าไปช่วยผู้อำนวยการเหรินและเสี่ยวหลี่หาต่อ เผื่อว่าจะเจอสัตว์อะไรอีก ! ”
หวังกั๋วปิงพูดด้วยรอยยิ้มและยื่นกระต่ายให้จางเสี่ยวชุ่น
หลี่หมิงซานเหลือบมองกระต่าย เขาทั้งรู้สึกมีความสุขและผิดหวังในเวลาเดียวกัน ก่อนจะพูดว่า “ทำไมมันถึงเป็นแค่กระต่าย ? ”
หวังกั๋วปิงยิ้ม แล้วพูดว่า “เรายังตามหามันต่ออยู่นี่ไง ? ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ก็จริง รีบไปเถอะ ถ้าจะให้ดีต้องล่าเสือดาวมาให้ได้ก็แล้วกัน”
หวังกั๋วปิงพูดว่า “เราก็อยากหาให้เจอเร็ว ๆ เหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่เจอก็ต้องหาต่อ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะกลับเข้าไปในป่า
ตอนนี้มืดแล้ว เราจึงต้องรีบไป
จางเสี่ยวชุ่นถือกระต่ายที่ยังมีเลือดไหลอยู่ และถามเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันควรทำอย่างไรกับเจ้านี่ดี ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ผ่าท้อง ถอนขนและก็ลอกหนัง ฉันจะเอามาทอด”
จางเสี่ยวชุ่นตอบออกมา “แต่ที่พูดมานี้ ฉันทำไม่เป็นสักอย่าง ! ”
หลินเจียจวินได้ยินแบบนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณไปจุดไฟ ฉันจะจัดการกระต่ายตัวนี้เอง”
จากนั้น เขาก็ได้หยิบมีดและถือกระต่ายไปที่ลำธาร เพื่อผ่าท้องเอาเครื่องในออก
ส่วนจางเสี่ยวชุ่นก็ไปจุดไฟ ในขณะที่คนที่ทำงานเสร็จแล้วก็ได้มารวมตัวกันรอบกองไฟเพื่อรอทานอาหาร และมองไปทางป่าเป็นครั้งคราว
น่าเสียดายที่ไม่ได้ยินเสียงปืนอีก
ไม่นานหลังจากนั้น เหรินฉางเซี่ย, หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินก็กลับออกมา
“อะไรนะ ไม่เจอสัตว์ป่าอะไรเลยเหรอ ? ” หลี่หมิงซานถามขึ้นมา
เหรินฉางเซี่ยกล่าวว่า “ก็มีแค่กระต่ายที่หวังกั๋วปิงยิงก่อนหน้านี้ ส่วนเสี่ยวหลี่และฉันก็เดินหาจนทั่ว ไม่เห็นแม้แต่นกพิราบหรือเต่าด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเสือดาวเลย ! ”
“ที่นี่มีสัตว์ป่าไม่ชุกชุมงั้นเหรอ ? ”
หลี่หมิงซาน, เฟ่ยถูจือ, หม่าหวันหลี่ และคนอื่นต่างก็รู้สึกผิดหวัง
เหรินฉางเซี่ยกล่าวว่า “ที่นี่อาจมีสัตว์ป่าไม่มากนัก พรุ่งนี้ลองเดินลึกเข้าไปอีกนิด แล้วดูว่าจะเจอบ้างไหม ? ”
แม้ว่าทุกคนจะผิดหวัง แต่ในที่สุดพวกเขาก็จับกระต่ายได้ตัวหนึ่ง ซึ่งดีกว่าไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยก็ได้กระต่ายมาปลอบใจ
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “พักผ่อนเถอะ อีกไม่นานอาหารก็จะพร้อมแล้ว”
เหรินฉางเซี่ยกล่าวว่า “หลังจากเดินป่ามาหนึ่งวันและออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่ตอนเย็น ฉันก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ! ”
เจียงไห่หยางหยิบมันเทศสีแดงที่ย่างบนกองไฟขึ้นมา แล้วพูดว่า “กินรองท้องไปก่อนเถอะ กว่าอาหารจะสุกคงใช้เวลาอีกสักพัก ! ”
เหรินฉางเซี่ยมีความสุขมากและพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมก็ชอบเผามันเทศและมันฝรั่งกินอุ่น ๆร้อน ๆ แบบนี้แหละครับ เวลาโยนมันลงในไฟตรง ๆ จะหอมมาก แต่หลังจากที่ผมมาทำงานในเมือง ก็ไม่ได้กินมันอีกเลย”
“ผมคิดถึงการกินมันเผาแบบนี้มานานแล้ว ! ”
หวังกั๋วปิงยังกล่าวอีกว่า “ใช่ครับ ฉันเองก็ชอบกินมันเผาแบบนี้ตอนเด็ก ๆ เหมือนกัน”
พูดจบ เหรินฉางเซี่ย, หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินต่างก็หยิบมันเผามาคนละหัว โดยไม่คำนึงถึงสีเข้มบนนั้น พวกเขาก็ตบ ๆ เป่า ๆ และปอกเปลือกมันออก
ที่ตบก็เพราะมันเผาจะมีขี้เถ้าปกคลุมอยู่
ที่เป่าเพราะมันที่เผาออกมาสดใหม่จะร้อนจัด และการเป่าก็ช่วยทำให้มันเย็นลงได้
สมัยก่อน ว่ากันว่าสำนวนของคำว่าประจบประแจงหลอกลวง จะใช้คำว่า ‘ตบและเป่าเบา ๆ ! ’
ในความเป็นจริง ไม่เพียงแต่ เหรินฉางเซี่ย, หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินเท่านั้นที่กินมันเผา หลี่หมิงซานและหม่าว่านหลี่ก็กินไปแล้วคนละหนึ่งถึงสองหัว
บรรยากาศระหว่างที่รออาหารของวันนี้ ก็ไม่เหมือนเมื่อวานที่ได้แต่นั่งรออย่างหดหู่ใจ
วันนี้คนเตรียมอาหารและล้างผักก็ทำอย่างเป็นระเบียบ คนที่ดื่มก็เริ่มตั้งวงดื่มรอ ส่วนคนที่หิว ก็กินมันเผารองท้องกันไป มีชีวิตชีวามาก
หลี่หมิงซานจิบเหล้าแล้วถามเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ผู้ช่วยเจียง นี่เป็นการพักค้างคืนที่สองของเรา เราต้องเดินไปต่ออีกนานแค่ไหน ? ”
เดิมทีเจียงเสี่ยวไป๋คิดไว้ว่าเขาจะไปถึงยังแต่ละจุดหมายที่วางไว้โดยใช้เวลาแค่สามวัน แต่เขาไม่คาดคิดว่าการปีนเขาที่นี่จะยากกว่าที่คาดไว้มาก
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน จะใช้เวลาอย่างน้อยสองหรือสามวันในการเที่ยวชมจุดชมวิวที่จะพัฒนาในรุ่นต่อ ๆ ไปจนครบ รวมเวลาเดินทางไปกลับก็จะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็พูดว่า “คงต้องใช้เวลาอยู่ในป่าต่ออีกอย่างน้อยสองวัน ! ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “คุณใช้เวลานานมากในการออกมาครั้งนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ทำไมเหรอ ? นายกเทศมนตรีหลี่รีบกลับงั้นเหรอครับ ? ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ฉันยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ ถ้าฉันรู้ว่าคุณจะมานานขนาดนี้ ฉันคงไม่มากับคุณด้วยหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลครับ หลังจากที่เราสำรวจที่นี่จบแล้ว ยังมีสถานที่อื่นต่อ”