ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1315 ไม่โดน
ตอนที่ 1315 ไม่โดน
เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียจวินกำลังถางเปิดทางเดินต่อไปข้างหน้า
หลินเจียจวินก็ได้กล่าวว่า “มียอดเขาและหินรูปทรงแปลกตามากมายที่นี้ แต่หากพัฒนาสถานที่นี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มันกลับไม่มีจุดเด่น ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มบาง “ผมได้ยินมาว่าที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่วิเศษมาก ผมจึงมาที่นี่ ! ”
หลินเจียจวินมองไปรอบ ๆ “แล้วสถานที่ท่องเที่ยวที่วิเศษอะไรนั้นอยู่ที่ไหน ? ทำไมฉันไม่เห็นมันเลย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรายังไปไม่ถึงครับ เรายังต้องปีนภูเขาต่ออย่างน้อยสองลูก”
อันที่จริงยังมีมากกว่านั้น ในชาติก่อนเพื่อที่จะไปถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่เขาพูดถึง จากทางเข้า เขาต้องเดินผ่าน ‘ถนนริมหน้าผา’ ที่ด้านหน้ายังไม่มีการพัฒนา มีเพียงหน้าผาและไม่มีถนน ต้องเดินอ้อมด้านหลังของภูเขา
โชคดีที่เจียงเสี่ยวไป๋มีเซนส์ในการบอกทาง ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะสับสนและหลงทางในภูเขาใหญ่ลูกนี้
หลินเจียจวินพูดว่า “นายลงทุนมากกับการมาที่นี่ในครั้งนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ดูสิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดสิ ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องออกแรง”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “นั่นก็จริง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “แต่คราวนี้ผมอยากพาครอบครัวมาด้วยจริง ๆ และถ้าเราพัฒนาที่นี่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ผมก็จะให้คนมาเคลียร์ถนนก่อน”
หลินเจียจวินพูดว่า “ฉันสนับสนุนความคิดของนาย เพราะฉันก็ชอบมันมากเหมือนกัน”
เขามองย้อนกลับไปและพูดต่อ “นายก็คงจะเห็นว่าแม่ของฉันก็ชอบความคิดนี้เหมือนกัน”
เขาส่ายหัว “แต่ดูเหมือนพ่อแม่ของนายจะไม่สนุกกับทริปนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พวกเขาเป็นคนบ้านนอก อยู่แต่ในชนบทและเติบโตมากับภูเขา ! ”
หลินเจียจวินพูดว่า: “ใช่ เช่นเดียวกับ …”
“ปัง ! ”
ขณะที่ทั้งสองคุยกันอย่างมีชีวิตชีวา ก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา
พวกเขาสองคนตกใจ และทั้งคู่ก็หันกลับมา
“ปัง ปัง ! ”
มีเสียงปืนอีกสองนัดดังติดต่อกัน
หลินเจียจวินกล่าวว่า “เหรินฉางเซี่ยคงกำลังล่าสัตว์”
เจียงเสี่ยวไป๋มองกลับไป แล้วพูดว่า “ผมก็เดาอย่างนั้น ! ”
หลินเจียจวินพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าครั้งนี้พวกเขาจะล่าอะไรมาได้ แต่หวังว่าเที่ยงนี้คงได้กินเนื้อสัตว์ป่าเพิ่ม”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เที่ยงนี้กินอะไรง่าย ๆ ก่อนดีกว่า เพราะต้องออกเดินทางกันต่อ ไว้ตอนเย็นค่อยว่ากันอีกที ! ”
“ตามนั้น ! ” หลินเจียจวินตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ทั้งสองพูดคุยกันสองสามคำ จากนั้นก็เพิกเฉยและยังคงถางหญ้าเปิดทางต่อไป
ในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง หลี่หมิงซานก็มาถึงพร้อมกับคนอื่น
เจียงเสี่ยวไป๋ถามอย่างสบาย ๆ ว่า “ก่อนหน้านี้จับได้สัตว์อะไร ? ”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เหรินฉางเซี่ยก็ทำท่ารำคาญและพูดว่า “ฉันเจอแพะจึงได้ยิงมัน แต่มันไม่โดนจุดสำคัญ ฉันจึงยิงอีกครั้ง แต่มันก็วิ่งหนีไป ! ”
หลินเจียจวินพูดว่า “คุณยิงถูกมันไปได้ครั้งหนึ่งแล้ว ถ้ามันวิ่งหนี ทำไมคุณไม่ไล่ตามมันล่ะ ? ”
เหรินฉางเซี่ยกล่าวว่า “ดูภูเขาลูกนี้สิ อีกอย่างแพะก็วิ่งไปเร็วมาก ฉันไม่กล้าไล่ตามมันหรอก”
ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาไม่คุ้นเคยกับลักษณะภูมิประเทศของที่นี่ เหรินฉางเซี่ย, หวังกั๋วปิง และหลี่เซียนจวินไม่กล้าไล่ตามแพะไปเพราะความชันของภูเขา
แพะสามารถวิ่งได้เร็วบนทางลาดชัน แต่คนทำไม่ได้ เพราะอาจจะเหยียบพลาดแล้วกลิ้งตกเขาตายหาศพไม่เจอเมื่อไหร่ก็ได้
ดังนั้น ในพื้นที่ลาดชันแบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะล่าสัตว์ได้ เว้นแต่ว่าคุณจะฆ่ามันให้ตายตั้งแต่นัดแรก
หลี่หมิงซานยังคงส่ายหัวและถอนหายใจ “ฉันก็คิดว่าเราจะได้กินเนื้อแพะเป็นอาหารกลางวันเสียอีก น่าเสียดายจริง ๆ ! ”
หวังกั๋วปิงก็เสียใจไม่ต่างกัน เขาพูดว่า “แพะตัวนั้นถูกยิงแล้ว จะดีกว่าไหมถ้ามันยอมให้เราจับมาเป็นอาหารแต่โดยดี ? ”
“หนีไปแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “เราไม่สามารถจับมันได้ตอนนี้ก็จริง แต่สุดท้ายมันก็ต้องตายอยู่ดี ครั้งต่อไปถ้าคุณเห็นเหยื่ออีก ก็พยายามยิงให้โดยจุดสำคัญของมัน”
หวังกั๋วปิงยิ้มอย่างขมขื่น เขาต้องการโจมตีจุดสำคัญอยู่แล้วเมื่อเขายิงออกไป
แต่สัตว์ป่านั้นมักจะตอบสนองอย่างรวดเร็ว หรือมีความสามารถในการรับรู้ถึงอันตรายที่แข็งแกร่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย มันจะวิ่งหนีไปล่วงหน้า ทำให้กระสุนพลาดเป้า
ทุกคนพูดคุยและพักผ่อนสักพักกันสักพัก ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ
บนถนนถัดไปมีหน้าผาหินหลากหลายรูปแบบ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล มันน่าทึ่งมาก
“ไม่เลวเลย ! ”
“ใช่ ทิวทัศน์ที่นี่สวยจริง ๆ ! ”
“น่าเสียดายที่แถวนี้ไม่มีถนน ถ้ามีถนนให้เดินชมธรรมชาติข้างทางไปเพลิน ๆ คงจะดีกว่านี้ ! ”
“ใช่ แต่ถึงแม้ถนนจะดี แต่ก็ยังเป็นงานที่ต้องอาศัยแรงกายอยู่ดีนั่นแหละ ! ”
“ไม่เพียงแต่ใช้พลังงานมากเท่านั้น แต่ยังห่างไกลจากตัวเมืองด้วย ! ”
“นอกเสียจากจะอยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นคงเดินเที่ยวจนเหนื่อยตายพอดี ! ”
“……”
หลังจากเดินมาที่นี่แล้ว เหอซาน, เฟ่ยถูจือ และหม่าว่านหลี่ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าทิวทัศน์ที่นี่สวยมาก แต่พวกเขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดีไหม
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้สึกกังวลเลยหลังจากฟังการสนทนาเหล่านี้
ท้ายที่สุดตอนนี้ก็ยังไปไม่ถึงสถานที่ที่มีทิวทัศน์ดีที่สุด
ผู้คนก็เป็นแบบนี้ เมื่อพวกเขาเห็นทิวทัศน์อันน่าทึ่งเท่านั้น พวกเขาถึงจะมีแรงกระตุ้นในการพัฒนาสถานที่เหล่านี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว
เขาประเมินแล้วว่าวันนี้อาจจะยังเดินไปไม่ถึงตำแหน่งนั้น อย่างน้อยก็คงจะเป็นวันพรุ่งนี้
และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เขาคาดหวังไว้ เมื่อถึงตอนเย็น พวกเขาก็ยังไปไม่ถึงตำแหน่งนั้น
เขาได้หาที่ตั้งแคมป์อีกครั้งและพักค้างคืนกันที่นั่น
วันรุ่งขึ้น พวกเขาก็ออกเดินทางกันต่ออีกครั้งหลังกินอาหารเช้าเสร็จ
หลังจากเดินไปได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง เจียงเสี่ยวไป๋ก็พบว่าใกล้จะถึงสถานที่ที่เขาตามหาแล้ว แค่เลี้ยวตรงหัวมุมนั้น ภาพที่น่าตกใจก็จะปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาทุกคน
ทิวทัศน์ตรงหน้าพวกเขาก็สวยงามมากเช่นกัน มู่เสี่ยวหวาน, หลี่หมิงซาน และคนอื่นมองไปรอบ ๆ และกล่าวชมออกมา