ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1341 ควบลาไล่ตาม
ตอนที่ 1341 ควบลาไล่ตาม
คำพูดของผู้ใหญ่บ้านกั๋ว ดึงความสนใจของเฉิงเสี่ยวเหว่ยทันที
ไม่ต้องพูดถึงในปี 1985 หรือยี่สิบถึงสามสิบปีต่อมา การปรากฏตัวของรถสี่คันในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลนั้นย่อมเป็นเหตุการณ์ที่สะดุดตาของผู้คนในหมู่บ้านอยู่แล้ว
ทันใดนั้น เฉิงเสี่ยวเหว่ยก็ตระหนักได้ว่าเขาโง่มากที่ไปถามผู้ใหญ่บ้านอื่น ๆ ว่ารองนายกเทศมนตรีหลี่อยู่ที่นั่นไหม
หากเปลี่ยนมาถามว่าเห็นขบวนรถบ้างหรือเปล่า ? เขาคงทราบที่อยู่ของเจียงเสี่ยวไป๋มานานแล้ว
“ผู้ใหญ่บ้านกั๋ว รถสี่คันที่คุณพูดถึงคือรถอะไรงั้นเหรอ” เฉิงเสี่ยวเหว่ยถามอย่างรวดเร็ว
“เลขาเฉิง มันเป็นรถยนต์ทั้งหมด ! ” รถที่ผู้ใหญ่บ้านกั๋วรู้จักนั้นมีแต่รถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ ส่วนยี่ห้อรถนั้นเขาไม่รู้เลย “แต่มันสวยทุกคันเลยนะ ! ”
“ใช่สิ ฉันไม่เคยเห็นรถสวยขนาดนี้มาก่อนเลย ! ”
เฉิงเสี่ยวเหว่ยมีเส้นสีดำพาดผ่านใบหน้า รถยนต์ที่สวยที่สุดในชิงโจวล้วนมาจากเจียงเจียกรุ๊ปทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นรถเชโรกี, แลนด์โรเวอร์ , ดอร์จแรมชาร์จเจอร์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE, บีเอ็มดับบลิว 3E30 และปอร์เช่ 944
ทั้งหมดต่างก็เป็นรถนำเข้า
แม้แต่เทศบาลเมืองก็ยังไม่มีรถยนต์เหล่านี้แม้แต่คันเดียว
หลังจากฟังคำพูดของผู้ใหญ่บ้านกั๋วแล้ว เฉิงเสี่ยวเหว่ยก็ยืนยันว่ารถทั้งสี่คันต้องเป็น ‘’กลุ่มทัวร์’ ของเจียงเสี่ยวไป๋แน่นอน
เพียงแต่เขายังรู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่มีอะไรพิเศษในหมู่บ้านซวงเหอเลย และเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับทิวทัศน์ดี ๆ ในหมู่บ้านนี้มาก่อน ทำไมเจียงเสี่ยวไป๋จึงพาทุกคนไปที่นั่น
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากคาดเดาในเวลานี้ จึงพูดออกมาทันทีว่า “ผู้ใหญ่บ้านกั๋ว งั้นฉันขอสั่งให้คุณรีบออกไปค้นหาขบวนรถสี่คันนั้นทันที และหาคนที่ชื่อเจียงเสี่ยวไป๋ ผู้ช่วยของเจียงเจียกรุ๊ป บอกให้เขารีบติดต่อหานายกเทศมนตรีถังโดยเร็วที่สุด ! ”
อ่า ?
ผู้ใหญ่บ้านกั๋วตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าตัวเองจะได้รับงานเร่งด่วนเช่นนี้ เพียงเพราะรายงานสถานการณ์ออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกงุนงงและพูดว่า “เลขาเฉิง รถทั้งสี่คันนั้นเพิ่งขับผ่านหมู่บ้านไป ฉันไม่รู้ว่ามีผู้ช่วยเจียงจากเจียงเจียกรุ๊ปอยู่ในนั้นหรือเปล่า และไม่รู้ว่าพวกเขาขับรถไปที่ไหน ? ”
“ฉันจะหาพวกเขาเจอได้อย่างไร ? ”
เฉิงเสี่ยวเหว่ยไม่สนใจ และพูดว่า “ต้องมีเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ในรถทั้งสี่คันนั้นแน่ คุณก็แค่รีบขับตามพวกเขาไป!”
ผู้ใหญ่บ้านกั๋วไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบตกลง และพูดว่า “ฉันจะพยายามตามหาเขาให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน ! ”
เฉิงเสี่ยวเหว่ยพูดขึ้นมาเสียงดัง “กั๋วเปินเซียง ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องพยายามให้ถึงที่สุด แต่คุณต้องหาเขาให้เจอให้ได้ต่างหาก ! ”
“แม้ว่าคุณจะระดมกำลังทั้งหมู่บ้านซวงเหอในวันนี้ คุณก็ต้องหาเจียงเสี่ยวไป๋ให้ฉันจนเจอ ! ”
“นี่ไม่ใช่คำขอจากฉัน แต่มันคือคำสั่ง ! ”
“คุณได้ยินชัดเจนใช่ไหม ? ”
เสียงตะโกนดังจากปลายสายทำให้แก้วหูของกั๋วเปินเซียงแทบจะแตก เขารีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “เอาล่ะ เลขาเฉิง ฉันจะออกไปตามหาเขาตอนนี้ และฉันจะต้องหาเจียงเสี่ยวไป๋ให้เจอให้ได้”
หลังจากวางสายโทรศัพท์ลง กั๋วเปินเซียงก็ขมวดคิ้ว
หากพยายามไล่ตามรถสี่ล้อพวกนั้น คงตามไม่ทันอย่างแน่นอน
โชคดีที่ทางที่ขบวนรถกำลังมุ่งหน้าไปไม่ได้ไปยังตำบลอื่น แต่เป็นการขับเข้ามาภายในหมู่บ้านซึ่งอีกสองสามกิโลเมตรข้างหน้า จะไม่มีถนนแล้ว
ในหมู่บ้านไม่มีรถยนต์แม้แต่คันเดียว ดังนั้นกั๋วเปินเซียงจึงไปที่บ้าน จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งบนหลังของลาบดแป้ง แล้วควบลาไล่ตามขบวนรถไป
โดยปกติแล้วจะมีรถไม่กี่คันบนถนนลูกรังในชนบท ดังนั้นเมื่อขบวนรถขับจะผ่านตรงไหน ก็จะสังเกตเห็นร่องรอยของหญ้าบนถนนที่ถูกทับด้วยล้อรถอย่างชัดเจน
“ฮึ่ย ฮึ่ย ฮึ่ย…”
กั๋วเปินเซียงเร่งเจ้าลาตัวน้อยไปจนสุดทาง หลังจากผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ในที่สุดเขาก็เห็นรถสี่คันจอดอยู่ตรงหน้าเขา
กั๋วเปินเซียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดเขาก็หามันจนเจอ
แต่เมื่อเขามาถึงรถ กั๋วเปินเซียงก็ลงจากหลังลาและพบว่าไม่มีใครอยู่ในรถแล้ว
เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นร่องรอยการเหยียบย่ำบนเส้นทางที่นำไปสู่ ‘ภูเขาถ่านหิน’ ที่อยู่ข้างหน้า
“พวกเขาจะไปทำอะไรที่นั่น ? ”
กั๋วเปินเซียงพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะจูงลาไปล่ามไว้กับต้นไม้ แล้วเดินตามไป
หลังจากเดินผ่านโค้งไปได้เล็กน้อย และปีนขึ้นไปสองเนิน ในที่สุดเขาก็เห็นคนกลุ่มใหญ่สวมชุดสีแดงเหมือนกันทั้งทีม อยู่ที่ตีนเขาข้างหน้า
“ผู้ช่วยเจียงใช่ไหม ? ”
กั๋วเปินเซียงตะโกนขณะวิ่งไปทางเชิงเขา
ท่ามกลางฝูงชน เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้ยินเสียงตะโกนก็หันกลับมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อมองไปที่ต้นทางของเสียงนั้น เขาเห็นชาวนาคนหนึ่งวิ่งมาที่นี่ พร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อเขา เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจยิ่งกว่าเดิม
ทำไมคนที่นี่ถึงรู้จักฉันล่ะ ?
“ผู้ช่วยเจียง คุณมีญาติที่นี่ด้วยเหรอ ? ” หลี่หมิงซานเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน และพูดแซวออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋มีเส้นสีดำพาดผ่านบนหน้าผากและพูดด้วยความโกรธ “มีญาติที่นี่อะไร ผมไม่มีญาติที่นี่ด้วยซ้ำ ! ”
หลี่หมิงซานยิ้ม “แล้วทำไมถึงมีคนวิ่งตามคุณมาแบบนี้ ? ”
“ผมจะไปรู้ได้อย่างไร ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบ จากนั้นก็มองดูบุคคลนั้น แล้วตะโกนถามว่า “คุณเป็นใคร ? คุณต้องการอะไรจากผม ? ”
เมื่อกั๋วเปินเซียงได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ข้างในจริง ๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะดีใจ แต่ก็ยังคงวิ่งเข้ามาพลางตอบออกไปว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันชื่อกั๋วเปินเซียง เป็นผู้ใหญ่บ้านซวงเหอ เลขาเฉิงโทรมาบอกให้คุณรีบติดต่อไปหานายกเทศมนตรีถังโดยด่วน”
ถังจิงเทียนกำลังตามหาเขาอยู่เหรอ ?
เจียงเสี่ยวไป๋สับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้จริงจังและตอบไปว่า “ผมรู้แล้ว ! เมื่อผมกลับออกไป คงยืมโทรศัพท์หมู่บ้านของคุณโทรไปหานายกเทศมนตรีถังได้ใช่ไหม ? ”
กั๋วเปินเซียงพูดอย่างรวดเร็วว่า “ผู้ช่วยเจียง เลขาเฉิงบอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ดูเหมือนว่า… จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ! ”
แม้ว่าเฉิงเสี่ยวเหว่ยจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่กั๋วเปินเซียงก็เห็นได้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ดูไม่ได้สนใจมากนัก ดังนั้นเพื่อทำงานนี้ให้สำเร็จ เขาจึงต้องพูดแบบนี้ออกมา
มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นงั้นเหรอ ?
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม แม้ว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ถังจิงเทียนก็ต้องตามหาหลี่หมิงซานสิ จะตามหาเขาไปทำไม ?
หลี่หมิงชานที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง เนื่องจากนายกเทศมนตรีถังกำลังตามหาคุณ ก็แสดงว่าต้องมีเรื่องด่วน คุณควรรีบไปที่หมู่บ้านเพื่อโทรกลับไปหาเขาก่อนดีกว่า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้นมองภูเขาที่อยู่ตรงหน้า แล้วพูดว่า “เราเกือบจะถึงแล้ว ถ้าเรากลับไปตอนนี้จะล่าช้าไปอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ และอาจทำให้เสียเวลา ต้องนอนที่นี่อีกหนึ่งคืน เราเดินไปสำรวจที่นั่นกันก่อนเถอะครับ พอกลับออกไป ค่อยโทรไปหาเขา”
หลังจากที่มีชีวิตมาสองชั่วอายุคน เจียงเสี่ยวไป๋จึงมีท่าทีสงบลงมาก ไม่ต้องพูดถึงแค่เรื่องรับสายโทรศัพท์เลย
ในความเห็นของถังจิงเทียน มันอาจสำคัญมาก แต่สำหรับเขา มันไม่ต่างจากเรื่องธรรมดา
หลี่หมิงชานมองดูภูเขาที่อยู่ตรงหน้าของเขา มันไม่ธรรมดาจริง ๆ จากนั้นเขาก็พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ทิวทัศน์ที่อื่นที่คุณพาเราไปก่อนหน้านี้ มันน่าทึ่งและน่าสนใจมาก แต่ที่นี่มีอะไรน่าสนใจงั้นเหรอ ? มันทั้งไม่มีวิว ไม่มีอะไรเลย ทำไมคุณถึงอยากมาที่นี่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ที่นี่ไม่มีทิวทัศน์ธรรมชาติ แต่มีบทความอยู่ ! ”
“บทความ ? ” หลี่หมิงซานยิ่งประหลาดใจและถามว่า “บทความอะไร ทำไมฉันไม่เห็นมัน ? ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน กั๋วเปินเซียงก็มาถึงตรงหน้าทุกคนแล้ว
มีคนกลุ่มใหญ่ และเขาไม่รู้จักใครเลย แต่หลี่หมิงซานเป็นรองนายกเทศมนตรี เขาจำได้ทันทีและอุทานออกมาว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ คุณก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ ! ”
หลี่หมิงซานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุข และพูดว่า “คุณรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ที่นี่ แต่คุณไม่รู้ว่าฉันก็อยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ ? ”