ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1370 หาทางหลบเลี่ยงได้แล้ว
ตอนที่ 1370 หาทางหลบเลี่ยงได้แล้ว
“ผมไม่เก่งเรื่องนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ชี้ไปที่หลินเจียอินแล้วพูดว่า “พี่ควรให้เธอแนะนำคนให้พี่รู้จักนะ ! ”
“เธอมีสายตาที่แม่นยำที่สุดในเรื่องการเลือกผู้ชาย ! ”
หลินเจียหงโกรธมากเมื่อได้ยินแบบนี้ “ถ้านายไม่อยากแนะนำคนให้ฉันรู้จักก็ลืมมันซะ นายบอกว่าเจียอินเก่งในการเลือกผู้ชาย นายกำลังชมเจียอินหรือชมตัวเองกันแน่ ? ”
“ถูกต้อง ! ” หลินเจียจวินพูดจากด้านข้าง “ไร้ยางอายมาก นี่เป็นคำชมตัวเองชัด ๆ ”
หลินเจียหงพยักหน้าอย่างอย่างหนัก และเห็นด้วยอย่างจริงจัง
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตอบออกมาอย่างไม่ละอายใจว่า “แล้วผมดีไม่พอเหรอ ? ”
ไม่มีใครสามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้
ความสำเร็จของเจียงเสี่ยวไป๋ไม่สามารถอธิบายได้ว่ายอดเยี่ยมแค่ไหนด้วยซ้ำ
เมื่อมองแบบนี้ สิ่งที่เขาพูดก็สมเหตุสมผล !
แต่ก็แล้วไง……
อนิจจา…
หลินเจียหงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ฉันคิดว่านายหน้าด้านจนไม่มีใครในโลกนี้เทียบได้ต่างหาก ! ”
หลินเจียจวินพูดเสริมเข้ามา “ก็คิดดูสิว่าน่าภูมิใจแค่ไหน นายไม่เป็นสองรองใครเลยนะ ! ”
หลินเจียอินพูดด้วยรอยยิ้ม “อย่าว่าเขาเลย ในความคิดของเขา เขาก็คิดว่าตัวเองเก่งที่สุดแล้ว ! ”
เมื่อเห็นคนรุ่นลูกพูดเหน็บแนมกัน มู่เสี่ยวหวาน, เจียงไห่หยาง และหวังซิ่วจวี๋ก็มองดูและหัวเราะออกมาจนปากจะฉีกถึงหู
เมื่อเห็นว่าหวังซิ่วจวี๋อารมณ์ดี และด้วยการที่พ่อของเขาช่วยให้เมื่อคืนนี้ เจียงเสี่ยวไป๋จึงหยุดล้อเล่นกับหลินเจียหงและคนอื่นและพูดออกมาอย่างจริงจังว่า “แม่ เมื่อคืนผมก็คิดถึงเรื่องที่แม่อยากให้เรามีหลานชายอีกคน”
หวังซิ่วจวี๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเธอไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะพูดถึงเรื่องนี้ในเวลาแบบนี้ขึ้นมา
เมื่อคืนหลังจากที่เจียงไห่หยางออกไป เธอก็คิดถึงคำพูดของเขาอย่างรอบคอบและรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นค่อนข้างสมเหตุสมผล
แต่เธอได้พูดไปแล้ว และเธอยังคงรู้สึกว่าการเปลี่ยนคำพูดเป็นเรื่องที่ทำให้เธอเสียหน้า
เธอจึงคิดว่าจะเมินเฉยต่อมันและไม่พูดถึงมันอีกในอนาคต
แต่ไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับเป็นคนเริ่มที่จะพูดถึงเรื่องนี้ก่อน ซึ่งทำให้เธอสับสนเล็กน้อยและไม่รู้จะจัดการอย่างไร
อย่างไรก็ตาม จากก้นบึ้งของหัวใจ เธอยังคงหวังว่าเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินจะมีลูกอีกคนได้ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ลูกคิดเรื่องนี้แล้วเหรอ ยังอยากมีลูกอีกไหม ? ”
หลินเจียหงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เสี่ยวไป๋ นายยังอยากมีลูกอยู่หรือเปล่า ? ”
หลินเจียจวินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ และถามว่า “อย่าบอกนะว่าการมีลูกสามคนยังไม่พอ จึงวางแผนที่จะมีลูกอีกคน”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจคำพูดของหลินเจียหงและหลินเจียจวิน และพูดกับหวังซิ่งจวี๋โดยตรงว่า “แม่ ถ้าแม่อยากมีหลานเพิ่ม ผมว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี”
หลังจากพูดจบ บทสนทนาก็เปลี่ยนไป “แต่จะต้องไม่ใช่ลูกของผม ! ”
จู่ ๆ หวังซิ่วจวี๋ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เมื่อเธอกำลังจะเปิดปากพูดออกมา เธอก็ได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋พูดต่อ “แม่ ดูสิ เจียอินและผมมีลูกสามคน พวกเรามีชานชาน, อันอัน และห่าวห่าวแล้ว ! ”
“แต่เสี่ยวเฟิงและเจาตี้ล่ะ ? ”
“พวกเขาทั้งสองแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว และตอนนี้พวกเขามีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นคือถิงถิง ! ”
“ถ้าแม่อยากมีหลานก็ไปขอพวกเขาได้เลย ! ”
เมื่อเจียงไห่หยางได้ยินแบบนี้ เขาก็พยักหน้าเห็นด้วยและพูดว่า “เจ้ารองพูดถูก เจ้าสามและเจาตี้น่าจะมีลูกเพิ่มอีกคนจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบตีเหล็กตอนร้อนว่า “แม่ เห็นไหมครับว่าพ่อก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แล้วแม่ล่ะ ? ”
หวังซิ่วจวี๋เองก็กำลังมองหาทางออก หลังจากได้ที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เธอก็แสร้งทำเป็นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ลูกพูดถูก พวกลูกมีลูกสามคนแล้ว ส่วนเสี่ยวเฟิงและเจาตี้ยังมีเพียงคนเดียวอยู่เลย ? ”
“เอาล่ะ หากอยากได้หลาน ต้องไปกระตุ้นพวกเขาทั้งสองก่อน ! ”
“ถูกต้อง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก และกล่าวว่า “นอกจากนี้ การมีลูกคนที่สองก็เป็นเรื่องถูกกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับด้วย”
หลินเจียอินยังกล่าวอีกว่า “ใช่แล้วค่ะแม่ ฉันคิดว่าเสี่ยวเฟิงและเจาตี้จะต้องเข้าใจเรื่องนี้เหมือนกัน แม่ลองไปเกลี้ยกล่อมพวกเขาดูสิคะ”
หวังซิ่วจวี๋พูดอย่างช่วยไม่ได้ “ทั้งสองคนอยู่ที่เจี้ยนหยางทุกวัน และไม่ได้กลับบ้านมานานมาก แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรกับพวกเขาดี ? ”
หลินเจียอินยิ้ม และพูดว่า “ไม่ยากค่ะ ฉันจะให้เสี่ยวไป๋พาแม่ไปที่เจี้ยนหยาง แม่จะได้ไปเห็นการใช้ชีวิตของพวกเขาทุกวัน และจะได้เกลี้ยกล่อมพวกเขาทุกวัน …”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะไม่ฟังที่แม่พูด ! ”
หากเธอต้องได้ไปอยู่กับเจียงเสี่ยวเฟิงในเจี้ยนหยาง เธอก็จะไม่เห็นหน้าเจียงอันและเจียงห่าวน่ะสิ ?
หวังซิ่วจวี๋อดไม่ได้ที่จะลังเล
หลินเจียอินดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของหวังซิ่วจวี๋ เธอจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่คะ ฉันจะพาอันอันและห่าวหาวไปอยู่ที่บ้านตายายของพวกเขาด้วย…”
เมื่อหวังซิ่วจวี๋ได้ยินแบบนั้น เธอก็ดีใจขึ้นมาทันทีและพูดว่า “เยี่ยมมาก หากว่าพาอันอันและห่าวห่าวไปที่บ้านตายายของพวกเขา ฉันก็จะไปพักที่บ้านของเสี่ยวเฟิง ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็กัดฟันแล้วพูดว่า “คราวนี้ ฉันจะดูว่าพวกเขาจะหลบเลี่ยงอย่างไร”
……
ที่นิคมอุตสาหกรรมเจี้ยนหยาง
ในอาคารสำนักงานสาขา ที่ห้องทำงานของเจียงเสี่ยวเฟิง
เจียงเสี่ยวเฟิงเพิ่งคุยงานกับหลัวเจาตี้เสร็จไป แต่จู่ ๆ เขาก็จามออกมาหลายครั้งติดต่อกัน
“ฮัดชิ้ว…..ฮัดชิ้ว ! ”
“คุณเป็นหวัดจากการทำงานล่วงเวลาเมื่อคืนนี้หรือเปล่า ? ”
หลัวเจาตี้เห็นจึงถามด้วยความเป็นห่วง
เจียงเสี่ยวเฟิงโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่นะ ผมไม่ยักรู้สึกว่าตัวเองไม่สบายเลย ! ”
หลัวเจาตี้พูดด้วยความประหลาดใจ “แล้วทำไมคุณถึงจามหลายครั้งขนาดนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงยิ้มและพูดว่า “เราไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว บางทีพ่อแม่อาจพูดถึงเราขณะทานอาหารเช้าอยู่ก็ได้ ! ”
“คุณเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ? ฉันไม่เชื่อ ! ” หลัวเจาตี้พูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าคุณอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพวกท่านก็อย่าเอาเรื่องนี้มาแอบอ้างสิ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “เป็นเรื่องจริงที่ผมอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่สิ่งสำคัญคือถิงถิงคิดถึงปู่ย่าของเธอ และเธอไม่ได้เจอลุงใหญ่ของเธอและชานชานมานานแล้ว ! ”
หลัวเจาตี้คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดว่า “ใช่ เราไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว หลังจากที่เราทำงานวันนี้เสร็จแล้ว เรากลับบ้านไปพักสักสองสามวันเถอะ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “สำนักงานใหญ่ส่งเรื่องมาเมื่อวานนี้ว่าลุงใหญ่และลุงรองของเจียอินกำลังจะมาที่ชิงโจว และจะมาที่เจี้ยนหยางด้วย พวกเขาจะมาที่นิคมอุตสาหกรรมของเราเพื่อดูงานอย่างแน่นอน ช่วงนี้คงยังออกไปไหนไม่ได้หรอก”
แน่นอนว่าหลัวเจาตี้เองก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน เธอจึงพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “เอาล่ะ ค่อยกลับไปที่เจียงวานหลังจากเรื่องนี้จบลงก็แล้วกัน”
“ตามนั้น ! ” เจียงเสี่ยวเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “เจาตี้ เรากลับไปพักสักสองสามวัน แล้วพาพ่อแม่ของเรามาเที่ยวที่เจี้ยนหยางสักสองสามวันดีไหม ? ”
“ให้พวกเขาได้มาเห็นบ้านของเราที่นี่”
“หลังจากที่เราตั้งรกรากที่นี่แล้ว พ่อแม่ก็ยังไม่เคยมาอยู่กับพวกเราเลยสักครั้ง ! ”
เมื่อหลัวเจาตี้ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป เธอดูมีสีหน้าที่ไม่ดีเท่าไหร่
เจียงเสี่ยวเฟิงเห็นจึงรีบถามออกมาว่า “คุณเป็นอะไรไป ? ”
“เปล่า ฉันสบายดี ! ” หลัวเจาตี้โบกมือ “ฉันแค่กังวลนิดหน่อยก็เท่านั้น…”
เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาดี
เจียงเสี่ยวเฟิงยิ้มและพูดว่า “หากคุณมีอะไรจะพูด คุณก็พูดกับผมได้ ! แค่ระบายมันออกมา ! ”
หลัวเจาตี้เหลือบมองเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฉันแค่กังวลว่าหลังจากที่แม่มา เธอจะเร่งให้เรามีลูกอีกคนน่ะสิ …”