ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1525 เขาตามใจฉันจริง ๆ
ตอนที่ 1525 เขาตามใจฉันจริง ๆ
ด้วยระยะเวลาที่สั่งสมมา ทำให้แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนความสามารถระดับประเทศที่โหยวโหย่วหยูรับผิดชอบนั้นดำเนินกิจการมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปีแล้ว จึงทำให้ได้มีการเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถระดับสูงในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ มาได้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งทางบริษัทยังได้เสนอสวัสดิการให้แก่ผู้ที่มีความสามารถเหล่านี้โดยการให้ที่อยู่อาศัยและรถยนต์ มีเงินเดือนประจำปีตั้งแต่หนึ่งหมื่นไปจนถึงหลายล้านหยวน และทางชิงโจวก็ได้ให้ความร่วมมือกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยการออกนโยบายในการอนุญาตให้ผู้มีความสามารถเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองชิงโจวได้ ดังนั้นเมื่อมีการก่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาทั้งสามสิบหกบริษัท ผู้ที่มีความสามารถจำนวนหลายหมื่นคนจึงได้หลั่งไหลเข้ามาในชิงโจวอย่างรวดเร็ว
และบ้านเช่าราคาถูกที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้สร้างขึ้นซึ่งมีสไตล์ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร ไม่เพียงแต่เป็นหัวใจหลักในการดึงดูดผู้มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาในเมืองชิงโจวได้อีกด้วย
แม้แต่ถังจิงเทียนก็ยังเอ่ยปากชื่นชมว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนที่มองการณ์ไกล และใช้ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่จนทำให้เมืองชิงโจวเป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ในขณะที่บริษัทใหม่มากกว่าสามสิบบริษัทกำลังก่อตั้งขึ้น เวลาก็ผ่านไปอย่างช้า ๆ จนกระทั้งมาถึงวันที่ 12 ธันวาคมโดยไม่รู้ตัว
วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงวันเปิดอาคารชิงโจวอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ยังเป็นวันเปิดห้างสรรพสินค้าแปดชั้นแห่งแรกของเมืองชิงโจว และยังเป็นวันเกิดของหลินเจียอินอีกด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ได้เตรียมตัวสำหรับวันนี้มาเป็นเวลานาน และในที่สุดก็มาถึง
ในตอนเช้า เจียงไห่หยาง, หวังซิ่วจวี๋, เจียงเสี่ยวไป๋ และหลินเจียอินได้พาเจียงอันและเจียงห่าวนั่งรถเข้ามาในเมือง
“พ่อ…พ่อ ! แม่…สวย ! ”
เด็กน้อยสองคน เจียงอันและเจียงห่าวกำลังอยู่ในวัยที่ช่างจ้อ เมื่อพวกเขามาถึงใต้อาคารชิงโจว ทั้งสองก็ตะโกนอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นโคมไฟและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสัน
ขณะที่หลินเจียอินกำลังตอบลูก ๆ ของเธอ เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองออกไปข้างนอก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เธอให้ความสนใจไม่ใช่แผนผังที่ทางเข้าอาคารชิงโจว แต่เป็นทะเลผู้คนที่แออัดอยู่ที่ทางเข้าของอาคารมากกว่า
ห้างสรรพสินค้าแปดชั้นในอาคารชิงโจวได้เปิดทำการแล้ววันนี้ ข่าวนี้ได้โฆษณาไปทั่วทั้งทางทีวี หนังสือพิมพ์ และใบปลิวมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์อย่างท่วมท้น ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนแห่แหนกันเข้ามาเพื่อรอประตูของห้างสรรพสินค้าเปิด
ด้วยการมีผู้คนจำนวนมากมาที่นี่พร้อมกันเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะโรงจอดรถใต้ดิน รถของเจียงเสี่ยวไป๋คงไม่สามารถเข้าไปในอาคารชิงโจวได้
เมื่อพวกเขามาถึงที่ทำงาน เมิ่งเสี่ยวเป่ย, เฉินหยวนเฉา, เฉินอันผิง, จวงปี้เฉิง, หลี่เฉิงหรู, หวังผิง, เฝิงเยี่ยนหง, เจียงเสี่ยวเยว่, เฝิงเจียเหอ, เย่กวงโต้ว, โหยวโหย่วหยู, ข่งชิงเซี๋ยง, เปากันฉวน, ถานชิงชาน, เจียงเสี่ยวเฟิน, เจียงเสี่ยวเฟิ่ง, เจียงเสี่ยวหย่ง, หม่าซานซิ่น, เฉินอี้เฟย, ช่างไม้ถาน และคนอื่น ๆ ก็ได้มาถึงก่อนนานแล้ว ทุกคนแต่งกายดูดีและมีรอยยิ้มบนใบหน้า
นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ก็ได้กลับมาจากเจี้ยนหยางเช่นกัน
ส่วนหลินเจียจวินก็ออกจากเจียงเฉิงมาถึงเมืองชิงโจวเมื่อวานนี้
นี่เป็นงานใหญ่สำหรับบริษัท และแน่นอนว่าทุกคนจะต้องมาร่วมงานด้วย
“ท่านประธาน ! ”
“สวัสดีท่านประธาน ! ”
“สวัสดีประธานหลิน ! ”
“สวัสดีคุณเจียง ! ”
“สวัสดีคุณเจียง ! ”
……
ทุกคนกล่าวทักทายหัวเรือใหญ่ทั้งสองคน
สรรพนามที่ทุกคนเรียกเจียงเสี่ยวไป๋ในวันนี้ได้แตกต่างไปจากเมื่อก่อน ไม่มีใครเรียกเขาว่า ‘ผู้ช่วยเจียง’ อีกต่อไป แต่กลับเรียกเขาว่า ‘’คุณเจียง ! ’ แทน
นี่เป็นข้อบังคับที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยได้บอกทุกคน
ปัจจุบัน ทั้งในเจียงเจียกรุ๊ปและบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่จำนวน 36 บริษัท เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดในบริษัทใดแม้แต่ตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยประธาน’ แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าไม่ว่าจะเป็นเจียงเจียกรุ๊ปหรือบริษัทใหม่ทั้ง 36 บริษัท เจียงเสี่ยวไป๋คือแกนหลักและเป็นคนวางโมเดลธุรกิจของบริษัททั้งหมด
ดังนั้น ‘ตำแหน่ง’ ของเจียงเสี่ยวไป๋จึงสมควรที่จะเป็น ‘หัวหน้านักวางแผน’ เสียมากกว่า !
“อืม…” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบคำทักทายของทุกคนด้วยรอยยิ้ม พลางมองดูผู้คนที่ติดตามเขา ก่อนจะพูดออกมาว่า “ดูพวกคุณสิ แต่งตัวเหมือนลุง ๆ ป้า ๆ กันหมดเลย ! ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า……”
“ฮ่าฮ่า……”
ประโยคเพียงประโยคเดียวกลับทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาเสียงดัง จนบรรยากาศรื่นเริงเพิ่มเข้ามา ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ไม่รู้จบ
หลังจากนั้นไม่นาน เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็พูดขึ้นว่า “ในเมื่อคุณเจียงและประธานหลินอยู่ที่นี่แล้ว งั้นเรามาเริ่มงานเฉลิมฉลองของวันนี้กันเถอะ เชิญทุกคนไปที่ห้องประชุมกันก่อนดีกว่าค่ะ … ”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้โบกมือขัดจังหวะคำพูดของเธอ แล้วพูดว่า “ประธานหลินจะไปประชุมกับคุณ ส่วนผมจะต้องดูแลลูกน้อยทั้งสองคน ! ”
ในขณะที่พูด เขาก็เข้าไปอุ้มเจียงอันจากอ้อมแขนของหลินเจียอิน
เดิมทีเขาอุ้มเจียงห่าวอยู่ แต่ตอนนี้เขาอุ้มเจียงห่าวไว้ในแขนข้างซ้าย ส่วนเจียงอันไว้ในแขนข้างขวา
ทันใดนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับผู้คนมากมาย เด็กน้อยทั้งสองคนอย่างเจียงอันและเจียงห่าวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขในอ้อมแขนของเจียงเสี่ยวไป๋
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตกลงค่ะ ! ”
จากนั้นเธอก็เรียกหลินเจียอินไปที่ห้องประชุมทันที
เมื่อวานนี้เจียงเสี่ยวไป๋ได้พูดคุยกับเธอและหลินเจียอินว่าหลังจากวันนี้ไป เขาจะไม่มีส่วนร่วมในการบริหารบริษัทอีกต่อไปและจะเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น
เขาได้วางแผนสำหรับเรื่องนี้ไว้นานแล้วว่าเขาจะวางมือและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามแผนการที่เขาได้เตรียมไว้ล่วงหน้า ส่วนเจียงเจียกรุ๊ปทั้งหมดก็จะปล่อยให้หลินเจียอินและเมิ่งเสี่ยวเป่ยช่วยกันดูแล
หลังจากที่หลินเจียอิน, เมิ่งเสี่ยวเป่ย, เฉินหยวนเฉา และคนอื่นเดินไปที่ห้องประชุมกันหมดแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ทักทายเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ “พ่อครับ แม่ครับ เราไปที่ชั้นบนสุดกันเถอะครับ ! ”
เขามีบ้านอีกหลังหนึ่งอยู่ที่ชั้นบนสุดของอาคารชิงโจว ซึ่งได้รับการตกแต่งพร้อมใช้งานมานานแล้ว แต่เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ยังไม่เคยได้มาที่นี่สักครั้ง
ดังนั้นวันนี้เขาจึงตั้งใจที่จะพาพ่อมาดูบ้านใหม่ของเขา
“วันนี้แกจะไม่เข้าร่วมงานใหญ่แบบนี้จริง ๆ เหรอ ? ” เจียงไห่หยางมองดูลูกชายของเขาและถามออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อมีลูกสะใภ้ที่มีความสามารถอยู่แล้ว ก็ควรปล่อยให้ลูกชายของพ่อได้ขี้เกียจกับเขาบ้างเถอะครับ ! ต่อจากนี้ผมจะได้มีเวลาอยู่กับพ่อให้มากขึ้น ! ”
เจียงไห่หยางเบ้ปากของเขา เดิมทีชายชราอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่สุดท้ายเขาก็ได้กลืนคำพูดนั้นลงไป
ลูกชายมีความคิดของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมาก เขาแค่พูดว่า “ทำไมแกถึงจะพาพวกฉันขึ้นไปชั้นบนสุดล่ะ แกพาอันอันและห่าวห่าวไปที่นั่นเถอะ แม่ของแกกับฉันจะลงไปชั้นล่างเพื่อดูว่าประตูของห้างสรรพสินค้าเปิดแล้วยัง ? ”
เมื่อเขามา เขาก็เห็นผู้คนจำนวนมากมาอออยู่หน้าอาคารชิงโจว เขาก็อดไม่ได้ที่จะอยากไปร่วมสนุกกับเขาด้วย
หวังซิ่วจวี๋ก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน
เธอได้เห็นโฆษณาและบอกว่าวันนี้ไม่เพียงแต่มีส่วนลดและการจับรางวัลมากมายเท่านั้น แต่ยังมีการแสดงที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบหยุดพวกเขาอย่างรวดเร็ว “พ่อครับ แม่ครับ ไว้เราค่อยไปที่นั่นกันทีหลังก็ได้…”
ตอนนี้มีคนมากเกินไป แม้ว่าจะมียามรักษาความปลอดภัยในงานทุก ๆ พื้นที่ แต่หากเกิดการจราจลขึ้นมาก็คงไม่ดีนัก
เขาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพ่อแม่ด้วย
แต่หลังจากการพูดคุยกันมากมาย ในที่สุดเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ยอมเชื่อฟังเจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นเขาก็พาผู้เฒ่าทั้งสองขึ้นไปที่ชั้นบนสุด
ทันทีที่พวกเขามาถึงชั้นบนสุด เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ต้องตกใจกับการออกแบบสวนลอยฟ้า เพราะมันดูไม่เหมือนกับดาดฟ้าของอาคารเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีศาลาและสวนดอกไม้ รวมทั้งต้นไม้ใหญ่อีกด้วย และแม้แต่สระน้ำกลางแจ้งก็ยังมีครบครัน
ที่นี่ไม่ต่างจากสวนสาธารณะขนาดเล็กเลย
เมื่อมาถึงที่นี่ เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ยังไม่ได้เข้าไปในตัวบ้านเลยด้วยซ้ำ พวกเขามัวแต่เดินเล่นไปรอบ ๆ สวนด้วยความตื่นตาตื่นใจ ดูนั่นทีดูนี่ที เพราะว่าพวกเขาชอบสวนบนนี้มาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขามายืนอยู่ข้างรั้วกั้น และมองออกไปไกล มันสามารถมองเห็นเมืองชิงโจวได้เกือบทั้งหมด ทำให้เขารู้สึกราวกับว่ากำลังยืนมองเมืองทั้งเมืองอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“พ่อ ดูนั่น ! ”
“พ่อ……”
แม้แต่เด็กน้อยสองคน เจียงอันและเจียงห่าวก็อดไม่ได้ที่จะถูกทิวทัศน์ที่สวยงามนั้นดึงดูด พวกเขาตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้นในอ้อมแขนของเจียงเสี่ยวไป๋ และดูเหมือนว่าทั้งคู่จะชอบสถานที่นี้มาก
เมื่อพ่อแม่และลูก ๆ ของเขาต่างก็ชอบที่นี่ มันจึงทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเช่นกัน
สำหรับเขา การเกิดใหม่คือการชดเชยความเสียใจในชีวิตที่แล้วและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัว
ดังนั้น แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัท และเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ชิงโจว แต่เขาก็ยังอยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่า และไม่ได้อยากใส่ใจกับการประชุมของคณะกรรมการภายในบริษัทมากนัก
ที่ห้องประชุมชั้นล่าง นอกจากหลินเจียอินประธานเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว ก็ยังมีประธานบริษัทของทั้ง 36 บริษัทที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ ตลอดจนกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงอีกหลายร้อยคน มาร่วมประชุมด้วย จึงทำให้การประชุมเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่เพียงแต่สำหรับความสำเร็จที่เกิดขึ้นในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นด้วย
ปัจจุบัน มีพนักงานมากกว่าร้อย คนรับผิดชอบบริษัทในเครือทั้งหมด 36 แห่ง ไม่เพียงแต่ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพในขณะนี้ แต่ยังรวมถึงรูปแบบของอุตสาหกรรมในอนาคตด้วย ภายใต้การแนะนำของเจียงเสี่ยวไป๋ที่เป็นผู้วางแผนและออกแบบโมเดลธุรกิจ ทำให้ผู้บริหารบริษัทเหล่านี้จะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอนาคต และพอถึงตอนนั้น ทั้งชื่อเสียง ผลประโยชน์ เกียรติยศ…ความมั่งคั่งนับไม่ถ้วนจะตามมา ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
ในการประชุมนี้ ทั้งเมิ่งเสี่ยวเป่ย, เฉินหยวนเฉา, เจียงเสี่ยวเยว่, เฉินอันผิง, หลินเจียจวิน, หวังผิง… ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างร้อนแรงและจินตนาการถึงภาพความสำเร็จของตัวเองในอนาคต
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เห็นว่าการประชุมชั้นล่างเป็นอย่างไรบ้าง แต่เขาก็พอจะสามารถจินตนาการได้ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ความกังวลของเขาอีกต่อไป หลังจากอยู่กับพ่อแม่ในสวนกลางแจ้งสักพัก เขาก็พาผู้เฒ่าทั้งสองเข้าไปเยี่ยมชมในตัวบ้าน
บ้านที่เจียงวานเป็นบ้านสไตล์คฤหาสน์โบราณเก่าแก่ ในขณะที่บ้านที่นี่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นล้วน ๆ แม้จะดูไม่ใหญ่โตโอ่อ่า แต่ก็ให้ความรู้สึกที่หรูหราและอบอุ่นทันทีที่เข้ามา
เฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องถูกสร้างขึ้นตามจินตนาการของเจียงเสี่ยวไป๋ นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังใช้งานได้จริงอีกด้วย และยังมีฟังก์ชั่นอัจฉริยะมากมาย จนทำให้เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ชอบที่นี่เป็นอย่างมากหลังจากที่ได้สัมผัสมัน
เจียงเสี่ยวไป๋จึงบอกพวกเขาว่า วันนี้ทุกคนจะนอนพักที่นี่ และไปที่วิลล่าซึ่งอยู่ไม่ไกลในวันพรุ่งนี้
เขายังบอกพ่อแม่ของเขาว่าสไตล์การตกแต่งของวิลล่าก็แตกต่างไปจากที่นี่ เพราะการตกแต่งที่นั่นอลังการและหรูหรามากกว่า เนื่องจากว่ามีพื้นที่มากกว่า
เมื่อได้ฟัง เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ต่างก็ตื่นเต้นและรอคอยที่จะได้เห็นมัน
“จริง ๆ แล้วเราก็มีบ้านอยู่ที่บ้านเกิด แค่บ้านหลังเดียวก็พอแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อวิลล่าก็ได้…” แม้เจียงไห่หยางจะพูดออกมาเช่นนี้ แต่ที่จริงแล้วเขาก็ดีใจมาก
เจียงเสี่ยวไป๋จึงยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร ก่อนส่งเจียงอันและเจียงห่าวให้เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋อุ้มต่อ แล้วพูดว่า “พ่อกับแม่ดูทีวีรออยู่ที่บ้านก่อนนะครับ ผมจะไปรับเสี่ยวเหล่ย เสี่ยวหยู และชานชานกลับมาก่อน”
“เดี๋ยวฉันกับแม่ของแกจะดูแลทั้งสองให้เอง แกไม่ต้องกังวลเรื่องนี้” เจียงไห่หยางพยักหน้าและโบกมือ
วันนี้ถือเป็นวันดีที่ทั้งครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หวังซิ่วจวี๋จึงมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ทุกคนกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันหมด มีเพียงเสี่ยวชิงเท่านั้นที่ไม่ได้กลับมา……”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า *แม่ ไม่ต้องกังวล ผมให้เสี่ยวชิงขึ้นเครื่องบินกลับมาตอนเที่ยงนี้แล้วครับ ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังซิ่วจวี๋ก็รู้สึกมีความสุขมาก
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ไปรับเจียงเสี่ยวเหล่ย, เจียงเสี่ยวหยู และเจียงชานกลับมาแล้ว พวกเขาทั้งสามก็ตื่นตาตื่นใจมากเมื่อเห็นสวนลอยฟ้า เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกพึงพอใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเขาเห็นความสุขของน้องชาย น้องสาว และลูกสาวของเขา
ในตอนเที่ยง สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดก็มีชีวิตชีวามากกว่าเดิม ไม่เพียงแต่พ่อตาและครอบครัวของเขาจะมาเท่านั้น แต่จางเสี่ยวชุ่นยังไปรับเจียงเสี่ยวชิงและหลินเจียลี่มาด้วย ส่วนมู่เสี่ยวหวานและครอบครัวของเธอก็มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นกัน
“ป้ารองก็มาด้วยเหรอครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงประหลาดใจกับการมาถึงของมู่เสี่ยวหวาน ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่ามู่เสี่ยวหวาน หลินเจียปิง และคนอื่นก็จะมาที่ชิงโจวด้วย
มู่เสี่ยวหวานยิ้มและพูดว่า “ไม่เพียงแต่ป้าที่มา แต่ลุงรองของหลานก็มาด้วย ! ”
แม้ว่านี่จะเป็นการประชุมครั้งแรกของผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดหลังจากบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือการเปิดโรงแรมและห้างสรรพสินค้าพร้อมกัน ทั้งที่เขาไม่ได้เชิญหลินต้ากั๋ว แต่เขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าหลินต้ากั๋วก็จะมาด้วย
“ลุงรองก็มาด้วยเหรอครับ งั้นผมควรจะไปรับเขาที่สนามบินใช่ไหม ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ไม่จำเป็น ! ” มู่เสี่ยวหวานกล่าวด้วยรอยยิ้ม “คราวนี้เขาได้รับการต้อนรับจากเมืองชิงโจวแล้ว เพียงแต่เขาไม่ได้แจ้งให้หลานทราบโดยเฉพาะ ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เข้าใจและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นไว้ผมค่อยไปทักทายลุงรองในภายหลังดีกว่าครับ”
ในแผนเดิม ผู้นำหลักของเทศบาลชิงโจวจะเข้าร่วมพิธีเปิดโรงแรมห้าดาวและห้างสรรพสินค้าด้วย เมื่อถึงตอนนั้น หลินต้ากั๋วก็คงจะมาร่วมงานที่นี่อย่างแน่นอน
หากเป็นเพียงผู้นำของเทศบาลเมืองชิงโจวที่มาร่วมงาน เจียงเสี่ยวไป๋ก็คงจะไม่ออกไปต้อนรับ แต่ในเมื่อหลินต้ากั๋วมาที่นี่ด้วย มันคงดูไม่เหมาะสมหากว่าเขาไม่ออกไปต้อนรับเลย
มู่เสี่ยวหวานยิ้มและพูดว่า “ไม่เพียงแต่ลุงรองของหลานเท่านั้นที่มาที่นี่ แต่ลุงใหญ่ของหลานก็จะมาที่นี่ด้วยในตอนเย็น”
อ่า…
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าลุงใหญ่ของเขาก็จะมาด้วย
มู่เสี่ยวหวานมองดูท่าทางประหลาดใจของเจียงเสี่ยวไป๋ ก็พูดออกมาว่า “เสี่ยวไป๋ คืนนี้หลานคงจะต้องไปรับลุงใหญ่ของหลานด้วยตัวเองแล้วแหละ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “ในเมื่อลุงมาที่นี่แล้ว ผมก็ควรจะไปรับเขา ! ”
มู่เสี่ยวหวานได้ยินดังนั้น จึงพูดอย่างเคร่งขรึม “เสี่ยวไป๋ ไม่ใช่แค่ลุงของหลานมาที่นี่เพียงคนเดียว แต่เขายังพาอีกคนมาด้วย ! ”
“เพราะมาหาผมเหรอครับ……” เจียงเสี่ยวไป๋ตกใจมากจนไม่สามารถปิดปากได้
ด้วยสถานะของหลินต้าจ้าวแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะมาที่นี่อย่างแน่นอน นั่นก็แสดงว่ามีคนที่ใหญ่กว่าหลินต้าจ้าวอยากมาร่วมงานนี้อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างแล้ว มู่เสี่ยวหวานก็พูดอย่างเคร่งขรึม “ลุงรองของหลานขอให้ป้ามาบอกหลานโดยเฉพาะ”
ซี๊ด…
เมื่อได้ยินคำยืนยันของมู่เสี่ยวหวาน เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความประหม่า
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าผู้นำอันดับหนึ่ง จะมา
นั่นคือหัวหน้านักวางแผนที่แท้จริง และเขาซึ่งเป็น ‘หัวหน้านักวางแผน’ ที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยได้นิยามไว้ไม่สามารถเทียบได้อย่างสิ้นเชิง
หลังจากที่ตกตะลึงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น ลุงรองไม่ได้บอกเรื่องสำคัญเช่นนี้กับเขาล่วงหน้า ซึ่งทำให้เขาไม่ได้เตรียมการอะไรไว้เลย และที่สำคัญก็ไม่ได้เตรียมตัวด้วย
เนื่องจากการมาถึงของหัวหน้านักวางแผน, หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และคนอื่น ทำให้แผนการเดิมหลายอย่างที่เขาได้วางเอาไว้เปลี่ยนไปเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่กระทบต่อการเฉลิมฉลองและพิธีเปิดโรงแรมห้าดาวและห้างสรรพสินค้าของเขาแต่อย่างใด
ท้ายที่สุด ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วคงจะไม่ปรากฏตัวในงานเฉลิมฉลองเชิงพาณิชย์เช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหัวหน้านักวางแผนเลย
และก็เป็นไปตามคาด ในตอนเย็น หัวหน้านักวางแผนได้มาขอพบเขาและหลินเจียอินเป็นการส่วนตัว พร้อมด้วยพี่น้องทั้งสามคนอย่างหลินต้าจ้าว หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ย จากนั้นก็พูดคุยกันนานกว่าสองชั่วโมงในห้องสวีทของโรงแรมห้าดาว
ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างมาก ที่หัวหน้านักวางแผนสามารถพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ได้นานขนาดนี้
ไม่เพียงเท่านั้น หลังการประชุม หัวหน้านักวางแผนยังได้ไปเดินถนนนักชิมกับพวกเขาด้วยความสนใจเป็นอย่างมากอีกด้วย
แน่นอนว่าการไปถนนนักชิมในครั้งนี้ ก็เป็นการไปแบบเงียบ ๆ นอกจากพวกเขาเพียงไม่กี่คนและบอดี้การ์ดแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย
“เมื่อฉันมาถึงถนนนักชิม ฉันก็อยากจะเป็นนักชิมเหมือนกัน ! ”
จนกระทั่งหลินต้าจ้าวติดตามหัวหน้านักวางแผนกลับไปพักผ่อน เสียงหัวเราะของชายชราผู้ใจดีคนนี้ก็ยังคงดังก้องอยู่ในใจของเจียงเสี่ยวไป๋
การยืนยันของชายชราทำให้เขารู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดที่เขาได้ทำมาในชีวิตนี้ ไม่สูญเปล่า และมันก็คุ้มค่าที่จะมีชีวิตอีกครั้ง
ส่วนคนที่ตกตะลึงที่สุดคือหลินเจียอิน
เธอไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะได้มีโอกาสมาติดตามหัวหน้านักวางแผนและได้พูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวเช่นนี้
หัวหน้านักวางแผนยังกล่าวเป็นการส่วนตัวด้วยว่า ด้วยความมั่งคั่งที่สร้างขึ้นโดยบริษัทในเครือมากกว่าสามสิบแห่งที่เธอบริหารอยู่ ในอนาคตจะทำให้ประเทศจีนได้ตระหนักถึงความเจริญรุ่งเรืองของผู้คน และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเกิดอย่างแท้จริง และตอนนี้เธอยังจะกลายเป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศอีกด้วย
“สามี ขอบคุณมากนะ ! ”
ในสวนลอยฟ้าชั้นบนสุดของอาคารชิงโจว ภายใต้แสงจันทร์สุกสว่าง หลินเจียอินโน้มตัวเข้าหาเจียงเสี่ยวไป๋และพูดขอบคุณเขาอย่างเสน่หา
เธอรู้ดีว่าอาชีพและความสุขที่เธอมีในวันนี้ ล้วนได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงและความสามารถของชายคนนี้ทั้งนั้น และเขายังตามใจเธอทุกอย่างจริง ๆ !