ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 717 สัมภาษณ์ยามดึก
ตอนที่ 717 สัมภาษณ์ยามดึก
บ้านเก่าของเจียงไห่เทียนถูกรื้อถอน เพราะเจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจวกำลังสร้างบ้านใหม่บนที่ดินเดิม
ดังนั้น ตอนนี้เจียงไห่เทียนจึงมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่าของเจียงเสี่ยวไป๋ ส่วนเจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจวก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่าของเจียงไห่หยาง
เจียงเสี่ยวไป๋เดินไปที่ประตูบ้านหลังเก่าของเขาก็เห็นว่าประตูปิดอยู่และไม่มีแสงไฟในบ้าน เขาจึงเดาว่าลุงของเขาคงไปดูทีวีกับเจียงเสี่ยวจี๋และคนอื่น
เขายืนอยู่ในลานบ้านและรู้สึกคิดถึงที่นี่อยู่บ้าง
ขณะที่กำลังจะไปหาลุง จู่ ๆ ประตูบ้านของเพื่อนบ้านอย่างหูฉางจวินก็เปิดออก หูฉางจวินออกมาและถามว่า “นั่นใช่เสี่ยวไป๋หรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หันกลับมาและสาดไฟฉายส่องไป “ฉางจวิน ฉันเอง”
หูฉางจวินเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “นายมาหาลุงไห่เทียนใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นายมาได้ทันเวลาพอดี ฉันจะคุยกับนายพอดี ไปหาลุงกับฉันก่อนสิ”
หูฉางจวินประหลาดใจเล็กน้อย “นายมีเรื่องจะคุยกับฉันงั้นเหรอ เกิดอะไรขึ้น ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันแค่อยากถามเรื่องผักในเรือนกระจกของนายและชาวบ้านน่ะ”
หูฉางจวินยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ ฉันจะเล่าให้ฟัง”
ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันในขณะที่พวกเขาเดินไปหาเจียงไห่เทียน
ผักที่ปลูกครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพริก มะเขือเทศ ถั่ว และมะเขือยาวในโรงเรือนกระจกของหูฉางจวินโตเต็มที่แล้ว เขาเริ่มเก็บบางส่วนเอาไปขายที่ตลาดผักในเมือง ซึ่งได้ราคาดีมาก
ขณะที่พวกเขาพูด ทั้งสองก็มาถึงบ้านเก่าของเจียงไห่หยางแล้ว
หูฉางจวินเคาะประตู และไม่นานเจียงเสี่ยวโจวก็มาเปิดประตู เมื่อเห็นว่าเป็นหูฉางจวินและเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็ทักทายออกมาว่า “เสี่ยวไป๋ นายมาที่นี่ทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมมาเพื่อพูดคุยกับทุกคนนี่แหละ”
“มาคุยกันในบ้านเถอะ ! ” เจียงเสี่ยวโจวเชิญทั้งสองคนเข้าไปในบ้าน เขาปิดประตูแล้วเดินไปที่ห้องหลุมไฟด้วยกัน
แม้ว่าพวกเขาจะซื้อโต๊ะหลุมไฟแล้ว แต่สถานที่สำหรับให้ความอบอุ่นแก่พวกเขาก็ยังเป็นห้องหลุมไฟเหมือนเดิม เจียงไห่เทียน จ้าวเต๋อหรง เจียงเสี่ยวจี๋และคนอื่นอยู่ในห้องนี้กันหมด ทั้งครอบครัวก็กำลังดูทีวีไปด้วย
“เสี่ยวไป๋ นั่งก่อนสิ ! ”
“ฉางจวิน มานั่งนี่สิ ! ”
เจียงไห่เทียนและจ้าวเต๋อหรงต่างยืนขึ้นเพื่อทักทายพวกเขา
“สวัสดีครับลุงใหญ่ ! ”
“สวัสดีครับป้าสะใภ้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายพวกเขาและนั่งลงที่โต๊ะหลุมไฟ
หูฉางจวินยังทักทายเจียงไห่เทียนและคนอื่น ก่อนจะนั่งลงข้างเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวจี๋ส่งบุหรี่ไปให้ทั้งสองคนแล้วพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ทำไมนายถึงมาในเวลานี้ได้ เกิดอะไรขึ้น ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมาโดยไม่อ้อมค้อมว่า “พอดีผมจะไปเทียนจิงวันมะรืนนี้ ตั้งใจว่าจะไปหาตลาดขายผักนอกฤดูที่นั่น”
เมื่อเจียงไห่เทียน เจียงเสี่ยวโจวและคนอื่นได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้าง หูฉางจวินกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ ที่แท้นายกำลังจะไปเทียนจิงเพื่อเปิดตลาดให้พวกเรานี่เอง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ยิ่งเป็นเมืองใหญ่ ผักนอกฤดูของเราก็ยิ่งมีราคาแพงมากขึ้น”
“คนในเมืองใหญ่ได้ค่าจ้างที่สูง และมีกำลังซื้อของราคาแพงได้ ! ” เจียงไห่เทียนพยักหน้า
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมถึงอยากมาถามแต่ละครัวเรือนก่อนที่จะออกเดินทาง” หลังจากนั้น เขาก็พูดกับเจียงเสี่ยวโจว “พี่เสี่ยวโจว ไปเรียกทุกคนแถวนี้มาให้ผมหน่อยได้ไหม ผมอยากถามพวกเขาเหมือนกัน”
“ได้สิ ! งั้นรอเดี๋ยวนะ” เจียงเสี่ยวโจวตอบรับและลุกขึ้นออกไปทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ถามเจียงเสี่ยวจี๋อย่างละเอียดเกี่ยวกับประเภท ปริมาณ และระยะเวลาการเก็บเกี่ยวของผักที่ปลูก
เขายังหยิบสมุดบันทึกเล็ก ๆ ออกมาเขียนข้อมูลลงไปด้วย
ไม่อย่างนั้นเขาจะจำไม่ได้ เพราะมีคนปลูกผักเป็นจำนวนมาก
หลังจากถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในครอบครัวของเจียงเสี่ยวจี๋แล้ว เจียงเสี่ยวโจวก็กลับมาพร้อมกับเจียงไห่โป เจียงไห่เฉิง และคนอื่น
หลังจากทักทายกันสั้น ๆ พวกเขาก็เข้าประเด็นทันที
หลังจากถามเจียงไห่โปแล้ว เขาก็พูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันขอกลับก่อนนะ จะได้ไปบอกข้างบ้านให้มาบอกข้อมูลกับนายด้วย”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ดีเลย หากใครให้ข้อมูลแล้วก็กลับไปเรียกคนอื่นมาต่อ จะได้ไม่เสียเวลารอ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเขาเองก็คิดว่าวิธีนี้ดีเหมือนกัน
ดังนั้น เขาจึงอยู่ที่บ้านของเจียงไห่เทียน จากนั้นเจียงไห่เฉิง เจียงไห่ชวน เจียงไห่กุ้ย และคนอื่นก็ทยอยเข้ามาให้ข้อมูลและออกไป
ต่อมา แม้แต่เฉินหยวนชางและคนอื่นที่เขาได้ไปบอกก่อนหน้านี้ก็ได้มาให้ข้อมูลกับเขาที่นี่ด้วยเช่นกัน
ชาวบ้านในเจียงวานมีมากกว่าร้อยครัวเรือน เมื่อทุกมาให้ข้อมูลเสร็จ เวลาก็เลยช่วงเที่ยงคืนไปแล้ว
แต่ก็ไม่มีใครบ่น พวกเขาทั้งหมดเดินทางไปที่บ้านของเจียงไห่เทียนทีละคนด้วยความเต็มใจ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น แต่เพราะพวกเขาก็ให้เกียรติเจียงเสี่ยวไป๋ด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ต้องอดหลับอดนอนไปด้วย แล้วพวกเขาจะบ่นอะไรได้อีกล่ะ !
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยืดตัวและหาวออกมา “นี่มันก็ดึกมากแล้ว ผมควรกลับบ้านสักที ลุงกับป้าเองก็ควรไปนอนได้แล้วนะครับ”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล นี่มันก็ตีหนึ่งแล้ว ฉันว่าจะทำเต้าหู้ กินก่อนแล้วก็กลับบ้านดีกว่า”
จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้ยินประโยคนี้
คนเรานี้ก็แปลก เวลาเข้านอนปกติจะไม่รู้สึกหิว แต่ถ้านอนดึก จะชอบหิวก่อนเข้านอนทุกที
“เอาล่ะ งั้นกินก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
ไม่นานหลังจากนั้น จ้าวเต๋อหรงก็เสิร์ฟซุปฟองเต้าหู้ชามใหญ่ โรยหน้าด้วยผักชีและพริกเขียว และมีไข่ลวกสองฟอง
เมื่อก่อนในช่วงฤดูหนาวแบบนี้จะไม่มีพริกสดให้ทานกันแล้ว แต่ตอนนี้เนื่องจากพวกเขาสามารถปลูกผักนอกฤดูกาลได้ ทำให้พวกเขามีผักกินอย่างหลากหลาย
“ขอบคุณครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเธอ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาและกินอย่างเอร็ดอร่อย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขากินพริกเขียวที่ปลูกในเรือนกระจกหลังจากที่เขากลับมาเกิดใหม่ ซึ่งเขาคิดว่าพริกเขียวนี้มีรสชาติค่อนข้างดีเลยทีเดียว
หลังจากกินฟองเต้าหู้เสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวลา และขอตัวออกมา
จ้าวเต๋อหรงเอาพริกเขียว ถั่ว มะเขือยาว และกะหล่ำปลีใส่ถุงให้เขาเอากลับบ้านไปด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูมัน เขารับมาโดยไม่คิดที่จะปฏิเสธ และขอบคุณพวกเขาอีกครั้ง
จ้าวเต๋อหรงจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มันก็แค่ผัก จะเกรงใจกันทำไม ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นผมไม่เกรงใจละนะ ในตอนเช้าของวันมะรืนนี้ ป้าช่วยผมเตรียมผักแต่ละชนิดที่มีอยู่ในหมู่บ้านอย่างละหนึ่งถึงสองกิโลกรัม แพ็คแยกกันให้ผมที ผมจะเอาไปที่เจียงเฉิง”
จ้าวเต๋อหรงเห็นด้วยทันที “เอาล่ะ ป้าจะเตรียมมันให้ตั้งแต่เช้าตรู่เลยละกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ไม่ต้องล้างทำความสะอาดนะครับ”
จ้าวเต๋อหรงยิ้ม “ป้ารู้ ไม่ต้องกังวล กลับไปนอนพักได้แล้ว ไม่กี่ชั่วโมงก็จะรุ่งเช้าแล้ว”
หลังจากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินกลับบ้านไป
พอถึงบ้าน เขาก็อาบน้ำแล้วเข้านอนทันที
วันรุ่งขึ้น หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในเมือง เขาก็ไปพบกับนายกเทศมนตรีจางและบอกให้อีกฝ่ายฟังเกี่ยวกับการเดินทางไปเทียนจิงของเขา
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “เป็นเรื่องดีที่คุณจะไปเปิดตลาดขายผักนอกฤดู ไม่ต้องกังวล ฉันจะให้คนไปสืบสถานการณ์ในเมืองอื่น ๆ มาให้ ถึงตอนนั้นคุณค่อยโทรหาฉันแล้วกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
เมื่อส่งออกผักนอกฤดูแล้ว ผลผลิตของหมู่บ้านหนึ่งในเจียงวานก็ไม่เพียงพอ ผักเรือนกระจกทั้งหมดที่พัฒนาในเมืองจะต้องรวมศูนย์และขาย
หลังจากพูดคุยธุระกับนายกเทศมนตรีจางแล้ว เขาก็ออกไปและมุ่งหน้าไปยังโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกต่อ
พรุ่งนี้เขาจะออกเดินทางแล้ว และไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร ดังนั้นเขาต้องเข้าไปสั่งงานบางอย่างกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยก่อน
เมิ่งเสี่ยวเป่ยได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋พูดว่าเขากำลังจะไปที่เทียนจิง เธอจึงถามไปว่า “แล้วคุณเคยไปเทียนจิงมาก่อนไหม ? ”
ในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาคุ้นเคยกับเทียนจิงมาก แต่เขาไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดใหม่
เขาจึงส่ายหัวและตอบว่า “ไม่เคย ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เทียนจิงนั้นอาจแย่กว่าเมืองชิงโจวของเราด้วยซ้ำ ถ้าคุณไม่มีคนรู้จัก ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เอาแบบนี้แล้วกัน พอคุณไปถึงเทียนจิง คุณก็ไปหา……”