ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 795 ลักจำมา
ตอนที่ 795 ลักจำมา
ร้านสปาเท้าในเจี้ยนหยาง หลินเจียเหว่ยเป็นคนเปิด แต่ตอนนี้หลินเจียเหว่ยไม่ได้อยู่ในเจี้ยนหยาง เพราะเธอกำลังมาเรียนขับรถที่โรงเรียนสอนขับรถชิงโจว
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
หลังจากที่หานหยุนอิงหาร้านให้แล้ว เฉินอี้เฟยก็เริ่มออกแบบและตกแต่งร้าน
เฉินซินเข้าใจสถานการณ์เหล่านี้ทั้งหมด เธอจึงรายงานออกมาว่า “ตามที่เฉินอี้เฟยบอกมา การปรับปรุงร้านสปาเท้าในเจี้ยนหยางจะเสร็จก่อนสิ้นปี แต่คาดว่าจะเปิดตอนต้นปีหน้า”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า ร้านสปาเท้าในเจี้ยนหยางมีขนาดไม่ใหญ่นัก มีเพียง 16 ห้องเท่านั้น ความคืบหน้าจึงเร็วกว่าร้านในเจียงเฉิง
“แล้วที่นั่นเริ่มรับสมัครพนักงานนวดหรือยัง ? ”
เฉินซินกล่าวว่า “ฉันเพิ่งติดต่อพี่หานไปเมื่อวานนี้ เธอบอกว่าเธอรับสมัครได้เพียงห้าคนเท่านั้น ซึ่งยังไม่เพียงพอค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ประหลาดใจ “ทำไมถึงได้คนน้อยแบบนี้ ? ”
เฉินซินกล่าวว่า “พี่หานบอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะรับสมัครคนในช่วงปลายปี และฉันได้ยินมาว่าตอนนี้คนจำนวนมากในพื้นที่ชนบทของเจี้ยนหยางไม่คิดที่จะออกมาหางานทำแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋อดสงสัยไม่ได้ว่าค่าจ้างในร้านสปาเท้าไม่ได้ต่ำเลย ทำไมถึงไม่มีใครมาสมัคร ?
เมื่อถามถึงข้อสงสัยนี้ เฉินซินก็กล่าวว่า “พี่หานบอกว่าหมู่บ้านต่างๆ ในเจี้ยนหยางกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมครัวเรือนจำนวนมาก เช่น การปลูกผักเรือนกระจก การประมง การป่าไม้ และการเกษตร ส่วนบางคนก็เป็นลูกจ้างของโรงงานไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในเมือง สรุปก็คือไม่มีใครอยากออกมาทำงานข้างนอก”
หลังจากได้ยินแบบนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยสีหน้าขมขื่น
เขาเปิดโรงงานเมล็ดแตงโมห้ารส โรงงานเค้กที่รัก โรงงานเยลลี่ โรงงานอาหารกระป๋อง และวิสาหกิจไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในเจี้ยนหยาง ซึ่งทำให้พื้นที่ชนบทของเจี้ยนหยางคึกคัก ชาวบ้านยุ่งอยู่กับการทำฟาร์ม ปลูกผักและไม้ผล ขนาดแรงงานที่บ้านยังแทบไม่พอ แล้วแบบนี้จะมีใครเข้ามาทำงานในเมืองอีก ?
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มาจากเขา !
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างช่วยไม่ได้
แต่การหาพนักงานนวดในเจี้ยนหยางยังมีวิธีอื่นอีก
โชคดีที่เรื่องนี้ไม่เร่งด่วนเท่าไหร่ รอจนกว่าเขาไปที่เจี้ยนหยางครั้งต่อไป แล้วค่อยหาวิธีกันอีกที
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เจียงเฉิงได้รับสมัครพนักงานนวดจำนวนมาก เราต้องเอาพนักงานนวดจากที่นี่ไปสอนที่นั่น 3 คน พี่เจียหงเลือกหยวนหยวนไปคนหนึ่งแล้ว คุณคิดว่าอีกสองคนควรจะเป็นใครดี ? ”
ในร้านสปาเท้า พนักงานนวดที่เขาติดต่อด้วยมากที่สุดคือ หยวนหยวน จางหงหยู และเฉินเจีย เขาไม่รู้จักพนักงานนวดคนอื่นดีนัก เฉินซินรับผิดชอบดูแลที่นี่ เรื่องนี้เขาควรให้เธอเป็นคนตัดสินใจ
เฉินซินกล่าวว่า “หลังจากที่พวกเธอไปที่นั่น พวกเธอจะได้ไปเป็นผู้จัดการร้านใช่ไหมคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ตอนที่พวกเธอมาสมัคร ฉันบอกพวกเธอว่าตราบใดที่พวกเธอมีความสามารถ พวกเธอสามารถเป็นผู้จัดการร้านได้ในอนาคต”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ เขาก็หยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อ “แต่ถ้าพวกเธอไม่สามารถเป็นผู้จัดการร้านได้ ก็เป็นพนักงานนวดต่อไป แต่สิ่งที่จำเป็นตอนนี้คือให้พวกเธอไปฝึกพนักงานนวดคนใหม่ก่อน”
เฉินซินยิ้ม “ฉันรู้มานานแล้วว่าคุณถือว่าสถานที่แห่งนี้เป็นทั้งจุดต้อนรับของบริษัทและเป็นเหมือนสถาบันหลักของพนักงานนวดด้วย ดังนั้นนอกเหนือจากการทำงานเป็นพนักงานนวดในวันธรรมดาแล้ว ฉันยังให้พวกเธอเรียนรู้วิธีจัดการบริหารร้านสปาเท้าแห่งนี้ด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเฉินซินด้วยความประหลาดใจ “โอ้ สาวน้อยคนนี้ช่างมีความคิดที่ดีเลยทีเดียว”
เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ไม่เลว เธอกำลังฝึกให้พวกเธอเตรียมพร้อมอยู่ ! ”
ใบหน้าของเฉินซินเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่เธอก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่ค่ะ วิธีการพวกนี้ฉันก็เรียนรู้มันมาจากการแอบดูคุณนั่นแหละ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบยกมือขึ้นเพื่อหยุดเธอ เพราะคำพูดเหล่านี้ฟังดูคลุมเครือเกินไปแล้ว !
คุณหมายถึงอะไร ที่บอกว่าเรียนรู้มาจากการแอบดู ?
เห็นได้ชัดว่าคุณเป็นผู้ช่วยภรรยาของฉันมาครึ่งปีแล้วใช่ไหม ?
แต่ช่วงหกเดือนที่ผ่านมานี้ก็เหมือนเขากำลังสอนงานเธอด้วยตนเองนั่นแหละ
และก็ไม่ใช่เรื่องผิด ที่จะบอกว่าเธอเรียนรู้มันมาจากเขา
เขาเปลี่ยนหัวข้ออย่างรวดเร็วและพูดว่า “บอกฉันหน่อยว่าคุณได้สอนให้พวกเธอบริหารจัดการร้านสปาเท้าอย่างไรบ้าง ? ”
เฉินซินพูดด้วยความเขินอาย “ฉันไม่ได้สอนอะไรมากมาย มันเป็นเพียงบางสิ่งที่คุณมักจะขอให้ฉันใส่ใจ ฉันจึงเน้นย้ำกับพวกเธอซ้ำ ๆ จากนั้นก็บอกให้พวกเธอเน้นสื่อสารกันเป็นหลัก เสริมความแข็งแกร่งในการบริการของพวกเธอ ตระหนักรู้และบริการลูกค้าให้ดีที่สุด ตั้งแต่ที่ลูกค้าเข้าร้านมาจนกระทั่งพวกเขาออกร้านไป”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า ที่จริงแล้วร้านสปาเท้าไม่ใช่มีแค่นวดเท้าโดยเฉพาะ แต่ยังเป็นร้านน้ำชาและอาหารว่างง่าย ๆ ซึ่งจะเน้นเรื่องการบริการลูกค้าเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ที่นี่ไม่เหมือนกับร้านสปาเท้าที่เปิดในเจียงเฉิงและเจี้ยนหยาง ตรงที่ร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ไม่จำเป็นต้องเน้นเรื่องการบริการลูกค้าเป็นหลัก เพียงแต่ต้องทำงานหลักให้ดีเท่านั้น
ดังนั้นผู้จัดการร้านของร้านใหม่จึงต้องมีความตระหนักรู้ทางธุรกิจและความสามารถในการบริหารจัดการ
ในยุคที่ขาดคนมีความสามารถในการบริหารจัดการ แนวทางของเฉินซินนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพอย่างมาก
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้คำแนะนำบางอย่างแล้ว เขาก็พูดว่า “ก่อนอื่น เราต้องตัดสินใจว่าใครจะไปที่เจียงเฉิง และเตรียมการโดยเร็วที่สุด”
เฉินซินพยักหน้า พลางคิดสักพักแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ให้หยวนหยวน สวีน่าน่า และโจวฟางไป ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นเธอก็ไปคุยกับพวกเธอ แล้วติดต่อไปที่ผู้ช่วยหลินโดยตรงได้เลยนะ”
เฉินซินตกใจเล็กน้อย “คุณจะไม่ไปพูดอะไรกับพวกเธอหน่อยเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณทำหน้าที่นี้แทนฉันไม่ได้เหรอ ? ฉันจะไม่เข้าไปยุ่ง”
หลังจากได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจจากเจียงเสี่ยวไป๋ เฉินซินก็ยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะบอกให้พวกเธอทำงานด้วยความตั้งใจ เพื่อมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้จัดการร้านให้ได้ค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เจียงเฉิงและเจี้ยนหยางต้องการคน และร้านใหม่ในชิงโจวก็ต้องการพนักงานนวดจำนวนมาก คุณควรรับสมัครพนักงานมาทำที่นี่ให้มาก ๆ เข้าไว้ เพราะการฝึกคนให้เป็นพนักงานนวดได้ต้องใช้เวลา”
เฉินซินกล่าวว่า “เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะติดต่อแผนกบุคคลของบริษัท ให้พวกเขาเปิดรับสมัครคน”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรอีก และปล่อยให้เฉินซินจัดการเอง
หลังจากที่เฉินซินออกไป เจียงชานก็ขึ้นมานั่งข้างเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดออกมาว่า “ป่าป๊า วันนี้เรากลับบ้านช้าหน่อยได้ไหมคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและถามว่า “ลูกมีอะไรหรือเปล่า ? ”
เจียงชานพูดว่า หนูอยากกินเต้าหู้เหม็นมากเลยค่ะ”
จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋นึกได้ว่าเจ้าตัวเล็กอยากไปตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนมาหลายวันแล้ว
เขาจึงรับปากลูกสาวทันที
นอกจากนี้ เขาก็คาดว่าหลินเจียอินก็คงอยากไปทานอาหารที่ตลาดเหมือนกัน เพราะเธอไม่ได้เข้าเมืองนานมากแล้ว
“โอเค ไว้ค่อยบอกแม่เขาทีหลังก็ได้”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้ม “หนูเดาว่าหม่าม๊าก็อยากไปที่นั่นเหมือนกับหนู”
ประมาณสี่โมงเย็น หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงก็ออกมาจากห้องนวดเท้า เจียงชานจึงบอกเธอทันทีว่าจะไปตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืน เพราะเธออยากไปกินของทานเล่นที่นั่น
หลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันเองก็เพิ่งคุยกับเยี่ยนหงไปว่าอยากแวะไปกินของทานเล่นที่ตลาดตอนเย็นอยู่พอดี”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม การคาดเดาของเขาถูกจริง ๆ
“ชานชาน ไปโทรหาคุณย่า บอกเธอว่าเย็นนี้เราจะไม่กินข้าวที่บ้าน ให้พวกเขากินข้าวก่อน ไม่ต้องรอเรา”
“ได้ค่ะ ! ”
เจ้าตัวเล็กรับคำสั่งแล้ววิ่งไปโทรหาย่าของเธอทันที
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูแผ่นหลังของลูกสาวด้วยรอยยิ้มบนริมฝีปากของเขา
การมีโทรศัพท์ที่บ้านมันก็สะดวกแบบนี้แหละ !
นอกจากนี้ลูกสาวของเธอก็ยังดูมีความสุขมากที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้