ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 806 หารือกับทุกฝ่าย
ตอนที่ 806 หารือกับทุกฝ่าย
“รองประธานเมิ่งมาแล้ว ! ”
หลี่ลี่กระซิบขึ้นมา และทุกคนก็มองไปที่ประตู จากนั้นทุกคนก็เงียบเสียงลงทันทีและอยู่ในท่าทีสงบ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ของเธออย่างช้า ๆ ท่าทางของเธอเทียบได้กับผู้หญิงแกร่งในรุ่นต่อมาได้เลย เธอดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม
ในบรรดาผู้บริหารที่อยู่ในห้องประชุมนี้ มีเพียงเฉินหยวนเฉาเท่านั้นที่เป็นผู้บริหารระดับสูงเท่าเทียมกับเธอ ส่วนที่เหลืออยู่ต่ำกว่าเธอหนึ่งระดับ
แต่เฉินหยวนเฉาเป็นคนประเภทที่แม้จะมีตำแหน่งสูง แต่ก็ติดดิน เขาดูไม่สง่าผ่าเผยเหมือนเมิ่งเสี่ยวเป่ย
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเหลือบมองทุกคนแล้วพูดออกมาทันทีว่า “ที่เราแจ้งให้ทุกคนมาประชุมกันในวันนี้ เนื่องจากใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว ดังคำกล่าวที่ว่าเริ่มต้นปีใหม่ก็ต้องมีอะไรใหม่ ๆ ปีใหม่มันก็ต้องมีอะไรเกิดขึ้นบ้างบรรยากาศใหม่นี้ได้พาเรามาพูดคุยกันว่าจะปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของบริษัทก่อนวันปีใหม่และเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนี้ยังไงดี”
เธอไม่ได้พูดคำขอของเจียงเสี่ยวไป๋ที่จะต้องทำยอดขายให้ได้ 500 ล้านหยวนในช่วงปีใหม่นี้ออกมาโดยตรง เพราะมันน่าตกใจเกินไป ! กลัวว่าทันทีที่พูดออกไป มันจะเป็นเหมือนระเบิดในห้องประชุม
ทุกคนไม่พูดอะไรและมองมาที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครคิดว่าจุดประสงค์ในการที่เมิ่งเสี่ยวเป่ย เรียกมาประชุมในครั้งนี้คือการปรับปรุงประสิทธิภาพของบริษัท
ประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละแผนกของเจียงเจียกรุ๊ปนั้นเรียกได้ว่าทุกอุตสาหกรรมพยายามอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว แบบนี้ยังจะปรับปรุงประสิทธิภาพอะไรอีก ?
ทุกคนรู้สึกสับสนเล็กน้อย
หลังจากนั้นไม่นาน เย่กวงโต้วก็พูดว่า “รองประธานเมิ่ง แล้วตัวชี้วัดเฉพาะสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพที่คุณพูดถึงคืออะไรเหรอครับ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเหลือบมองเย่กวงโต้วและพูดว่า “คำถามของคุณเย่นั้นดีมาก บริษัทได้ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เธอก็พูดต่อ “อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ฉันจะตั้งเป้าหมาย ฉันอยากได้ยินความคิดเห็นของทุกคนว่าเราสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้มากน้อยเพียงใดในช่วงต้นปีนี้”
“พูดอีกอย่างคือ พวกคุณคิดว่าเราจะสามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทได้เท่าไหร่ ? ”
การสร้างยอดขายให้กับเจียงเจียกรุ๊ปส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับแผนกการตลาดของเฉินอันผิง บริษัทโฮเนสท์ โลจิสติกส์ของเฝิงเจียเหอ ร้านโยวผิ่นของหลี่ลี่ ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงของหลี่หงอิง ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเหอของหูฉางอิง ร้านอร่อยสามมื้อของถานเสี่ยวฟาง และร้านซีฟู้ดที่เจียงเฉิง ซึ่งเป็นร้านอาหารสี่แห่งในเครือบริษัท
แต่ในบรรดาหัวหน้าของเจ็ดอุตสาหกรรมข้างต้น เฉินอันผิงและเฝิงเจียเหอกำลังเดินทางไปคุยธุรกิจ และหลี่หงอิง หูฉางอิงและถานเสี่ยวฟางก็ไม่ได้มาเข้าร่วม ส่วนหลินเจียจวินก็อยู่ที่เจียงเฉิง มีเพียงหลี่ลี่ที่เป็นผู้จัดการของร้านโยวผิ่นเท่านั้นที่มาเข้าร่วมการประชุม
ทันใดนั้น ทุกคนก็รู้สึกว่าการประชุมในครั้งนี้ค่อนข้างแปลก ๆ
ผู้ที่รับผิดชอบในการสร้างยอดขายส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มา แต่นี่กลับเป็นการประชุมสร้างยอดขายให้กับบริษัท
แล้วแบบนี้จะไปมีประโยชน์อะไร ?
นี่คุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณเรียกแผนกต่าง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับยอดขายของบริษัทมาประชุมรวมกันไปเพื่ออะไร ?
ทุกคนสับสนและมองไปที่หลี่ลี่โดยไม่ได้ตั้งใจ
ท้ายที่สุดแล้วหลี่ลี่ก็ยังเป็นเพียงหญิงสาวในวัยยี่สิบต้น ๆ และเธอก็อายุน้อยที่สุดในบรรดาทุกคนที่มาประชุม แต่เมื่อเห็นทุกคนมองมาที่เธอแบบนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนเล็กน้อย
“รองประธานเมิ่ง ยอดขายของร้านโยวผิ่นหลัก ๆ ก็อาศัยยอดขายจากร้านของบริษัทและร้านแฟรนไชส์ต่าง ๆ โดยในช่วงเดือนนี้มีร้านค้าเปิดแล้ว 53 แห่ง ยอดขายรวม 2.16 ล้านหยวน ตอนนี้เรามีร้านค้าทั้งหมด 149 แห่งที่ได้เจรจาและเซ็นสัญญากันเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีร้านค้าอีก 65 แห่งที่ยังดำเนินการอยู่ คาดว่าจะมีประมาณ 160 แห่งที่จะสามารถเปิดได้ก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งทางเรามองว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงที่มีการบริโภคของว่างมากที่สุดและคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านหยวนค่ะ”
“สุดท้ายแล้ว ร้านค้าส่วนใหญ่ก็เป็นแฟรนไชส์ที่เพิ่งเปิดใหม่ ผู้คนในเมืองเหล่านั้นก็ยังไม่ค่อยรู้จักร้านโยวผิ่นมากนัก ยอดขายที่ฉันพูดมานี้เป็นเพียงการประมาณการคร่าว ๆ เท่านั้นค่ะ”
หลังจากพูดจบประโยค เธอก็ถอนหายใจออกมา
นี่ถือเป็นความกดดันที่ใหญ่พอตัวสำหรับเธอ
เกือบทุกคนมองมาที่สาวน้อยคนนี้ด้วยความชื่นชม เธออายุไม่มาก และจบแค่มัธยมปลาย แต่เธอบริหารร้านโยวผิ่นที่เธอรับผิดชอบได้ดีมาก รู้รายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับร้านโยวผิ่นและสามารถพูดข้อมูลพวกนี้ออกมาได้ตลอดเวลา
เห็นได้ชัดว่าเธอขยันทำงานและใส่ใจรายละเอียดมากแค่ไหน
จวงปี้เฉิงยิ้มและถอนหายใจ “ร้านโยวผิ่นของรองประธานหลี่สามารถสร้างรายได้มากกว่า 10 ล้านหยวนในช่วงปีใหม่นี้ แต่ส่วนที่ฉันรับผิดชอบนั้น นอกจากจะทำเงินไม่ได้แล้ว ยังคาดว่าบริษัทต้องเสียเงินให้อีกมากกว่า 10 ล้านหยวน นี่มันน่าอายจริง ๆ ! ”
เปากันฉวนยังกล่าวอีกว่า “ส่วนสำนักงานของเราก็มีแต่รายจ่ายเท่านั้น ไม่มีรายรับใดเลย ไม่มีส่วนสร้างยอดขายให้กับบริษัท เราทำได้เพียงให้การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์สำหรับแต่ละอุตสาหกรรมเท่านั้น”
หวังผิงกล่าวว่า “ในด้านของฉัน นอกจากรายได้อันน้อยนิดที่ได้จากการขายปูให้กับแฟรนไชส์ของร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเหอแล้ว รายรับอย่างอื่นก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก”
ข่งชิงเซี๋ยงมองไปที่เย่กวงโต้วแล้วพูดว่า “คุณเย่ นอกเหนือจากร้านโยวผิ่นที่คุณหลี่บริหารอยู่แล้ว ก็มีเพียงตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนที่คุณดูแลอยู่ตอนนี้เท่านั้นที่มีรายได้อยู่บ้าง”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “คุณข่ง คุณมีหน้าที่ดูแลการเงิน คุณย่อมรู้ดีที่สุดว่าตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนสร้างรายได้ได้มากเพียงใด เมื่อเทียบกับร้านโยวผิ่นแล้ว มันยังน้อยกว่าเนื้อของยุงด้วยซ้ำ”
เปากันฉวนพยักหน้าและกล่าวว่า “รายได้ของบริษัทส่วนใหญ่ในตอนนี้มาจากโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติก โรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลือง โรงงานเมล็ดแตงโมห้ารส และโรงงานผลิตขนมอื่น ๆ รวมถึงร้านอาหารในเครือทั้งสี่ ตามข้อมูลทางการเงินของเดือนที่แล้ว รายได้จากอุตสาหกรรมเหล่านี้คาดว่าน่าจะได้ประมาณ 20 ล้านหยวน”
“แน่นอนว่านี่ก็รวมกับรายได้บางส่วนจากร้านโยวผิ่นที่คุณหลี่ดูแลอยู่ด้วย ส่วนยอดขายจากสินค้าที่วางจำหน่ายใหม่ในร้านโยวผิ่นยังไม่ได้รวมอยู่ในสถิตินี้”
“นอกจากนี้ ตอนนี้เรายังมีรายได้จากโต๊ะหลุมไฟ รายได้จากบริษัทขายผัก และรายได้จากการขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาการผลิตและการขนส่ง ยอดขายรวมของทั้งสามอุตสาหกรรมนี้จึงอยู่ที่ 8 ล้านหยวนเท่านั้น”
สุดท้าย เขาก็สรุปว่า “เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว การทำยอดขายให้ได้ประมาณ 40 ล้านหยวนก่อนปีใหม่นี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ถ้าคุณเฉินและคุณเฟิงทำงานหนักขึ้นไปอีก ก็เป็นไปได้ที่จะทำยอดขายได้ 50 ล้านหยวน”
หลังจากที่ทุกคนได้ยินข้อสรุปนี้ พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันเงียบ ๆ
“ก็ไม่เลวเลย ถ้าบริษัทของเราสามารถทำยอดขายได้ 50 ล้านหยวนก่อนปีใหม่ เราก็จะกลายเป็นบริษัทอันดับหนึ่งของชิงโจวแน่นอน ! ”
“ใช่ ไม่มีบริษัทไหนในชิงโจวที่สามารถทำยอดขายได้ 50 ล้านหยวนภายในไม่กี่เดือนเหมือนเจียงเจียกรุ๊ปของเราแล้วล่ะ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในชิงโจวแล้ว”
“ตั้งแต่นี้ไป รัฐวิสาหกิจของชิงโจวจะอยู่ภายใต้เจียงเจียกรุ๊ปของเรา ! ”
“หากว่ายอดขายเป็นไปตามนี้ ก็คงจะเป็นปีที่ดีของพนักงานทุกคนในบริษัท”
“รองประธานเมิ่งคงจะทราบถึงสถานะทางการเงินของบริษัทดี เนื่องจากเธอเป็นคนเรียกทุกคนมาประชุมในครั้งนี้ เธอต้องเป็นคนตัดสินใจว่าพอใจกับยอดขาย 50 ล้านหยวนนี้ไหม”
“ที่พูดแบบนั้นมันก็จริง ! ”
“แล้วคุณคิดว่ารองประธานเมิ่งคาดหวังไว้ที่เท่าไหร่”
“70 ล้าน ? ”
“80 ล้าน?”
“ไม่เกิน 100 ล้าน ! ”
“……”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยฟังการสนทนาของทุกคน และเคาะโต๊ะเบา ๆ
ทุกคนเงียบเสียงลงทันที จากนั้นทั้งห้องประชุมก็เงียบลง
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดช้า ๆ
“หัวหน้าข่งเพิ่งวิเคราะห์สถานการณ์ของบริษัทไป ซึ่งทุกคนรู้ดีแล้ว”
“แต่ฉันบอกได้ว่าเป้าหมายของบริษัทในการสร้างยอดขายก่อนสิ้นปีนี้ไม่ใช่แค่ 50 ล้านหยวนแน่นอน”
“ที่ฉันได้เรียกทุกคนมาประชุมในครั้งนี้ เพราะหวังว่าทุกคนจะสามารถเสนอความคิดเห็นของตัวเองออกมา เพื่อให้เราสามารถสร้างยอดขายให้บริษัทได้มากที่สุด”