ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 813 ทุกสิ่งในโลกนี้มีไว้เพื่อผลกำไร
ตอนที่ 813 ทุกสิ่งในโลกนี้มีไว้เพื่อผลกำไร
การนวดเท้าเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับฉงไห่เยี่ยน
ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเข้าไปในห้องและปล่อยให้ตัวเองถูกควบคุม ไปจนถึงเดินเข้าห้องนวดเท้าแล้วรู้สึกผ่อนคลาย มันทำให้เธอเกือบลืมไปเลยว่าเธอมาที่นี่เพื่อหารือเรื่องงานกับเจียงเสี่ยวไป๋
เธอลืมมันไปเสียสนิทจนกระทั่งเจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงมัน
“ผู้ช่วยเจียง นายกเทศมนตรีถังบอกฉันเกี่ยวกับแผนการของคุณที่จะเปิดโรงงานน้ำแร่บรรจุขวดที่ทะเลสาบชิงหลง แล้วคุณมีแผนจะไปดูสถานที่เมื่อไหร่เหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ทางบริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และเก็บตัวอย่างน้ำมาทดสอบคุณภาพแล้ว ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รองประธานเมิ่งและผมจะไปดูอีกที”
ฉงไห่เยี่ยนกล่าวว่า “เอาล่ะ ถ้าคุณและรองประธานเมิ่งไปที่นั่นก็บอกฉันด้วย ฉันจะไปดูกับพวกคุณด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่มีปัญหาครับ ผมจะโทรหาคุณก่อนออกไป”
ฉงไห่เยี่ยนพยักหน้า “ถ้าคุณสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวดที่ทะเลสาบชิงหลง อำเภอชิงซานของเราจะช่วยสนับสนุนแน่นอน หากคุณต้องการอะไร ก็แค่บอกฉันมา”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ได้ครับ ถึงตอนนั้นถ้าผมมีปัญหา ผมจะขอความช่วยเหลือจากคุณแน่นอน”
ฉงไห่เยี่ยนเหลือบมองเขาแล้วพูดด้วยความโกรธเล็กน้อย “คุณดูเกรงใจฉันแบบนี้ คุณทำให้ฉันดูเหมือนหญิงชราเลย ฉันอายุมากกว่าคุณไม่กี่ปีเอง นับจากนี้ไปคุณเรียกฉันว่าพี่ฉงก็ได้”
ที่จริงแล้วฉงไห่เยี่ยนมีอายุ 40 กว่าปีแล้ว แต่เจียงเสี่ยวไป๋มีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น
พี่สาวคนนี้ดูจะแก่กว่าเขาเยอะไปหน่อยนะ
อย่างไรก็ตาม เจียงเสี่ยวไป๋ก็ทำตามอย่างเชื่อฟังและเรียกเธอว่าพี่
“ขอบคุณมากครับพี่ฉง ! ”
“ไม่ ๆ เรียกพี่ไห่เยี่ยนดีกว่า ! ”
ฉงไห่เยี่ยนยิ้มกว้าง น้องชายคนนี้ปากหวานจริง เธอจึงพูดว่า “คุณนี่ช่างพูดจาหว่านล้อมผู้คนได้เก่งจริง ๆ ! ”
แท้จริงแล้ว บางครั้งการใช้สรรพนามที่ต่างกันก็ให้ความรู้สึกใกล้ชิดแตกต่างกันออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและถามเกี่ยวกับสถานการณ์รอบทะเลสาบชิงหลง
เขาเคยไปที่ทะเลสาบชิงหลงเมื่อชาติก่อน แต่เขาไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้งนับตั้งแต่เกิดใหม่ ซึ่งความทรงจำในชาติที่แล้วของเขามันเลือนลางและไม่ชัดเจนนัก
ฉงไห่เยี่ยนรู้จักทะเลสาบชิงหลงเป็นอย่างดี เธอจึงเล่ารายละเอียดของที่นั่นให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟังอย่างสนุกสนาน
หลังจากที่ทั้งสองนวดเท้าแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เริ่มเข้าใจสภาพแวดล้อมของทะเลสาบชิงหลงมากขึ้น
หลังออกจากห้อง ฉงไห่เยี่ยนก็กินข้าวอบหม้อดินต่อ ก่อนจะกล่าวลาและขอตัวกลับ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้โทรกลับไปที่โรงงานผลิตฟิล์มพลาสติก ดังนั้นเขาจึงชงชาอยู่ในร้านต่อ เขาดื่มชาพลางคิดเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะจัดขึ้น
ที่จริงไม่จำเป็นต้องจดบันทึกไว้ เรื่องแบบนี้สามารถปล่อยให้เย่กวงโต้วและมู่เสี่ยวชิงทำได้เมื่อถึงเวลา เขาแค่ต้องพิจารณารายละเอียดให้รอบครอบเท่านั้น
เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เขาได้ใช้เวลาคิดตลอดช่วงบ่าย ก่อนจะไปรับหลินเจียอินและเจียงชานกลับบ้าน
ระหว่างทาง หลินเจียอินได้กล่าวว่า “คุณได้เรียกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทให้เข้าร่วมการประชุมในวันนี้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่ เมิ่งเสี่ยวเป่ยเป็นคนจัดการทั้งหมด ผมเองก็ไม่ได้เข้าร่วม”
หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณให้พวกเขาประชุมอะไร ? ทำไมฉันกับเยี่ยนหงถึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “จะสิ้นปีแล้วใช่ไหม ผมอยากจัดการประชุมรับตัวแทนจำหน่ายและงานการลงทุนระดับชาติในเจียงเฉิง รวบรวมตัวแทนจำหน่ายจากปีที่แล้วมารวมตัวกัน ยกย่องตัวแทนจำหน่ายที่ทำยอดได้โดดเด่น และมอบส่วนลดจำนวนมากให้กับพวกเขา เพื่อทำยอดขายคืนให้กับเจียงเจียกรุ๊ปของเราสักหน่อย”
หลินเจียอินรู้สึกประหลาดใจและพูดว่า “แล้วตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้นจะมาไหม ? ”
ในความเห็นของเธอ ตัวแทนจำหน่ายไม่ได้เป็นคนของเจียงเจียกรุ๊ป แบบนี้พวกเขาจะมาอย่างที่พูดไหม ?
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ทุกสิ่งในโลกล้วนเกี่ยวกับผลกำไร ไม่ว่าตัวแทนจำหน่ายจะมาหรือไม่ ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเขา แต่ขึ้นอยู่กับผลกำไรที่เจียงเจียกรุ๊ปสามารถเสนอเพื่อดึงดูดพวกเขาได้”
หลินเจียอินพยักหน้า เพราะนั่นเป็นเรื่องจริง
หลักการสำคัญของนักธุรกิจคือการแสวงหาผลกำไร ตราบใดที่เจียงเจียกรุ๊ปมอบผลประโยชน์ให้พวกเขามากพอ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ตัวแทนจำหน่ายจะไม่มา
“ถ้าอย่างนั้นการประชุมครั้งนี้ก็สำคัญมาก ทำไมคุณไม่ให้ฉันเข้าประชุมด้วยล่ะ ? ” หลินเจียอินเหลือบมอง เจียงเสี่ยวไป๋และพูดอย่างไม่พอใจ
ท้ายที่สุดเธอก็เป็นประธานของบริษัท เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ให้เธอเข้าร่วมการประชุมที่สำคัญเช่นนี้ มันจึงทำให้เธอไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พอดีผมไม่ได้บอกเมิ่งเสี่ยวเป่ยว่าผมจะทำอะไร ผมเพียงให้เธอไปบอกให้พวกเขาหาวิธีที่จะสร้างยอดขายให้ได้ 500 ล้านหยวนก่อนเทศกาลตรุษจีนนี้ ดังนั้นนี่จึงเป็นการประชุมของพวกเขาโดยตรง เพื่อฝึกพวกเขาให้ใช้สมองคิดไอเดียใหม่ ๆ ออกมา”
เขาเหลือบมองหลินเจียอินแล้วพูดว่า “คุณเป็นภรรยาของผม ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้น ปล่อยให้พวกเขากังวลกันไปเถอะ ! ”
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ “คุณบอกว่าคุณต้องการทำยอดขายให้ได้ 500 ล้านหยวนก่อนเทศกาลตรุษจีน ? มันสามารถทำได้ด้วยการประชุมสั่งซื้อสินค้าของตัวแทนจำหน่ายแค่นั้นจริง ๆ เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การประชุมสั่งซื้อสินค้าของตัวแทนจำหน่าย คือการกำหนดงานประจำปีของตัวแทนจำหน่ายล่วงหน้า และสนับสนุนให้พวกเขาสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าผ่านนโยบาย เพื่อให้เราสามารถเอาเงินที่ได้จากการสั่งซื้อมาคืนให้กับบริษัทก่อน ส่วนสินค้าจะทยอยผลิตส่งให้พวกเขา”
“ตราบใดที่มีตัวแทนจำหน่ายเพียงพอ ก็สามารถบรรลุยอด 500 ล้านได้อย่างง่ายดาย”
เขายิ้มและพูดต่อ “แม้ว่าการประชุมสั่งซื้อสินค้าของตัวแทนจำหน่ายจะทำยอดขายได้ไม่ถึง 500 ล้าน แต่ก็ยังมีการประชุมส่งเสริมการลงทุนระดับชาติ ด้วยสองแนวทางนี้ เราก็สามารถทำยอดขาย 500 ล้านได้มาง่าย ๆ ”
หลินเจียอินเคยจัดงานมหกรรมการลงทุน ซึ่งตอนนั้นเธอเป็นผู้นำในการเปิดให้ลงทุนแฟรนไซส์กุ้งอบน้ำมันชิงเหอ เธอจึงกล่าวว่า “งานมหกรรมการลงทุนสามารถสร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่ในเรื่องการเซ็นสัญญา การเลือกสถานที่ การตกแต่ง เปิดร้าน และซื้อสินค้าคงทำไม่ทันก่อนเทศกาลตรุษจีนหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “เมียจ๋า งานมหกรรมการลงทุนในครั้งนี้แตกต่างจากการเปิดรับสมัครแฟรนไชส์ครั้งก่อน ครั้งนี้ผมเลือกตัวแทนทั่วไปในมณฑลต่าง ๆ หรือตัวแทนย่อยตามเมืองต่าง ๆ พวกเขาล้วนมีช่องทางการขายของตัวเอง เราแค่ต้องผลิตสินค้าให้กับพวกเขา”
“อ้อ” ในที่สุดหลินเจียอินก็เข้าใจได้ว่าการส่งเสริมการลงทุนในครั้งนี้แตกต่างจากการส่งเสริมการลงทุนที่เธอเคยทำตอนที่เปิดให้ลงทุนร้านแฟรนไชส์กุ้งอบน้ำมันชิงเหอ
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังรู้สึกว่ายอดขาย 500 ล้านเป็นตัวเลขที่เยอะเกินไป
เจียงเสี่ยวไป๋ดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของหลินเจียอิน เขาจึงกล่าวว่า “แค่ในเทียนจิง ผมสามารถขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งให้กับตัวแทนทั่วไปได้หนึ่งล้านหยวน ซึ่งประเทศของเรามีเขตการปกครอง 31 แห่ง จำแนกเป็น 23 มณฑล, 5 เขตปกครองตนเอง และ 3 เขตบริหารพิเศษ เพียงแค่ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งก็สามารถทำเงินได้อย่างน้อย 30 ล้านหยวนแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าเรายังมีผลิตภัณฑ์ตัวอื่นอีกมากมาย”
กลยุทธ์ของเจียงเสี่ยวไป๋คือจะให้ตัวแทนหนึ่งรายสามารถเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์ของเจียงเจียกรุ๊ปได้สองถึงสามรายการ
ด้วยเหตุนี้ ตัวแทนทั่วไปอาจไม่ได้เป็นตัวแทนของทุกช่องทาง
ผลิตภัณฑ์ของเจียงเจียกรุ๊ปก็ได้แก่ ถุงสะดวกซื้อ ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง ถ้วยชามพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ล่าเถียว เมล็ดแตงโมปรุงรส ฯลฯ สินค้าแต่ละตัวล้วนเป็นสินค้าที่ตัวแทนสามารถทำเงินได้ทั้งนั้น
ดังนั้น ตราบใดที่เจียงเจียกรุ๊ปเปิดให้มีตัวแทนขายทั่วไป ผลิตภัณฑ์เกือบทั้งหมดของบริษัทจะสามารถหาตัวแทนทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว
นี่คือความมั่นใจของเจียงเสี่ยวไป๋ที่จะบอกว่าเขาสามารถหาเงิน 500 ล้านหยวนได้ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน
ต้องบอกว่าเย่กวงโต้วและคนอื่นไม่มีใครเข้าใกล้ความคิดของเจียงเสี่ยวไป๋เลย เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับการเติมเงินในบัตรสมาชิกอะไรพวกนั้นให้ยุ่งยาก
แต่ว่าทั้งสองวิธีก็เป็นการรับเงินทุนมาหมุนเวียนก่อน โดยที่ไม่ต้องส่งสินค้าให้กับผู้สั่งซื้อทันที
แต่ว่าวิธีเติมเงินเข้าบัตรสมาชิกมันเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากเกินไป และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ
แต่การให้ตัวแทนจำหน่ายสั่งซื้อสินค้าและเอาไปขายต่อนั้นง่ายกว่ามาก
วิธีการแตกต่างกัน และผลลัพธ์ก็ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน