ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 823 อยากผูกมิตร
ตอนที่ 823 อยากผูกมิตร
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ใช่ เพราะเป็นปีใหม่ ผมจึงมาซื้อพลุกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อจุดต้อนรับปีใหม่”
เมื่อหวงหงหยุนได้รับการยืนยันว่าเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อพลุไปจุดเอง เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “เถ้าแก่เจียง ถ้าคุณเอาไปจุดฉลองที่บ้านคุณเอง คุณก็เอาไปเถอะ ผมไม่คิดเงิน ! ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็หันไปบอกให้พนักงานขนของไปที่รถของเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋จะเอาของของคนอื่นไปฟรี ๆ ได้อย่างไร เขาจึงรีบพูดว่า “ผู้จัดการหวง ไม่จำเป็นหรอก ผมจ่ายเงินซื้อดีกว่า”
หวงหงหยุนยิ้มและพูดว่า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ ผมถูกรางวัลใหญ่หนึ่งหมื่นหยวนจากคุณเลยนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ทุกคนมีธุรกิจของตัวเอง คุณถูกล็อตเตอรี่ก็คือโชคดีของคุณ แต่ของพวกนี้ก็เป็นธุรกิจของคุณ คุณควรได้รับเงินเพราะเป็นของซื้อของขาย”
หวงหงหยุนยังคงพูดว่า “เถ้าแก่เจียง ไม่เป็นไร ผมแค่อยากเป็นเพื่อนกับคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรื่องผูกมิตรเป็นเพื่อนไม่มีปัญหา แต่นี่มันของซื้อของขาย ผมจะเอาไปจุดต้อนรับปีใหม่ก็เลยจะใช้เงินของตัวเองซื้อ”
หวงหงหยุนได้ยินสิ่งที่เขาพูด จึงจำต้องพูดว่า “เอาล่ะ งั้นผมจะให้ส่วนลดกับคุณก็แล้วกัน เรื่องนี้ไม่เป็นไรใช่ไหม ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “แบบนี้ก็ได้ครับ ขอบคุณมาก ! ”
หวงหงหยุนไม่ได้รบเร้าเรื่องนี้ต่อ เขาพูดออกมาว่า “ถ้าคุณอยากจ่ายงั้นก็จ่ายมาแค่ 88 หยวนพอนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง นี่เป็นราคาที่ต่ำมากหากเทียบกับของจำนวนเท่านี้
แต่เขาได้พูดไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถพูดอะไรได้อีก ทำได้เพียงกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายอีกครั้ง
พลุเหล่านี้มีขนาดเล็กและเป็นแท่ง แต่ก็มีจำนวนมาก เมื่อเอามาใส่ท้ายรถ จึงเต็มพื้นที่
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋จ่ายเงิน 88 หยวน เขาเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว จึงพูดว่า “ผู้จัดการหวง งั้นผมขอเลี้ยงข้าวคุณเป็นการตอบแทนนะ ! ”
เมื่อได้ยินคำนี้ หวงหงหยุนก็พูดอย่างมีความสุขว่า “เอาล่ะ คุณมาถึงโรงงานประทัดของผมทั้งที มันต้องเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องเลี้ยงข้าวคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณให้ส่วนลดผมแล้ว ดังนั้นอาหารมื้อนี้ผมต้องเป็นคนเลี้ยงคุณ”
หวงหงหยุนคิดอยู่พักหนึ่ง และไม่คิดที่จะปฏิเสธอีก
อย่างไรก็ตาม เขามีความสุขมากที่ได้ทานอาหารกับเจียงเสี่ยวไป๋ ส่วนใครเป็นคนเลี้ยงนั้น เขาไม่ได้สนใจ ท้ายที่สุดแล้วทั้งเขาและเจียงเสี่ยวไป๋นั้นต่างก็เป็นคนมีเงิน
พวกเขาทั้งสองมาถึงร้านหม้อไฟลาลาลา สาขา 7 บนถนนทางตะวันตกของเมือง จากนั้นก็เริ่มทานอาหารและพูดคุยกันไปด้วย
“เถ้าแก่เจียง ธุรกิจของคุณกำลังไปได้ดีจริง ๆ ต่อไปนี้ผมขอคำแนะนำจากคุณด้วย ! ”
“ผู้จัดการหวง ยินดีเสมอครับ ผมก็เห็นว่าโรงงานประทัดของคุณมีขนาดค่อนข้างใหญ่”
หวงหงหยุนโบกมือ “แม้ว่าคุณภาพของประทัดที่ผลิตจากโรงงานประทัดของผมจะดี แต่ยอดขายก็มีจำกัด มันจึงทำเงินได้ไม่มากนัก”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “โรงงานประทัดของคุณเป็นของเอกชน ดังนั้นคุณสามารถหาตลาดได้อย่างอิสระ และกว้างขวาง หาไม่ยากหรอกครับ”
หวงหงหยุนพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อน “ขณะนี้มีโรงงานประทัดสร้างขึ้นมาหลายแห่ง ทุกโรงงานกำลังแข่งกัน ใครขายราคาต่ำกว่าได้ จะมีข้อได้เปรียบและขายได้ง่าย”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า นี่เป็นผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ของสินค้าชนิดเดียวกันที่ออกขายสู้ตลาด หากไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าเข้ามาช่วย ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะสร้างยอดขายที่น่าพอใจได้
“ผู้จัดการหวง คุณสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องไปแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันของโรงงานอื่น”
หวงหงหยุนถอนหายใจ “ประทัดจะสร้างสรรค์ออกมาให้แตกต่างจากที่อื่นได้อย่างไร มันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ ตอนนี้ผมกำลังพยายามทำพลุรูปแบบอื่นดู แต่ผมไม่มีความคิดดี ๆ เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผู้อำนวยการหวง คุณมาได้ถูกทางแล้ว คุณสามารถทำพลุออกมาให้มันสวยงามและยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ เมื่อสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น ความต้องการที่จะซื้อพลุไฟคุณภาพสูงก็จะเพิ่มขึ้นไปตามกัน”
คำพูดเหล่านี้สามารถพูดได้ว่าโดนใจหวงหงหยุนอย่างยิ่ง
เขาก็มีความคิดนี้เช่นกัน
แต่การประดิษฐ์พลุแบบใหม่ให้ออกมาแตกต่างจากที่อื่นได้นั้น จะเป็นเรื่องง่ายได้อย่างไร ?
ทันใดนั้น ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรขึ้นมาได้ และพูดด้วยความตื่นเต้น “เถ้าแก่เจียง ผมเห็นว่าผลิตภัณฑ์หลายตัวของเจียงเจียกรุ๊ปกำลังสร้างความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์เดิมในท้องตลาด ฉะนั้นคุณต้องมีแนวคิดหลากหลายและเปิดกว้างในเรื่องนี้แน่ งั้นคุณให้คำแนะนำกับผมบ้างสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา “สินค้าทุกตัวที่ผมคิดออกมาล้วนเกี่ยวข้องกับอาหาร ผู้จัดการหวง คุณเป็นคนทำดอกไม้ไฟ ผมจะให้คำแนะนำเรื่องพวกนี้กับคุณได้อย่างไร”
“ไม่ ไม่ ไม่ ! ” หวงหงหยุนโบกมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ผมกำลังจะบอกว่าอยากให้คุณแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบของดอกไม้ไฟที่สวยงามและอลังการที่คุณเพิ่งพูดไป”
“นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของคุณยังไม่ได้เกี่ยวกับอาหารทั้งหมด โต๊ะหลุมไฟ ถุงสะดวกซื้อ และอาคารชิงโจวไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอาหารเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุข เขาไม่ได้คาดคิดว่าหวงหงหยุนจะรู้อะไรเกี่ยวกับเขามากขนาดนี้ เขาจึงถามด้วยความประหลาดใจ “อย่าบอกนะว่าผู้จัดการหวงสนใจอาคารชิงโจวด้วย ? ”
หวงหงหยุนกล่าวว่า “แน่นอน ผมซื้อบัตร VIP ของอาคารชิงโจวมาแล้ว และตั้งใจว่าจะซื้อคอนโดสักห้องตอนที่อาคารชิงโจวสร้างเสร็จ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นผู้จัดการหวงจะไม่เสียใจทีหลังอย่างแน่นอน”
หวงหงหยุนพยักหน้า “ผมเชื่อในตัวเถ้าแก่เจียงอยู่แล้ว ไม่งั้นผมคงไม่ซื้อบัตร VIP หรอก”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็โบกมือ “อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลยเถ้าแก่เจียง คุณคิดอย่างไรกับโรงงานประทัดของผม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “”ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประทัดมากนัก แบบนี้ผมควรแนะนำอะไรดี ? ”
หวงหงหยุนจึงพูดรายละเอียดของโรงงานประทัดของเขาให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟังทันที
ในเมืองชิงโจวมีโรงงานประทัด 5 แห่ง โดย 2 แห่งเป็นของรัฐ และ 3 แห่งเป็นของเอกชน โรงงานประทัดหงหยุนของหวงหงหยุนสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1.9 ล้านหยวนต่อปี ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากโรงงานประทัดของรัฐ ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1
ปัจจุบันโรงงานประทัดหงหยุนมีพื้นที่โรงงานมากกว่า 4,000 ตารางเมตร และมีคนงานมากกว่า 150 คน อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่เป็นคนงานชั่วคราวที่ทำงานเฉพาะในโรงงานช่วงที่มีการผลิตประทัดและดอกไม้ไฟมากที่สุดในปีเท่านั้น ซึ่งในเวลาปกติจะมีคนงานประจำเพียง 40 กว่าคนเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากได้ยินเรื่องนี้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหวงหงหยุนถึงบอกรายละเอียดพวกนี้กับเขา
หลังจากที่หวงหงหยุนพูดจบ เขาก็พูดด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย “เถ้าแก่เจียง ในฐานะโรงงานเล็ก ๆ ผมอาจจะไม่สามารถทัดเทียมและทำให้คุณประทับใจได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ธุรกิจต่าง ๆ พัฒนาและเติบโตไปตามศักยภาพของมัน ตอนที่ผมเริ่มต้นทำธุรกิจ ผมเริ่มจากการขายผัดมันฝรั่งได้เพียงวันละไม่กี่เจี่ยวเท่านั้น และผมก็มีความสุขมากตอนที่สามารถหาเงินได้หนึ่งร้อยหยวนแรก”
ขณะที่พูด ดูเหมือนเขากำลังนึกถึงความสุขและความตื่นเต้นตอนที่เขาเพิ่งกลับมาเกิดใหม่ ตอนนั้นเมื่อเขาขายผัดมันฝรั่งเสร็จ ก็จะปั่นจักรยานกลับบ้านแล้วเอาเงินที่ได้ให้หลินเจียอินเก็บไว้ทุกวัน
สำหรับเขา การลุกขึ้นมาหาเงินนั้นถือเป็นเรื่องง่ายและน่าตื่นเต้น
ที่เขาคิดถึงช่วงเวลานั้น ไม่ใช่เพราะเขาหาเงินได้เยอะ แต่เพราะมันเป็นช่วงที่เปลี่ยนชีวิตครอบครัวของเขา เขาสามารถซื้อเนื้อมาให้ภรรยา ลูกสาว และพ่อแม่พี่น้องของเขากินได้
หวงหงหยุนกล่าวว่า “ผมก็พอได้ยินเรื่องราวของเถ้าแก่เจียงมาบ้าง ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกละอายใจ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือของเขา พูดด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนสองสามคำ และเชิญหวงหงหยุนทานอาหารต่อ
หวงหงหยุนกินเนื้อสไลด์เข้าไป พลางเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เถ้าแก่เจียง ที่ผมต้องการจะพูดในตอนแรกก็คือคุณคิดว่าเราพอจะสามารถทำงานร่วมกันในอนาคตได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหวงหงหยุนด้วยความประหลาดใจ และพูดว่า “ผู้จัดการหวง โรงงานของคุณดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก ! ”
หวงหงหยุนกล่าวว่า “เถ้าแก่เจียง ขอบอกตามตรงเลยว่าผมมีความคิดนี้หลังจากที่ผมถูกรางวัลในครั้งที่แล้วและได้เดินชมนิทรรศการของคุณ แต่ผมก็ไม่มีโอกาสที่จะได้พูดคุยกับคุณเลยสักครั้ง”
“และการได้พบคุณในวันนี้ทำให้ผมมั่นใจในความคิดนี้มากยิ่งขึ้น”