ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 882 คนเราอย่าโลภเกินไป
ตอนที่ 882 คนเราอย่าโลภเกินไป
เกาเทียนเยว่เห็นการแสดงออกของเจียผิงเล่อและเตือนว่า “นายกเทศมนตรีเจีย เจียงเสี่ยวไป๋คือจิตวิญญาณของเจียงเจียกรุ๊ป ! ”
“ขอบคุณรัฐมนตรีเกาสำหรับคำแนะนำของคุณ ! ” เจียผิงเล่อขอบคุณเขา “ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไปหาเจียงเสี่ยวไป๋หลังจากงานมหกรรมการลงทุนของพวกเขาจบลง”
เขายิ่งสับสนมากขึ้น แต่เขารู้ว่าหลินต้ากั๋ว เจิงเหลียงหยู และเกาเทียนเยว่คุ้นเคยกับเจียงเสี่ยวไป๋ดี แต่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจียงเสี่ยวไป๋คนนี้เลย ดูเหมือนว่าเขาต้องทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้ให้ดีแล้ว
เมื่อหลินต้ากั๋วและคนอื่นเดินออกไป เขาก็เรียกเลขาของเขาที่ชื่อหลงซื่อเหว่ยเข้ามา และกำชับบางอย่างกับเลขาของเขา
“เอาล่ะ นายกเทศมนตรีเจีย ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้ ! ”
หลงซื่อเหว่ยรับคำสั่งและออกไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ออกจากหอประชุมและกำลังเดินกลับไปที่เกสต์เฮาส์หงซานพร้อมกับเด็กน้อยทั้งสามคน
“ป่าป๊าคะ เราไม่รอฟังผลการลงทุนก่อนเหรอคะ ? ” เจียงชานถามด้วยความประหลาดใจ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ถ้าเรามั่นใจซะอย่าง ผลลัพธ์ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “ป่าป๊า แบบนี้หรือเปล่าคะที่เขาเรียกว่ามีความเป็นนายพล ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขมากที่ลูกสาวของเขาฉลาดแบบนี้ เขามองไปที่เธอด้วยใบหน้าเคร่งขรึม พองหน้าอกขึ้น แล้วพูดเสียงแข็ง “ดูสิ พ่อเป็นนายพลที่เท่มากเลยใช่ไหม ! ”
เจียงชานระเบิดเสียงหัวเราะออกมา และส่ายหัวเหมือนระฆังลั่น “ป่าป๊าดูตลกมากเลยค่ะ ไม่มีความสง่างามและน่าเกรงขามเหมือนนายพลเอาซะเลย ! ”
แม้แต่หวังกังและเจียงถิงก็ยังหัวเราะออกมา
เจียงถิงกล่าวว่า “ลุงไม่เหมือนนายพล แต่เหมือนนักแสดงตลกในทีวีต่างหาก”
“ลุงหลินต่างหากที่เหมือนกับนายพล ! ” หวังกังคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “แต่ที่จริงแล้วพ่อของผมก็เหมือนนายพลอยู่นะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เลิกตีหน้าเคร่งขรึมอันน่าตลกของเขาและหัวเราะออกมา
“คุณลุงคะ เห็นได้ชัดว่าคุณลุงทำตัวไม่เหมือนนายพลและยังได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่ดีจากเราด้วย แต่ทำไมคุณลุงยังหัวเราะออกมาได้อยู่ล่ะคะ ? ” เจียงถิงถามอย่างสงสัย
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถิงถิง คำติเตียนพวกนั้นลุงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ สิ่งสำคัญคือลุงสนุกที่เห็นพวกหนูมีความสุขกับลุงต่างหาก ! ”
เจียงถิงยิ้ม “การได้เล่นกับลุงก็ทำให้หนูมีความสุขเหมือนกันค่ะ ! ”
พวกเขาสี่คนหัวเราะออกมา และเดินไปที่เกสต์เฮาส์หงซานด้วยกัน
ในหอประชุมหงซาน งานมหกรรมการลงทุนกำลังดำเนินไปอย่างร้อนแรง
หลี่หลิงหลิงและเย่กวงโต้วยังคงประกาศผลการลงทุนต่อไป มีรายการบนโปสเตอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนรายชื่อสินค้าที่รับสมัครตัวแทนจำหน่ายก็น้อยลงเรื่อย ๆ เช่นกัน
มีตัวแทนจำหน่ายระดับมณฑล ตัวแทนจำหน่ายรายย่อยระดับเมือง และผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ร้านโยวผิ่น ร้านหม้อไฟ และร้านซีฟู้ดอีกจำนวนมาก
เมื่องานมหกรรมการลงทุนดำเนินไปจนถึงเที่ยง หลี่หลิงหลิงก็ได้ประกาศการจับรางวัลล็อตเตอรี่ครั้งที่สี่รอบแรก
ผู้โชคดีมีทั้งหมด 40 คน และไม่มีใครเลือกรับรางวัลในครั้งที่หนึ่งเลยสักคน
การส่งเสริมการลงทุนยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งการจับรางวัลนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่องานเลย
หลี่หลิงหลิงยิ้มและพูดว่า “เพื่อนนักลงทุนทุกท่านคะ ตอนนี้เราจะเข้าสู่การจับฉลากรางวัลรอบที่สองแล้วค่ะ”
บรรดาผู้โชคดีทั้งสี่สิบคนเริ่มกังวลใจขึ้นมาอีกครั้ง
กฎการจับสลากรอบสองคือให้เลือกสิบคนจากทั้งหมดสี่สิบคน ซึ่งหมายความว่าสามสิบคนจะถูกคัดออก
หลี่หลิงหลิงกล่าวว่า “สำหรับการจับรางวัลในรอบนี้ ฉันอยากจะสุ่มเชิญแขกที่มาร่วมงาน ช่วยขึ้นมาจับหมายเลขล็อตเตอรี่ มีแขกคนไหนที่ยินดีจะขึ้นมาช่วยจับบ้างไหมคะ ? ”
“ฉัน ! ”
“ฉันเอง ! ”
“ฉันอยากจับ ! ”
“……”
หลายคนในกลุ่มผู้ชมยกมือขึ้นและตะโกนออกมาเสียงดัง
นอกจากนี้ยังมีคนที่วิ่งขึ้นไปบนเวทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ และรอจนกระทั่งไปถึงกลางเวทีก่อน แล้ว จึงพูดว่า “ฉันจะจับมันเอง ! ”
หลี่หลิงหลิงยิ้มและพูดว่า “ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณอยากจับจริง ๆ คนอื่นยกมือขึ้น แต่คุณกลับวิ่งขึ้นมาเลย”
ชายคนนั้นหัวเราะ “ฉันอยากจับรางวัลให้ตัวเองน่ะ ! ”
ปรากฎว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้โชคดีทั้งสี่สิบคนในรอบแรก หลี่หลิงหลิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ก่อนจะส่ายหัวแล้วพูดว่า “ขออภัย เนื่องจากคุณเป็นหนึ่งในผู้โชคดี คุณจึงไม่สามารถจับรางวัลได้ค่ะ ! ”
ถ้าเขาจับได้หมายเลขของเขาจริง ๆ คนอื่นอาจคิดได้ว่าเขาโกง แบบนั้นคงไม่ใช่เรื่องดี
เธอขอให้ชายคนนั้นลงจากเวที จากนั้นก็เลือกอีกคนให้ขึ้นมาจับรางวัลแทน
เขาเป็นตัวแทนจำหน่ายแซ่จง
หลี่หลิงหลิงยืนยันว่าเขาไม่ใช่หนึ่งในสี่สิบผู้โชคดี จึงขอให้เขาช่วยจับรางวัล
ในไม่ช้า คูปองใบแรกก็ถูกดึงออกมา
หลี่หลิงหลิงมองดูและพูดกับชายแซ่จงว่า “รบกวนคุณจงช่วยฉันอ่านหมายเลขของผู้โชคดีออกมาดัง ๆ ทีค่ะ ! ”
ผู้จัดการจงอ่านเสียงดัง “หมายเลขแรกที่จับได้คือ 2511 ! ”
ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีคนกระโดดขึ้นไปใต้เวทีทันที “ว้าว ฉันเอง ฉันคือผู้โชคดี ! ”
ชายคนนี้แซ่อู๋ เป็นตัวแทนจำหน่ายจากมณฑลจงหยวน
แขกคนอื่นที่นั่งรอบ ๆ เขาต่างก็แสดงความยินดีกับเขาทันที
“ยินดีด้วยนะ ! ”
“ขอให้โชคดีต่อไป และมุ่งมั่นเพื่อคว้ารางวัลใหญ่มาให้ได้ ! ”
“ใช่แล้ว ท่องเอาไว้ว่าสองหมื่นหยวน ! ”
“พี่ชาย ถ้าเห็นว่ามันสมควรก็รับไปเถอะ นี่คือเงินห้าพันหยวน ไม่ใช่หนึ่งร้อยหยวนแล้วนะ ! ”
“ใช่ เงินหนึ่งร้อยหยวนเสียไปมันอาจจะไม่มาก แต่มันน่าเสียดายถ้าต้องเสียเงินห้าพันหยวนนี้ไป ! ”
“ไม่ว่าคุณจะรับรางวัลหรือลุ้นรางวัลต่อไป ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นการตัดสินใจของคุณนะพี่ชาย”
“……”
ชายแซ่อู๋อดไม่ได้ที่จะลังเลขึ้นมา
ด้านหนึ่งคือเงินรางวัลห้าพันหยวนที่ได้รับแน่นอน แต่อีกด้านหนึ่งคือผลประโยชน์มหาศาลที่ต้องไปลุ้นดูอีกที
ขณะนี้ มันยากมากที่จะตัดสินใจ
แต่โชคดีที่สามารถให้คำตอบได้ก่อนการจับรางวัลในรอบที่สาม
บนเวที การจับรางวัลยังคงดำเนินต่อไป
“หมายเลขผู้โชคดีคนที่สองคือ 5639 ! ”
ผู้โชคดีคือตัวแทนจำหน่ายหญิงที่ดูเด็ดเดี่ยว เธอเดินขึ้นไปบนเวทีทันทีเพื่อรับเงินรางวัลห้าพันหยวน ละทิ้งโอกาสแข่งขันเพื่อชิงรางวัลใหญ่ในภายหลัง
หลังจากแจกรางวัลเสร็จแล้ว หลี่หลิงหลิงก็ถามในการให้สัมภาษณ์ว่า “คุณไม่อยากได้รับรางวัลใหญ่ในภายหลังแล้วเหรอคะ ? ”
ตัวแทนจำหน่ายหญิงตอบว่า “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ฉันเองก็อยากถูกรางวัลใหญ่เหมือนกัน ! ”
หลี่หลิงหลิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามด้วยความสับสน “ถ้าคุณต้องการรางวัลใหญ่ แล้วทำไมคุณถึงเลือกรับรางวัลนี้ไปล่ะคะ ? ”
หลังจากนั้น เธอก็กล่าวเสริมว่า “คุณรู้ไหม หลังจากที่คุณได้รับรางวัลแล้ว คุณจะไม่สามารถเข้าร่วมการจับรางวัลใหญ่ครั้งต่อไปได้อีก ! ”
ตัวแทนจำหน่ายหญิงพยักหน้า “ฉันรู้ค่ะ ! ”
หลี่หลิงหลิงเงยหน้าขึ้น ในเมื่อเธอรู้แล้ว ทำไมถึงไม่เลือกลุ้นรางวัลใหญ่ในภายหลัง ?
แบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ?
ตัวแทนจำหน่ายหญิงกล่าวว่า “นั่นเป็นเพราะฉันต้องไปลุ้นรางวัลใหญ่ในภายหลัง ฉันกลัวไม่ได้รางวัล จึงอดไม่ได้ที่จะยอมแพ้ และรับเงินรางวัลห้าพันหยวนนี้มาแทน ! ”
“แต่รางวัลนี้ ฉันได้รับแน่นอนแล้ว ! ”
“เงินห้าพันหยวนนั้นก็ถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก ฉันไม่อยากโลภ ไม่อย่างนั้นฉันอาจไม่ได้เงินห้าพันหยวนนี้ด้วยซ้ำ ! ”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่หลิงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมตัวแทนจำหน่ายหญิงและพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่สาว คุณแน่วแน่มากค่ะ ! ”
“ขอแสดงความยินดีที่ได้รับเงินรางวัลห้าพันหยวน ฉันหวังว่าธุรกิจของคุณจะเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเรื่อย ๆ ! ”
“ขอบคุณมากค่ะ ! ” ตัวแทนจำหน่ายสาวขอบคุณเธอ ก่อนจะหยิบปึกเงินห้าปึกใหญ่ แล้วเดินลงจากเวทีอย่างมีความสุข
ด้วยการที่มีเงินห้าพันหยวนในมือ ทำให้แรงกดดันทางการเงินที่จะใช้สั่งซื้อสินค้าของเธอลดน้อยลงไปมาก