ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 892 ขอเพิ่มเป็นสองเท่า
ตอนที่ 892 ขอเพิ่มเป็นสองเท่า
“ประธาน ผู้ช่วยเฝิง มีข่าวดีค่ะ ! มีข่าวดี ! ”
หลังจากที่เฉินซินรับโทรศัพท์ เธอก็วิ่งเข้ามาและพูดด้วยความตื่นเต้น
เฝิงเยี่ยนหงเหลือบมองเธอแล้วถามว่า “เธอเป็นถึงผู้จัดการแล้ว แต่ทำไมยังควบคุมอารมณ์ตัวเองให้นิ่งไม่ได้ แค่เดินมาบอกดี ๆ ทำไมถึงต้องโหวกเหวกโวยวายด้วย ! ”
หลินเจียอินใจหายวูบเพราะเสียงเฉินซิน เธอเลิกคิ้วแล้วพูดว่า “มีข่าวดีจากเจียงเฉิงงั้นเหรอ ? ”
“ใช่ค่ะ” เฉินซินพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร “ประธาน งานสั่งซื้อและงานมหกรรมการลงทุนในเจียงเฉิงประสบความสำเร็จอย่างมาก เจียงเจียกรุ๊ปของเราสามารถสร้างยอดขายในครั้งนี้ได้มากกว่า 1.5 พันล้านหยวนก่อนเทศกาลตรุษจีน ! ”
“อะไรนะ ? ” เฝิงเยี่ยนหงตกใจมากจนถ้วยชาในมือของเธอคว่ำ น้ำชาไหลอยู่บนโต๊ะร้อน ๆ ไหลลงไปบนเตาด้านใน จนควันสีขาวลอยขึ้นมา
เธอรีบหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดแล้วพูดว่า “มากกว่า 1.5 พันล้านหยวน ! เธอได้ยินถูกใช่ไหม ? ”
เฉินซินกล่าวว่า “ฉันจะได้ยินผิดไปได้อย่างไร รองประธานเมิ่งเป็นคนโทรมาด้วยตัวเองเลยนะ”
หลินเจียอินเองก็ตกใจกับคำพูดของเฉินซินเหมือนกัน เพราะเงิน 1.5 พันล้านหยวนนั้นถือเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลมาก !
พวกเธอทั้งสามรู้สึกตื่นเต้นอยู่พักหนึ่ง
หลินเจียอินจึงถามออกมาว่า “เฉินซิน แล้วรองประธานเมิ่งบอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ? ”
เฉินซินกล่าวว่า “รองประธานเมิ่งไม่ได้พูดอะไรค่ะ คาดว่าวันนี้พวกเขาน่าจะยุ่งอยู่ แม้ว่าจะออกเดินทางพรุ่งนี้ พวกเขาจะต้องกลับมาถึงในวันมะรืนนี้อยู่ดีค่ะ”
หลินเจียอินพยักหน้า และอดไม่ได้ที่จะตำหนิเจียงเสี่ยวไป๋ที่ไม่คิดจะโทรกลับมาบอกยอดขายที่บริษัททำได้ ทั้งที่มันเป็นเงินมหาศาลขนาดนี้
……
ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้มาหาเจียงเสี่ยวชิงแล้ว
เจียงเสี่ยวชิงไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เจอเจียงถิงและหวังกังที่เจียงเฉิงด้วย แต่เธอมีความสุขมากจนดึงพวกเขามาถามคำถามมากมาย
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “พี่ ฉันเริ่มปิดเทอมวันพรุ่งนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “พี่เพิ่งไปหาหลินเจียลี่มา และรู้ว่าพรุ่งนี้มหา’ลัยปิดเทอม เธอกลับไปเที่ยวชิงโจวกับพี่ในวันมะรืนนี้เลยสิ ! ”
เจียงเสี่ยวชิงกล่าวว่า “ดีเลย ฉันจะได้ไม่ต้องซื้อตั๋ว งั้นฉันจะติดรถพี่กลับนะ”
เจียงชานกล่าวว่า “อาสี่ ในครั้งนี้ป่าป๊าไม่ได้ขับรถกลับค่ะ แต่เราจะนั่งเครื่องบินกลับไปที่ชิงโจวกัน”
เจียงเสี่ยวชิงตกตะลึง “ขึ้นเครื่องบิน ? ตอนนี้มีสายการบินไปชิงโจวด้วยเหรอ ? ”
เจียงชานพูดอย่างภาคภูมิใจ “ถ้าป่าป๊าบอกว่ามี ก็ต้องมีค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวชิงไม่เชื่อคำพูดของหลานสาว เธอจึงมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ “พี่……”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่จะบินกลับในวันมะรืนนี้ ตอนนี้เที่ยวบินจากเจียงเฉิงไปยังชิงโจวได้กลับมาเปิดดำเนินการตามปกติแล้ว”
เจียงเสี่ยวชิงจึงเชื่อขึ้นมาทันที ใบหน้าของเธอแสดงความตื่นเต้นออกมา
ดีใจที่พี่รองมาเจียงเฉิงพอดี เธอจะได้มีโอกาสขึ้นเครื่องบินกลับบ้านแล้ว !
ฉันจะได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ช่างตื่นเต้นจริง ๆ !
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คืนนี้พี่จะไปกินข้าวเย็นกับเพื่อน และพี่ก็ชวนหลินเจียลี่ไปด้วย เธอมาด้วยกันก็ได้นะ ! ”
เจียงเสี่ยวชิงมาที่เจียงเฉิงเพื่อเข้าเรียนวิทยาลัย เขามาที่เจียงเฉิงหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยเลี้ยงข้าวน้องสาวของเขาเลยสักครั้ง เจียงเสี่ยวไป๋จึงรู้สึกผิดเล็กน้อย
แต่วันนี้เป็นวันดี เขาไม่เพียงแต่สามารถเลี้ยงอาหารเจียงเสี่ยวชิงเท่านั้น แต่เขายังสามารถแนะนำเธอให้รู้จักกับหลินเจียจวินและติงจวิ้นเจี๋ยได้อีกด้วย
เจียงเสี่ยวชิงโบกมือ “พี่ ฉันคงไม่ได้ไปกินข้าวด้วยหรอก ! ”
เจียงชานมองไปที่เจียงเสี่ยวชิงด้วยความประหลาดใจและถามว่า “อาสี่ อาจะไม่ไปกินข้าวกับเราเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวชิงพูดด้วยความเขินอายเล็กน้อย “พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้ว อานัดเพื่อนว่าจะไปทานอาหารเย็นด้วยกันวันนี้พอดี”
เจียงชานจึงได้แต่ตอบว่า “อ้อ” ด้วยท่าทางผิดหวังเล็กน้อย
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่พูดว่า “เอาล่ะ พรุ่งนี้เธอก็มาหาพี่ที่เกสต์เฮาส์หงซานได้เลยนะ พี่พักอยู่ห้อง 2068 ถ้าพรุ่งนี้มา พี่จะเปิดห้องให้เธอพักหนึ่งห้อง แล้วเราจะออกเดินทางกันวันมะรืนนี้”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงเสี่ยวชิงตอบตกลง
เจียงเสี่ยวไป๋อยู่ที่นั่นไม่นาน หลังจากพูดคุยกันสักพัก เขาก็พาทั้งสามคนกลับไปที่เกสต์เฮาส์
ขณะนี้เป็นเวลาบ่ายสองโมงแล้ว ตัวแทนจำหน่าย ตัวแทนประจำมณฑล และเจ้าของแฟรนไชส์ได้กลับไปกันหมดแล้ว เกสต์เฮาส์จึงค่อนข้างเงียบสงบ
ไม่นานหลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับมาที่ห้อง หลินเจียจวินก็มาตามหาเขา
“พี่มาถูกเวลาจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลินเจียจวินเริ่มตื่นตัวทันที “ฉันขอพักหายใจก่อนนะ อย่าเพิ่งให้ฉันทำงานเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มันไม่ใช่งานหนักอะไร ผมจะขอพี่ว่าเย็นนี้แวะไปรับหลินเจียลี่และเพื่อน ๆ ของเธอที่มหาวิทยาลัยเจียงเฉิงไปทานอาหารเย็นด้วยกัน”
หลินเจียจวินจึงถามด้วยความประหลาดใจ “ทำไมนายถึงชวนพวกเขาไปทานอาหารเย็น ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “จวิ้นเจี๋ยชวนพี่กับผมไปทานอาหารเย็นด้วยกันคืนนี้ ผมไปหาหลินเจียลี่มา ก็เลยชวนเธอมาทานด้วยกัน”
หลินเจียจวินพูดว่า “อ้อ” แล้วพูดต่อ “งั้นคืนนี้เราจะไปกินข้าวที่ไหนกันดี ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ไปกินปลากันเถอะ ผมอยากกินปลา ! ”
หลินเจียจวิ๋นกล่าวว่า “เอาล่ะ ฉันจะหาร้านให้แล้วกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าแล้วพูดว่า “จริงสิ แล้วพี่มาหาผมทำไมเหรอ ? ”
หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธ “ฉันว่างแล้วมาหานายไม่ได้หรือไง ? ”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดด้วยความไม่พอใจ “นายว่างจะไปเที่ยวไหนก็ได้ แต่ฉันต้องไปนู่นไปนี่จนขาของฉันแทบจะหัก ตอนนี้ฉันว่างก็อยากมาคุยกับนายบ้าง”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วหยิบบุหรี่ออกมายื่นให้เขา
หลินเจียจวินรับบุหรี่มา แล้วพูดว่า “อย่าคิดที่จะให้รางวัลฉันด้วยเงินเพียงไม่กี่เจี่ยว นายต้องเตรียมรางวัลที่จริงใจให้กันด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นถ้าผมให้รางวัลพี่เป็นภรรยาสักคนล่ะ ? ”
หลินเจียจวินโบกมือ “ช่างมันเถอะ แกล้งทำเป็นเหมือนว่าฉันไม่เคยพูดมันออกมาก็แล้วกัน รางวัลแบบนี้ฉันไม่ต้องการ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา
เรื่องตลกจบลงแล้วและทั้งสองก็เริ่มคุยเรื่องธุรกิจกัน
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ตอนนี้เราได้ลงนามในคำสั่งซื้อดังกล่าวแล้ว ผลิตภัณฑ์จำนวนมากไม่จำเป็นต้องจัดส่งในคราวเดียว แต่แรงกดดันในการผลิตของแต่ละโรงงานก็สูงขึ้นเช่นกัน ส่วนการขนส่งก็กดดันไม่น้อยเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ผมได้พิจารณาเรื่องนี้ไว้แล้วครับ ดังนั้นผมจึงได้เตรียมการบางอย่างไว้แล้ว”
หลินเจียจวินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “นายจัดการมันอย่างไร ทำไมฉันถึงไม่รู้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในช่วงปลายปีนี้ ผมได้ขอให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยทำสำนักงานไว้ในเมืองทั้งหก ได้แก่ จี้หนาน หยางโจว ฉางซา อู๋ตู เป่าติ้ง และเทียนจิง”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ถ้ามีเจียงเฉิงเป็นศูนย์กลาง ฉางซาอยู่ทางใต้ อู๋ตูทางตะวันตก เป่าติ้งและเทียนจิงทางเหนือ จี้หนานและหยางโจวทางตะวันออก นายหมายถึงใช้เจียงเฉิงเป็นศูนย์กลางและทำให้สถานที่ทั้งหกแห่งนี้กลายเป็นฐานโลจิสติกส์ใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ในสถานที่เหล่านี้ ยกเว้นเมืองอู๋ตูทางทิศตะวันตก เมืองอีกห้าเมืองสามารถใช้การขนส่งสินค้าทางรถไฟเป็นวิธีการขนส่งหลักได้ เราจะใช้รถไฟสามสาย สายหนึ่งส่งสินค้าจากชิงโจวไปยังเจียงเฉิง สายหนึ่งจะส่งสินค้าไปทางทิศตะวันตก และอีกสายจะกระจายไปยังเมืองทั้ง 5 แห่ง อย่าง เทียนจิง ซึ่งสามารถประหยัดต้นทุนและเวลาในการขนส่งได้”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “วิธีนี้เป็นไปได้ อย่างน้อยปัญหาการขนส่งก็ได้รับการแก้ไขชั่วคราวแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มันยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างไรพี่ก็ต้องไปคุยเรื่องการขนส่งสินค้าทางรถไฟกับพี่เจียปิงให้ผมก่อน”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ในฐานะที่เราสองคนเป็นพี่น้องกัน ฉันไม่จำเป็นต้องรอนายบอกหรอก เรื่องนี้ฉันจะไปคุยกับเขาให้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “หลังจากกลับไปถึงชิงโจว รองประธานเมิ่งจะเตรียมสัญญาให้ จากนั้นพี่ก็ไปทำสัญญากับพี่เจียปิง”
หลินเจียจวินพยักหน้าเห็นด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขา แล้วพูดว่า “หลังจากที่รองประธานเมิ่งทำสัญญาให้ เมื่อพี่ไปเจรจาทำสัญญากับพี่เจียปิง พี่ก็ควรจะขอขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า”