ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1092 สู้หลังชนฝา
ตูม!!
คลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากร่างของหลินชีเยี่ย
ไอซิส ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับรู้สึกถึงบางสิ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เธอยกมือขาวเนียนขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ฝ่าคลื่นพลังงานและม่านควันฝุ่น กดลงไปยังตำแหน่งหน้าอกของหลินชีเยี่ย!
มือข้างหนึ่งที่ค่อยๆ กลับมามีสีเลือดฝ่าควันฝุ่นออกมาเช่นกัน ปะทะกับมือของเธอ!
ตูม!!
เสียงระเบิดที่สั่นสะเทือนฟ้าดินดังออกมาจากจุดที่มือทั้งสองปะทะกัน พื้นดินรอบๆ ศิลาศักดิ์สิทธิ์ในรัศมีหลายลี้
ทรุดตัวลงหลายเมตรทันที!
ลมพายุหมุนวนทำลายพายุหิมะ ส่งผลให้บริเวณนี้กลายเป็นพื้นที่สุญญากาศไร้ลมทันที เกล็ดหิมะที่ล่องลอยอยู่
ถูกสั่นสะเทือนจนแยกชั้น ผ่านไปสิบกว่าวินาทีจึงมีเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกันที่ด้ามของดาบอามาโนะมุราคุโมะ ซึ่งนอนขวางอยู่บนพื้นในระยะไกล จู่ๆ ก็มีสีดำของรัตติกาล
ปรากฏขึ้น
ชิ้ง!
ดาบอามาโนะมุราคุโมะกลายเป็นแสงดาบ วูบผ่านขอบฟ้าในชั่วพริบตา ตัดข้อมือขาวเนียนของไอซิสออกอย่าง
เรียบร้อย รอยตัดเรียบเนียนราวกับกระจก
ม่านตาของไอซิสหดเล็กลงทันที ร่างกายถอยหลังติดต่อกันเป็นระยะร้อยเมตร เธอเร่งใช้พลังชีวิตพยายามฟื้นฟู
ข้อมือ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้กับบาดแผลที่ดาบอามาโนะมุราคุโมะทิ้งไว้ เลือดสดไหลไม่หยุดจากข้อมือที่ถูกตัดขาด หยดลง
บนพื้นหยดแล้วหยดเล่า
ไอซิสขมวดคิ้วเงยหน้ามองไปข้างหน้า เห็นเพียงเงาร่างหนึ่งกำลังถือดาบด้วยมือเดียว ค่อยๆ เดินเข้ามา
สายลมและหิมะโบยบินรอบร่างที่ไหม้เกรียมของเขา หมุนวนอย่างรวดเร็วและรุนแรง ภายใต้สภาวะที่ [เพรียกหา
วิญญาณ] ใช้พลังทั้งหมดที่มี ระดับพลังจิตของหลินชีเยี่ยก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทะลุผ่านขีดจำกัดของขั้นอนันต์ และ
ก้าวเข้าสู่ยอดมนุษย์ได้ชั่วขณะ
บาดแผลบนร่างกายของเขากำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เขายื่นมือออกไปในอากาศว่างเปล่า แล้วดึงความมืดของ
รัตติกาลและดวงดาวเข้ามา กลายเป็นเสื้อคลุมยาวคลุมร่างของเขา
ดวงตาทั้งสองของหลินชีเยี่ยสว่างไสวอย่างยิ่ง
ความจริงแล้วพลังของ [เพรียกหาวิญญาณ] ไม่เพียงพอที่จะทำให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นและเข้าสู่ระดับยอด
มนุษย์ได้
จุดสูงสุดของขั้นอนันต์คือขอบเขตสูงสุดที่ [เพรียกหาวิญญาณ] สามารถแสดงอานุภาพได้
แต่ในขณะที่ระดับของหลินชีเยี่ยกำลังจะถูกขีดจำกัดนั้นสกัดกั้น พลังอีกอย่างหนึ่งก็พุ่งขึ้นมา ช่วยให้เขาก้าวข้าม
ขีดจำกัดและเข้าสู่ระดับสูงสุดของมนุษย์ได้
[กวีแห่งนภา]
[กวีแห่งนภา] บทกวีมีจิตวิญญาณ ทุกครั้งที่ท่องบทกวีที่สามารถสั่นสะเทือนจิตใจได้ จะสามารถส่งผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อมรอบข้างได้ ยิ่งบทกวีสะเทือนจิตใจมากเท่าไร ผลกระทบต่อโลกภายนอกก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
บทกวีที่หลินชีเยี่ยใช้เพื่อสกัดกั้นเทพแห่งสายลมและเทพีแห่งชีวิต ก่อนหน้านี้นั้นอ่อนแอมาก ไม่เพียงแต่เป็น
เพราะระดับของหลินชีเยี่ยเอง แต่การที่จิตใจของเขาไม่สามารถสั่นสะเทือนกับบทกวีได้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พลัง
ลดลงด้วย แต่คำปฏิญาณสี่วรรคนั้นแตกต่างออกไป
นี่คือคำปฏิญาณแรกเริ่มของการเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรี และเป็นบทเพลงสุดท้ายก่อนที่หน่วยพิทักษ์ราตรีนับไม่
ถ้วนจะสละชีวิตในสนามรบ!
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา หลินชีเยี่ยได้พบเห็นหน่วยพิทักษ์ราตรีมากมาย คุณสมบัติอันเปล่งประกายของพวกเขา
ได้ทิ้งความประทับใจอย่างลึกซึ้งไว้ในใจของเขา และก่อนที่จะกล่าวคำปฏิญาณ เขาก็ได้คลายปมสุดท้ายในใจ
สภาวะเช่นนี้ รวมถึงสถานการณ์ที่ใกล้ความสิ้นหวังในตอนนี้ ทำให้เสียงสะท้อนของคำปฏิญาณสี่วรรคในส่วนลึก
ของจิตใจหลินชีเยี่ยนั้นถึงขั้นที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
[กวีแห่งนภา] ผนวกกับการใช้ศักยภาพทั้งหมดของ [เพรียกหาวิญญาณ] ทำให้หลินชีเยี่ยก้าวข้ามขีดจำกัดของ
มนุษย์ไปอีกขั้น ในแง่ของระดับพลัง แม้กระทั่งไปถึงระดับที่ใกล้เคียงกับเทพในคราวเดียว!
หลินชีเยี่ยไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เพียงแค่ดูจากพลังงานที่แผ่ออกมา เขาก็แทบจะไม่แพ้พละ
กำลังของจั่วชิงแล้ว
แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย
หลินชีเยี่ยรู้ดีว่าผลข้างเคียงจากการรองรับวิญญาณของเทพสององค์ติดต่อกัน บวกกับการใช้ [เพรียกหา
วิญญาณ] เพื่อดึงศักยภาพทั้งหมดออกมา เมื่อทั้งสองอย่างรวมกัน ต่อให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่อหมดเวลา
แล้วก็ไม่มีโอกาสรอดชีวิตแม้แต่น้อย
นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขา ‘หลินชีเยี่ย’
สายตาของหลินชีเยี่ยกวาดมองผ่านหลักศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่มีพืชพันธ์งอกขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาพึมพำบทกวีเบาๆ
เปลวไฟอันร้อนแรงก็พุ่งออกมาจากฐานของศิลา ลามขึ้นไปตามพืชพรรณบนผิวศิลา จุดไฟเผาหลักศิลาศักดิ์สิทธิ์ปกป้อง
ประเทศทั้งแท่งในชั่วพริบตา
ศิลาศักดิ์สิทธิ์ปกป้องประเทศถูกสร้างขึ้นจากพลังเทวะของเหล่าเทพ มีความแข็งแกร่งเหนือสิ่งใด ไม่ว่าเปลว
เพลิงจะเผาไหม้อย่างไรก็ไม่สามารถทำอันตรายได้ แต่ต้นกล้าที่หยั่งรากดูดซับพลังจากหลักศิลากลับค่อยๆ เหี่ยวเฉาใน
กองเพลิง
เปลวไฟเลียไล้หลักศิลาที่สูงตระหง่านจรดฟ้า ย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีแดงฉาน หลินชีเยี่ยสวมเสื้อคลุมยาวสีดำวาบ
มาใต้หลักศิลา ความมืดสนิทแผ่ขยายกลืนกินท้องฟ้าเหนือศีรษะเขาอย่างรวดเร็ว
ไอซิสมองดูหลักศิลาที่ลุกไหม้ ดวงตาฉายแววโกรธเกรี้ยว
“แค่มนุษย์ธรรมดา ช่างรนหาที่ตายจริงๆ!”
พร้อมกับพลังเทวะที่สั่นสะเทือน ชุดของเธอก็สะบัดพลิ้วในสายลม เธอยื่นมือขวาออกไปกระแทกพื้นอย่างแรง
ดวงตาทอแววอำมหิต!
ตูม!!!
พลังเทวะแห่งชีวิตพุ่งทะลักเข้าสู่พื้นดินอย่างบ้าคลั่ง ในพริบตา พืชพรรณขนาดมหึมานับไม่ถ้วนก็ระเบิดออกมา
จากชั้นหินแข็ง หญ้าป่าสูงร้อยเมตรบิดเบี้ยวราวกับงูยักษ์ ลำต้นหนาทึบห้าต้นเต็มไปด้วยหนามแหลมพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
กักขังหลินชีเยี่ยไว้ตรงกลาง จากนั้นก็งอเข้าหากันราวกับนิ้วมือยักษ์ พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียด
ทุ่งหิมะอันว่างเปล่าแห่งนี้ ภายใต้พลังของเทพีแห่งชีวิต ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนสวรรค์อันเต็มไปด้วยความป่า
เถื่อนและการสังหาร
“แค่มนุษย์ธรรมดาแล้วยังไง? ตอนนี้เธอ… แม้แต่มนุษย์ธรรมดาก็ยังฆ่าไม่ได้”
ร่างของหลินชีเยี่ยวาบหายไปท่ามกลางพืชพรรณนานาชนิด ใบหน้าเขาสงบนิ่งอย่างยิ่ง เขาเงยหน้ามองดวงดาวที่
ประดับบนท้องฟ้ายามราตรี ริมฝีปากขยับเอ่ยเบาๆ “[ดารานับพันร่วงโรย]”
ในทันทีที่เสียงของหลินชีเยี่ยดังขึ้น ดวงดาวเหล่านั้นก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พวกมันกลายเป็นฝนดาวตกที่
ทะยานผ่านท้องฟ้า และพุ่งตรงลงมายังพื้นดินแห่งนี้
ดวงดาวเสียดสีกับอากาศ กลายเป็นบอลเพลิงขนาดมหึมาพุ่งลงมาปะทะกับสวนพฤกษชาติยักษ์ที่กำลังเต้นระบำ
อย่างบ้าคลั่ง ฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ อย่างไร้รูปร่าง ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง หลุมอุกกาบาตมากมาย
ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน
การระเบิดและการเผาไหม้อันวุ่นวายสะท้อนแสงสีแดงไปทั่วเสื้อคลุมสีฟ้าของไอซิส เธอขมวดคิ้วแน่น กำลังจะ
ลงมือทำอะไรบางอย่าง แต่แล้วร่างชุดดำก็ปรากฏขึ้นจากเปลวไฟข้างกาย มือข้างหนึ่งกำดาบไว้แน่น แสงดาบฉีกอากาศ
พุ่งตรงไปที่ลำคอขาวของเธอ!
ไอซิสรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากดาบอามาโนะมุราคุโมะ ม่านตาของเธอหดเล็กลง ขาทั้งสอง
ฝังแน่นอยู่กับที่ ส่วนบนของร่างกายบิดไปด้านหลังอย่างรวดเร็วในท่วงท่าที่แปลกประหลาด หลบพ้นคมดาบไปได้
มือของเธอคว้าข้อมือที่กำดาบของหลินชีเยี่ยไว้
เมื่อพลังเทวะแห่งชีวิตถูกเทเข้าไป ต้นกล้าจำนวนมากก็งอกออกมาจากมือขวาของหลินชีเยี่ยแล้วแผ่ขยายไปตาม
แขนอย่างรวดเร็ว หลินชีเยี่ยรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของตัวเองช้าลงอีกครั้ง แขนทั้งท่อนแข็งเกร็ง
เขาหรี่ตาลง มือซ้ายคว้าดาบดาราที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า แล้วฟันแขนขวาของตัวเองที่เต็มไปด้วยต้น
กล้าขาดออกพร้อมกระดูก!
เลือดพุ่งกระเซ็น แขนที่ถูกตัดขาดพร้อมกับดาบอามาโนะมุราคุโมะทะลุพื้นดินร่วงลงสู่ใจกลางโลก
หลินชีเยี่ยกัดฟันทนความเจ็บปวด วงเวทย์วงที่สองปรากฏขึ้นที่เท้า เงาแมวสีฟ้าตัวหนึ่งกระโดดขึ้นมาจากพื้น
กระโจนเข้าใส่ร่างของไอซิสทันที
เปรี้ยง!!
สายฟ้าอันน่าเกรงขามและทรงพลังฟาดลงมาจากท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆ