ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1210 ตัวแทนของเทพ X
ขณะที่ฟังการ ‘ปราศรัย’ ของหลินชีเยี่ย ดวงตาของบรรดาตัวแทนก็เริ่มเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขารู้สึกสนใจแล้ว
“ทุกท่าน ผมรู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเราอาจจะมีความไม่เข้าใจกันบ้าง ทุกคนอาจจะเข้าใจผมผิดไปบ้าง แต่ท้ายที่สุด
แล้ว พวกเราไม่ใช่ศัตรูกัน……อีกทั้งยังอาจจะเป็นพันธมิตรที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันก็ได้” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“เพื่อแสดงความจริงใจของผม ตอนนี้ผมจะช่วยปลดโซ่เงินให้พวกคุณ แต่พวกเรายังอยู่ในคุกใต้ดินในเมือง ถ้าไม่
อยากถูกจับอีกครั้ง อย่าได้ทำอะไรโดยพลการเด็ดขาด”
บรรดาตัวแทนพากันพยักหน้า
หลินชีเยี่ยค้นตัวผู้ติดตามที่สลบไป หยิบกุญแจออกมาหนึ่งดอกแล้วปลดโซ่เงินออก
เมื่อไม่มีโซ่เงินสะกด ผนึกเทวะของบรรดาตัวแทนก็กลับคืนมา พวกเขามีสีหน้ายินดี ยืดตัวตรงขึ้นอีกครั้ง
“ขอบคุณมาก คุณไมเยอร์ส” คราวเดอร์มองหลินชีเยี่ยด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความขอบคุณ “ถ้าไม่มีคุณ พวกเรา
คงออกไปไม่ได้จริงๆ”
ความเป็นศัตรูในแววตาของตัวแทนคนอื่นๆ ก็จางหายไปเกือบหมด การที่หลินชีเยี่ยมาช่วยพวกเขาออกไปด้วย
ความสมัครใจ ก็ถือว่าได้ชดเชยการใช้ประโยชน์จากพวกเขาก่อนหน้านี้ ทำให้ได้รับความไว้วางใจมาชั่วคราว
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะคุยกัน เราออกไปก่อนเถอะ” หลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ แล้วครุ่นคิด “แต่ว่า พวกเรามีคน
มากขนาดนี้……จะออกไปจากที่นี่อย่างเงียบๆ ได้ยังไง?”
“ให้ฉันจัดการเอง”
ตัวแทนคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน
เขาโบกมือ คลื่นสีเทาแผ่ขยายออกไปครอบคลุมทุกคน ร่างของพวกเขาค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ ราวกับ
หายตัวไป
การล่องหนเป็นกลุ่มงั้นเหรอ?
หลินชีเยี่ยมองตัวแทนคนนั้นอย่างประหลาดใจ
ดูเหมือนว่าการพาตัวแทนจำนวนมากมาด้วยกันจะมีข้อดีอยู่บ้าง……อย่างน้อยตัวแทนกว่ายี่สิบคนนี้ก็หมายถึง
ผนึกเทวะที่แตกต่างกันกว่ายี่สิบชนิด
“ตามผมมา ผมรู้จักที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง” หลินชีเยี่ยพูดเสียงเบา
“เดี๋ยวก่อน!”
หมายเลข 22 พูดขึ้นจากในกลุ่มคน
“ถ้าเราออกไปแบบนี้ ไม่นานคงถูกค้นพบแน่ ในเมืองนี้มีวัตถุศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก ไม่แน่ว่าอาจจะมีอันที่สามารถ
ติดตามพวกเราได้ ถ้าตาแก่ที่ถือไม้เท้าตามมา พวกเราก็ตายอยู่ดี”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ บรรดาตัวแทนต่างขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นายหมายความว่าอย่างไร? อยากให้พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปเหรอ?”
“ไม่ใช่ ฉันมีวิธีอื่น”
หมายเลข 22 หรี่ตาลง มือข้างหนึ่งจับนิ้วชี้และนิ้วกลางของมืออีกข้าง แล้วออกแรงกระชาก ดึงนิ้วทั้งสองออกมา
จนถึงโคน!
เลือดสดพุ่งกระเซ็น หยดลงบนพื้นอิฐของคุก ทุกคนต่างขมวดคิ้วพร้อมกัน แม้แต่หลินชีเยี่ยก็ยังสีหน้าเคร่งเครียด
มองไปที่หมายเลข 22 อย่างไม่เข้าใจ
หมายเลข 22 ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ โยนนิ้วที่ขาดในมือลงบนพื้น ในชั่วขณะต่อมา นิ้วที่ขาดสองท่อนนั้นก็บิดเบี้ยว
อย่างประหลาด
ในแอ่งเลือด นิ้วทั้งสองเหมือนชายหญิงที่กำลังตกหลุมรัก แนบชิดติดกันแน่น ปลายนิ้วบวมพองขึ้น กลายเป็น
ก้อนเนื้อสองก้อน จากนั้นก็แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว
สองก้อน สี่ก้อน แปดก้อน สิบหกก้อน……ไม่ถึงสามนาที ในแอ่งเลือดก็ปรากฏก้อนเนื้อกว่ายี่สิบก้อน
ก้อนเนื้อเหล่านี้ภายใต้การควบคุมของหมายเลข 22 ค่อยๆ ปั้นเป็นรูปร่างมนุษย์ ใบหน้าเปลี่ยนแปลง ตรงกับ
ตัวแทนแต่ละคนที่เคยถูกกักขังที่นี่อย่างสมบูรณ์แบบ
พวกเขานั่งเปลือยกายอยู่บนพื้น สายตาเหม่อลอย เหมือนตุ๊กตาเนื้อหนังที่ไร้วิญญาณ ไม่ขยับเขยื้อน
สร้างร่างมนุษย์ขึ้นมา?!
นี่มันความสามารถอะไร?
หลินชีเยี่ยเบิกตากว้าง
ตัวแทนคนอื่นๆ เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองหมายเลข 22 แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ร่างกายแห่งตัณหา? ฉันนึกว่าใคร……ที่แท้นายก็คือตัวแทนของฟีโรเตส เทพีแห่งความเสน่ห์หาที่มีชื่อเสียงโด่ง
ดัง?”
เมื่อได้ยินคำว่าตัวแทนของเทพีแห่งความเสน่ห์หา ดวงตาของหมายเลข 22 ก็ฉายแววดุดัน!
เขายื่นมือออกไป บีบคอตัวแทนคนนั้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“นายพูดอีกครั้งสิ?!”
ตัวแทนคนนั้นมีสีหน้าดูถูก กำลังจะเอ่ย หลินชีเยี่ยที่อยู่ด้านข้างก็จับข้อมือของหมายเลข 22 แล้วพูดอย่างใจเย็น
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทะเลาะกัน พูดน้อยๆ หน่อย 22 ปล่อยเขาไป”
หมายเลข 22 จ้องตาตัวแทนคนนั้นอย่างดุดัน ราวกับหมาป่าหิวโซที่อยากจะฉีกเหยื่อเป็นชิ้นๆ “ฉันขอเตือนนาย
อย่าพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าฉัน……เว้นแต่ว่านายอยากตาย!”
เขาแค่นเสียงเย็นชา แล้วปล่อยมือจากลำคอของอีกฝ่าย
ตัวแทนคนนั้นถอยหลังไปสองก้าว มองหมายเลข 22 ด้วยสีหน้าเย็นชา
“ด้วยร่างกายเหล่านี้ พวกเราสามารถปะปนกับคนธรรมดาได้ ทุกคนทิ้งผ้าคลุมของตัวเองไว้แล้วออกไปได้เลย”
หลินชีเยี่ยยืนอยู่ระหว่างทั้งสองคน พลางเอ่ยขึ้นมา
ทุกคนรีบถอดผ้าคลุมออก คลุมไว้บนร่างที่ตรงกัน จากนั้นก็ออกจากคุกใต้ดินอย่างเงียบๆ ภายใต้การปกป้องของ
คลื่นสีเทา
……
หลังจากทุกคนออกไปแล้ว ร่างกายแห่งตัณหากว่ายี่สิบร่างในคุกใต้ดิน ราวกับได้รับสัญญาณบางอย่าง ค่อยๆ ลุก
ขึ้นจากพื้น
พวกมันเหมือนซอมบี้ เปิดประตูคุกออกมา เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ติดตามที่สลบอยู่บนพื้น
นั่นคือผู้ติดตามที่เคยเตะหมายเลข 22
พวกเขาจ้องมองผู้ติดตามด้วยสายตาว่างเปล่า ดูน่าขนลุกและประหลาด
แสงเทียนสลัวกระพริบไหวในคุกใต้ดิน บนกำแพงอิฐโบราณ เงาของร่างกายแห่งตัณหากว่ายี่สิบร่าง ค่อยๆ ยก
มุมโซ่ตรวนในมือขึ้น
ทุ่มแรงฟาดลงมา!
ตึง! ตึง! ตึง!
พวกเขาเหมือนเครื่องจักรที่ไร้วิญญาณ คอยทุบศีรษะของผู้ติดตามอย่างบ้าคลั่ง สมองปนเลือดอุ่นๆ กระเซ็นไป
ทั่วคุกใต้ดิน
……
ยามดึก
แทบจะไม่เห็นชาวเมืองที่สัญจรอยู่ข้างนอก หลินชีเยี่ยนำตัวแทนทั้งหลายเดินผ่านถนนอิฐหลายสาย ในที่สุดก็
เข้าไปในบ้านหินหลังเล็ก
บ้านหินหลังนี้เป็นบ้านของ ‘เหล่าลิ่ว’ ที่หลินชีเยี่ยปลอมตัวเป็นตอนที่แอบเข้ามาในเมือง เนื่องจากพ่อแม่ของเขา
เสียชีวิตทั้งคู่ ในบ้านจึงไม่มีใคร ตอนนี้จึงเป็นที่ซ่อนตัวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
ในห้องคับแคบ มีคนกว่ายี่สิบคนหลั่งไหลเข้ามาในคราวเดียว ทำให้รู้สึกแออัดขึ้นมาทันที
หลินชีเยี่ยใช้พลังจิต ตรวจสอบรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็น จึงปิดม่านหน้าต่างและจุดเทียนที่มุมห้อง
แสงไฟสลัวกระพริบอยู่บนโต๊ะหินสีเหลือง ส่องให้เห็นใบหน้าของทุกคนอย่างเลือนราง นอกจากหลินชีเยี่ยแล้ว
คนอื่นๆ ล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียด
“เหลือเวลาไม่ถึงสองวันแล้ว” ตัวแทนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “จนถึงตอนนี้ เรายังไม่รู้ว่าจะยึด
ครองคลังสมบัตินี้ได้อย่างไร……ต่อไปเราควรทำยังไงดี?”
“เราต้องถามหมายเลข 22 สิ? ความลับของ ‘คลังสมบัติกษัตริย์’ เป็นเขาที่ขายออกไป เขาน่าจะรู้เรื่องที่นี่ดีกว่า
พวกเรา”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หมายเลข 22 ที่อยู่ตรงมุมห้อง
ขณะนี้หมายเลข 22 กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่มุมห้อง ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ท่าทางดุร้ายและโหดเหี้ยม
“หมายเลข 22?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วแน่น
หมายเลข 22 ได้สติกลับมา สีหน้าที่บิดเบี้ยวค่อยๆ กลับมาสงบ หลังจากครุ่นคิดสักพัก เขาก็พูดว่า
“ฉันเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวีรกษัตริย์มาก่อน แต่ฉันไม่มีเบาะแสว่าจะยึดครองคลังสมบัติกษัตริย์ได้ยังไง ถ้า
เรื่องราวที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เป็นความจริง คลังสมบัตินี้มีเพียงกิลกาเมชผู้ครอบครอง ‘กฎแห่งจอมราชัน’
เท่านั้นที่สามารถควบคุมได้ คนอื่นไม่มีทางยึดครองมันได้”
เขารู้เรื่อง ‘กฎแห่งจอมราชัน’ ด้วยเหรอ?
หลินชีเยี่ยนึกถึงปฏิกิริยาของหมายเลข 22 ตอนที่เห็นเจ้าเมืองหยิบไม้เท้าสีทองออกมาที่จัตุรัสกลางวันนี้ ใจของ
เขาก็กระตุกเล็กน้อย
หมายเลข 22 คนนี้ต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคลังสมบัตินี้เยอะมาก……เขาเป็นใครกันแน่?
“คุณบอกข้อมูลที่คุณรู้ให้ฟังก่อนก็ได้” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นมาก่อน “ด้วยวิธีนี้ เมื่อผมทำนายในภายหลัง ก็จะ
สามารถทำได้แม่นยำมากขึ้น”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ทำนาย’ บรรดาตัวแทนต่างก็ตาเปล่งประกาย