ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1570 ขวาง
[ชิงอวี๋ คุณจะพาฉันไปไหน?] เจียงเอ่อร์ลอยอยู่ข้างๆ อันชิงอวี๋ พลางถามด้วยความสงสัย
อันชิงอวี๋เดินผ่านถนนที่เปียกชื้น หยดฝนไหลลงจากแก้ม เขามองไปยังระยะไกลด้วยดวงตาที่แน่วแน่
“ไปทะเลสาบเอ๋อร์ไห่”
[ตอนนี้เลยเหรอ แต่ว่า…]
“ไม่มีแต่” อันชิงอวี๋เช็ดรอยน้ำตา เอ่ยอย่างจริงจัง “ซีหวังหมู่บอกว่า ในขณะที่สมองของเธอถูกปีศาจกลืนกิน
เธอก็ตายไปแล้ว ตอนแรกฉันไม่อยากจะเชื่อ ตราบใดที่เธอยังอยู่ตรงหน้าฉัน ก็หมายความว่าอาจยังมีโอกาสช่วยเธอ
ได้……แต่ตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้ว……เหตุผลที่เธอยังอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะหวังให้ฉันเสียเวลาช่วยเธอ การมีอยู่ของเธอคือ
โอกาสสุดท้ายที่เจียงเอ่อร์มอบให้ฉัน……”
[โอกาสอะไร?]
“โอกาสที่จะชดเชยความเสียใจ”
อันชิงอวี๋หันมามองเธอ “ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เราไม่ควรจบลงด้วยความสิ้นหวังและทุกข์ทรมาน…
ใช่ไหม?”
เจียงเอ่อร์ตกตะลึง เธอมองดวงตาที่แน่วแน่ของอันชิงอวี๋ ก่อนจะตอบรับเบาๆ
อันชิงอวี๋แบกโลงศพที่แตกร้าว วิ่งผ่านถนนของสรวงสวรรค์ ร่างกายที่อ่อนแอหอบหายใจหนัก ราวกับว่าจะล้มลง
บนพื้นได้ทุกเมื่อ ประตูสูงตระหง่านขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้าเขา
ในขณะที่กำลังจะเข้าใกล้ประตู ก็มีสองร่างปรากฏขึ้นทันที
“สหายน้อยชิงอวี๋… เจ้าคิดจะไปไหน?” ก่วงเฉิงจื่อในเสื้อคลุมสีแดง กล่าวเสียงเบา
อันชิงอวี๋หยุดเท้า “ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่”
“เจ้าจะไปที่ต้าเซี่ย?” ก่วงเฉิงจื่อกับไท่อี่เจินเหรินสบตากัน สีหน้าดูแปลกประหลาด “นี่……”
“ท่านเซียนคุนหลุนทั้งสอง ผมกำลังรีบ โปรดหลีกทางด้วยครับ” อันชิงอวี๋โค้งคำนับ
“สหายน้อยชิงอวี๋ ข้าจะพูดตรงๆ เจ้าไม่ควรลงไปยังโลกมนุษย์ตอนนี้”
“ทำไม?”
ก่วงเฉิงจื่ออึกอัก ไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงขอความช่วยเหลือจากไท่อี่เจินเหริน
คนหลังไตร่ตรองคำพูด “เพราะหากเจ้าลงไปตอนนี้ อาจสร้างความเสี่ยงบางอย่างให้กับต้าเซี่ย……”
“พวกคุณกังวลว่าผมจะเป็นอันตรายต่อต้าเซี่ยเหรอ?” อันชิงอวี๋ขมวดคิ้ว “พวกคุณคิดว่า ผมจะทำร้ายต้าเซี่ยงั้น
เหรอ?”
“เราเชื่อใจสหายน้อย แต่ตอนนี้เจ้าอาจควบคุมพลังของตนเองไม่ได้ ใช่หรือไม่?”
อันชิงอวี๋หยุดชะงัก แล้วพูดต่อ
“ถ้าพวกคุณกังวลเรื่องมิโก ตอนนี้ผมสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของพวกมันได้คร่าวๆ แล้ว พวกมันจะไม่
ปรากฏตัวเหมือนก่อน อีกอย่าง ความผันผวนของปริภูมิเวลารอบตัวผมก็สามารถควบคุมได้ด้วยจิตสำนึก จะไม่ทำร้าย
ใคร……”
“สหายน้อยชิงอวี๋” ไท่อี่เจินเหรินส่ายหน้า “เราเคยสูญเสียเจ้าไปแล้วครั้งหนึ่ง สถานะของเจ้าตอนนี้พิเศษมาก
ไม่ว่าจะเป็นสรวงสวรรค์หรือต้าเซี่ยก็ไม่อาจเสี่ยงอีก……ขออภัยจริงๆ”
“แสดงว่า……ไม่ว่าอย่างไร พวกคุณก็จะไม่ปล่อยให้ผมไป?”
“……ใช่”
สายตาของเซียนคุนหลุนทั้งสองแน่วแน่ไร้ความหวั่นไหว
อันชิงอวี๋เห็นดังนั้น จึงขมวดคิ้วแน่น บรรยากาศพลันแข็งค้าง
แสงหลายสายพุ่งผ่านท้องฟ้า จักรพรรดิหยกและซีหวังหมู่ปรากฏร่างที่ประตูหนานเทียน จั่วชิงและเหล่ายอด
มนุษย์ก็ทยอยลงมา ยืนอยู่ข้างหน้าเซียนคุนหลุนทั้งสอง
เดิมทีพวกเขากำลังสนทนากันในวัง เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ประตูหนานเทียน จึงรีบเดินทางมาทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” จั่วชิงถามด้วยความสงสัย
ก่วงเฉิงจื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ทุกคนจึงตกอยู่ในความเงียบ
เหล่าเทพและยอดมนุษย์ของต้าเซี่ยหันมามองอันชิงอวี๋ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคธูลูที่แผ่มาจากตัวเขา สีหน้าซับซ้อน
อย่างยิ่ง
ดังที่ซีหวังหมู่กล่าว ตอนนี้อันชิงอวี๋ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งมีชีวิตจากตำนานคธูลู……
การปล่อยให้อันชิงอวี๋ไปต้าเซี่ยเป็นการกระทำที่เสี่ยงอย่างแน่นอน
อันชิงอวี๋กวาดตามองอีกฝ่าย บรรดาผู้คนที่เคยทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ตอนนี้กลับมีความสงสัยในตัวเขา อีกทั้งยัง
ขวางเขาไว้ที่ประตูหนานเทียน
หัวใจของอันชิงอวี๋สั่นสะท้านเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความขมขื่น
“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย ผมคือรองหัวหน้าหน่วยม่านราตรี อันชิงอวี๋ ผมไม่ใช่ศัตรูของต้าเซี่ย…” อันชิงอวี๋สูด
หายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวอย่างจริงใจ “ผมแค่อยากกลับไปที่ต้าเซี่ยเพื่อส่งคนรักเป็นครั้งสุดท้าย……ขอแค่ชั่วโมงเดียว
ผมจะกลับมา”
ทุกคนมองหน้ากัน ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร… โจวผิงกำลังจะเอ่ยปาก เสียงเย็นชาของจักรพรรดิหยกก็ดังขึ้น
“ขออภัย สรวงสวรรค์ไม่อาจเสี่ยงเช่นนี้ได้”
เมื่อสามเทียนจุนไม่อยู่ จักรพรรดิหยกก็เป็นตัวแทนของสรวงสวรรค์ การตัดสินของเขาก็คือการตัดสินของเหล่า
เทพต้าเซี่ย เหล่าเทพที่ต้องการช่วยอันชิงอวี๋พูดขอร้อง ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ
[ชิงอวี๋ เราไม่ไปแล้วได้ไหม?] เจียงเอ่อร์จับมืออันชิงอวี๋อย่างอ่อนโยน [ตราบใดที่มีคุณอยู่ข้างๆ ฉัน ที่ไหนก็
เหมือนกัน]
อันชิงอวี๋จ้องมองร่างที่ขวางกั้นหน้าประตูหนานเทียน รู้สึกผิดหวังกับต้าเซี่ยเป็นครั้งแรก……
ใช่ โลกหลังประตูสัจธรรมมีพลังมหาศาล เพียงพอที่จะทำให้คนธรรมดาเสียสติหรือหลงทาง… อันชิงอวี๋เคยเห็น
แล้ว แต่เขาสามารถต้านทานได้ด้วยความมุ่งมั่น เขารู้ดีว่าตนไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายคธูลู แม้ว่าทางสรีรวิทยาเขาจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เขาก็ยังคงเป็นอันชิงอวี๋
เช่นเดิม
ในส่วนลึกของหัวใจ อันชิงอวี๋รู้ว่าพวกเขาทำถูกต้อง ทุกคนกำลังปกป้องต้าเซี่ย แต่ความรู้สึกถูกสงสัยและ
ระแวง……ช่างเจ็บปวดเหลือเกิน
อันชิงอวี๋มองใบหน้าที่เลือนรางของเจียงเอ่อร์ ริมฝีปากเม้มแน่น ความรู้สึกผิด ไม่ยอมรับ น้อยใจ และโกรธ หลั่ง
ไหลเข้ามาในหัวใจ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ปล่อยเขาไป”
อันชิงอวี๋ตกตะลึง หันกลับไปมอง เห็นสองร่างในชุดคลุมสีแดงเข้มกำลังเดินมาอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายฝน
โปรยปราย
หลินชีเยี่ยเดินผ่านอันชิงอวี๋ไป มุ่งหน้าตรงไปยังบรรดาเทพต้าเซี่ยและยอดมนุษย์ที่ประตูหนานเทียน ท่าทางสงบ
นิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หลินชีเยี่ย เจ้าควรเข้าใจนะ……” ซีหวังหมู่เอ่ยยังไม่ทันขาดคำ หลินชีเยี่ยก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผมไม่เข้าใจหรอก”
หลินชีเยี่ยเดินไปหยุดตรงหน้าทุกคน ปลายผมที่เปียกชื้นปรกหน้าผาก ดวงตาที่สงบนิ่งมองผ่านไปยังทุกคน “ผม
รู้แค่ว่า อันชิงอวี๋คือรองหัวหน้าของผม เจียงเอ่อร์คือสมาชิกในหน่วยของผม……สมาชิกหน่วยม่านราตรีเสียสละอย่างกล้า
หาญในการต่อสู้กับเทพภายนอก ผมไม่รู้หรอกว่าการกลับไปต้าเซี่ยเพื่อส่งเธอเป็นครั้งสุดท้ายผิดตรงไหน?”
ซีหวังหมู่จ้องตาเขม็ง แล้วเอ่ยช้าๆ “ตอนนี้อันชิงอวี๋อันตรายเกินไป……”
“ผมจะไปกับเขา” หลินชีเยี่ยเว้นวรรค “ถ้าเขามีพฤติกรรมผิดปกติ……ในฐานะหัวหน้าหน่วยม่านราตรี ผมจะ
กำจัดเขาอย่างไม่ลังเล”