ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 215 การปฏิญาณตนและการจากลา
หลังจากที่แจกเหรียญตราทั้งหมดเสร็จสิ้น ต่อไปก็เป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับหน่วยพิทักษ์ราตรีแต่ละคน
“เจิ้งจง”
“โม่หลาน”
“หลี่ฉ่าวกวง”
“เฉาเยวียน”
“……”
บนเวทีฝึกซ้อม ครูฝึกหลายคนยืนอยู่หน้ากล่องโลหะที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนา พวกเขาเรียกชื่อทีละคนตามรายชื่อ
ผู้ที่ถูกเรียกชื่อจะเดินขึ้นไปรับอุปกรณ์ของตนเองตามลำดับ
“ไป๋หลี่ถูหมิง”
“หลินชีเยี่ย”
หลังจากเรียกชื่อหลินชีเยี่ย เขาก็ก้าวเท้าออกไปทันที เดินขึ้นเวทีเพื่อรับอุปกรณ์ของตน
อย่างที่คาดไว้ ชุดมาตรฐานสามชิ้นของหน่วยพิทักษ์ราตรี ดาบดารา ผ้าคลุม และเหรียญตรา
หลังจากได้รับอุปกรณ์ หลินชีเยี่ยก็ทำเหมือนคนอื่นๆ คือสวมผ้าคลุมก่อน ผ้าคลุมสีแดงเข้มทำจากวัสดุไม่ทราบ
ชนิด นุ่มและสบาย สวมใส่แล้วไม่รู้สึกถึงน้ำหนักเลย ขนาดพอดีตัว
ต่อมา เขาจับด้ามดาบดารา ความรู้สึกคุ้นเคยและน้ำหนักไม่ต่างจากดาบมาตรฐานอื่นๆ ที่เขาเคยใช้มาก่อน
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือบนใบดาบตรงมีคำว่า ‘หลินชีเยี่ย’ สลักอยู่สามตัวอักษร
หลินชีเยี่ยใช้ดาบคู่ แต่เขาไม่ได้ขอดาบอีกเล่มหนึ่ง เพราะที่บ้านของเขายังมีดาบอีกเล่มหนึ่งซึ่งมีคำว่า ‘จ้าวคง
เฉิง’ สลักอยู่
สุดท้ายคือเหรียญตรา
ความรู้สึกหนักอึ้งในมือ ดาบไขว้กัน พื้นหลังเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว……หลินชีเยี่ยพิจารณาอย่างละเอียด
สักครู่ แล้วพลิกด้านหลัง ใต้ตัวอักษรสี่บรรทัดที่คุ้นเคยก็มีคำว่า ‘หลินชีเยี่ย’ สลักอยู่สามตัวอักษรเช่นกัน
นี่คือหลักฐานยืนยันตัวตนของเขาในฐานะหน่วยพิทักษ์ราตรี
หลังจากทุกคนรับอุปกรณ์เสร็จ หยวนกังที่ยืนอยู่บนเวทีก็เอ่ยปากช้าๆ
“ฉันคิดว่าพวกนายทุกคนคงรู้แล้วว่า สามสิ่งนี้คืออุปกรณ์มาตรฐานของหน่วยพิทักษ์ราตรีพวกเรา แต่พวกนาย
อาจจะมีน้อยคนที่รู้ว่ามันเป็นตัวแทนของอะไร”
“ดาบตรง เสื้อคลุม เหรียญตรา……ทำไมถึงเป็นสามสิ่งนี้? ทำไมไม่เพิ่มรองเท้าบู๊ต ถุงมือ หมวก หรือสิ่งอื่นๆ
เข้าไปด้วย? เพราะสิ่งเหล่านี้พิเศษที่สุด”
“ดาบตรงหรือที่เรียกว่าดาบดารา ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่มีที่มาลี้ลับอย่างยิ่ง บางคนบอกว่าเป็นเหล็กจาก
อุกกาบาต บางคนบอกว่าเป็นแร่เหล็กกลายพันธุ์จากหมอก บางคนบอกว่าเป็นเหล็กวิเศษชั้นดีที่นำออกมาจากคลัง
สมบัติของศาสตราเทพแห่งต้าเซี่ย ฉันไม่รู้ ทั้งต้าเซี่ยก็ไม่มีใครรู้ ยกเว้นคนที่ตีดาบเหล่านี้”
“ที่มาของมันไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือมันจะไม่มีวันหัก ไม่มีวันเป็นสนิม ไม่มีวันละลาย ไม่มีวันแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
แรงภายนอกใดๆ ก็ไม่สามารถทำลายโครงสร้างภายในของมันได้ ตั้งแต่วินาทีที่มันถูกตีขึ้นมา มันก็ถูกตรึงให้อยู่ในรูปร่าง
นี้ตลอดกาล รวมถึงชื่อของพวกนายที่สลักอยู่บนนั้นด้วย”
“มันคือ ‘ดาบ’ ซึ่งพวกนายสามารถไว้วางใจได้อย่างสมบูรณ์!”
“เสื้อคลุมถูกผลิตขึ้นจากวัสดุนาโนเทคโนโลยีระดับสูงสุด นอกจากจะสบายแล้ว ยังสามารถป้องกันความหนาว
ความร้อน ความชื้น เชื้อโรค และสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันเหมือนชุดป้องกัน
อเนกประสงค์ที่ช่วยให้พวกนายแยกตัวออกจากผลกระทบภายนอกในระหว่างการต่อสู้”
“แต่มันไม่แข็งแรง มันเป็นเพียงเสื้อคลุม ไม่ใช่เกราะ ถ้าเสื้อคลุมเสียหายระหว่างการต่อสู้ พวกนายสามารถขอส่ง
กลับไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ได้ จะมีคนเย็บซ่อมให้พวกนายโดยเฉพาะ และส่งกลับมาถึงมือพวกนายในวันรุ่งขึ้น”
“มันคือ ‘โล่’ ป้องกันที่ช่วยให้พวกนายปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ”
“ส่วนเหรียญตรา……มันมีประโยชน์เพียงอย่างเดียว คือตายพร้อมกัน!”
“มันสามารถกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดของคนๆ หนึ่งในระยะเวลาสั้นๆ คนที่ไม่มีผนึกต้องห้ามจะได้รับผนึกต้อง
ห้าม คนที่มีผนึกต้องห้ามจะยกระดับขึ้น มันให้โอกาสแก่พวกนาย โอกาสที่จะต่อสู้จนตายเพื่อรักษาศักดิ์ศรี และสร้าง
โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมมีชีวิตรอด!”
“มันคือ ‘ความเชื่อ’ ที่ปกป้องศักดิ์ศรีแห่งความตายของพวกนาย”
หยวนกังสูดหายใจลึก แล้วพูดช้าๆ ว่า “ดาบแห่งการโจมตี โล่แห่งการปกป้อง และการตายอย่างมีเกียรติ นี่คือสิ่ง
ที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้พวกนาย……อาวุธที่ดีที่สุด”
ทหารใหม่……ไม่สิ หน่วยพิทักษ์ราตรีรุ่นใหม่ ก้มมองอุปกรณ์ของตัวเอง จมอยู่ในความเงียบ
อุปกรณ์สามชิ้น ไม่มากไม่น้อย แต่สิ่งที่พวกมันแบกรับไว้คือความต่อเนื่องและความรุ่งเรืองของประเทศ
หยวนกังยืนตัวตรง ก้มมองดูคลื่นมนุษย์สีแดงเข้มที่เต็มไปทั่วด้านล่างเวที แล้วเอ่ยปากอย่างสง่างาม
“พิธีปฏิญาณตน……เริ่ม!”
พรึ่บ~
ลมแรงพัดผ่าน ธงแดงบนเสาธงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเวทีฝึกซ้อมสะบัดพลิ้ว ทั้งสนามเงียบสงบ
หยวนกังกำเหรียญตราในมือขวาแน่น วางไว้ที่หัวใจของตัวเอง มือซ้ายวางบนด้ามดาบตรงที่เอว เสียงทุ้มต่ำและ
ยิ่งใหญ่ก้องกังวานไปทั่วสนามฝึก
“ผม หยวนกัง ปฏิญาณต่อธงแดงของต้าเซี่ย……”
ทุกคนพร้อมใจกันกำเหรียญตราไว้ในมือขวา แล้ววางไว้ที่หน้าอก มือซ้ายจับด้ามดาบ เปล่งเสียงอย่างทรงพลัง
“ผม หวังลี่……”
“ผม หลี่ฉ่าวกวง……”
“ฉัน เวินฉิงฉิง……”
“ผม เติ้งเหว่ย……”
“ผม หลี่เลี่ยง……”
“ผม เฉาเยวียน……”
“ผม ไป๋หลี่ถูหมิง……”
“ผม หลินชีเยี่ย……”
“……”
ในที่สุด เสียงของทุกคนก็รวมกันเป็นประโยคเดียว
“ปฏิญาณต่อธงแดงของต้าเซี่ย!”
หยวนกังกล่าวต่อ “หากรัตติกาลพึงมาเยือน!”
“–หากรัตติกาลพึงมาเยือน!”
“ข้าจะยืนหยัดเบื้องหน้าทุกสรรพสิ่ง!”
“–ข้าจะยืนหยัดเบื้องหน้าทุกสรรพสิ่ง!”
“ชักดาบข้ามห้วงลึก!”
“–ชักดาบข้ามห้วงลึก!”
“โลหิตหลั่งรินย้อมนภา!!”
“–โลหิตหลั่งรินย้อมนภา!!”
พวกเขากำหมัดแน่น ในดวงตามีทั้งความตื่นเต้น ความมุ่งมั่น และความเด็ดเดี่ยว ตัวอักษรสี่บรรทัดนี้จะถูกจารึก
ไว้ในใจของพวกเขาตลอดไป เหมือนกับที่จารึกไว้บนดาบของพวกเขา
ตัวไหมที่อยู่ในรังสุดท้ายก็ได้เจาะรังออกมา นับจากวินาทีนี้ พวกเขาคือ ‘หน่วยพิทักษ์ราตรี’
การเติบโต บางทีอาจจะง่ายแค่นี้
……
“ไปละ”
“ไปละ”
“ฉันก็ไปละ……”
“รักษาตัวด้วย อย่าลืมมาหาฉันนะ!”
“ฮ่าๆๆ วางใจเถอะ ตอนนั้นฉันจะเลี้ยงเหล้านาย!”
“เฮ้ย! อย่าตายนะ! ได้ยินไหม?!”
“ไอ้บ้า ฉันน่ะแข็งแกร่งกว่านายอีก จะตายง่ายๆ ได้ยังไง? รอให้ฉันได้เป็นหัวหน้าหน่วยในอีกสองปีก่อน แล้วจะ
เลี้ยงเหล้านาย!”
“……”
ในหอพัก เงาร่างคุ้นเคยทยอยลากกระเป๋าเดินทาง กลั้นความอาลัย หยอกล้อด่าทอกันเป็นการบอกลา
การพบปะกันเป็นเวลาหนึ่งปีนี้ ในที่สุดก็ถึงเวลาแยกย้าย
“ชีเยี่ย ฉันไปล่ะ” นอกประตู เฉาเยวียนลากกระเป๋าเดินทาง มองหน้าหลินชีเยี่ยอย่างจริงจัง “อย่าลืมมาหาฉันที่
เมืองหวยไห่นะ”
หลินชีเยี่ยยิ้ม “วางใจเถอะ ระวังตัวด้วยนะ”
“ฮือๆๆๆ ชีเยี่ย ผมก็ต้องไปแล้ว ไม่มีผมนอนเป็นเพื่อน อย่าคิดถึงผมนะ!” ไป๋หลี่พั่งพั่งตาแดงก่ำ ด้านหลังมีบอดี้
การ์ดหลายคนช่วยขนกระเป๋า พูดอย่างอาลัยอาวรณ์
“อย่าพูดอะไรที่ทำให้คนเข้าใจผิดง่ายๆ แบบนี้สิ” หลินชีเยี่ยถอนหายใจอย่างจนปัญญา “กลับกว่างเซินแล้ว อย่า
ปล่อยตัวมากนัก ไม่งั้นตอนต่อสู้จะเกิดเรื่องได้ง่าย”
“วางใจเถอะ ผมรู้ดี” ไป๋หลี่พั่งพั่งตบอก “นายต้องมาเที่ยวกว่างเซินให้ได้นะ แค่นายโทรมา ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง
บินส่วนตัว โรงแรมห้าดาว สาวสวย รับรองจัดให้ครบทุกอย่าง!”
หลินชีเยี่ยพูดอย่างขำๆ ปนเศร้า “รู้แล้ว ฉันจะไป”
บรรดาบอดี้การ์ดพาไป๋หลี่พั่งพั่งไป ไป๋หลี่พั่งพั่งเหลียวหลังมองหลายครั้ง จากนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงตะโกน
บอกหลินชีเยี่ยจากไกลๆ ว่า “เออใช่ ของของนายผมเอาไปไว้ใต้เตียงให้แล้วนะ อย่าลืมเอาไปด้วยล่ะ!”
หลินชีเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง รอจนไป๋หลี่พั่งพั่งเดินไปไกลแล้ว จึงกลับเข้าหอพัก หยิบกล่องของขวัญขนาดใหญ่ออก
มาจากใต้เตียง
ในกล่องเต็มไปด้วยนาฬิกาโรเล็กซ์
“ไอ้เด็กนี่……” หลินชีเยี่ยบ่นอย่างขำๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าเดินทางอย่างจริงจัง
เขาลุกขึ้นยืน มองห้องพักเป็นครั้งสุดท้าย แล้วลากกระเป๋าเดินทางลายคิตตี้สีชมพูเดินออกไปข้างนอก
ค่อยๆ มีคนเดินออกจากค่ายฝึกอบรมน้อยลงเรื่อยๆ ตึกหอพักก็ว่างเปล่าขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานทั้งค่ายฝึกอบรมก็จม
อยู่ในความเงียบสงัด
แสงอาทิตย์สีเหลืองนวลทอดลงบนลานฝึก ค่ายฝึกอบรมที่ไร้ผู้คนแผ่ความเศร้าหมองบางๆ
ตึกหอพัก โรงอาหาร สนามยิงปืน ลานฝึก อาคารที่คุ้นเคยค่อยๆ ถอยห่างออกไป ไม่นานหลินชีเยี่ยก็ลากกระเป๋า
เดินทางมาถึงหน้าประตูเหล็กใหญ่อีกครั้ง
เขาเงยหน้ามองตัวอักษรใหญ่บนประตูเหล็ก ภาพตอนที่เดินผ่านประตูนี้เป็นครั้งแรกผุดขึ้นในความทรงจำอีกครั้ง
“ไปละ” เขาพึมพำ แล้วลากกระเป๋าเดินทางออกไปนอกประตู
ที่นี่คือฐานฝึกทหารใหม่ 039 เป็นสถานที่ที่เขาใช้ชีวิตมาหนึ่งปี เขาเป็นทหารใหม่คนแรกของที่นี่ และเขาเป็น
หน่วยพิทักษ์ราตรีคนสุดท้ายที่จากไป