ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 377 ต้นไม้ปีศาจดึกดำบรรพ์
หลินชีเยี่ย อันชิงอวี๋ และไป๋หลี่พั่งพั่งทั้งสามคนต่างตกตะลึงพร้อมกัน หันไปมองทางที่ลูกธนูพุ่งมา
เจียหลานสวมเสื้อคลุมฮั่นสีฟ้าขนาดใหญ่ ยืนนิ่งอยู่ที่มุมวิหาร มือถือคันธนูไม้เนื้อแข็งสีเหลืองอ่อน หันหน้าไป
ทางราชินีมด ปลายนิ้วค้างอยู่กลางอากาศ
เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของทั้งสามคน เจียหลานก็ชะงักเล็กน้อย ดูเหมือนไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงมองตน
ด้วยสายตาแบบนั้น……
ตึง!!
เสียงกระแทกทุ้มต่ำดังมาจากทางราชินีมด ราชินีมดที่ถูกขัดจังหวะพิธีบูชายัญโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง ขาหน้าเหยียบ
พื้นวิหารอย่างแรง ทำให้ลวดลายสีแดงที่เคลื่อนไหวใต้เท้าแตกกระจายทั้งหมด
หนวดที่เหมือนงู รัดพันลูกธนูที่ปักอยู่บนตัว ออกแรงดึงมันออกจากรอยแยกของเกราะ แล้วคำรามอย่างโกรธ
เกรี้ยว พยายามหักลูกธนูที่ทำลายพิธีบูชายัญของมันให้ได้!
ฉึบ!!
ลูกธนูไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ราชินีมดเกราะแดงชะงัก หนวดทั้งสองเพิ่มแรงอีก!
ลูกธนูยังคงไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ราชินีมดเกราะแดงแยกเขี้ยว หนวดทั้งคู่บิดเป็นเกลียว ร่างใหญ่โตสั่นเทาเล็กน้อย!
ลูกธนูธรรมดานั้นยังคงไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิด……แม้แต่ขนนกสักเส้นก็ไม่หลุดออกมา
ราชินีมดเกราะแดง “……”
มันโยนลูกธนูนี้ไปที่มุมวิหารเงียบๆ จ้องมองคนตรงหน้าอย่างดุร้าย แล้วคำรามอย่างโหดเหี้ยม
ไป๋หลี่พั่งพั่งมองภาพนี้อย่างสงสัย พูดอย่างไม่แน่ใจว่า “ทำไมฉันรู้สึกว่า……มันดูเหมือนอับอายจนโกรธล่ะ?”
“ไม่ต้องรู้สึก มันอับอายจนโกรธจริงๆ นั่นแหละ” หลินชีเยี่ยพูดอย่างสงบ ขณะที่สีดำของราตรีแผ่ซึมออกมาจาก
ใต้เท้าอย่างรวดเร็ว “ตอนนี้มันคงอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นมหาสมุทร แม้จะยังไม่ก้าวข้ามไปถึงขั้นพิภพ แต่พลังต่อสู้ก็คง
ต่างจากก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว ทุกคนระวังหน่อย”
“เข้าใจแล้ว” อันชิงอวี๋พยักหน้า
“ฮึๆๆๆ”
เฉาเยวียนที่คลุ้มคลั่งไม่พูดพร่ำทำเพลง ถือดาบไล่ฟันราชินีมดเกราะแดงเหมือนหมาบ้า คมดาบสีดำฟาดลงบน
เกราะแดงของราชินีมด ทิ้งรอยแผลตื้นๆ ไว้เท่านั้น ไม่สามารถทะลวงการป้องกันของราชินีมดได้เหมือนก่อนหน้านี้
ราชินีมดเกราะแดงมองเห็นคนโง่คนนี้ไม่ถูกตามาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ไม่เพียงแต่อาการบาดเจ็บหายดีแล้ว แต่ยัง
เพิ่มระดับขึ้นถึงจุดสูงสุดของขั้นมหาสมุทร จึงปะทะกับเฉาเยวียนอย่างดุเดือด โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ใบมีดสีดำยาวเรียวดั่งเคียวหลายใบโผล่ออกมาจากใต้เกราะ รับการโจมตีของเฉาเยวียนได้อย่างง่ายดาย ร่างกาย
ถูกเฉาเยวียนผลักให้ถอยหลังเล็กน้อย จากนั้นหนวดสองเส้นที่คล่องแคล่วและมีลวดลายก็พุ่งออกมา ซัดเฉาเยวียนที่
คลุ้มคลั่งกระเด็นไปไกลสิบกว่าเมตร
“พวกนายถอยออกไปก่อน”
หลินชีเยี่ยมองดูภาพนี้ ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดกับอันชิงอวี๋และไป๋หลี่พั่งพั่งที่อยู่ข้างๆ
ทั้งสองคนตกตะลึง แม้จะไม่เข้าใจว่าหลินชีเยี่ยเตรียมจะทำอะไร แต่ก็ถอยหลังไปหลายก้าว
หลินชีเยี่ยย่อตัวลง เอามือข้างหนึ่งแตะพื้น จากนั้นวงเวทย์ขนาดใหญ่และซับซ้อนก็ปรากฏขึ้นทันที!
ต่อมา รากไม้มากมายก็พุ่งออกมาจากวงเวทย์ ฝังตัวลงในพื้นดินโดยอัตโนมัติ ลำต้นสีน้ำตาลที่พันกันยุ่งเหยิง
รวมตัวกันเป็นลำต้นขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางสี่ห้าเมตร!
ลำต้นนี้ยืดขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง จนเกือบถึงเพดานของมหาวิหาร จึงค่อยๆ หยุดลง กิ่งก้านสาขามากมายแตก
ออกจากลำต้น เถาวัลย์ที่มีหนามห้อยลงมาสูง บิดไปมาอย่างรวดเร็วในอากาศ
ไป๋หลี่พั่งพั่งที่อยู่ข้างๆ อ้าปากค้างด้วยความตกใจ “น่ะ… นี่คือ……”
“ต้นไม้ปีศาจดึกดำบรรพ์” หลินชีเยี่ยตบลำต้นข้างๆ ตัว “สิ่งอัญเชิญตัวใหม่”
ก่อนหน้านี้ หลินชีเยี่ยได้สังเวยซากมดงานขั้นชวนกว่าห้าสิบตัวในป่าดงดิบ ได้รับโอกาสในการอัญเชิญข้ามมิติ
หนึ่งครั้ง แต่เนื่องจากข้อจำกัดของระดับขั้นของหลินชีเยี่ยเอง จึงยังคงสามารถอัญเชิญสิ่งที่มีพลังเทียบเท่าขั้นชวน
เท่านั้น
แน่นอนว่าระหว่างขั้นชวนด้วยกันก็ยังมีความแตกต่างกันมาก สิ่งที่อัญเชิญมาโดยการสังเวยมดขั้นชวนกว่าห้าสิบ
ตัวถึงจะทำสัญญาได้ พลังรบและศักยภาพของมันย่อมไม่ใช่สิ่งที่ขั้นชวนธรรมดาจะเทียบได้ ต้นไม้ปีศาจดึกดำบรรพ์ตัวนี้
แทบจะเป็นขีดสุดของพลังรบในขั้นนี้แล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ขนาดและพลังรบของมันจะเพิ่มขึ้นตามขั้นพลังของหลินชีเยี่ยที่เพิ่มขึ้น อย่างมากอาจเติบโต
ถึงขั้นพิภพ
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ การอัญเชิญสิ่งนี้ใช้เวลานานกว่า และถ้าอยู่ในพื้นที่แคบ ร่างกายของมันอาจจะทำให้
สภาพแวดล้อมโดยรอบระเบิดออก
ราชินีมดเกราะแดงมองดูต้นไม้ปีศาจดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในวิหารอย่างกะทันหัน ส่งเสียงคำราม
สองครั้ง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะความแตกต่างของขั้นพลังนั้นชัดเจน มันไม่กลัวอีกฝ่ายเลย
แน่นอนว่า หลินชีเยี่ยก็ไม่ได้ซื่อจนคิดว่าจะเอาชนะราชินีมดขั้นมหาสมุทรระดับสูงสุดได้ด้วยสิ่งที่อัญเชิญมาเพียง
อย่างเดียว
ตูม!!
พื้นใต้เท้าของราชินีมดระเบิดออกทันที รากไม้มากมายพุ่งออกมาจากใต้ดิน แต่ละเส้นหนาเท่าถังน้ำ ราวกับงู
ยักษ์สีน้ำตาลมัดรวมกัน คว้าไปที่ร่างของราชินีมด!
หนวดของราชินีมดหลังจากวิวัฒนาการแล้ว ดูเหมือนจะมีความไวในการรับรู้มากขึ้น มันเคลื่อนออกจากพื้นที่ที่
ยืนอยู่เดิมในทันที เหมือนเงาสีแดงพุ่งไปมาในวิหารที่กว้างใหญ่ เถาวัลย์และรากไม้มากมายระเบิดออกมาจากใต้ดินไม่
หยุด ปิดกั้นเส้นทางการเคลื่อนที่ของมัน
ในขณะที่ราชินีมดกำลังพลิกตัวหลบหลีกเถาวัลย์ ดาบตรงเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในเถาวัลย์ก็เคลื่อนย้ายมาเหนือ
ศีรษะของราชินีมดในทันที ร่างของหลินชีเยี่ยปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับความมืดมิดของราตรี พุ่งลงมาราวสายฟ้า
ฟาด!
เคร้ง!!
คมดาบทั้งสองประทะกับใบมีดแหลมคมบนตัวของราชินีมด เกิดประกายไฟจากการเสียดสีกัน ร่างของราชินีมด
ถูกแรงโจมตีของหลินชีเยี่ยกระแทกจนทรุดลงเล็กน้อย แต่ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว มันก็ยังสามารถรับมือกับการโจมตี
ครั้งนี้ได้
หนวดสองเส้นบิดเบี้ยวกลางอากาศ ก่อนจะฟาดใส่ร่างของหลินชีเยี่ยราวกับแส้ยาว
หลินชีเยี่ยไม่แม้แต่จะมองหนวดทั้งสองเส้นนั้น เพราะในชั่วขณะถัดมา เส้นใยจำนวนมากที่เคลือบด้วยน้ำแข็งได้
คาดการณ์เส้นทางของหนวดอย่างแม่นยำ ดึงมันค้างไว้กลางอากาศจากอีกทิศทางหนึ่ง
อันชิงอวี๋ดีดนิ้วเบาๆ เส้นใยพันรอบหนวดไม่หยุด ในชั่วพริบตาก็ปกคลุมหนวดหนาทั้งสองเส้นนั้นด้วยน้ำแข็ง
“อัสนีสั่นสะเทือนผืนดิน เสียงฟ้าร้องกึกก้องนภา!”
หลินชีเยี่ยเปล่งเสียงเบาๆ สายฟ้าสีเข้มก็พุ่งออกมาจากระหว่างดาบของเขา ไหลผ่านใบมีดเข้าสู่ร่างของราชินีมด
เกราะแดง ร่างของราชินีมดสั่นเล็กน้อย ก่อนจะแข็งทื่ออยู่กับที่
ในเวลาเดียวกัน เถาวัลย์และลำต้นจำนวนมากก็พันรัดร่างของมันแน่น ราวกับคุกไม้โบราณที่กักขังมันไว้กับที่ ไม่
อาจขยับเขยื้อน
หลินชีเยี่ยสูดหายใจลึก ใช้แรงแทงดาบตรงอันแหลมคนในมือเข้าสู่เกราะแดงของราชินีมด ใบมีดจมเข้าไปในร่าง
ของมัน ความมืดสุดขีดพุ่งทะลักเข้าไปในร่างของราชินีมดอย่างบ้าคลั่ง กัดกร่อนเนื้อและอวัยวะภายในทั้งหมด
ความเจ็บปวดรุนแรงจากการถูกความมืดกัดกร่อน ทำให้ราชินีมดเกือบคลุ้มคลั่ง เสียงคำรามอันน่าสยดสยองดัง
ก้องไปทั่วมหาวิหาร ในสภาวะคลุ้มคลั่ง มันฉีกเถาวัลย์บางส่วนออกอย่างรุนแรง ใบมีดที่ยื่นออกมาจากเกราะฟาดฟัน
ออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดพายุใบมีดคมกริบตรงหน้า