ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 455 แบ่งของ
ชายหญิงทั้งห้าถือกระเป๋าเดินเข้าไปในโกดังเก่าที่โดดเดี่ยว
โกดังแห่งนี้มองจากภายนอกมีขนาดใหญ่ประมาณสามสนามฟุตบอล ด้านนอกทาสีแดง ไม่รู้ว่าเดิมใช้เก็บอะไร
บนหลังคามีตัวอักษรสีขาวที่ซีดจางเขียนไว้ว่า
‘คลังเก็บอาวุธหนัก 0213’
เมื่อเปิดประตูโกดังที่เป็นสนิม ฝุ่นจำนวนมากก็พวยพุ่งออกมาจากช่องประตู ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นอับ
“แค่ก แค่ก แค่ก……” ไป๋หลี่พั่งพั่งโบกมือไล่ฝุ่น อดบ่นไม่ได้ “สถานที่จัดอบรมนี่มันแย่ไปหน่อยมั้ง เทียบกับตอน
อยู่ค่ายฝึกไม่ได้เลย”
“ก็นะ พวกเราไม่มีสิทธิ์ใช้ทรัพยากรของหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้วนี่ ไม่ให้พวกเราไปนอนใต้สะพานก็ดีแล้ว”
หลินชีเยี่ยเดินนำเข้าไปในโกดังและเปิดไฟ โชคดีที่แม้อุปกรณ์ที่นี่จะเก่า แต่ระบบไฟฟ้าก็ยังใช้ได้ดี ไฟทุกดวง
สว่างจ้า ส่องสว่างไปทั่วทั้งโกดังในพริบตา
พื้นที่โล่งกว้างปรากฏต่อหน้าพวกเขา
“ที่นี่น่าจะเคยเป็นโกดังเก็บเครื่องจักรขนาดใหญ่ หลังจากขนของออกไปหมดก็เลยว่างเปล่า” อันชิงอวี๋กวาดตา
มองพื้นที่ว่างที่กว้างเกือบเท่าสนามกีฬาแล้วคาดเดา
หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ เดินต่อไปยังส่วนในของโกดัง พบห้องแยกหลายห้องที่ขอบโกดัง น่าจะเป็นที่พักของคน
งานที่ดูแลโกดังเมื่อก่อน แม้อุปกรณ์จะเก่าแต่ก็ยังพออยู่ได้ และไม่มีกลิ่นเหม็นอับ
ส่วนเตียงและผ้าปูที่นอนนั้นแก้ปัญหาได้ง่าย ในกระเป๋าของไป๋หลี่พั่งพั่งยังมีแก้วน้ำ ที่นอน และอุปกรณ์อาบน้ำที่
เตรียมไว้ตอนสำรวจป่าดงดิบครั้งก่อน มีจำนวนเพียงพอสำหรับพวกเขาทั้งห้าคน
สิ่งที่ทำให้หลินชีเยี่ยแปลกใจคือที่นี่มีห้องครัวด้วย ไป๋หลี่พั่งพั่งนำจาน ชาม ตะเกียบ เตาอบ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า
และอุปกรณ์ทำครัวอื่นๆ เข้าไปจนเต็มห้อง
หลังจากจัดห้องของตัวเองเสร็จ พวกเขาต่างก็ถือเก้าอี้พับคนละตัวมานั่งที่พื้นที่โล่ง
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเราคงต้องอยู่ที่นี่อีกนาน……” หลินชีเยี่ยกวาดตามองโกดังและพูดช้าๆ “จากคำพูด
ของหัวหน้าจั่ว ดูเหมือนเบื้องบนของหน่วยพิทักษ์ราตรีจะไม่ให้พวกเรากลับไปเป็นหน่วยรบพิเศษในเร็วๆ นี้ การฝึก
อบรมที่ว่านี้จะนานแค่ไหนก็แล้วแต่พวกเขาจะกำหนด เวลาที่พวกเราต้องอยู่ที่นี่อาจต้องนานเป็นปี”
“จริงๆ ที่นี่ก็ไม่เลวนะ เงียบดี แค่อุปกรณ์แย่หน่อย” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มแหย
“เฮ้ นายไม่ได้สืบทอดกิจการไป๋หลี่กรุ๊ปหรอกเหรอ? เบิกเงินมาปรับปรุงที่นี่หน่อยไม่ได้รึไง?” เฉาเยวียนนึกอะไร
ขึ้นมาได้จึงถาม
ไป๋หลี่พั่งพั่งส่ายหน้า “ทีมพิเศษของหน่วยพิทักษ์ราตรีเข้ามาดูแลการบริหารไป๋หลี่กรุ๊ปทั้งหมดแล้ว ผมเป็นแค่
ประธานที่รอรับเงินเท่านั้น ไม่สามารถโยกย้ายเงินภายในบริษัทได้……กำไรปีนี้ต้องรออีกหลายเดือนกว่าจะเข้าบัญชี
ตอนนี้ผมก็เป็นคนจนๆ คนนึง”
มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อย พูดอย่างเจ็บปวด “ดูเหมือนว่าเงินค่าชุดสูทคงเบิกคืนไม่ได้แล้ว……”
หลินชีเยี่ยปลอบใจตัวเอง “ช่างเถอะ สภาพแวดล้อมแย่หน่อยก็ไม่เป็นไร บางทีนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก
อบรมก็ได้”
เด็กหนุ่มราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ยื่นมือไปในอากาศว่างเปล่าแล้วกำหมัด วงเวทย์ปรากฏขึ้น กระบี่โบราณเล่ม
หนึ่งและดาบยาวสีขาวหิมะอีกเล่มปรากฏขึ้นในมือของเขาพร้อมกัน
“นี่คือ [ทะเลสาบแห่งคำอธิษฐาน] และ [จั่นไป๋] รวมกับทวนยาวสีทองของนาย [เกราะหยกมรกต] และ
[บทเพลงไว้อาลัย] รวมทั้งหมดห้าชิ้นเป็นวัตถุต้องห้ามขั้นวิกฤต ทั้งหมดนี้เป็นทรัพย์สินของพั่งพั่ง ตอนนี้ฉันจะคืนให้นาย
หมดเลยแล้วกัน……”
หลินชีเยี่ยส่งดาบทั้งสองเล่มให้ไป๋หลี่พั่งพั่ง คนหลังชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังรับมันไว้
จากนั้นเขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบวัตถุต้องห้ามอีกสามชิ้นออกมา วางเรียงกันบนพื้น
“ในเมื่อทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของผม การจะจัดการอย่างไรก็ต้องเป็นผมที่ตัดสินใจสิ” ไป๋หลี่พั่งพั่งหัวเราะเบาๆ
แล้วหยิบ [จั่นไป๋] ขึ้นมาจากพื้น ส่งให้หลินชีเยี่ย “ชีเยี่ย ดาบเล่มนี้ผมอยากมอบให้นายเป็นของขวัญตั้งแต่ตอนอยู่ค่าย
ฝึกอบรมแล้ว ในที่สุดก็มีโอกาสได้ให้เสียที”
หลินชีเยี่ยชะงัก “นายไม่เก็บไว้เองเหรอ?”
“ผมมีแค่สองมือ จะใช้วัตถุต้องห้ามมากมายขนาดนั้นได้ยังไง?” ไป๋หลี่พั่งพั่งยักไหล่ “พวกวัตถุต้องห้ามเหล่านี้
แต่เดิมก็เป็นของที่พวกนายช่วยผมแย่งมา ถ้าเป็นพี่น้องกันก็อย่ามัวแต่เกรงใจ รับไปเถอะ”
หลินชีเยี่ยจ้องตาไป๋หลี่พั่งพั่ง หยุดคิดครู่หนึ่ง แล้วไม่ลังเลอีกต่อไป รับ [จั่นไป๋] มาอย่างเต็มใจ
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่เกรงใจละนะ” หลินชีเยี่ยพูดพลางยิ้ม
ตอนอยู่ที่ตึกตระกูลไป๋หลี่ เขาไม่เคยใช้ดาบเล่มนี้ เพราะตอนนั้นมันเป็นของที่ไป๋หลี่ซินมอบให้เขา เพื่อแลกกับ
ชีวิตพี่น้องของตัวเอง การใช้ดาบเล่มนี้จะทำให้เขารู้สึกขยะแขยง……แต่ตอนนี้มันต่างออกไป
ตอนนี้ มันคือของขวัญที่พี่น้องของเขามอบให้
ไป๋หลี่พั่งพั่งเท้าคาง จ้องมองวัตถุต้องห้ามที่เหลืออีกสี่ชิ้น ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบทวนยาวสีทองขึ้นมา ส่งให้
เจียหลาน
“พี่หลาน ผมขอมอบ [วิมาน] ให้พี่ ต่อไปนี้เวลาต่อสู้ระยะประชิด จะได้ไม่ต้องชกต่อยคนด้วยหมัดเปล่าแล้ว” ไป๋
หลี่พั่งพั่งพูดพลางยิ้มกว้าง
เจียหลานกะพริบตาปริบๆ มองดูทวนยาวสีทองอย่างสนใจ ในงานเลี้ยง เธอก็ได้เห็นพลังของทวนเล่มนี้กับตาตัว
เอง แม้มันจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้แม้แต่ปลายผม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้ประโยชน์ เธอรับทวนยาวมา
ดวงตาทั้งสองข้างโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
เธอตบอกตัวเอง ชูนิ้วโป้งให้ไป๋หลี่พั่งพั่ง ทำท่าทางเหมือนจะบอกว่า ‘ต่อไปนี้ฉันจะคุ้มครองนายเอง!’
ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้ม หยิบ [บทเพลงไว้อาลัย] ขึ้นมา ส่งให้อันชิงอวี๋
“ชิงอวี๋ ของชิ้นนี้มีพลังทำลายล้างน่ากลัวมาก นายฉลาดขนาดนั้น ต้องใช้พลังของมันได้ดีแน่ๆ ผมมอบให้นายละ
กัน”
อันชิงอวี๋รับกะโหลกมา ดวงตาเปล่งประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจ้องมองมันอย่างตื่น
เต้น ราวกับว่าพร้อมจะกลับไปผ่าชำแหละมันทันทีที่กลับถึงบ้าน
“ขอบคุณ” เขาพูดพลางยิ้ม
“[เกราะหยกมรกต] ผมจะเก็บไว้ใช้เอง ส่วน [ทะเลสาบแห่งคำอธิษฐาน]……” ไป๋หลี่พั่งพั่งค่อยๆ หยิบกระบี่
โบราณเล่มยาวขึ้นมา
ใบหน้าของเฉาเยวียนเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ก็มอบให้ชีเยี่ยแล้วกัน!” ไป๋หลี่พั่งพั่งหันไปส่งกระบี่ให้กับหลินชีเยี่ยทันที