ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 53 วันโลกาวินาศในรั้วโรงเรียน
หน้าที่ของปืน ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟันเพียงอย่างเดียว
แต่ยังใช้ข่มขู่ได้อีกด้วย
ในยามที่สัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งสร้างความหวาดกลัวอย่างบ้าคลั่งให้กับผู้คน มีเพียงความ
กลัวแบบอื่นเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาสงบสติอารมณ์ลงได้ชั่วขณะ
“นายเป็นใคร? ทำไมถึงมีปืน?”
“ตำรวจ! นายเป็นตำรวจใช่ไหม!”
“ช่วยพวกเราด้วย! มีสัตว์ประหลาดอยู่ในโรงเรียน!”
“ช่วยด้วย!!”
……
หลังจากมึนงงไปชั่วขณะ นักเรียนก็กลับมาส่งเสียงอึกทึกอีกครั้ง พวกเขากระโจนเข้าหาหลินชีเยี่ย เสียงตะโกนดัง
ระงมไปทั่ว
หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว ไม่ก้าวถอยกลับ!
นิ้วกดที่ด้ามจับของกล่องสีดำเบาๆ ด้านข้างของกล่องเปิดออกอย่างรวดเร็ว ดาบตรงในฝักดีดตัวออกมา!
หลินชีเยี่ยคว้าด้ามดาบอย่างรวดเร็ว
ฉัวะ!
ดาบถูกชักออกมาจากฝัก!
ใบดาบที่เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนตัดผ่านอากาศ เกิดเสียงหวีดหวิวแผ่วเบา ฟาดฟันไปยังนักเรียนชายที่อยู่ข้างหน้า
ราวสายฟ้า!
นักเรียนชายคนนั้นม่านตาหดเล็กลง ศีรษะของเขาบวมขึ้น ราวกับมีบางอย่างกำลังจะทะลุออกมา!
ทว่าดาบของหลินชีเยี่ยตัดศีรษะของอีกฝ่ายไปก่อน!
หัวสัตว์ประหลาดที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อและเขี้ยวแหลมคมลอยขึ้นไปกลางอากาศ เลือดเหนียวเหนอะสาด
กระเซ็นใส่เสื้อผ้านักเรียนที่อยู่โดยรอบ พวกเขามองดูฉากนี้ด้วยความตกตะลึง ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่แข็งทื่อ
ตั้งแต่พวกเขาเสียสติพุ่งเข้าหาหลินชีเยี่ย จนกระทั่งหลินชีเยี่ยชักดาบ ฟาดฟันและตัดหัว ใช้เวลาเพียงพริบตา
เดียว นักเรียนเหล่านี้ยังไม่สามารถดึงสติกลับมาจากความสยดสยองตรงหน้าได้
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องอันโหยหวนก็ดังขึ้น
สัตว์ประหลาด… แฝงตัวอยู่ท่ามกลางพวกเขามาตลอดงั้นเหรอ?
“เงียบ!” หลินชีเยี่ยตะโกนลั่น ประกายสีทองวูบไหวในดวงตาของเขา!
ฝูงชนที่วุ่นวายพลันเงียบลง!
ในขณะที่หลินชีเยี่ยเอื้อนเอ่ย แรงกดดันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนพลันพุ่งเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่น ทำให้พวก
เขาตกตะลึงจนสมองว่างเปล่า
“ตอนนี้ในหมู่พวกนายไม่มีสัตว์ประหลาดแฝงตัวอยู่แล้ว ออกจากโรงเรียนได้เลย จะมีคนเปิดประตูให้พวกนาย
เอง!” หลินชีเยี่ยเก็บดาบเข้าฝัก แล้วกล่าวอย่างใจเย็น
“ออกไปทีละคน อย่าเบียดเสียด ถ้าฉันเห็นใครไม่ทำตามกฎล่ะก็……”
หลินชีเยี่ยค่อยๆ ยกปากกระบอกปืนขึ้น แกว่งไปมาต่อหน้าฝูงชน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็หันหลังวิ่งไปที่ประตูโรงเรียนทันที แม้ว่าจะดูรีบร้อนไปบ้าง แต่ก็ยัง
เป็นระเบียบ มีนักเรียนหญิงหลายคนที่ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ไหวก็มีนักเรียนชายช่วยพยุงไปที่ประตู
ในยามนี้ [น่านฟ้าไร้แดน] ที่ประตูโรงเรียนถูกเปิดออกเป็นช่อง เผยให้เห็นเส้นทางที่ทอดออกไปสู่โลกภายนอก
นอก [น่านฟ้าไร้แดน] จะมีคนคอยลบความทรงจำของพวกเขา ซึ่งหลินชีเยี่ยไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้
แค่กลุ่มนักเรียนกลุ่มเดียวก็ประมาณสี่ร้อยคนแล้ว ยังมีนักเรียนอีกจำนวนมากที่วิ่งมาจากอาคารเรียน พวกเขา
เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่และหก
เดิมทีมีผู้ติดเชื้อในหมู่นักเรียนม.4 และม.6 ไม่มากนัก และตำแหน่งของอาคารเรียนก็อยู่ไม่ไกลจากประตูโรงเรียน
การหลบหนีจากอาคารเรียนหลังจากที่สัตว์ประหลาดปรากฏตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าปัญหาคือ ยังมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่เปิด
เผยตัวตน แต่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางนักเรียนที่วุ่นวาย
พวกเขาเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ไม่เสถียร ไม่มีใครรู้ว่าจะระเบิดเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ในวินาทีที่เกิด
ระเบิด จะต้องกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่บดขยี้จิตใจของนักเรียนอย่างแน่นอน
เหมือนกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่อุตส่าห์หนีรอดจากสัตว์ประหลาดมาได้ ในที่สุดก็มาถึงที่ปลอดภัย เพิ่งจะคลาย
ความกังวลได้ไม่นาน หัวของเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ข้างๆ ก็แตกออก……
แม้ว่าสัตว์ประหลาดจะมีอานุภาพการทำลายล้างจำกัด แต่การกระทำที่ไร้เหตุผลของมนุษย์ที่เกิดจากความตื่น
ตระหนกนั้นไร้ขีดจำกัด
โชคดีที่มีหลินชีเยี่ยเป็นเครื่องตรวจจับมนุษย์ สามารถแยกแยะสัตว์ประหลาดที่ปะปนอยู่ในฝูงชนได้อย่างง่ายดาย
และสังหารมันได้ทันที นักเรียนที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีอันตรายก็สามารถออกจากที่นี่ผ่าน [น่านฟ้าไร้แดน] ได้
ด้วยจำนวนนักเรียนมากมายขนาดนี้ หากฝืนให้พวกเขาอยู่ในโรงเรียน คงจะยิ่งเพิ่มความวุ่นวายเข้าไปอีก หลินชี
เยี่ยไม่สามารถส่งนักเรียนทุกคนออกไปได้ แต่ถ้าส่งออกไปได้บ้างก็คงจะดีเสียกว่า
เคราะห์ดีที่นักเรียนมัธยมปลายสมัยนี้มีร่างกายค่อนข้างแข็งแรง ภายในเวลาไม่กี่นาที ก็มีนักเรียนประมาณหนึ่ง
พันสี่ร้อยคนวิ่งมาที่ประตูโรงเรียน หลังจากผ่านการตรวจสอบโดยหลินชีเยี่ยแล้ว พวกเขาก็ออกไปได้ อาคารเรียนของชั้น
มัธยมศึกษาปีที่สี่และหกแทบจะว่างเปล่าแล้ว
“ปิดทางผ่านได้แล้วครับ ผมจะเข้าไปช่วยคนข้างใน” หลินชีเยี่ยพูดกับเหลิ่งเซวียนที่อยู่อีกฝั่งของหูฟัง
เหลิ่งเซวียนส่งเสียงตอบรับ จากนั้นทางผ่านของ [น่านฟ้าไร้แดน] ก็ค่อยๆ ปิดลง ทั่วทั้งโรงเรียนถูกตัดขาดจาก
โลกภายนอกอีกครั้ง
ในขณะที่หลินชีเยี่ยกำลังจะออกเดินทาง ท้องฟ้าพลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้น ราวกับทีวีรุ่นเก่าที่สัญญาณไม่ดี แล้ว
ก็มืดลง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับ [น่านฟ้าไร้แดน] เหมือนจะไปโดนอะไรแปลกๆ เข้า……” เสียงของเหลิ่งเซวียนดังมาจาก
หูฟัง “มันส่งผลกระทบต่อนายไหม? ฉันจะลองหาวิธีดู……”
หลินชีเยี่ยเงยหน้ามองท้องฟ้าสีแดงเลือด แล้วถอนหายใจ
“ผมว่าสีเขียวมรกตดูเป็นมิตรกว่านะ”
เพราะฉากตรงหน้าตอนนี้……ไม่ต่างอะไรกับวันโลกาวินาศ
ภายใต้ท้องฟ้าสีเลือด บรรยากาศในโรงเรียนดูแปลกประหลาดและลึกลับ เสียงกรีดร้องจากอาคารเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ห้า ผสมผสานกับเสียงคำรามของสัตว์ประหลาด ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า
กลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมาตามอากาศ ทำให้หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วมุ่น
เขาส่ายหัว สลัดความคิดอันวุ่นวายออกไป กำดาบแน่นแล้ววิ่งตรวจสอบในอาคารเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่
และหกอย่างรวดเร็ว
……
“อลัน… ฉันกลัวจัง!”
“ชู่ว!” อลันยื่นหน้าออกมาจากห้องน้ำ แล้วมองออกไปข้างนอก ก่อนจะค่อยๆ หดกลับมา กระซิบแผ่วเบา
“เบาๆ หน่อย อย่าล่อสัตว์ประหลาดพวกนั้นเข้ามาสิ”
“ทำไมเราไม่วิ่งออกไปกับพวกเขา ทำไมต้องมาหลบอยู่ที่นี่ด้วย?” นักเรียนหญิงอีกคนถาม
ภายในห้องน้ำอันคับแคบและมืดมิดแห่งนี้ มีนักเรียนหญิงสามคนเบียดเสียดกันอยู่ ใบหน้าของพวกเธอเต็มไป
ด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากซีดเซียว
อลันเบาเสียงลง ดวงตาเป็นประกายอย่างน่าประหลาด “เธอไม่เคยดูหนังภัยพิบัติเหรอ? ตอนที่วันสิ้นโลกมาถึง
พวกที่วิ่งออกไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลังมักจะตายกันหมด!”
“จากประสบการณ์การดูหนังมาหลายปีของฉัน ในเวลานี้ การแยกตัวออกจากกลุ่มใหญ่ แล้วไปหลบในที่
ปลอดภัยเพื่อรอความช่วยเหลือเป็นวิธีที่ดีที่สุด!”
“แต่… นี่มันไม่ใช่หนังนะ!” นักเรียนหญิงข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แล้วเธอแน่ใจเหรอว่าห้องน้ำเป็นที่
ปลอดภัย?”
“ฉันก็อยากหาที่อื่นนะ แต่ในอาคารเรียนใหญ่โตขนาดนี้ นอกจากห้องเรียนก็มีแต่ห้องน้ำ จะให้ไปหลบที่ไหนอีก
เล่า” อลันถอนหายใจอย่างจนใจ “แต่พวกเธอวางใจได้ พวกเราหลบอยู่ที่นี่ จะต้องไม่เป็นไรแน่ๆ”
แอ๊ด~!
อลันยังพูดไม่ทันขาดคำ ประตูห้องน้ำพลันถูกเปิดออก
เด็กสาวสามคนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำกรีดร้องออกมาพร้อมกัน!
เมื่อเห็นว่าผู้ที่เปิดประตูไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่เป็นเด็กหนุ่มที่ถือดาบอยู่ พวกเธอก็รีบเอามือปิดปากเงียบเสียงลง
“ไม่เป็นไร? ไม่เป็นไรได้ยังไงน่ะ” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างเย็นชา
ดาบตรงในมือถูกชักออกมา ภายใต้สายตาหวาดกลัวของคนทั้งสาม เขาตัดหัวนักเรียนหญิงคนหนึ่งทิ้งในพริบตา
หัวสัตว์ประหลาดที่ใหญ่โตและน่าเกลียดน่ากลัวตกลงบนพื้น