ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 543 การทะเลาะวิวาท
กวนไจ้จ้องตาของเยี่ยฟ่านอย่างเย็นชา
“ปรมาจารย์กระบี่……” กวนไจ้กัดฟันพูด “แค่เพราะเขาเป็นปรมาจารย์กระบี่ของต้าเซี่ย นายก็ไม่สนใจชีวิตของ เขาเลยเหรอ? แค่เพราะเขาเป็นปรมาจารย์กระบี่……นายก็บังคับให้เขาไปตายได้งั้นเหรอ?”
“ฉันไม่ได้บังคับเขา”
“ไร้สาระ!”
กวนไจ้ด่าอย่างโกรธเกรี้ยว “เยี่ยฟ่าน ฉันไม่รู้จักนายดีหรือไง? นายคงไม่บังคับเขาโดยตรงหรอก แต่นายจะบอก เขาว่าถ้าเขาไม่ไป จะมีคนตายมากแค่ไหน ต้าเซี่ยจะสูญเสียอะไรบ้าง ทำ ให้เขารู้สึกว่าต้องไป……นายกำ ลังใช้ประโยชน์ จากความบริสุทธิ์และความดีของเขา ให้เขาเป็นดาบของต้าเซี่ยทั้งประเทศ! การกระทำ ของนายต่างอะไรกับคนที่เคย รังแกเขามาก่อน?!”
ร่างของเยี่ยฟ่านสั่นเล็กน้อยจนแทบไม่ทันสังเกต เขาเงียบไปนาน ก่อนจะค่อยๆ ตอบว่า
“นี่คือหน้าที่ของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติ”
“หน้าที่? ฮ่าๆๆ” กวนไจ้หัวเราะเยาะ “ปรมาจารย์กระบี่ ผู้แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติ หน้าที่ปกป้องต้าเซี่ย…… เยี่ยฟ่าน นายยืนอยู่บนจุดสูงสุดทางศีลธรรมเสมอ!
ถ้าไม่ใช่เพราะนาย โจวผิงก็คงไม่มีทางเดินบนเส้นทางนี้!
โจวผิงน่ะ! เขาแค่เด็กคนหนึ่งที่ถูกรังแกมาตั้งแต่เด็ก ชอบนิยายกำ ลังภายใน ฝันอยากเป็นยอดฝีมือเท่านั้นเอง!
ทำ ไมนายต้องให้เขาแบกรับหน้าที่ของผู้แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติด้วย ให้เขาเป็นปรมาจารย์กระบี่ ให้เขา ปกป้องโลกที่เคยทำ ร้ายเขามาก่อน?
สิ่งที่นายให้เขาแบกรับนั้นหนักเกินไป! เขาควรจะอยู่ในร้านอาหารพื้นบ้านนั้น ใช้ชีวิตดีๆ เติบโตขึ้นมา อ่าน หนังสือที่เขาชอบ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีความสุขไปตลอดชีวิต…
เขาไม่ควรเดินบนเส้นทางนี้เลย!”
ลมหายใจของกวนไจ้หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ความโกรธทำ ให้ดวงตาของเขาแดงก่ำ เขาคว้าคอเสื้อของเยี่ยฟ่าน “ฉันจะบอกให้นะ เยี่ยฟ่าน โจวผิงไม่เคยติดหนี้อะไรโลกนี้เลย แต่โลกนี้ต่างหาก……ที่ติดหนี้เขามากเกินไป! เยี่ยฟ่าน… นายกำ ลังปกป้องประเทศนี้จริงๆ นายยิ่งใหญ่ สูงส่ง นายทำ หน้าที่ต่อทุกคนในประเทศนี้ แต่นาย… ทำ ผิดต่อโจวผิง”
ริมฝีปากของเยี่ยฟ่านสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาสูดหายใจลึก มือขวาพุ่งเข้าจับข้อมือของกวนไจ้ที่กำ คอเสื้อเขาอยู่ อย่างรวดเร็ว ตอบเสียงแหบแห้ง
“ฉันยอมรับว่าฉันติดหนี้โจวผิงมากมาย แต่นายคิดว่าฉันอยากเดิมพันทุกอย่างกับเด็กคนหนึ่งจริงๆ เหรอ?
ถ้าฉันมีพรสวรรค์แบบเขา ถ้าฉันมีพลังแบบเขา แม้จะต้องไปตาย ฉันก็จะไม่กะพริบตาสักครั้ง! แต่ไม่ใช่ทุกคนจะ เป็นโจวผิง!
เทพภายนอกล้อมรอบ เทพต้าเซี่ยจมสู่การหลับใหล ต้าเซี่ยไม่มีทางออกแล้ว หากต้องการพลิกสถานการณ์ใน ยามคับขัน ต้องการใช้พลังของมนุษย์ธรรมดาเอาชนะเทพเจ้า ฉันก็ต้องเสี่ยงครั้งนี้!
ถ้าเราแพ้ในครั้งนี้ ทั้งต้าเซี่ยจะกลายเป็นเหยื่อให้ผู้อื่นฆ่า! อีกอย่าง ฉันไม่เคยใช้ประโยชน์จากเขาเลย โจวผิงแม้จะ ซื่อ แต่ไม่ได้โง่……”
เสียงของเยี่ยฟ่านเงียบชั่วครู่ แล้วเอ่ยเสียงแหบแห้งขึ้นอีกครั้ง: “เขาเป็นเด็กดี……”
บรรยากาศพลันตกอยู่ในความงัน
กวนไจ้จ้องเยี่ยฟ่านด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ผ่านไปสักพัก เขาแค่นเสียงเย็นชา ปล่อยมือจากปก เสื้อของเยี่ยฟ่าน
“ถ้าโจวผิงเป็นอะไรไป ฉันจะฆ่านายด้วยมือของฉันเอง” กวนไจ้พูดเสียงเย็น
เยี่ยฟ่านจัดปกเสื้อ พูดเสียงเรียบ
“ตอนนั้น ไม่ต้องให้นายลงมือหรอก ฉันจะคืนชีวิตที่ฉันติดหนี้เขา……ด้วยตัวเอง”
ตึง!!
เสียงทุ้มดังมาจากก้อนเมฆไกลๆ ท้องฟ้ามืดลงอย่างเห็นได้ชัด
เยี่ยฟ่านหันไปมอง เห็นผิวน้ำ ทะเลที่เคยสงบพลันปั่นป่วนอย่างรุนแรง คลื่นยักษ์สีดำ พุ่งขึ้นจากผิวน้ำ ราวกับม่าน ขนาดใหญ่ปกคลุมท้องฟ้า สาดซัดเข้าหาที่แห่งนี้
รัศมีเจิดจรัสของทวยเทพส่องผ่านเมฆมา สี่ร่างพาพลังศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัว แหวกเมฆหมอก เหยียบบน ความว่างเปล่า ค่อยๆ ย่างกรายเข้ามา
เก้าเทพแห่งอียิปต์ สี่เทพร่วมมือกัน
พวกเขาปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่ยั้งมือ ทำ ให้น้ำ ทะเลใต้เท้าปั่นป่วน ภัยพิบัติครั้งใหญ่ของมนุษย์กำ ลังก่อ ตัวภายใต้พลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา
“ขนาดนี้ พวกเราสู้ไม่ไหวแน่……”
เมื่ออาจารย์เฉินเห็นสี่ร่างนั้น พลันถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง
“ต่อให้สู้ไม่ไหว ก็ต้องสู้” เยี่ยฟ่านวางมือบนด้ามดาบที่เอว มองเมืองเบื้องหลัง เสื้อคลุมสีแดงเข้มสะบัดพลิ้วตาม ลมทะเลอันบ้าคลั่ง “เราต้องไม่ให้พวกมันเข้าเมือง ต้องสกัดพวกมันไว้กลางทะเล”
“พวกเรามีกองหนุนไหม?” ลู่อู๋เหวยถาม
“มีแค่มนุษย์ที่อยู่จุดสูงสุดห้าคน จะมีกองหนุนมาจากไหน?” กวนไจ้ส่ายหน้า มองไปที่เยี่ยฟ่าน “เยี่ยฟ่าน นาย บอกว่ามีโอกาสชนะรอบนี้จริงเหรอ?”
“อืม”
“ดี” กวนไจ้หันหลัง มองร่างสี่ร่างบนผิวน้ำ ค่อยๆ กดหมวกแก๊ปบนหัว “งั้น… ก็สู้กับพวกมันสุดฤทธิ์”
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ริมชายฝั่ง มนุษย์ที่อยู่จุดสูงสุดสี่คนพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนู แหวกผ่านคลื่นลมอันปั่นป่วน มุ่งตรงไปยังเทพทั้ง สี่บนท้องฟ้า!
แผ่นดินสะเทือนฟ้าสะท้าน!
… ภ ายในหมอกควัน
ข้างเตาผิง ลู่อวี่มองปรมาจารย์กระบี่ที่นั่งหลับตาเงียบอยู่ไม่ไกล ดวงตาฉายแววกังวล
“รุ่นพี่เฉินหาน ผมรู้สึกว่า… สีหน้าของปรมาจารย์กระบี่ดูแย่ลงเรื่อยๆ นะครับ”
เฉินหานที่นั่งข้างกายเขาส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันเคยสัมผัสมือเขา ลองตรวจดูสภาพร่างกาย ภายใน อาการบาดเจ็บของเขาหนักกว่าที่เห็นภายนอกมาก… พลังเทพสองชนิดกำ ลังอาละวาดอยู่ในร่างเขา แค่ชั่วขณะ เดียวก็ทำ ลายพลังจิตของฉันจนแหลกละเอียด ดังนั้นสถานการณ์ที่แท้จริง ฉันก็คาดเดาไม่ได้”
“พลังเทพสองชนิด?” ลู่อวี่ตกใจ “ไม่ใช่แค่เทพสายลมเพียงองค์เดียวหรอกเหรอครับ?”
“ไม่ใช่แค่นั้น” “ผนึกต้องห้ามของรุ่นพี่ช่วยเขาไม่ได้เหรอครับ?”
เฉินหานยิ้มขมขื่น “นายประเมินฉันสูงเกินไปแล้ว อาการบาดเจ็บของเขา ไม่ใช่ระดับที่คนอย่างฉันจะรักษาได้ หรอก”
“แล้วตอนนี้พวกเราจะทำ ยังไงดี? ทำ อะไรไม่ได้เลยเหรอ?” ลู่อวี่เอ่ยด้วยความกังวล “ผมกลัวว่า… อีกเดี๋ยวถ้า ปรมาจารย์กระบี่หลับตาลงอีกครั้ง จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว……”
“พูดอะไรของนายน่ะ? หุบปาก” เฉินหานจ้องเขาเขม็ง
ลู่อวี่รีบปิดปากเงียบ เฉินหานลังเลอยู่กับที่ครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้นยืน กระซิบกระซาบกับเด็กสามคนข้างๆ จากนั้นก็พากันเดินไปหาโจวผิง “ท่านปรมาจารย์กระบี่” เฉินหานเรียกเขาเบาๆ
โจวผิงหลับตาอยู่ ไม่ได้ตื่นขึ้นมา “ท่านปรมาจารย์กระบี่!” เฉินหานเรียกเสียงดังขึ้นอีกหน่อย
โจวผิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เส้นเลือดฝอยแดงก่ำ ปรากฏในดวงตา ริมฝีปากซีดเซียวไร้สีเลือด ทั้งร่างดูอิดโรยเป็นอย่าง ยิ่ง
“มีอะไรเหรอ?” เขาถาม เฉินหานยิ้มน้อยๆ ล้วงบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้โจวผิง “ฉันไม่สูบบุหรี่” โจวผิงส่ายหน้า “ปรมาจารย์กระบี่ บุหรี่นี้จะช่วยบรรเทาอาการของท่านได้……”
“ฉันไม่สูบบุหรี่” โจวผิงพูดซ้ำ อีกครั้ง แล้วชี้ไปที่เด็กสามคนข้างๆ “อีกอย่าง ที่นี่มีเด็กอยู่ นายก็ไม่ควรสูบบุหรี่”