ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 58 ชื่นชม
หลิวหย่วนนิ่งอึ้ง เขาไม่คิดว่าหลินชีเยี่ยจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ขนาดนี้
หรือว่าอีกฝ่ายจะกลัวเขา?
เมื่อครู่ ท่าทางของเขาดูน่าเกรงขามมากใช่หรือไม่?
ยามนึกถึงเรื่องนี้ หลิวหย่วนก็เผลอยืดอกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ชำเลืองมองหลินชีเยี่ยอย่างเย็นชา พร้อมทั้งจูงมือหานรั่ว
รั่วออกไปอย่างองอาจ
หลังจากที่ทั้งสองคนหายลับไปจากทางเดิน เด็กหนุ่มคนหนึ่งในหน่วยขวานก็เดินเข้ามาใกล้หลินชีเยี่ย พลางเอ่ย
ถามเสียงเบาว่า
“พี่ชีเยี่ย ปล่อยให้พวกเขาไปแบบนี้จริงดิ? เขากำลังพาแฟนพี่ไปนะ! หรือว่า……พวกเราช่วยสั่งสอนเขาให้ดี
ไหม?”
กลุ่มคนในหน่วยขวานได้ประจักษ์ความแข็งแกร่งของหลินชีเยี่ยกับตาตนเอง ยามนี้พวกเขาจึงเคารพอีกฝ่าย
ราวกับเทพเจ้า พอเห็นหลิวหย่วนพาหานรั่วรั่วออกไปอย่างอวดดีแบบนี้ จึงรู้สึกกรุ่นโกรธขึ้นมา
“ไม่เป็นไร หานรั่วรั่วไม่ใช่แฟนฉัน” หลินชีเยี่ยยิ้มบางๆ มองไปยังทิศทางที่ทั้งสองจากไปด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง
“และ… ตอนนี้ฉันมีความสุขมากจริงๆ”
“?”
เด็กหนุ่มมองหลินชีเยี่ยอย่างฉงน สีหน้าพลันแปลกประหลาดขึ้นมาในทันใด
‘ให้ตายเถอะ หรือว่าพี่ชิงเยี่ย……จะมีรสนิยมแบบนั้น?’
หลี่อี้เฟยพยายามกลั้นหัวเราะ ตบไหล่หลินชีเยี่ย “ยินดีด้วยนะ สมใจอยากแล้วสิ”
“อืม”
หลินชีเยี่ยหันไปมองนักเรียนในโถงทางเดิน “แค่นี้ใช่ไหม?”
“ใช่ ผู้รอดชีวิตทั้งหมดของม.5 อยู่ที่นี่แล้ว” หลี่อี้เฟยพยักหน้า จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปใกล้หูของหลินชีเยี่ยและ
ถามว่า “ในนั้น……มีแบบนั้นไหม……”
“ไม่มี” หลินชีเยี่ยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “มีอยู่ตัวเดียว แต่ถูกเพื่อนร่วมชั้นหลิวหย่วนพาหนีไปแล้ว”
“ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นก็ดี”
“พาพวกเขาไปที่หอประชุมใหญ่เถอะ หลังจากกำจัดร่างจริงของอสรพิษหนานต้าได้แล้ว พวกเราก็จะได้กลับบ้าน
กัน” หลินชีเยี่ยหันไปพูดกับหลี่อี้เฟยและอันชิงอวี๋
“เยี่ยม ฉันจะไปบอกพวกเขานะ”
หลี่อี้เฟยก้าวไปข้างหน้าและอธิบายให้นักเรียนคนอื่นฟัง หลินชีเยี่ยเดินไปที่ราวบันไดเพียงลำพัง พลางขมวดคิ้ว
และมองไปยังที่ไกลๆ
“ยังหาไม่เจออีกเหรอ?”
หลินชีเยี่ยผินหน้าไปมองอันชิงอวี๋ที่เอ่ยถาม จึงพยักหน้าเล็กน้อย “นายตามฉันมาตลอดทาง เจออะไรบ้างไหม?”
อันชิงอวี๋เงียบไปครู่หนึ่ง “ฉันเห็นอะไรบางอย่าง……”
อันชิงอวี๋ขยับเข้าไปใกล้หูหลินชีเยี่ย แล้วกระซิบบางอย่าง หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“นายแน่ใจนะ?”
“ไม่แน่ใจ” อันชิงอวี๋ส่ายหน้า “ฉันรู้จักสิ่งมีชีวิตแบบนี้น้อยเกินไป ไม่สามารถตัดสินได้แม่นยำ”
“เข้าใจแล้ว”
“ฉันมีเรื่องจะขอร้อง” อันชิงอวี๋เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“อะไร?”
“ฉันขออันนั้น” อันชิงอวี๋ชี้มาที่เป้ากางเกงของเขา
สีหน้าของหลินชีเยี่ยพลันแปรเปลี่ยน
“ฉันหมายถึงปืน”
หลินชีเยี่ยลังเลใจ ก่อนจะหยิบปืนพกออกจากกระเป๋า แล้วส่งให้อีกฝ่าย “เหลืออีกแค่สามนัด นายใช้มันเป็น
ไหม?”
“เคยเห็นในทีวีน่ะ”
“แค่นั้นก็พอแล้ว คงยิงแม่นกว่าฉัน” หลินชีเยี่ยถอนหายใจ
อันชิงอวี๋เก็บปืนไว้ในกระเป๋าอย่างเงียบๆ “หวังว่าฉันจะไม่ต้องใช้มันนะ”
“อืม……”
เพียงไม่นาน หลี่อี้เฟยก็พานักเรียนทั้งชั้นห้าเดินมา
“มากันครบแล้ว”
“นายพาพวกเขาไปที่หอประชุมใหญ่เถอะ ตอนนี้สัตว์ประหลาดในโรงเรียนน่าจะถูกกำจัดไปหมดแล้ว ไม่น่าจะมี
อันตรายอะไร ฉันจะไปตามหาร่างจริงของอสรพิษหนานต้าเอง” หลินชีเยี่ยกล่าว
“วางใจได้เลย” หลี่อี้เฟยตบหน้าอกตัวเอง
หลินชีเยี่ยพยักหน้า ร่างของเขาพลันหายวับไปกับทางเดิน
หลังจากที่หลินชีเยี่ยจากไป ผู้คนมากมายรุมล้อมหลี่อี้เฟย ซักถามเป็นเสียงเดียวกัน
“หลี่อี้เฟย เกิดอะไรขึ้นตอนที่นายลงไปช่วยคน?”
“ใช่! ทำไมหลินชีเยี่ยถึงปรากฏตัวขึ้นมาได้ล่ะ!”
“เขาจัดการกับสัตว์ประหลาดทั้งหมดคนเดียวจริงๆ เหรอ?”
“แน่นอนสิ นายไม่ได้กลิ่นเลือดบนตัวเขาเหรอ? คลุ้งมาก!”
“เขาทำได้ยังไง? เขาเป็นใครกันแน่?”
“…”
หลี่อี้เฟยมองกลุ่มเด็กผู้หญิงที่ดวงตาเป็นประกาย พลางกรอกตาอย่างเงียบๆ “อยากรู้เหรอ? งั้นไปถามเขาเอา
เองแล้วกัน”
สิ้นเสียง เขาก็หันหลังเดินจากไป
‘ฮึ พวกนาย พอออกไปจากที่นี่แล้ว ความทรงจำก็จะถูกลบหายไปอยู่ดี ยังจะมีใครจำหลินชีเยี่ยได้อีก!’
หลี่อี้เฟยบ่นพึมพำในใจ
เมื่อสัตว์ประหลาดถูกกำจัดหมดแล้ว ใจของทุกคนก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง เด็กหญิงต่างก็พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น
เกี่ยวกับหลินชีเยี่ย เด็กหนุ่มลึกลับคนนั้น
เด็กผู้ชายในทีมขวานที่ตามหลินชีเยี่ยไล่ฆ่าสัตว์ประหลาดตลอดทางก็อดไม่ได้ที่จะเข้าร่วมวงสนทนา เล่าเรื่อง
ความเก่งกาจของหลินชีเยี่ยให้พวกเธอฟังจนเคลิบเคลิ้ม
ในยามนั้นเอง ครูหวังก็เดินเข้ามาหาพวกเขา เอ่ยแผ่วเบาว่า
“ห้ามมีความรักก่อนวัยอันควร……”
นักเรียนหญิงทั้งหลาย “……”
……
หลินชีเยี่ยสะพายดาบวิ่งไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นเปิดไมโครโฟน
“พี่หงอิง เป็นไงบ้างครับ?”
“เราพบร่องรอยบางอย่าง อสรพิษหนานต้าน่าจะมุ่งหน้าไปทางเหนือแล้ว”
“เหนือ?” หลินชีเยี่ยชะงัก “ทางเหนือตรงไหน? โรงอาหาร? ตึกศิลปะ? สนามกีฬา? หรืออาคารเรียน?”
“ไม่รู้สิ พวกเรากำลังตรวจสอบโรงอาหาร”
“ตกลง งั้นผมไปดูที่ตึกศิลปะนะ” หลินชีเยี่ยเปลี่ยนทิศทางและวิ่งตรงไปที่ตึกศิลปะ
ตึกศิลปะเป็นตึกที่สร้างขึ้นใหม่เมื่อประมาณห้าปีก่อน ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั่วประเทศได้ส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนา
ความเป็นเลิศทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ โรงเรียนจึงทุ่มทุนสร้างอาคารหลังนี้โดยเฉพาะ
ทว่าหลังจากสร้างเสร็จ นักเรียนก็แทบไม่ได้เข้าเรียนศิลปะเลย หมือนกับว่าครูสอนศิลปะจะล้มป่วยอย่างไม่ทราบ
สาเหตุทุกครั้งที่มีคาบเรียน
ตึกศิลปะไม่สูงนัก มีเพียงสามชั้น แต่มีห้องหลากหลายประเภท ทั้งห้องวาดรูป ห้องปั้น ห้องฝึกเต้นรำ……
หลินชีเยี่ยวิ่งไปตามทางเดินชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เมื่อเขาวิ่งขึ้นไปยังชั้นสอง ทันใดนั้นก็
ปรากฏภาพๆ หนึ่งขึ้นในการรับรู้ทางจิต……
สีหน้าของหลินชีเยี่ยเปลี่ยนไปทันที……
……
“รั่วรั่ว… ทำไมเราไม่ออกจากโรงเรียนล่ะ มาหลบอยู่ในห้องดนตรีทำไม?” หลิวหย่วนโอบกอดหานรั่วรั่ว เหลือบ
มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างระแวดระวัง กระซิบถามเสียงเบา
หานรั่วรั่วยกศีรษะขึ้นจากอ้อมกอด มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ายวนว่า
“ออกไปข้างนอกมันน่าสนใจตรงไหนกัน? สู้ที่นี่ไม่ได้หรอก……ที่นี่เงียบสงบ เราจะได้ทำเรื่องสนุกๆ กัน”
หลิวหย่วนรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน รู้สึกซาบซ่านไปทั้งตัว เขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้ “เรื่องอะไร?”
“นายคิดว่าไง……” หานรั่วรั่วขยับเข้ามาใกล้ เสียงหวานซึ้งดังข้างหูหลิวหย่วน ทำให้เขาคันยุบยิบไปหมด
“ตอนนี้ยังมีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างนอก ทำแบบนี้……ไม่ดีมั้ง?” หลิวหย่วนรู้สึกถึงไฟปรารถนาที่พุ่งพล่านในใจ
ทว่าสติสัมปชัญญะก็ยังเตือนเขาไม่ให้ทำเช่นนั้น
“ไม่ดีตรงไหน? หรือว่า……” หานรั่วรั่วยื่นมือออกมากอดเขาอย่างอ่อนโยน ปลายลิ้นเลียแก้มของหลิวหย่วนเบาๆ
ราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ
ในขณะที่สติสัมปชัญญะสุดท้ายของหลิวหย่วนกำลังจะแตกสลาย มือทั้งสองข้างกำลังจะสัมผัสบนร่างของหานรั่ว
รั่ว เด็กสาวก็พูดประโยคที่เหลืออย่างแผ่วเบา
“หรือว่า……นายไม่อยากถูกฉันกิน?”
มุมปากของหานรั่วรั่วแยกออก เผยให้เห็นหัวกะโหลกเนื้อหนังอันน่าสยดสยอง แนบชิดกับใบหน้าของหลิวหย่วน
ฟันอันแหลมคมน่าขนลุก!!
หลิวหย่วนตาเบิกกว้าง!
เขาอ้าปากกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการของหานรั่วรั่ว ทว่ากลับไม่สามารถสลัด
หลุดได้!
“รั่วรั่ว……เธอ เธอก็เป็น……”
“ไม่ อย่า!!”
“อย่า! ฉันขอร้องล่ะ! ฉันยังไม่อยากตาย!!”
ในเวลานี้ เขาหวนนึกถึงยามที่ตัวเองเดินออกจากชั้นห้าอย่างหยิ่งผยอง ถ้าตอนนั้นเขาไม่จากมา… บางทีตอนนี้
เขาคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้!
“หลินชีเยี่ย……หลินชีเยี่ย!”
“ช่วยฉันด้วย!”
เสียงเปิดประตูพลันดังขึ้น ท่ามกลางเสียงร้องไห้อย่างบ้าคลั่งของหลิวหย่วน
หานรั่วรั่วและหลิวหย่วนต่างก็ชะงักค้าง หันไปมองต้นตอเสียงพร้อมเพรียงกัน
เห็นเพียงหลินชีเยี่ยสะพายดาบ ยืนมองอยู่ตรงนั้นเงียบๆ……
“ชีเยี่ย! หลินชีเยี่ย!”
“รั่วรั่วเป็นสัตว์ประหลาด!”
“เร็วเข้า! ช่วยฉันด้วย!!”
หลิวหย่วนเหมือนเห็นที่พึ่งสุดท้าย ดวงตาพลันเป็นประกายขึ้นมา ไม่รู้ว่าได้กำลังมาจากไหน พยายามดิ้นรน
อย่างบ้าคลั่งในอ้อมกอดของรั่วรั่ว!
หลินชีเยี่ยเอามือแตะจมูก
ยิ้มอย่างขอโทษ
“ขอโทษนะ รบกวนแล้ว ผมแค่มาชื่นชม……พวกคุณทำต่อเถอะ……”
ปัง!
ประตูห้องดนตรีถูกปิดลงอย่างแรง
ตามมาด้วยเสียง ‘แกร็ก’
ประตูถูกล็อกจากด้านนอก……