ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 616 เชื่อฟังพี่สาวนะ
ยูรินะครุ่นคิด “ตอนนี้ฉันกลับบ้านได้แล้วใช่ไหมคะ?”
“ตามทฤษฎีแล้ว ทำได้ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้พวกยากูซ่าตามมาอีก ไม่ควรอยู่นานเกินไป”
“ค่ะ” ยูรินะพยักหน้า “ฉันแค่อยากกลับไปเก็บของนิดหน่อย… แป๊บเดียวเอง”
หลินชีเยี่ยเหลือบมองท้องฟ้า “ได้ ฉันไปเป็นเพื่อนเธอก็ได้”
ไม่นานนัก เฮยถงก็เดินออกมาจากโกดัง หลินชีเยี่ยไม่จำเป็นต้องถามก็รู้ว่าอิวาไม ยูซูเกะได้หายไปจากโลกนี้
ตลอดกาลแล้ว
ยูรินะมองทิศทางแล้วก้าวเดินไปทางบ้าน หลินชีเยี่ยพาเฮยถงและหงเหยียนตามไปติดๆ
เด็กหนุ่มเพิ่งเดินไปได้สองก้าวก็หยุดกะทันหัน เขาก้มลงมองพื้นแล้วขยับเท้าออก
ก่อนจะก้มลงเก็บอะไรบางอย่างขึ้นมา ดวงตาฉายแววสงสัย
มันคือลูกกระสุนที่บิดเบี้ยวผิดรูป
……
เมืองโยโกฮาม่า
บนยอดตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง
ลมแรงพัดกระโชกบนที่สูง อามามิยะ ฮารูกิในชุดกิโมโนสีดำนั่งนิ่งอยู่ที่ขอบตึก จ้องมองท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลง
ราวกับรูปปั้นที่ไม่ขยับเขยื้อน
กริ๊ง กริ๊ง!
เสียงกริ่งดังขึ้น อามามิยะ ฮารูกิล้วงโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับออกมาจากอก แล้วรับสาย
[ฮัลโหล? อามามิยะ นายหาทายาทของยูริ โคกูเท็ตสึเจอหรือยัง?] เสียงชายหนุ่มดังมาจากปลายสาย
อามามิยะ ฮารูกิตอบอย่างใจเย็น “ยังครับ ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นในเมืองนี้ ผมตรวจสอบแล้ว ตัวยูริ
โคกูเท็ตสึและภรรยาก็ไม่ได้ทิ้งทรัพย์สินใดๆ ไว้ที่นี่ ทายาทของเขาอาจไม่ได้อยู่ที่นี่”
[เฮ้อ พลาดอีกแล้วสินะ…] ชายหนุ่มปลายสายถอนหายใจอย่างจนปัญญา [การสุ่มทำนายของ ‘นักรบหญิง’ ของ
ฉันมีความแม่นยำแค่ 50% มันแยกแยะความถูกต้องของการทำนายได้ยากมาก]
“วันนี้ทำนายแล้วหรือยัง?”
[ยังเลย ฉันกำลังจะไปต่อสู้จนตัวตายกับมันอยู่เนี่ย!] น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความฮึกเหิม [วันนี้ฉันต้อง
ชนะให้ได้!]
“ดี”
[ว่าแต่อามามิยะ เมื่อไหร่นายจะไปโอซาก้า?]
“พรุ่งนี้” อามามิยะ ฮารูกิตอบ “ในเมื่อหาร่องรอยของทายาทยูริ โคกูเท็ตสึไม่เจอ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเสีย
เวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไป”
[โอซาก้าเป็นสถานที่ที่ดีนะ ตอนกลับมาอย่าลืมซื้อซูชิโยชิโนะมาฝากฉันสักสองสามชุดด้วยล่ะ] เสียงของชาย
หนุ่มปลายสายรีบพูด [ไม่คุยด้วยแล้ว ฉันจะไปท้าดวลกับวิญญาณดาบของฉันแล้ว!]
อามามิยะ ฮารูกิวางสาย
หลังจากลังเลครู่หนึ่ง เขาค่อยๆ หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากอกเสื้อ ก่อนจะเปิดดูข้างใน
ครู่ต่อมา เขาถอนหายใจเบาๆ เงาร่างดูหดหู่อย่างบอกไม่ถูก
“เงินเท่านี้ จะพาฉันนั่งรถไปโอซาก้าได้ไหมนะ……”
ณ ที่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น
ชายหนุ่มที่เพิ่งคุยโทรศัพท์กับอามามิยะ ฮารูกิเสร็จก็วางโทรศัพท์ลง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ
“มาเริ่มเกมแห่งชัยชนะของวันนี้กันเถอะ! ปีศาจร้าย!” เขาลุกพรวดขึ้นจากเสื่อทาทามิ พลางตะโกนเสียงดัง
ดวงตาลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้!
บนเตียงตรงหน้า มีร่างหนึ่งค่อยๆ โผล่ออกมาจากผ้าห่มอย่างเกียจคร้าน เป็นหญิงสาวที่มีหูจิ้งจอก ไม่มีอาภรณ์
ใดปกปิดร่างกาย ผ้าห่มค่อยๆ เลื่อนลงจากผิวเนียนดั่งแพรไหม เผยให้เห็นร่างขาวผ่องเย้ายวนใจ ทำให้โลหิตสูบฉีด
ผมยาวสีดำดั่งน้ำตกทิ้งตัวลงบนแผ่นหลัง เธอเอามือปิดปากหาวเบาๆ หางจิ้งจอกทั้งเก้าฟูฟ่องด้านหลังกำลัง
สะบัดไปมา
“ปี… ปีศาจร้าย! อย่าพยายามใช้วิธีต่ำทรามแบบนี้มาบั่นทอนความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะของฉัน! ฉันจะไม่ยอมแพ้
หรอก!” ชายหนุ่มเห็นภาพตรงหน้าที่ชวนให้ใจเต้นรัว กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดติดขัด
เธอมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ลุกขึ้นยืนอย่างไม่ใส่ใจ หยิบเสื้อคลุมสีแดงบางเบาจากราวแขวนมาคลุมร่าง ปิดบัง
สรีระบางส่วน แล้วนั่งลงบนเบาะตรงข้ามชายหนุ่มอย่างเฉื่อยชา
เธอหยิบกล้องยาสูบจากโต๊ะ เคาะลงบนเสื่อทาทามิ ก่อนจะคาบไว้ที่ริมฝีปาก เส้นผมสีดำไหลลงบนเสื้อคลุมสี
แดง ดวงตาสีทองวาววับมองชายหนุ่ม พูดอย่างเฉยเมย
“เอาล่ะ นายท่านของข้า โฮชิมิ โชตะ เจ้าพร้อมที่จะเริ่มเกมวันนี้แล้วหรือไม่?”
“พร้อมแล้ว วันนี้ฉันต้องชนะให้ได้!” โฮชิมิ โชตะพยักหน้าอย่างจริงจัง “กติกาเดิม ถ้าฉันแพ้ ฉันจะยอมรับบท
ลงโทษที่เธอต้องการ ถ้าฉันชนะ เธอต้องบอกการทำนายอนาคตที่มีความแม่นยำ 50% หนึ่งอย่าง! บอกมาสิ วันนี้เราจะ
เล่นเกมอะไร?”
ริมฝีปากของจิ้งจอกสาวยกขึ้นเล็กน้อย “เกมของวันนี้คือ……เป่ายิ้งฉุบ”
“สามเกมสองชนะ?”
“สามเกมสองชนะ”
“มาเลย! ฉันพร้อมแล้ว!”
โฮชิมิ โชตะลุกขึ้นยืน เอามือไพล่หลัง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ราวกับว่าเขากำลังจะ
ไปออกรบ ไม่ใช่เล่นเป่ายิ้งฉุบ
“ค้อน กรรไกร… กระดาษ!”
จิ้งจอกสาวออกกรรไกรอย่างไม่ใส่ใจ ชนะกระดาษของโฮชิมิ โชตะ
คนหลังทำเสียงฮึดฮัด ก่อนจะพูดว่า “อีกรอบ!”
“ค้อน กรรไกร กระดาษ!!”
คราวนี้ โฮชิมิ โชตะชนะ
“ค้อน กรรไกร กระดาษ!!”
รอบสุดท้าย ค้อนของจิ้งจอกสาวชนะกรรไกรของโฮชิมิ โชตะ
ชายหนุ่มทรุดตัวลง ทั้งร่างทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงด้วยท่าทางสิ้นหวังในชีวิต
ตรงกันข้าม จิ้งจอกสาวเอามือปิดปากหัวเราะเบาๆ เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาตรงหน้าโฮชิมิ โชตะ ใช้นิ้วเชยคาง
เขาขึ้นอย่างยั่วยวน ดวงตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อย
เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของโฮชิมิ โชตะ กลิ่นหอมโชยผ่านแก้มของเขา เธอกระซิบแผ่วเบาด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่
สองคน
“โชตะแพ้แล้ว……วันนี้ โชตะต้องเชื่อฟังพี่สาวนะ~”
เธออุ้มโฮชิมิ โชตะขึ้นจากเสื่อทาทามิราวกับอุ้มลูกไก่ ใต้เสื้อคลุมสีแดงบางๆ เผยให้เห็นเรือนร่างอันงดงามเป็น
ระยะ เธออุ้มโฮชิมิ โชตะ ค่อยๆ เดินไปยังเตียงใหญ่……
ชายหนุ่มนอนอยู่ในอ้อมกอดของจิ้งจอกสาว ยอมจำนนในการต่อต้าน ดวงตาว่างเปล่ามองเพดาน เหมือนปลา
เค็มที่สูญเสียความฝัน
“ขอโทษนะ อามามิยะ……” ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า “วันนี้ ฉันแพ้อีกแล้ว……ฮือฮือฮือ……”
……
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินชีเยี่ยและยูรินะเดินมาถึงหน้าประตูบานหนึ่ง
นี่เป็นที่อยู่อาศัยที่พบเห็นได้ทั่วไปในญี่ปุ่น เป็นบ้านสองชั้นพร้อมสวนเล็กๆ ในสวนมีการปลูกดอกไม้และพืช
พรรณต่างๆ แต่เนื่องจากไม่มีใครดูแลมานาน ตอนนี้หญ้าจึงรกชัน
ยูรินะมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จากนั้นจึงใช้กุญแจเปิดประตูและเดินเข้าไป
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน หลินชีเยี่ยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย บนพื้นเต็มไปด้วยรอยเท้าเปื้อนโคลน ข้าวของในบ้านก็
กระจัดกระจาย ตู้และลิ้นชักทุกอันถูกเปิดออก สิ่งของต่างๆ เกลื่อนกลาดเต็มพื้น แทบไม่มีที่ให้เดิน
ดูเหมือนว่าพวกยากูซ่ากำลังพยายามค้นหาอะไรบางอย่าง……