ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 63 ความจริง
“หลังจากนั้น ฉันก็วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ แล้วก็ลองตั้งสมมติฐานที่ค่อนข้างบ้าบิ่น ซึ่งมัน
สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันได้” หลินชี่เยี่ยพูดต่อ
หลี่อี้เฟยถอนหายใจ “ว่ามาสิ”
“อสรพิษหนานต้ามาถึงโลกนี้เร็วกว่าที่เราคิด” หลินชีเยี่ยจ้องมองเข้าไปในดวงตาหลี่อี้เฟย “หลังจากที่มันมาถึง
ด้วยสติปัญญาและความสามารถในการปลอมตัวที่เหนือชั้น มันจึงเรียนรู้กฎของสังคมมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว”
“ในทำนองเดียวกัน มันก็ตระหนักถึงการมีอยู่ของหน่วยพิทักษ์ราตรี สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่มีมาแต่
กำเนิดทำให้มันหลอมรวมเข้ากับสังคมมนุษย์อย่างเงียบงัน ในช่วงเวลานั้น มันได้สร้างบุคลิกภาพที่สองขึ้นมาจาก
จิตใต้สำนึก เพื่อที่จะพรางตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“บุคลิกนั้นมีชื่อว่า หลี่อี้เฟย”
“เขาลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นใคร ลืมเลือนอดีตของตนเอง ยอมรับการตั้งค่าที่อสรพิษหนานต้ามอบให้ ใช้ชีวิต
เหมือนกับนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง”
“หากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาควรจะมีชีวิตที่อิสระไปกับพรสวรรค์และอายุขัยที่ยืนยาว”
“จนกระทั่งประมาณครึ่งเดือนก่อน เขาได้เห็นราชาหน้ากากปีศาจที่เป็น ‘สิ่งลี้ลับ’ เหมือนกับตัวเองหรืออาจจะ
แข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำถูกฆ่าตาย!”
“บุคลิกที่แท้จริงของมันสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของหน่วยพิทักษ์ราตรี มันเริ่มเกรงกลัวและหวาดระแวง
กังวลว่าตัวเองจะลงเอยเหมือนกับราชาหน้ากากปีศาจ”
“ด้วยศักยภาพในการต่อสู้ของตัวเอง มันไม่มีทางเอาชนะหน่วยพิทักษ์ราตรีได้ ดังนั้น……มันจึงคิดที่จะใช้ความ
สามารถในการปลอมตัว วางแผนแทรกซึมเข้าไปในหน่วยพิทักษ์ราตรี แล้วกลายเป็นหนึ่งในนั้น เพื่อที่จะหลุดพ้นจาก
วังวนแห่งนี้!”
“มันส่งสัญญาณบอกหลี่อี้เฟย ทำให้หลี่อี้เฟยเอ่ยปากขอเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
ทว่ามันก็ยังไม่ยอมแพ้……”
“ดังนั้น มันจึงเริ่มวางแผน”
“ตั้งแต่แรกเริ่ม เป้าหมายของมันไม่ใช่การขยายพันธุ์ หรือแม้แต่การกวาดล้างหน่วยพิทักษ์ราตรี เป้าหมายมีเพียง
หนึ่งเดียว……”
“นั่นคือการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของหลี่อี้เฟย!”
“มันกำกับบทและแสดงเอง สร้างเรื่องราวใหญ่โต ทำให้หลี่อี้เฟยหวาดกลัวจนเสียสติ ชักจูงจิตใต้สำนึกให้ไปหา
หน่วยพิทักษ์ราตรี เรื่องราวหลังจากนั้นจึงเป็นไปตามที่มันคาดการณ์ไว้……”
“ทว่า แผนการนี้กลับมีตัวแปร นั่นก็คือฉัน”
หลินชีเยี่ยชี้มาที่ตัวเอง “ฉันเป็นสมาชิกชั่วคราวที่เพิ่งเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีเมื่อครึ่งเดือนก่อน มันไม่รู้ถึงการ
มีอยู่ของฉัน และยิ่งไม่รู้ว่าฉันสามารถแยกแยะบริวารของมันได้อย่างชัดเจน!”
“โชคดีที่หลังจากการทดสอบ มันพบว่าฉันไม่สามารถมองทะลุการปลอมตัวของมันได้ มันจึงตัดสินใจเดินหมาก
ในเกมนี้ต่อไป”
“มันเปิดเผยร่างจริงในหอพักหญิงตามแผน ล่อให้หงอิงซึ่งเป็นกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดออกไป จากนั้นก็แปลง
กายกลับมาเป็นหลี่อี้เฟยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วกลับไปยังอาคารเรียนเพื่อควบคุมสถานการณ์โดยรวม”
“มันควบคุมความเคลื่อนไหวของบริวารทุกตนอย่างแม่นยำ ทำให้หลี่อี้เฟยโดดเด่น แถมยังไม่ทำให้ตกอยู่ใน
อันตราย”
“ทว่าในตอนนั้น ตัวแปรที่ไม่คาดคิดอย่างฉันก็ปรากฏตัวขึ้น”
“ฉันขโมยความสนใจที่ควรจะเป็นของหลี่อี้เฟย จัดการบริวารทั้งตึก แม้ว่ามันจะโกรธ แต่เมื่อคิดว่าหลี่อี้เฟยได้
แสดงคุณค่าของตัวเองแล้ว จึงไม่ได้ลงมือทำอะไรมากไปกว่านี้”
“เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็ง่ายดาย มันแปลงกายเป็นร่างจริงและต่อสู้กับหน่วยพิทักษ์ราตรี จากนั้นก็ทิ้งร่างที่
ลอกคราบไว้ แสร้งทำเป็นตาย ทำให้ทุกคนคิดว่าอสรพิษหนานต้าถูกฆ่าตายแล้ว หลี่อี้เฟยก็สามารถใช้โอกาสนี้เข้าร่วม
หน่วยพิทักษ์ราตรีได้ อนาคตก็จะไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป!”
“น่าเสียดาย……ฉันมองทะลุแผนของมันอีกแล้ว”
หลินชีเยี่ยมองหลี่อี้เฟยด้วยความเสียดาย กล่าวอย่างจริงใจว่า
“แผนนี้วางมาอย่างแยบยลจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน นายก็มีโอกาสสำเร็จถึงเก้าส่วน”
หลี่อี้เฟยจ้องหลินชีเยี่ย ครู่หนึ่งก็ยิ้มแล้วปรบมือ “ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ! ข้าไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะแพ้พวก
เจ้าสองคน!”
จากนั้นรอยยิ้มพลันเลือนหาย ดวงตาเปี่ยมล้นด้วยความเกลียดชัง “พวกเจ้าทำลายความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ของ
ข้า พวกเจ้าบอกมาสิ……ข้าควรตอบแทนพวกเจ้าอย่างไรดี?”
ร่างกายของหลี่อี้เฟยพองตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวลูกโป่ง เกล็ดสีดำงอกออกมาบนผิวหนัง เพียงพริบตา เขาก็กลาย
เป็นสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งงู!
ในวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องอันน่าขนลุกพลันกึกก้องไปทั่วหอประชุม!
นักเรียนกว่าร้อยคนได้ประจักษ์ร่างจริงของอสรพิษหนานต้าในระยะประชิด พวกเขาต่างพากันหวาดกลัวจนเสีย
สติ ทางเข้าออกเพียงทางเดียวก็ถูกงูยักษ์ขวางกั้นไว้ พวกเขาทำได้เพียงกรีดร้องและถอยร่นไปยังมุมห้องของหอประชุม
ส่วนอันชิงอวี๋หลบไปยังที่ปลอดภัยตั้งแต่ตอนที่หลี่อี้เฟยเริ่มแปลงร่างแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองอสรพิษ
หนานต้าด้วยความตื่นเต้นและกระหายใคร่รู้!
ดูเหมือนว่าอสรพิษหนานต้าจ้องจะเล่นงานหลินชีเยี่ย กรงเล็บอันแหลมคมกรีดผ่านอากาศ พุ่งตรงไปยังลำคอ
ของหลินชีเยี่ย!
หลินชีเยี่ยยังคงสีหน้าเรียบเฉย มือขวาเอื้อมไปด้านหลัง สิ้นเสียงชักดาบเบาๆ ดาบตรงก็ถูกชักออกมาจากฝัก!
เคร้ง!!
เสียงกระทบกันกึกก้องไปทั่วหอประชุม รูม่านตาแนวตั้งของอสรพิษหนานต้าพลันหดเกร็ง!
ครั้งนี้ หลินชีเยี่ยใช้เพียงมือเดียวจับดาบ และสามารถปัดป้องการโจมตีของมันได้อย่างง่ายดาย
“ขอโทษนะ ตอนนี้ นายสู้ฉันไม่ได้แล้วล่ะ…” หลินชีเยี่ยหันไปมองท้องฟ้าที่หม่นแสงนอกประตู ยามนี้ ราตรีพึง
มาเยือนแล้ว
ภายใต้รัตติกาล เขาจะมีพละกำลังและความเร็วเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า ตอนนี้ อสรพิษหนานต้ามิอาจเทียบเขาได้อีกต่อ
ไป
ฉัวะ!
ดาบของหลินชีเยี่ยต้านทานกรงเล็บอันแหลมคมของอสรพิษหนานต้าได้อย่างง่ายดาย เขาตวัดข้อมือ พริบตา
เดียวแสงดาบก็พุ่งวาบ!
คมดาบทั้งสี่ฟาดฟันลงบนท่อนแขนของอสรพิษหนานต้า มันกรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะถอยร่นไปด้านหลัง
แผดเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดใส่หลินชีเยี่ย!
ร่างของหลินชีเยี่ยพลันหายวับไปในพริบตา ก่อนจะปรากฏกายตรงหน้า อสรพิษหนานต้าตะปบกรงเล็บทั้งสอง
ข้างในอากาศด้วยความเร็วสูง แต่กลับถูกหลินชีเยี่ยใช้มือเดียวปัดป้องเอาไว้ได้ทั้งหมด!
หลินชีเยี่ยหรี่ตาลง “ช้าเสียจริง”
วินาทีถัดมา ความเร็วในการเหวี่ยงดาบของเขาก็ทวีคูณขึ้นอย่างฉับพลัน จนเกิดเป็นเลือนลางกลางอากาศ
ประกายดาบสีฟ้าอ่อนก่อตัวเป็นกำแพงที่ไร้ช่องโหว่ ขวางกั้นตรงหน้าอสรพิษหนานต้า
ทันทีที่หลินชีเยี่ยระเบิดพลังความเร็วออกมา อสรพิษหนานต้าก็ยิ่งต้านทานได้ยากขึ้นเรื่อยๆ บาดแผลเหวอะหวะ
เรียงรายบนร่างของมัน เกล็ดสีดำแตกละเอียดไปกว่าครึ่ง สภาพทุลักทุเลอย่างที่สุด!
แม้ว่ามันจะใช้ประโยชน์จากการเลื้อยไปตามขอบผนัง ทว่าหลินชีเยี่ยก็ยังคงตามติดมันไปได้ราวกับภูตผี ไล่ตาม
อย่างไม่ลดละ!
เสียงร้องของปีศาจอสรพิษยิ่งทวีความโหยหวน มันจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความเกลียดชัง ดวงตาทั้งสอง
ข้างฉายแววอาฆาตแค้น!
คราวนี้ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญาหรือพลังต่อสู้ มันก็ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
หลินชีเยี่ยฟาดฟันดาบลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับกำลังแกะสลักงานศิลปะที่ยังไม่เสร็จ
สมบูรณ์ จนกระทั่งอสรพิษหนานต้าแทบจะไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน แววตาของเขาก็พลันเปล่งประกายสีทอง ร่างกาย
เคลื่อนไหวในพริบตาเดียว!
คมดาบสีฟ้าอ่อนทิ้งร่องรอยเป็นเส้นตรงไว้ในอากาศ
ร่างของหลินชีเยี่ยปรากฏขึ้นด้านหลังอสรพิษหนานต้า
ฉับ!
ดาบถูกเก็บเข้าฝัก
หัวงูขนาดใหญ่กลิ้งตกลงบนพื้น
ดวงตาดุดันเบิกโพลงจ้องเขม็งไปที่หลินชีเยี่ย ราวกับอยากจะลากเขาลงสู่นรกภูมิด้วยกัน!
หลินชีเยี่ยหันหลังกลับ มองร่างไร้วิญญาณใต้ฝ่าเท้า พึมพำกับตัวเองว่า
“ขอโทษนะ……หลี่อี้เฟย”
“พวกเรา……”
“พบกันใหม่ที่โรงพยาบาลจิตเวชนะ”