ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 677 อัครมาร โคกูเท็ตสึ
“ดูนั่นสิ!”
“ดินแดน……ดินแดนศักดิ์สิทธิ์……ถูกฟันจนแยกเป็นสองส่วน!”
“บ้าไปแล้ว?! นั่นมันดินแดนศักดิ์สิทธิ์นะ! ใครกันที่ทำแบบนี้?”
“ท่านเทพเจ้า ได้โปรดอภัยให้กับการกระทำชั่วร้ายของพวกเรามนุษย์ด้วยเถิด……”
“ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์คงจะโกรธมากแน่ๆ……”
“……”
ชาวเมืองโตเกียวต่างตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เคยตั้งตระหง่านอยู่คู่บ้านคู่เมือง บัดนี้กลับถูก
แยกออกเป็นสองส่วนด้วยคมดาบ เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์เช่นนี้สร้างความตื่นตระหนกและ
หวาดกลัวให้กับฝูงชน พวกเขาทั้งโกรธแค้นและหวาดผวาไปพร้อมๆ กัน!
ทันใดนั้น จอภาพอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศญี่ปุ่นพลันสว่างขึ้น!
ใบประกาศจับปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ภาพชายวัยกลางคนใบหน้ามีรอยแผลเป็นสามรอย สวมชุดสูทประดับเลื่อม
สีหน้าเคร่งขรึม แววตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด เขายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน มีดาบยาวสี่เล่มห้อยอยู่ที่เอว
แถบเตือนภัยสีดำแดงล้อมรอบตัวเขา กะพริบด้วยความถี่สูง เหนือศีรษะมีตัวอักษรสีแดงเลือดลอยอยู่ ตัวอักษรที่
บ่งบอกถึงความโหดร้ายทารุณ
‘อัครมาร!’
อาชญากรระดับอัครมาร ยูริ โคกูเท็ตสึ!
ไม่มีการระบุค่าหัว ไม่มีรางวัลนำจับ ประชาชนทุกคนที่พบเห็นเขามีหน้าที่ต้องรายงานต่อเบื้องบน หากมีการ
ปิดบังไม่รายงาน จะถูกประหารชีวิตสถานเดียว นี่คืออำนาจของประกาศจับระดับ ‘อัครมาร’
ตรงริมถนน ยูริ โคกูเท็ตสึผู้ถือดาบ [โคกุโจ] จ้องมองจอภาพตรงหน้า มุมปากปรากฏรอยยิ้มเยาะหยัน
“อัครมารงั้นเหรอ……”
ที่ขอบจานบินสีเงินบนท้องฟ้า มีร่างสี่ร่างพุ่งลงมาจากที่สูง ดิ่งลงมาทางยูริ โคกูเท็ตสึ
ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่คนที่เหลืออยู่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ออกปฏิบัติการพร้อมกัน
“ภารกิจของฉันเสร็จสิ้นแล้ว ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายแล้ว……” เขาพึมพำ ดวงตาจับจ้องไปที่จานบินที่ลอยอยู่
เหนือฟ้า
ยูริ โคกูเท็ตสึเก็บดาบ [โคกุโจ] เข้าฝัก แล้วเอื้อมมือไปที่ด้ามดาบสีขาว ค่อยๆ ชักออกมา……
ดาบมากาตสึเล่มที่สาม [ชิสึรุ]
ในชั่วขณะต่อมา ร่างของยูริ โคกูเท็ตสึก็แปรเปลี่ยนเป็นนกกระเรียนกระดาษมากมาย บินขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลาง
สายฝน มุ่งหน้าไปอีกทิศทางหนึ่งของเมือง
ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่คน นำพาพลังอันน่าสะพรึงกลัวไล่ตามไปติดๆ!
นกกระเรียนกระดาษบินไปอย่างรวดเร็ว เมื่อรวมตัวกันอีกครั้งก็มาถึงชานเมืองโตเกียว ร่างของยูริ โคกูเท็ตสึ
ปรากฏขึ้นท่ามกลางนกกระเรียนกระดาษ เขาหันกลับมาจ้องมองสี่ร่างที่ร่วงหล่นลงมาล้อมรอบตัวเขา
“อาชญากรระดับอัครมาร ยูริ โคกูเท็ตสึ” ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์หมายเลข 1 ในชุดคลุมดำเอ่ยขึ้นช้าๆ “พวกเราใน
ฐานะตัวแทนของเทพเจ้า จะลงทัณฑ์นาย……”
“พวกนายเป็นตัวแทนของเทพเจ้างั้นเหรอ?” ยูริ โคกูเท็ตสึหัวเราะเยาะ “พวกนายมีสิทธิ์อะไรเป็นตัวแทนของ
เทพเจ้า? เทพเจ้าอยู่ที่ไหนล่ะ? ทำไมฉันถึงมองไม่เห็น?”
ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่หรี่ตาลง ใบหน้าเผยความโกรธเคือง
“ฉันไม่สนหรอกว่าพวกนายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ส่งสารจากเทพเจ้านั่นจะเป็นจริงหรือเท็จ ฉันไม่แยแส” ยูริ โคกู
เท็ตสึจับด้ามดาบที่เอว ค่อยๆ เอ่ยอย่างหนักแน่น “วันนี้ ฉันต้องพาลูกชายของฉันกลับไปให้ได้”
“ปากดีเสียจริง!”
ตูม!
ทั้งห้าร่างปะทะกันบนพื้นดินที่รกร้าง คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวกวาดล้างทุกสิ่งรอบข้างให้กลายเป็นผุยผงใน
พริบตา!
……
โอซาก้า
ตึกใหญ่ของแก๊งเงามรณะ
หลินชีเยี่ยยืนอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ มองจอภาพที่กะพริบอยู่ทั่วเมืองเบื้องล่าง บนหน้าจอเต็มไปด้วยประกาศ
จับระดับ ‘อัครมาร’ ของยูริ โคกูเท็ตสึ แสงสีแดงเลือดครอบคลุมเกือบครึ่งท้องฟ้า
“ดูเหมือนว่าทางนั้นจะเริ่มต่อสู้กันแล้ว” อามามิยะ ฮารูกิเดินมาข้างเขา
“ใช่ นับรวมผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์สามคนที่พวกเราจัดการไปแล้ว ลุงเคียวซูเกะคงต้องเผชิญหน้ากับผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์
อีกสี่คน……”
“ถึงเขาจะมีดาบมากาตสึสี่เล่ม ก็ไม่แน่ว่าจะชนะได้” ดวงตาของอามามิยะ ฮารูกิฉายแววกังวล “ถึงอย่างไรก็สอง
มือย่อมสู้สี่มือไม่ได้ ต่อให้เขาแข็งแกร่งแค่ไหนก็มีแค่คนเดียว”
“ทำไมคุณไม่ไปกับเขาล่ะ? การทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเป้าหมายของคุณเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“ผมก็อยากไปกับเขานะ……” อามามิยะ ฮารูกิถอนหายใจ “เมื่อคืนผมบอกเขาว่า ถ้าไม่ให้ผมไปด้วย ผมก็จะไม่
ให้ยืมดาบ [อาเมะคูซูเระ]……”
“แล้วยังไงต่อ?”
“แล้วเขาก็ใช้มายากลสับเปลี่ยนดาบ [อาเมะคูซูเระ] ของผม พอรู้ตัวอีกที ในมือก็เหลือแค่ไม้นวดแป้งอันเดียว”
หลินชีเยี่ยอดพูดไม่ได้ “เขาเป็นผู้อาวุโสของคุณ ไม่อยากให้คุณไปเสี่ยงอันตรายด้วยก็เป็นเรื่องปกติ”
“ว่าแต่ คุณมีวิธีเรียกดาบพวกนั้นกลับมาจากระยะไกลจริงๆ เหรอ?” อามามิยะ ฮารูกิถามอย่างสงสัย “ถ้าดาบ
ทั้งสี่เล่มตกไปอยู่ในมือของผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ พวกเราเจ้าของดาบมากาตสึก็คงจะเสียเปรียบล่ะนะ”
“ไม่ต้องกังวลไป ผมทิ้งอักขระเวทย์ไว้บนดาบทั้งสี่เล่มแล้ว พอถึงเวลาที่ตกลงกับลุงเคียวซูเกะไว้ ผมก็จะเรียกมัน
กลับมาได้” หลินชีเยี่ยพูดอย่างมั่นใจ
เมื่อคืนก่อนออกเดินทาง ลุงเคียวซูเกะได้ขอให้เขาทิ้งอักขระอัญเชิญไว้บนดาบทั้งสี่เล่ม เผื่อว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับ
เขา ดาบพวกนี้จะได้ไม่ตกไปอยู่ในมือของผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ และกำหนดเวลาของข้อตกลงนี้คือ แปดโมงเช้าวันพรุ่งนี้
หากลุงเคียวซูเกะทำสำเร็จ ช่วยลูกชายกลับมาได้ เขาก็จะต้องติดต่อกับหลินชีเยี่ยได้ก่อนแปดโมงเช้าวันพรุ่งนี้
“หืม?” ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็เหมือนจะสังเกตเห็นบางอย่าง เขามองไปที่หน้าต่างบานใหญ่อย่างสงสัย
“มีอะไรเหรอ?”
“เมื่อกี้ คุณเห็นอะไรบางอย่างแวบผ่านไปในเงาสะท้อนหรือเปล่า?” หลินชีเยี่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก
อามามิยะ ฮารูกิหันไปมองหน้าต่างบานใหญ่ตรงหน้า บนกระจกสะท้อนเงาของพวกเขา มันว่างเปล่า ไม่มีอะไร
ผิดปกติ
“ไม่มีนะ คุณตาฝาดหรือเปล่า?” อามามิยะ ฮารูกิถาม
หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังหน้าต่างบานใหญ่ราวกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง……
……
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
“เจียงเอ่อร์ เธอแฮ็กระบบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปถึงไหนแล้ว?” อันชิงอวี๋ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองแสงระเบิดที่ดัง
ต่อเนื่องกันที่เขตชานเมืองของโตเกียว พลางดันแว่นตาขึ้น
[ปัญญาประดิษฐ์ ‘ฮัตสึ’ ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเทียบกับความสามารถของฉันแล้ว มันอ่อนแอเกินไป หลัง
จากที่ผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกไป ที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งฉันได้อีกแล้ว] เสียงของเจียงเอ่อร์ดังลอดออกมาจากหูฟัง
บลูทูธ [ตอนนี้ฉันควบคุมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว 82%]
“แล้วห้องทดลองหมายเลข 0 ล่ะ ได้รับสิทธิ์สูงสุดแล้วหรือยัง?”
[เรียบร้อยแล้ว] เจียงเอ่อร์เว้นวรรคไปชั่วครู่ [ฉันเปิดสิทธิ์การเข้าถึงทุกเส้นทางไปยังห้องทดลองหมายเลข 0 แล้ว
พร้อมไปได้ทุกเมื่อ]
อันชิงอวี๋พยักหน้าพลางจัดเสื้อกาวน์สีขาวของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะเดินนำไปที่ปลายทางเดิน
“ไปกันเถอะ ไปพบกับ……เทพเจ้าที่มนุษย์สร้างขึ้นกัน”