ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 734 ต้าเซี่ยต้องการพวกนาย!
ที่ฮอกไกโด
ในห้องรับรองของคลับระดับไฮเอนด์
หลังจากฟังข้อมูลทั้งหมดจากอันชิงอวี๋จบ ทุกคนในห้องต่างตกอยู่ในความเงียบ
สีหน้าของพวกเขาดูเคร่งเครียดอย่างมาก
“ที่ราบฟ้าสูงเกิดเรื่องขึ้นเหรอ?” อัศวินขมวดคิ้วแน่น “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้… ไม่มีข่าวกรองเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
นี่นา?”
“แต่พวกเขาก็ละทิ้งแวดวงผู้เลื่อมใสจริงๆ ไม่อย่างนั้นพวกผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์คงไม่กล้าคิดกบฏ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
การลักลอบนำเชื้อเพลิงวิญญาณในแวดวงผู้เลื่อมใสมาสร้างกองทัพผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์” หลินชีเยี่ยเห็นด้วยกับการคาด
การณ์ของอันชิงอวี๋
“โชคดีที่พวกเขายังไม่พบซากปรักหักพังนั้น ถ้าพวกเขาหาวิธีออกจากแวดวงผู้เลื่อมใสได้ พวกเขาจะต้องเริ่มสร้าง
กองทัพผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ทันที และเริ่มสงครามกับต้าเซี่ยแน่นอน” อู๋เซียงหนานพูดด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นหลังจาก
ได้สติจากข้อมูลที่อันชิงอวี๋ให้มา
เว่ยตงพยักหน้า เขาลุกขึ้นจากโซฟาและกล่าวขอบคุณอันชิงอวี๋อย่างจริงจัง
“ขอบคุณมากที่ให้ข้อมูล ไม่อย่างนั้นกว่าเราจะบุกเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เราก็คงไม่ได้ข้อมูลลับระดับนี้……”
อันชิงอวี๋ขมวดคิ้ว [ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ผมไม่ได้รวบรวมข้อมูลพวกนี้เพื่อพวกคุณ ถ้าจะขอบคุณก็ขอบคุณ
หัวหน้าหน่วยของเราสิ]
เว่ยตงชะงัก
อัศวินพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เขาลุกขึ้นจากโซฟาเช่นกัน และทำความเคารพแบบอัศวินตะวันตกต่อหลินชีเยี่ยอ
ย่างจริงจัง
“หัวหน้าหลิน ในนามของสมาคมปีศาจ ฉันขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจที่สุดต่อหน่วยม่านราตรี
ฉันจะรายงานเรื่องเหล่านี้ให้ประธานทราบอย่างละเอียด ทางต้าเซี่ยก็จะต้องได้รับข่าวนี้แน่นอน หลังจากที่พวก
นายกลับประเทศ พวกนายจะได้รับการมอบเหรียญตราความดีความชอบ……
นอกจากนี้ หน่วยรบพิเศษที่ห้าของพวกนายก็เป็น ‘ผู้สัญจรในหมอก’ ของหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้ว คงจะต้อง
เข้าไปในหมอกบ่อยๆ ต่อไปถ้าหน่วยของพวกนายเจอปัญหาอะไรในหมอก สมาคมปีศาจจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่าง
แน่นอน”
คำขอบคุณของอัศวินถือว่ามีน้ำหนักมาก แต่ด้วยตำแหน่งทูตพิเศษของสมาคมปีศาจของเขา ก็สามารถให้คำมั่น
สัญญาแบบนี้ได้จริงๆ
หลินชีเยี่ยก็ไม่ได้เกรงใจ รับไมตรีจิตของสมาคมปีศาจด้วยความยินดี แต่กลับรู้สึกสงสัยกับคำว่า ‘ผู้สัญจรใน
หมอก’ ที่อัศวินพูดถึง
“หน่วยรบพิเศษแต่ละหน่วยของต้าเซี่ยล้วนมีหน้าที่พิเศษของตัวเอง ฉันคิดว่านายคงทราบเรื่องนี้แล้ว” อู๋เซียง
หนานเห็นความสงสัยของหลินชีเยี่ยจึงอธิบายว่า “หน่วย 001 ‘วีรวิญญาณ’ รับผิดชอบปกป้องชะตากรรมของประเท
ศต้าเซี่ย
หน่วย 002 ‘ร่างทรง’ รับผิดชอบไล่ล่าผู้มีพลังพิเศษที่อันตรายสูงมากภายในประเทศ
หน่วย 003 ‘ฟีนิกซ์’ รับผิดชอบกำจัดสิ่งลี้ลับจากต่างแดนที่แทรกซึมเข้ามาในต้าเซี่ย
หน่วย 004 ‘เร้นลับ’ รับผิดชอบกำจัดสิ่งลี้ลับที่แข็งแกร่งภายในต้าเซี่ยในพื้นที่ต่างๆ
ส่วนหน่วยรบพิเศษหมายเลข 005 นั้น มีหน้าที่เดินทางในหมอกและปฏิบัติภารกิจที่อันตรายสูง แต่ก่อนหน้านี้
หน้าที่นี้เป็นของหน่วยฝนสีคราม แต่……”
อู๋เซียงหนานเงียบชั่วครู่ มองหลินชีเยี่ยด้วยสายตาซับซ้อน “ต่อไปหน้าที่นี้ก็จะตกเป็นของหน่วยพวกนาย
แล้ว……”
“เมื่อพวกนายกลับประเทศและเสร็จสิ้นขั้นตอนการรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ รวมทั้งได้รับชื่อของตัวเองแล้ว
พวกนายก็จะกลายเป็น ‘ผู้สัญจรในหมอก’ ของหน่วยพิทักษ์ราตรีแห่งต้าเซี่ย”
“ผู้สัญจรในหมอกสินะ……” หลินชีเยี่ยพึมพำ
“หลังจากที่พวกนายเอาชนะหน่วยเมืองหลวง และได้รับสิทธิ์ในการเป็นหน่วยรบพิเศษแล้ว พวกนายก็หายตัวไป
กว่าสองปี รวมกับช่วงว่างเปล่าหลังจากการล่มสลายของหน่วยฝนสีคราม ต้าเซี่ยก็ไม่มีหน่วยที่ทำหน้าที่ผู้สัญจรในหมอก
มาเกือบสิบปีแล้ว
ถ้าเป็นสองปีก่อนก็ยังดี แต่ในช่วงเวลาที่พวกนายหายตัวไปนี้ สถานการณ์ของต้าเซี่ยในหมอกก็ยิ่งอันตรายมาก
ขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีหน่วย 005 ซึ่งเป็นดวงตาในหมอก ต้าเซี่ยก็จะยิ่งตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบมากขึ้น”
อู๋เซียงหนานมองตาหลินชีเยี่ยอย่างจริงจัง สูดหายใจลึก แล้วพูดทีละคำ
“พวกนายจำเป็นต้องกลับประเทศโดยเร็วที่สุด!”
“ตอนนี้ต้าเซี่ยต้องการหน่วยรบพิเศษที่ห้าอย่างเร่งด่วน”
หลินชีเยี่ยพยักหน้าเบาๆ “ผมรู้ว่าพวกเราควรกลับไป……แต่เรื่องที่นี่จะทำยังไง?”
“ทุกอย่างในแวดวงผู้เลื่อมใส พวกเราจะรับผิดชอบเอง พวกนายไม่ต้องกังวล” อัศวินเอ่ยขึ้น “ต่อจากนี้ พวกเรา
ต้องสำรวจภูมิประเทศที่นี่ให้ละเอียด เตรียมรายชื่อคนห้าแสนคนสำหรับการอพยพ วางแผนการทำลาย แล้วนำกอง
กำลังหลักของสมาคมปีศาจมา……กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี
ถ้าพวกนายยังอยู่ที่นี่ต่อ มันจะเสียเวลามาก อย่างที่อู๋เซียงหนานพูด ทั้งต้าเซี่ยกำลังรอพวกนายอยู่……พวกนาย
ไม่ควรอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก”
หลินชีเยี่ยเงียบไปนาน ก่อนจะพยักหน้า
“ผมเข้าใจแล้ว”
……
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
อันชิงอวี๋มองหน้าจออินเทอร์เฟซที่ปิดลงแล้วตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจยาว
[ชิงอวี๋ พวกเราจะกลับกันแล้วใช่ไหม?] เจียงเอ่อร์ลอยมาข้างๆ อันชิงอวี๋แล้วถาม
“ใช่แล้ว” อันชิงอวี๋หันไปมองนอกหน้าต่าง มองลงไปยังเมืองเล็กๆ เบื้องล่าง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “หลังจาก
เร่ร่อนอยู่ข้างนอกมาหลายปี……ในที่สุดก็จะได้กลับบ้านแล้ว”
[แล้วที่นี่จะทำยังไง?]
เจียงเอ่อร์ยกมือขึ้นเบาๆ หน้าจออินเทอร์เฟซทั้งหมดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็กะพริบวูบวาบ [ฐานข้อมูลที่นี่ ลบทิ้ง
หมดเลยไหม? แล้วก็อุปกรณ์สร้างร่างกายใหม่กับโคลนนิ่งวิญญาณพวกนั้นด้วย…]
“ไม่” อันชิงอวี๋ดันแว่น เลนส์แว่นสะท้อนแสงขาวซีดจากหน้าจอที่กะพริบ “ชีเยี่ยบอกว่าดาบของเขาจะซ่อมเสร็จ
พรุ่งนี้ เย็นพรุ่งนี้ค่อยรวมตัวกัน พวกเรายังมีเวลาอีกสักพัก……
คัดลอกข้อมูลทั้งหมดที่นี่เอาไว้ ส่วนอุปกรณ์โคลนนิ่งวิญญาณพวกนั้น รวมถึงข้อมูลการทดลองสร้างเทพ……ฉัน
จะวิเคราะห์เอง
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี่เป็นขุมสมบัติที่รวมวิทยาศาสตร์และความลึกลับเข้าด้วยกัน ถ้าทำลายมันไปเฉยๆ ก็น่า
เสียดายเกินไป”
อันชิงอวี๋กวาดตามองรอบๆ แล้วพูดอย่างสุขุม
“เทคโนโลยีทั้งหมดของผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ ฉันจะเอาทั้งหมด…”
……
โตเกียว
บ้านตระกูลคาเซมัตสึริ
ยูรินะสวมชุดกิโมโนของทายาทตระกูลคาเซมัตสึริ เดินช้าๆ ผ่านระเบียงสวนด้วยรองเท้าเกี๊ยะ ใบเมเปิ้ลสองข้าง
ทางร่วงหล่นตามสายลมอ่อน กระจายอยู่หน้าลานบ้านที่เงียบสงบ
ยูรินะยื่นมือออกไป เคาะประตูไม้เบาๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เข้ามา” เสียงชายคนหนึ่งดังออกมาจากข้างใน
ยูรินะเปิดประตูไม้ เห็นร่างในชุดดำกำลังนั่งอยู่บนเสื่อทาทามิ อุ้มดาบตรงไว้ มองใบไม้ร่วงในสวนอย่างเงียบๆ
ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“พี่เฉาเยวียน” ยูรินะยืนพูดอยู่ที่ประตู “พี่ชิจิยะโทรมา บอกให้ฉันส่งคนไปส่งพี่ที่ฮอกไกโด”
“ไปฮอกไกโดเหรอ?” เฉาเยวียนหันมาถามอย่างสงสัย “เมื่อวานเขายังบอกให้ฉันรออยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ?”
“เขาบอกว่า เขาหาทางกลับบ้านเจอแล้ว”
ดวงตาของเฉาเยวียนสั่นไหวเล็กน้อยแทบไม่ทันสังเกต
ยูรินะอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง ดวงตาฉายแววเศร้าจางๆ
“พี่ชิจิยะบอกว่า พรุ่งนี้ตอนเย็น พวกพี่ต้องไปแล้ว……บางทีอาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย”
เฉาเยวียนเงียบไปนาน ลุกขึ้นจากเสื่อทาทามิ แขวนดาบตรงไว้ที่เอว ถอนหายใจยาว…
“ฉันเข้าใจแล้ว ขอบใจเธอมากนะ ที่ลำบาก”