ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 935 สามวัตถุศักดิ์สิทธิ์
“ทำไมมันถึงเลือกผม?”
“ฉันจะรู้ได้ยังไง นายต้องถามมันเองสิ” จี้เนี่ยนยักไหล่ “บางทีนายอาจจะเป็นตัวเอกผู้มีโชคลาภในนิยายพวกนั้น
ก็ได้? ตัวเอกของโลกใบนี้?”
……ไร้สาระ
หลินชีเยี่ยกลอกตา แล้วถามต่อ “แล้วสามวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่คุณเอาไปล่ะ เรื่องมันเป็นยังไง?”
“เรื่องนี้ฉันรู้” ดวงตาของจี้เนี่ยนฉายแววหวนคำนึง “ตอนนั้น ฉันตามคำชี้แนะของโรงพยาบาลมาที่ชางหนาน ก็
มีคนประหลาดคนหนึ่งที่ร่างกายถูกปกคลุมด้วยเงามืด มีตาสีแดงก่ำงอกอยู่บนหน้าผากมาหาฉัน แล้วยื่นจดหมายฉบับ
หนึ่งให้ ฉันไม่รู้ว่าคนส่งจดหมายเป็นใคร แต่ในจดหมายบอกว่า ถ้าฉันอยากหาวิธีกลับบ้าน ฉันต้องปกป้องชีวิตของนาย
ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่จะมาถึงในไม่ช้า ในจดหมายฉบับนั้น ยังมีการแนบรูปวาดของค่ายกลแปลกๆ ที่ใช้วัตถุ
ศักดิ์สิทธิ์สามชิ้นเป็นศูนย์กลาง แต่ฉันจะไปมีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง ฉันจึงทำได้เพียงเข้าไปในโรงพยาบาลแห่งนั้น และหา
วิธีเอาวัตถุศักดิ์สิทธิ์มาจากมือของคนไข้ บังเอิญที่ขอบเขตพลังของฉันในตอนนั้น สามารถเปิดประตูห้องคนไข้ได้สามห้อง
ฉันเลยเดิมพันกับพวกเขาทีละคน”
ฟังถึงตรงนี้ หลินชีเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย คำบรรยายของจี้เนี่ยนเชื่อมโยงกับคำบรรยายของเฮยถง นิกซ์และคน
อื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์
“แต่คุณชนะได้ยังไง? พวกนั้นเป็นถึงเทพเชียวนะ”
“จิตใจของพวกเขาไม่ค่อยปกติ แค่หาช่องโหว่เจอ การจะชนะพวกเขาก็ไม่ยากหรอก” จี้เนี่ยนยิ้มมีเลศนัย “ฉันมี
พรสวรรค์ที่สามารถมองเห็นเส้นทางของวิถีแห่งสวรรค์ได้ในระยะเวลาสั้นๆ ใช้ความสามารถนี้ ฉันก็พอจะเข้าใจ
สถานการณ์ของพวกเขาแต่ละคนคร่าวๆ ห้องแรก ฉันเดิมพันกับนิกซ์ว่า ใครสามารถสร้างสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เคยเห็นและไม่
สามารถเข้าใจได้ คนนั้นจะเป็นผู้ชนะ”
“แล้วยังไงต่อ?”
“จากนั้น ฉันก็ให้เธอดูสิ่งนี้”
จี้เนี่ยนยกมือขึ้น บนหลังมือมีลวดลายซับซ้อนที่ถักทอกันอยู่ มันแผ่รัศมีอันลึกลับออกมา
“นี่คืออะไร?” หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัย
“นิกซ์ก็ถามแบบนี้เหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงแพ้และให้กำไลข้อมือของเธอกับฉัน” จี้เนี่ยนหลีกเลี่ยงคำถามนี้พลาง
ยิ้มเล็กน้อย “ห้องผู้ป่วยที่สอง ฉันแข่งทำนายโชคชะตากับเมอร์ลิน ในรอบสุดท้าย ฉันให้เขาดูโชคชะตาของฉัน แต่เขา
มองไม่ออก เขาเลยแพ้ไป และมอบลูกแก้วคริสตัลให้ฉัน”
“แล้วห้องผู้ป่วยที่สามล่ะ? คุณพนันอะไรกับบรากี?”
“พวกเราไม่ได้พนันอะไรกันเลย ฉันเห็นเขานั่งเหงาๆ อยู่คนเดียวในนั้น ก็เลยใช้พิกเซลทำพิณขึ้นมา แล้วก็แลก
กับแหวนของเขา” จี้เนี่ยนอดถอนหายใจไม่ได้
“เขาสวมแหวนทั้งหมดเจ็ดวง หลังจากที่ฉันแลกมาหนึ่งวง เขายังอยากใช้แหวนอีกสองวงแลกกับขลุ่ยและฮาร์โม
นิกา น่าเสียดายที่ฉันทำเครื่องดนตรีสองอย่างนั้นไม่ได้ หลังจากนั้น ฉันก็แอบตามนายมาตลอด รอจนนายกลับบ้านเกิด
ฉันก็ใช้วัตถุศักดิ์สิทธิ์สามชิ้นจัดวางค่ายกลไว้ใต้บ้านของนาย แล้วฉันก็จากไป”
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง……
หลินชีเยี่ยพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“แต่ว่า คุณเป็นใครกันแน่? ทำไมแม้แต่เมอร์ลินก็ยังมองไม่โชคชะตาของคุณไม่ออก?” เขาถามอย่างสงสัย
“นั่นเป็นความลับ” จี้เนี่ยนไม่มีความตั้งใจจะบอก เธอมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูดว่า “ดูเหมือนจะถึงที่ที่
นายบอกแล้ว ลงรถเถอะ”
หลินชีเยี่ยก็เห็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์ของบ้านคาเซมัตสึริภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน เขาลงจากรถและเดิน
ตรงไปยังประตูใหญ่ จี้เนี่ยนโบกมือ สั่งให้รถแมคลาเรนจากไป แล้วเดินตามหลังเขาไปติดๆ
“นี่คือรังของตระกูลยากูซ่าเหรอ?” จี้เนี่ยนพิจารณาบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมตรงหน้าอย่างละเอียดแล้วเอ่ยด้วย
ความประหลาดใจ “ดูเหมือนจะเรียบง่ายมากเลยนะ”
“นี่ไม่ใช่รัง มันเป็นแค่ที่พักของผู้นำตระกูล พี่น้องคู่นั้นไม่ชอบอยู่บ้านหลังใหญ่ ก็เลยมาเช่าบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ที่นี่”
“ดูเหมือนระบบรักษาความปลอดภัยจะไม่ค่อยดีนะ? ไม่มีใครมาแก้แค้นเหรอ?”
“ไม่จำเป็นต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย ทั่วทั้งญี่ปุ่น ไม่มีใครสามารถทำร้ายพี่น้องคู่นี้ได้หรอก”
หลินชีเยี่ยพูดไปพลางเดินไปที่หน้าประตูแล้วเคาะ
ผ่านไปสักพัก หลังประตูก็เงียบสนิท
ไม่มีคนอยู่เหรอ?
หลินชีเยี่ยเคาะประตูแรงๆ อีกสองครั้ง ในที่สุดก็มีเงาร่างหนึ่งเปิดประตูใหญ่นั่นเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดกิโมโนสีดำ
ลายดอกซากุระ หลินชีเยี่ยเคยเห็นเขามาก่อน ตอนที่อยู่หน้าตึกแก๊งเงามรณะ เขาเป็นคนพายูรินะกลับไปสืบทอด
ตำแหน่งผู้นำตระกูลคาเซมัตสึริ ดูเหมือนว่าชื่อ……คาเซมัตสึริ ทาคุยะ?
“คุณชิจิยะ?!”
คาเซมัตสึริ ทาคุยะจำหลินชีเยี่ยได้ทันที ดวงตาเปล่งประกายด้วยความยินดีอย่างล้นพ้น “คุณกลับมาแล้วเห
รอ?”
“อืม ผู้นำตระกูลของพวกคุณไปไหน?”
“เธอออกไปกับคุณอามามิยะ และมีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อโฮชิมิ โชตะด้วย”
“อามามิยะกับโชตะเหรอ?” เมื่อได้ยินชื่อทั้งสอง หลินชีเยี่ยชะงักไป “พวกเขาไปทำอะไรกัน?”
“คุณอามามิยะบอกว่า เขาพบตำแหน่งของดาบมากาตสึเล่มสุดท้ายแล้ว แต่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้นำ
ตระกูล พวกเขาออกไปชั่วโมงกว่าแล้วครับ”
ดาบมากาตสึเล่มสุดท้าย?
หลินชีเยี่ยจำได้อย่างชัดเจนว่า ตอนที่เขาออกจากแวดวงผู้เลื่อมใสครั้งก่อน อามามิยะ ฮารูกิมีดาบมากาตสึอยู่
เจ็ดเล่มในมือ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาได้พบอีกหนึ่งเล่มแล้ว……เก้าดาบมากาตสึกำลังจะรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้วเหรอ?
“พวกเขาบอกไหมว่าไปที่ไหน?”
“ไม่ทราบครับ พวกเขาไม่ได้บอกว่าดาบมากาตสึเล่มสุดท้ายอยู่ที่ไหน”
“……ฉันเข้าใจแล้ว ถ้าพวกเขากลับมา ก็บอกพวกเขาด้วยว่าฉันรออยู่ที่คลับอาซาบะ”
“ครับ”
หลินชีเยี่ยไม่ได้พบพี่น้องยูริ จึงได้แต่หันหลังจากไปอย่างจนปัญญา
“อามามิยะ ฮารูกิก็คือ คนหนุ่มที่กำลังมองหาหนทางช่วยโลกใช่ไหม?” จี้เนี่ยนครุ่นคิด “ฉันเคยได้ยินเว่ยตงพูด
ถึงเขา”
“อืม”
“นายกำลังเป็นห่วงพวกเขาเหรอ?”
หลินชีเยี่ยถอนหายใจยาว “น่าเสียดาย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน อยากช่วยก็ช่วยไม่ได้”
จี้เนี่ยนครุ่นคิดสักพัก “เรื่องการตามหาคน ฉันช่วยนายไม่ได้จริงๆ แต่ถ้านายอยากจัดการกับพวกกูลเหล่านั้น
พวกเราที่สมาคมปีศาจมีของอย่างหนึ่งที่อาจช่วยได้……”
พอได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของหลินชีเยี่ยพลันเปล่งประกาย “อะไรเหรอ?”
“สิ่งนั้นใหญ่เกินไป ฉันเก็บไว้บนเรือสำราญ ไม่ได้เอามาด้วย รอกลับไปแล้วฉันจะส่งคนเอามาให้ นายก็จะรู้เอง”
หลินชีเยี่ยจ้องตาจี้เนี่ยนแล้วจมอยู่ในความเงียบ
“ผมต้องจ่ายอะไรเป็นการตอบแทน?”
“จ่ายอะไรเหรอ?” จี้เนี่ยนคิดอย่างจริงจัง “นายน่ะ… ติดหนี้บุญคุณฉันไว้ก็พอแล้ว”
“หนี้บุญคุณ? แค่นั้นเหรอ?”
“แล้วจะให้เป็นอะไรล่ะ? ตอนนี้นายยังไม่แข็งแกร่งเท่าฉัน อิทธิพลก็ไม่ใหญ่โตเท่าฉัน ฉันจะหวังอะไรจากตัวนาย
ตอนนี้ได้ล่ะ?” จี้เนี่ยนยิ้มเล็กน้อย “ยังไงนายก็มีโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้าอยู่กับตัว เป็นลูกรักของโชคชะตาที่จะ
ต้องไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกนี้ในไม่ช้าก็เร็ว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้แลกกับหนี้บุญคุณจากนายสักครั้ง ยังไงก็ไม่ขาดทุนใช่
ไหมล่ะ? ไม่แน่นะ ความหวังที่จะกลับบ้านของฉัน อาจจะอยู่ที่ตัวนายก็ได้”
“บ้านของคุณ? อยู่ที่ไหนล่ะ?”
จี้เนี่ยนเงียบไปชั่วขณะ ค่อยๆ หลับตาลง แล้วส่ายหน้า
“ไม่รู้สิ……”