ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 979 ดาบฟันฟ้าที่ราบฟ้าสูง
อินเดีย มหาวิหารสวรรค์
ณ ใจกลางวิหารที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า รูปปั้นทองคำสี่แขนสี่มือสั่นไหวเล็กน้อย ฝุ่นละอองร่วงหล่นจากรูปปั้น
กระแสพลังลึกลับแผ่ซ่านออกมา
จากสี่ใบหน้า มีสองใบหน้าที่ลืมตาขึ้นพร้อมกัน มองไปยังทิศทางหนึ่ง
“ความพินาศ……”
……
ที่ราบฟ้าสูง
นักพรตยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้ทองนับพัน ดวงตาทั้งสองจ้องมองไปยังสรวงสวรรค์เบื้องบน แล้วสูดหายใจลึก
“กระบี่แห่งรากฐาน”
ตึง!!
สรวงสวรรค์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือที่ราบฟ้าสูง สั่นสะเทือนเล็กน้อย ปล่อยกลุ่มควันพลังวิเศษออกมา
เส้นไหมสีทองเส้นหนึ่งลอยออกมาจากใจกลางของสรวงสวรรค์ เหมือนงูที่กำลังเลื้อยผ่านหมอกสีเทาหม่น วน
เวียนรอบนิ้วชี้ที่ถือกระบี่ของนักพรต
นี่คือรากฐานของสรวงสวรรค์
ทันทีที่เส้นไหมสีทองปรากฏขึ้น พลังแห่งมลทินที่ถูกกักขังอยู่ในค่ายกลดอกไม้ทองก็เดือดพล่านอย่างรุนแรง
มลทินที่มีอยู่ทั่วที่ราบฟ้าสูง ถอยร่นไปในชั่วพริบตาราวกับคลื่นน้ำ หลีกหนีเส้นไหมทองนั้นราวกับหลีกหนีงูพิษ!
รอบๆ ตัวนักพรตในรัศมีหลายสิบลี้ กลายเป็นพื้นที่สุญญากาศปราศจากมลทิน
ในเวลาเดียวกัน พื้นดินของที่ราบฟ้าสูงสั่นสะเทือนครืนครั่น ราวกับไม่สามารถรับน้ำหนักของเส้นไหมทองได้ พื้น
ดินที่แตกสลายผุพังเริ่มยุบตัวลงโดยอัตโนมัติ
ท่ามกลางวงล้อมของดอกไม้ทอง นักพรตก้าวออกไปหนึ่งก้าว นิ้วชี้ที่ชูขึ้นเหนือศีรษะค่อยๆ ฟันลงมาอย่าง
ช้าๆ……
ทุกที่ที่นิ้วชี้ของนักพรตชี้ไป อวกาศก็แตกสลายทีละนิด ราวกับมีกระบี่ที่ไร้ที่สิ้นสุด ไม่สามารถมองเห็นได้ และ
สามารถตัดทุกสิ่งได้ กำลังค่อยๆ ตัดกฎเกณฑ์ทั้งหมดของอาณาจักรเทพแห่งนี้
บนท้องฟ้าของที่ราบฟ้าสูงรอยแผลจากการฟันขยายตัวอย่างรวดเร็ว สองข้างของรอยแผลเหมือนเหล็กร้อนแดง
ฟันลงมาจากท้องฟ้าสู่พื้นดินแบ่งที่ราบฟ้าสูง ทั้งหมดออกเป็นสองส่วนจากตรงกลางหนึ่งดาบตัดขาดที่ราบฟ้าสูง
พร้อมกับการสะบัดของเส้นไหมสีทองที่ราบฟ้าสูง ที่ถูกตัดเป็นสองส่วน รวมถึงพลังแห่งมลทินภายในนั้น ต่างยุบ
ตัวและสลายไปอย่างรวดเร็วในความว่างเปล่า
นักพรตยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางฟ้าดินที่กำลังยุบตัว โบกมือส่งเส้นไหมทองกลับเข้าไปในสรวงสวรรค์มือขวาชัก
ดาบ [ภัยพิบัติเทพ] ออกมา แล้วสะบัดไปยังซากปรักหักพังของที่ราบฟ้าสูงที่กำลังค่อยๆ สลายไป
คมดาบของ [ภัยพิบัติเทพ] แทงเข้าไปในซากปรักหักพังของที่ราบฟ้าสูง พลังเทวะและกฎเกณฑ์ที่หลั่งไหลออก
มา พุ่งเข้าสู่ใบดาบอย่างบ้าคลั่ง จุดสว่างสีทองบางๆ บนใบดาบสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า
มันกำลังดูดซับพลังของอาณาจักรเทพแห่งนี้ เพื่อรักษาการทำงานของโลกในใบดาบ
ที่ราบฟ้าสูงที่แต่เดิมเติมเต็มตัวเองด้วยความศรัทธาของแวดวงผู้เลื่อมใส ในชั่วขณะนี้ กลายเป็นอาหารของโลก
ใหม่ แม้จะดูดซับพลังของอาณาจักรเทพเพียงบางส่วน แต่พลังนี้ก็เพียงพอที่จะรักษาการทำงานของโลกในใบดาบได้
นานนับร้อยนับพันปี
เมื่อดาบเล่มนี้ดูดซับพลังจนถึงขีดจำกัดแล้ว ใบดาบสีดำทองก็ดึงตัวออกจากซากปรักหักพังของที่ราบฟ้าสูงโดย
อัตโนมัติ แล้วบินกลับเข้าฝักในมือของนักพรต
นักพรตยิ้มบางๆ ใช้นิ้วดีดที่ดาบเบาๆ [ภัยพิบัติเทพ] ก็หายวับไปกลางอากาศ ไม่ทราบว่าหายไปไหน
……
ญี่ปุ่นในสายหมอก
อันชิงอวี๋เก็บเครื่องมือผ่าตัดอย่างพิถีพิถัน สวมเสื้อกาวน์สีขาวเดินไปหายูริ ทากิชิโระที่หมดสติ ยื่นมือตบไหล่เขา
เบาๆ
ยูริ ทากิชิโระที่นอนอยู่บนโต๊ะผ่าตัดเปลือกตากระตุก ลืมตาขึ้น หลังจากงุนงงชั่วครู่ สายตาก็มองไปที่อันชิงอวี๋
ข้างๆ
“พี่ชิงอวี๋… เสร็จแล้วหรือครับ?”
“อืม นายหายดีแล้ว” อันชิงอวี๋พยุงเขาลุกขึ้นจากโต๊ะผ่าตัด ยิ้มพลางพูดว่า “ข้อบกพร่องทางพันธุกรรมได้รับการ
แก้ไขอย่างสมบูรณ์แล้ว โรคเก่าก็จะไม่กลับมาอีก นอกจากอายุขัยที่สูญเสียไปบ้าง ส่วนอื่นๆ ก็กลับมาเป็นปกติหมด
แล้ว”
ยูริ ทากิชิโระยิ้ม “ขอบคุณพี่ชิงอวี๋ครับ”
“ไม่เป็นไร”
“ชิงอวี๋! ชิงอวี๋! รีบออกมาดูเร็ว!” ไป๋หลี่พั่งพั่งวิ่งกลับเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อน ชี้ไปข้างนอกด้วยความตกใจ
“สรวงสวรรค์! ปรากฏแล้ว!”
อันชิงอวี๋ชะงัก พายูริ ทากิชิโระรีบเดินออกจากห้อง เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ในหมอกหนาทึบ ซากปรักหักพังของที่ราบฟ้าสูงร่วงหล่นลงทะเลไม่หยุด บนท้องฟ้าสีเทานั้น เหลือเพียงเงา
ขนาดมหึมาสีทองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเทพเซียน ตั้งตระหง่านไม่ไหวติง
“นั่นคือสรวงสวรรค์เหรอ?” อันชิงอวี๋เอ่ยอย่างตะลึงงัน “ใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้มากเลย……”
“สรวงสวรรค์ปรากฏขึ้นแล้ว แต่เหล่าเทพของต้าเซี่ยล่ะ?”
เฉาเยวียนจ้องมองรอบๆ สรวงสวรรค์อย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ดูเหมือนว่านอกจากร่าง
สามร่างที่เพิ่งบินขึ้นไปเมื่อครู่ ฉันไม่เห็นเทพองค์อื่นของต้าเซี่ยเลยนะ……”
“พวกเขาน่าจะอยู่ในสรวงสวรรค์นั่นแหละ” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย “พวกเราบินขึ้นไปดูกัน
เถอะ! ผมอยากไปเห็นฉางเอ๋อ! เจ็ดนางฟ้า! และกิวเทียงเหี่ยงนึ่งกับตาตัวเอง!”
“……”
“นั่นมันอาณาจักรของเทพนะ ไม่ใช่ว่าพวกเราอยากไปก็ไปได้หรอก” เสิ่นชิงจู่ส่ายหน้า
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ร่างสีแดงเข้มก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
“ชีเยี่ยกลับมาแล้ว” ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นคนผู้นั้นแล้วดวงตาก็เป็นประกาย
หลินชีเยี่ยกระโดดลงจากเมฆพลิกกาย เงยหน้ามองดูสรวงสวรรค์เหนือศีรษะ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
“พวกเราควรกลับต้าเซี่ยได้แล้ว” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “สรวงสวรรค์ลงมาสู่โลกมนุษย์แล้ว ถ้าไม่มีอะไร
ผิดพลาด โลกแห่งหมอกคงจะวุ่นวายในไม่ช้า อยู่ข้างนอกต่อไปอันตรายเกินไป”
ไป๋หลี่พั่งพั่งและคนอื่นๆ สบตากันแล้วพยักหน้าเห็นด้วย หลินชีเยี่ยมองไปที่ยูริ ทากิชิโระ แล้วถามว่า “แล้วนาย
ล่ะ? แวดวงผู้เลื่อมใสพังไปแล้ว นายมีแผนอะไรต่อไหม?”
“ผม… ผมไม่รู้” ยูริ ทากิชิโระเกาหัว พลางยิ้มขมขื่น “ผมไม่มีบ้านให้กลับไปแล้ว……”
หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ สบตากัน แล้วเริ่มส่งสายตากันอย่างบ้าคลั่ง
หลินชีเยี่ยกระแอมเบาๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง
“ถ้านายไม่มีแผนอะไร ก็ไปกลับต้าเซี่ยกับพวกเราสิ”
“ใช่ๆ ต้าเซี่ยสนุกมากเลยนะ” ไป๋หลี่พั่งพั่งพยักหน้าเหมือนลูกไก่จิกข้าว
“อืมเกมในต้าเซี่ย ก็… เอ่อ… ก็มีไม่น้อย” อันชิงอวี๋พูดไปครึ่งหนึ่งแล้วติดขัดไปชั่วครู่ “แค่ส่วนใหญ่ต้องเติมเงิน
นิดหน่อย แล้วก็ทำลายตับหน่อยๆ……”
[ฉันสามารถสอนภาษาจีนให้นายได้] เสียงของเจียงเอ่อร์ดังออกมาจากลำโพงที่เอวของอันชิงอวี๋
ภายใต้คำเชิญชวนอย่างจริงใจของทุกคนยูริ ทากิชิโระลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็พยักหน้าในที่สุด
“ตกลง……”
หลินชีเยี่ยถอนหายใจยาว ดวงตาของคนอื่นๆ ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาประสบความสำเร็จในการพาคนที่มีพลังการต่อสู้สูงลิบลิ่วกลับไปยังต้าเซี่ย ไม่รู้ว่าจั่วชิงจะมีสีหน้าแบบ
ไหนเมื่อเห็นพวกเขาพายูริ ทากิชิโระกลับไป…
“ไปกันเถอะ”
หลินชีเยี่ยโบกมือเรียกเมฆพลิกกาย กำลังจะก้าวขึ้นไป แสงสีดำทองสายหนึ่งก็พุ่งมาจากท้องฟ้า ราวกับมีดวงตา
มันร่วงลงมาตรงในมือของหลินชีเยี่ย
[ภัยพิบัติเทพ]?
หลินชีเยี่ยกำดาบไว้ หันไปมองสรวงสวรรค์ ท่ามกลางกลิ่นอายเซียน มีร่างของนักพรตกำลังมองมาทางเขา ดู
เหมือนกำลังยิ้ม
หลินชีเยี่ยก้มตัวคำนับ จากนั้นก็พาทุกคนขึ้นเมฆพลิกกาย ลอยขึ้นจากพื้นดิน บินอย่างรวดเร็วไปยังต้าเซี่ย