ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 985 เกมและโปรแกรมเมอร์
“อ้อใช่ ได้ยินว่าพวกนายพายอดมนุษย์ที่มีวัตถุศักดิ์สิทธิ์มาจากญี่ปุ่นด้วยใช่ไหม?” จั่วชิงถามอย่างไม่ตั้งใจ
“ใช่ครับ” หลินชีเยี่ยมองสีหน้าของจั่วชิงแล้วเอ่ยอย่างประหลาดใจ “ท่านผู้บัญชาการจั่วดูเหมือนจะไม่แปลกใจ
เลยนะครับ?”
“แค่ยอดมนุษย์เท่านั้น มีอะไรน่าแปลกใจล่ะ” จั่วชิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“เขาอยู่ที่ไหน?”
“ตามผมมาสิครับ”
หลินชีเยี่ยพาจั่วชิงเดินมาที่หน้าประตูห้องเช่าแห่งหนึ่ง
มองผ่านหน้าต่างเข้าไป เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานั่งอยู่บนเตียง ผมยาวสีขาวดั่งน้ำตกคลุมลงมาถึงขอบ
เตียง ในมือกอดหนังสือ ‘พินอินภาษาจีนฉบับสมบูรณ์สำหรับเด็กฉีฉี’ กำลังอ่านออกเสียงอย่างตั้งใจ
ข้างๆ ตัวเขา เจียงเอ่อร์ลอยอยู่กลางอากาศ เสียงดังออกมาจากลำโพงบลูทูธด้านข้าง คอยแก้ไขการออกเสียง
ของเขาอย่างอดทน
[ทะเลทราย]
[สาดหมึก]
[น้ำตาลทราย]
[โรยน้ำตาล]
[สามเณร……ช่างเถอะ เราไม่อ่านคำนี้ อืม……โซฟา]
[สางผม]
“……”
จั่วชิงมองสำรวจยูริ ทากิชิโระที่อยู่ในห้องอย่างสงสัย
“อายุน้อยขนาดนี้เลยเหรอ?”
“เขาอายุแค่สิบสามปีเท่านั้น” หลินชีเยี่ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดของยูริ ทากิชิโระให้จั่วชิงฟัง รวมถึงที่มาของ [ภัย
พิบัติเทพ] ที่อยู่ในมือของเขาด้วย
หลังจากฟังจบ จั่วชิงก็ตกอยู่ในความเงียบ สายตาที่มองไปยังยูริ ทากิชิโระเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน “ผู้
บัญชาการจั่ว ผมมีคำขอร้องครับ” หลินชีเยี่ยพูดอย่างจริงจัง “ถึงแม้ว่าเราจะพาเขากลับมาที่ต้าเซี่ยแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้
เป็นคนที่นี่ ไม่มีหน้าที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่างของหน่วยพิทักษ์ราตรี อีกอย่าง… เขายังเด็กอยู่……”
“ฉันเข้าใจความหมายของนาย” จั่วชิงพยักหน้า “พวกเราจะไม่บังคับให้เขาทำอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ
ความต้องการของเขาเอง”
ดูเหมือนว่ายูริ ทากิชิโระที่อยู่ในห้องจะได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสซื่อมองออกไปนอก
หน้าต่างอย่างอยากรู้อยากเห็น แล้วยิ้มอย่างอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์
“พวกเรากำลังจะออกเดินทางไปค่ายฝึกอบรมแล้ว คุณวางแผนจะจัดการกับเขายังไงครับ?” หลินชีเยี่ยหันไปมอง
จั่วชิง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จั่วชิงก็เปรยขึ้นอย่างประหลาดใจ “ฉันนึกว่าพวกนายจะพาเขาไปด้วยซะอีก”
“พวกเราแค่ไปฝึกทหาร ไม่ได้ไปรบ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “ยิ่งไปกว่านั้น เขาโตมาขนาดนี้แล้ว ยังไม่เคยมีชีวิตที่
สงบสุขเหมือนคนวัยเดียวกัน พอดีเขาเพิ่งมาถึงต้าเซี่ย สนใจทุกอย่าง ผมอยากให้เขาได้สนุกสนานสักพัก”
“ฉันเข้าใจแล้ว” จั่วชิงพยักหน้า “ฉันพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะให้คนที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้มาพาเขาไป”
“ครับ”
หลังจากจั่วชิงจากไป หลินชีเยี่ยก็ก้าวเข้าไปในห้อง
ไป๋หลี่พั่งพั่งและคนอื่นๆ ที่กำลังพักผ่อนอยู่ในห้องนั่งเล่นหันมามอง เมื่อเห็นหลินชีเยี่ยเข้ามา ก็เอ่ยปากถามว่า
“ชีเยี่ย ลูกพี่จั่วสั่งอะไรมา? พวกเรามีภารกิจใหม่แล้วเหรอ?”
“อืม เก็บของกันเถอะ พวกเราต้องกลับค่ายฝึกอบรมเดี๋ยวนี้”
ทุกคนมองหน้ากันแวบหนึ่ง แล้วต่างลุกขึ้นวุ่นวายกันทันที
“พี่ชิจิยะ พวกพี่งานยุ่งกันเหรอครับ?” ยูริ ทากิชิโระเห็นภาพนั้นก็กะพริบตาถาม
หลินชีเยี่ยเดินมาเบื้องหน้าทากิชิโระ ยื่นมือลูบผมเขา แล้วยิ้มตอบว่า “อืม พวกพี่ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ เดี๋ยว
จะมีคนมาหานาย พานายไปเที่ยวต้าเซี่ย นายดูแลตัวเองได้ใช่ไหม?”
“ได้ครับ”
“เบอร์โทรศัพท์ที่พี่บอกนาย จำได้แล้วใช่ไหม? ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็โทรหาพี่นะ”
หลินชีเยี่ยกำชับ “แล้วก็ อย่าใช้พลังต่อหน้าคนธรรมดาเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วครับ”
“เด็กดี”
หลินชีเยี่ยรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินออกไปนอกห้อง
บนท้องฟ้าที่ไกลออกไป มังกรสีแดงขนาดใหญ่กำลังบินมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับหญิงสาวชุดสีน้ำเงินบนหลัง
มังกรดินเพลิงโฉบลงมาถึงพื้นดินแล้วเปลี่ยนร่างเป็นหงเหยียนในชุดพยาบาล
เธออุ้มเจียหลานในท่าเจ้าหญิงเดินมาหยุดตรงหน้าหลินชีเยี่ย
“ผู้อำนวยการ ฉันกลับมาแล้ว”
“เหนื่อยหน่อยนะ”
หลินชีเยี่ยพยักหน้าเบาๆ แล้วส่งหงเหยียนกลับไปที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า จากนั้นก็อุ้มเจียหลานเดิน
เข้าไปในบ้าน
ก่อนหน้านี้ ตอนอยู่ในแวดวงผู้เลื่อมใส หลินชีเยี่ยกังวลว่าเจียหลานอาจประสบอันตราย จึงส่งเธอออกไปก่อน
ตอนนี้กลับมาถึงต้าเซี่ยแล้ว จึงให้หงเหยียนพาเธอกลับมาทันที
หลังจากรับเจียหลานที่หลับอยู่กลับมาและจัดการสัมภาระเรียบร้อยแล้ว หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ก็กล่าวลายูริ
ทากิชิโระ แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังค่ายฝึกอบรม
……
หลังจากมองส่งหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ทากิชิโระก็กลับเข้าไปในบ้าน เสกจอยเกมขึ้นมาแล้วนั่งเล่นเกมหน้า
โทรทัศน์
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น สายตาของทากิชิโระกวาดมองไปที่ประตูทางเข้าครู่หนึ่ง ดวงตารูปดาวสิบ
แฉกหรี่ลงเล็กน้อย
“ระดับ 99……แข็งแกร่งมาก” ทากิชิโระพึมพำกับตัวเอง นึกถึงคำพูดที่ หลินชีเยี่ยเพิ่งบอกเขา เขาจึงอ้าปากพูด
เป็นภาษาจีนอย่างเก้ๆ กังๆ ว่า
“เชิญเข้ามา”
ประตูห้องเปิดออก
ชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อต สวมหมวกแก๊ปเดินเข้ามาจากนอกห้อง
เขามองสำรวจทากิชิโระครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมองไปที่เกมบนโทรทัศน์ แล้วถามเบาๆ
“นายคือ ยูริ ทากิชิโระ ใช่ไหม?” เขาถามเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว
“ใช่ครับ” ทากิชิโระพยักหน้า “คุณมารับผมใช่ไหม?”
“ใช่” ชายคนนั้นมองไปที่จอยในมือของเขา “ปกตินายชอบเล่นเกมเหรอ?”
“ครับ”
ชายคนนั้นดวงตาเปล่งประกายเล็กน้อย ยกหมวกแก๊ปขึ้น “ขอแนะนำตัวหน่อย ฉันชื่อกวนไจ้ เป็น
โปรแกรมเมอร์”
…
“ภายในสิบวัน ต้องทำให้พวกมือใหม่เหล่านั้นกลายเป็น หน่วยพิทักษ์ราตรีที่มีคุณภาพเหรอ?”
ในรถ ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ “ให้เวลาน้อยเกินไปหรือเปล่า?”
“ทำไมถึงรีบร้อนขนาดนี้?” เสิ่นชิงจู่ ก็ไม่เข้าใจเช่นกัน “พวกทหารใหม่เหล่านี้ยังฝึกไม่ถึงห้าเดือนเลย……ถ้าเทียบ
กับค่ายฝึกอบรมทหารใหม่ในปีก่อนๆ เวลานี้เพิ่งผ่านไปแค่หนึ่งในสามเท่านั้น”
มีเพียงอันชิงอวี๋ที่ดูเหมือนจะตระหนักถึงบางอย่าง เหลือบมองสีหน้าเคร่งเครียดของหลินชีเยี่ยแล้วเดาว่า
“สงคราม……กำลังจะมาแล้วใช่ไหม?”
“อืม”
หลินชีเยี่ยพยักหน้า “ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เราเหลือเวลาแค่สิบวันเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้ว สงครามจะ
ไม่เลื่อนออกไปเพราะความไร้เดียงสาของทหารใหม่เหล่านี้” ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ
“โชคดีที่พวกเราได้ใช้สภาพแวดล้อมที่กดดันสูงบีบคั้นศักยภาพของพวกเขาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรก แม้ว่าเวลาใน
ค่ายฝึกอบรมจะไม่นาน แต่ทักษะการต่อสู้ของพวกเขาก็ไม่ได้อ่อนแอเกินไป” หลินชีเยี่ยพูดต่อ “สิ่งที่พวกเขาขาดมีเพียง
แค่การฝึกฝนระหว่างความเป็นความตายเท่านั้น”
“การฝึกฝนระหว่างความเป็นความตายสินะ……” เฉาเยวียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?”