ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1084 ไร้ความเสียใจ ไร้ความละอาย ไร้ความเสียดาย
บทที่ 1084 ไร้ความเสียใจ ไร้ความละอาย ไร้ความเสียดาย
………………..
ความยืนยาวของชีวิต สำหรับหลายคนแล้วยากที่ล่วงรู้ล่วงหน้าได้
โดยเฉพาะในโลกที่โหดร้ายเช่นนี้ บางทีเหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งหนึ่ง การสังหารครั้งหนึ่ง ก็จบสิ้นได้
ต่อให้แข็งแกร่งเฉกเช่นเทพเจ้าก็มีความเป็นไปได้ที่จะแตกดับ ต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิครองกระบี่ สุดท้ายก็ต้องถึงจุดจบเช่นกัน
แต่…วิเคราะห์ว่าชีวิตเจิดจรัสพร่างพรายหรือไม่ ความยืนยาวล้วนไม่ใช่มาตรฐานที่สำคัญที่สุดเสมอมา
ดั่งเช่นฟ้าดินเป็นที่พักแรมของสรรพชีวิตทั้งหลาย เวลาเป็นผู้มาเยือนนับแต่โบราณกาลมา
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความกว้างใหญ่ของชีวิตที่ได้สัมผัสและประสบพบเจอ
เป็นเส้นทางที่เป็นของตัวเอง จะเดินไปอย่างไร
นี่สำหรับสรรพชีวิตทั้งหลายแล้ว เป็นอิสระที่กุมเอาไว้เพียงอย่างเดียว
เหมือนดั่งมหาจักรพรรดิครองกระบี่ปกป้องเผ่ามนุษย์เป็นหมื่นๆ ปี ต่อให้จุดจบในวันนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ความกว้างใหญ่ของชีวิตเขาได้แผ่ลามไปในความทรงจำเผ่ามนุษย์ทุกคน
นี่ถึงจะเป็นไพศาล
นี่ถึงจะเป็นความยิ่งใหญ่
และวันนี้ ท่ามกลางแสงพร่างพรายสุดท้ายของไฟชีวิต ในที่สุดเขาก็วางทุกอย่างลง เหมือนเกิดใหม่ สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายที่ไม่ได้สัมผัสมานาน สัมผัสได้ถึงความอิสระ
ดอกไม้ไฟแห่งชีวิตกระทบในชีวิตของเขา ยิ่งเจิดจ้าระยิบระยับ
ข้างหน้าเขาเหมือนมีภาพแต่ละฉากๆ เมื่อเนิ่นนานหลายปีก่อน ที่ตัวเองกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา
“เซี่ยเอ๋อร์ สวี่ชิง ข้าตาแก่คนนี้ ไม่ขอให้ชีวิตในอนาคตของพวกเจ้าเป็นอย่างไร…”
“แต่ข้าขอใช้ประสบการณ์ของคนที่ผ่านมาก่อนแบ่งปันประสบการณ์ของข้ากับพวกเจ้าสักหน่อย”
นอกแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร ในฟ้าดินแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ มหาจัรพรรดิครองกระบี่เดินอยู่ข้างหน้า พลางส่งเสียงกล่าวด้วยความรู้สึกลึกซึ้งไปยังจักรพรรดินีและสวี่ชิงที่อยู่ด้านหลัง
มหาจักรพรรดิครองกระบี่เอ่ยเสียงเบา
“ประสบการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมา เนื่องจากทุ่มเทอย่างสุดกำลัง เช่นนั้นไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นเช่นไร ตัวเองปล่อยความยึดมั่นได้ เรียกได้ว่าไร้ความเสียใจ”
“ทุกเรื่องราวที่ได้พบเจอในชีวิต เนื่องจากไม่ผิดต่อหัวใจของตน เช่นนั้นไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเดินไปอย่างไร ตัวเองมีแสง ชีวิตนี้ก็ย่อมอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง สามารถกล่าวได้ว่าไร้ละอาย”
“หากสามารถทำได้ทั้งสองสิ่งนี้ เช่นนั้น คนที่ได้พบเจอ การตัดสินใจที่ทำลงไป ก็สามารถกล่าวได้ว่าไร้ความเสียดาย”
“ทำได้ถึงหกคำนี้ ชีวิตนี้แจ่มกระจ่าง ไม่เสียทีที่เกิดมาชาตินี้”
เสียงของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ดังสะท้อนก้องในฟ้าดิน
ดังในใจของจักรพรรดินีและสวี่ชิง แปรเปลี่ยนเป็นระลอกคลื่นอยู่นานไม่สลายไป
มหาจักรพรรดิ เขาทำได้ถึงหกคำที่เขาพูดได้จริงๆ
ปกป้องคุ้มครองเผ่ามนุษย์มาเป็นหมื่นๆ ปี เขาทุ่มเทสุดกำลัง ดังนั้นอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาไร้ความเสียใจ
เรื่องที่ผ่านพบไม่ว่าเรื่องใดในชีวิตนี้ เขาไม่ผิดต่อใจตน และแสงในใจก็ไม่เคยแปดเปื้อน สาดทอบนถนเส้นทางข้างหน้าก็เป็นประกาย เขาไร้ความละอายไม่ว่ากับผู้ใดก็ตาม
ส่วนการตัดสินใจเลือกของชีวิตนี้ เขาก็ผ่านจากการกระทำของตัวบอกจักรพรรดินีและสวี่ชิง
เขาไร้ความเสียใจในภายหลัง
เสียงหัวเราะดังสะท้อนก้องไปในฟ้าดิน
และดังไปยังเหนือเผ่านภาคิมหันต์ ในแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามที่กำลังต่อสู้กับผู้บำเพ็ญทั้งหลายและเทพทั้งสามของเผ่านี้
แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับดำที่ลงมาเยือนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีทั้งหมดสิบหกแดน ทางเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ต่างมีทิศละสี่แดน
ในนั้นทางทิศตะวันออกของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับดำทั้งสี่แดนที่ลงมาเยือนยังเผ่ามนุษย์ สามแดนในนั้น…ล้วนอยู่ที่เผ่านภาคิมหันต์
ตอนนี้แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามต่างสั่นสะเทือนขึ้นมาพร้อมกัน
เทพทั้งสามแห่งนภาคิมหันต์ต่างหวั่นไหว นำเผ่าพันธุ์ถอยหลังไปอย่างไม่ลังเล หลีกเส้นทางที่ทอดไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม
ส่วนในแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามต่างมีมหาจักรพรรดิ ตอนนี้ในใจราวมีสายฟ้าฟาดดังกัมปนาท สีหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สายตามองไปตามสัญชาตญาณ
เห็นจักรพรรดินี เห็นสวี่ชิง ยิ่งเห็นข้างหน้าพวกเขา มีเงาร่างที่มือถือกระบี่ยาว สวมชุดคลุมยาวตัวใหญ่ ก้าวเท้ามา แม้จะแก่ชราแต่กลับแข็งแกร่งทรงพลัง
ในสายตาของพวกเขา กลิ่นอายความตายบนร่างของชายชราเข้มข้นสุดขีด แต่ประกายแสงที่ส่องมาจากในวิญญาณเขา ไอความตายกลับไม่อาจท่วมจมได้ กะพริบวูบวาบบนร่างเขา ลอยขึ้นจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ทั้งดินแดน สาดส่องสว่างผืนฟ้า
“เซียนคิมหันต์!!”
มหาจักรพรรดิแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม ในใจต่างมีสายฟ้าฟาดผ่ากึกก้องในใจ สีหน้าเปลี่ยนมาขาวซีดสุดขีดในทันที
ไม่ใช่แค่พวกเขาที่หวาดกลัว แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ที่เขาอยู่ก็ยังต้องสั่นสะเทือน ผู้บำเพ็ญแดนศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วน แต่ละคนในสมองมีสายฟ้าฟาดเลื่อนลั่น กระบี่ที่อยู่ในมือของมหาจัรพรรดิครองกระบี่ตวัดไปข้างหน้าอย่างสบายๆ
ในยามเยาว์วัยเมื่อในอดีต ความฝันของมหาจักรพรรดิครองกระบี่คือท่องไปในโลกอย่างอิสระ ขจัดความชั่วร้าย ทำลายคนชั่ว
หลังจากเป็นมหาจักรพรรดิ เขาที่ยังหนุ่ม ถือกระบี่ท่องไปในโลกหล้า สังหารเทพเจ้า ขจัดภัยพาล หนึ่งคนหนึ่งกระบี่ ประทับฟ้าดิน
วัยชรา ทุกครั้งที่เขานึกย้อนชั่วชีวิตนี้ สิ่งที่คิดถึงมากที่สุดก็ยังเป็นเวลาในช่วงนั้น
จวบจนกระทั่งตอนนี้ เขาตวัดไปอย่างสบายๆ เหมือว่าทับซ้อนกับตัวเองเมื่อในอดีต เหมือนภาพในความจำผสานไปกับปัจจุบัน
ดังนั้นกระบี่นี้ เขาฟาดฟันอย่างอิสระ ฟาดฟันได้อย่างสะใจ ฟาดฟันอย่างไร้พันธนาการ
และกระบี่นี้ แสงกระบี่เข้าแทนที่แสงนภาในผืนฟ้าแห่งนี้ ปราณกระบี่กลายเป็นมิติของโลกใบนี้ จิตกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นจิตนภา
ใช้รัศมีอำนาจอันทรงพลังไร้เทียมทาน สามารถขยี้ผืนฟ้า ถล่มผืนดิน ทำลายซึ่งทุกสิ่ง!
ซัดมายังแดนศักดิ์สิทธิ์แดนหนึ่งที่อยู่ใกล้เขามากที่สุด
หน้าตาของแดนศักดิ์สิทธิ์แดนนนี้เหมือนดวงดาวดวงหนึ่ง
ตอนนี้ส่งเสียงกึกก้องท่วมฟ้า คล้ายว่าถูกลมพายุที่ไม่อาจต้านทานกวาดโหม ภายในสายตาของเทพทั้งสาม ท่ามกลางการสั่นสะท้านของเผ่านภาคิมหันต์ ท่ามกลางการจับจ้องของสวี่ชิงและจักรพรรดินี…
แดนศักดิ์สิทธิ์ที่หน้าตาเหมือนดวงดาวข้างหน้าดวงนั้นเสียงดังกึกก้องสะท้อนสนั่นหวั่นไหว พื้นผิวเกิดร่องลึกขนาดมหึมาร่องหนึ่ง จากนั้นร่องลึกนี้ก็จมลงไปไม่หยุด ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ แดนศักดิ์สิทธิ์ดวงดาวทั้งแดนนี้ก็ถูกร่องลึกตัดผ่านไป
แล้วพังถล่ม กลายเป็นสองส่วนแบ่งไปจากตรงกลาง!
ชีวิตในนั้นถูกแสงกระบี่ขยี้ดับ สรรพสิ่งในนั้นถูกกระบี่ทำลายล้าง!
แดนศักดิ์สิทธิ์แดนหนึ่งดับสลายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
พลังชีวิตมหาศาลถูกปราณกระบี่หอบม้วนจากในแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แตกดับแดนนี้ พุ่งตรงมายังมหาจักรพรรดิครองกระบี่ ทะลักไปในร่างของเขา…ไม่ได้ไปสะกดไอความตาย แต่เป็นสารอาหารที่ผลักดันกำลังรบของเขา
ไม่มีพันธนาการจากระบบดาว มหาจักรพรรดิครองกระบี่ในเสี้ยวขณะนี้ เขาไม่เพียงแต่ฟื้นฟูถึงขั้นสูงสุดของกำลังรบเท่านั้น แต่ยังมีพลังที่จะปะทุระดับขั้นที่สูงขึ้นด้วย
ต่อให้การปะทุพลังนี้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยวพริบตาก็ตาม
แต่ว่า… รุ่งเช้าได้รู้แจ้งในวิถี แม้ต้องตายในยามเย็นก็หาใช่เรื่องน่าเสียดาย!
ทั่วทั้งแปดทิศต่างสูดลมหายใจ ฟ้าดินเสียงดังแว่วมาไม่หยุด มหาจักรพรรดิทั้งสามตอนนี้หน้าขาวซีดสุดขีด พวกเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย ถอยหลังไปในทันที ทิ้งทุกอย่าง คิดจะหนี
แม้จะเป็นมหาจักรพรรดิ แต่เผชิญหน้ากับเซียนคิมหันต์เช่นนี้ พวกเขาไม่อาจต้านทานได้เลย
สำหรับทั้งสามคนนี้ มหาจักรพรรดิครองกระบี่ไม่แม้แต่จะชายตามอง ทว่า กลับพูดราบเรียบขึ้น
“เซี่ยเอ๋อร์ สวี่ชิง พวกเจ้าในฐานะที่เป็นผู้สืบทอดของข้า แต่ข้าให้พวกเจ้าเพียงพลังบำเพ็ญและกระบี่จัรพรรดิ ไม่ทันที่จะได้ถ่ายทอดพลังวิเศษ วิชากระบี่”
“วันนี้ข้าจะถ่ายทอดวิชาให้กับพวกเจ้า”
“วิถีของข้าตลอดชีวิตมานี้คือกระบี่”
“ชีวิตนี้ในช่วงต่างๆ แบ่งสร้างวิชากระบี่ ทั้งหมดห้ากระบวน”
“กระบวนที่หนึ่ง ชื่อว่า…สมบัติปฐพี”
มหาจักรพรรดิครองกระบี่พูดแล้ว มือขวายกขึ้น กดเบาๆ ไปทางแดนศักดิ์สิทธิ์สองแดนที่เหลือข้างหน้า
ทันใดนั้น แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแดนนั้นก็ส่งเสียงครืนครานเลื่อนลั่น สั่นคลอนอย่างรุนแรง
ท้องฟ้าเปลี่ยนสี แผ่นดินคล้ายถูกเหนี่ยวนำ ส่งเสียงคำรามต่ำลึก
ตอนนี้เสียงครืนครานกึกก้องเขย่าจิตใจ
ส่วนเสียงมหาจักรพรรดิครองกระบี่ ท่ามกลางเสียงเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหวของฟ้าดินผืนนี้ก็ยังคงสะท้อนก้อง
“สมบัติปฐพีที่ว่าคือวิชากระบี่ที่ข้าคิดค้นขึ้นจากการสังหารคนโฉดชั่วเหี้ยมโหดที่เชี่ยวชาญวิถีดินในตอนนั้น กระบี่นี้กระตุ้นปราณปฐพีเป็นหลัก ใช้จิตกระบี่แทนจิตปฐพี แปรเปลี่ยนปราณปฐพีเป็นปราณกระบี่”
“เมื่อหลอมรวมกันแล้วก่อขึ้นเป็นกระบี่ปฐพี!”
ท่ามกลางการอธิบายรายละเอียดของเขา สิ่งที่เห็นในสายตาของสวี่ชิงและมหาจักรพรรดิคือ แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองขณะที่สั่นไหวอย่างต่อเนื่องก็มีควันเป็นกลุ่มๆ ลอยขึ้น ควันนี้ก็คือปราณปฐพีที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่พูดถึง
มากขึ้นเรื่อยๆ เพียงพริบตา แผ่นดินของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองก็แตกระแหง คล้ายว่าถูกดูดสารอาหารทั้งหมดไป กลายเป็นควันมหาศาล พวยพุ่งอยู่บนฟ้าสูง ต่างหลอมรวมซึ่งกันและกันอย่างรวดเร็ว…
กลายเป็นกระบี่เล่มใหญ่ที่น่าครั่นคร้ามเล่มหนึ่ง
ทันทีที่กระบี่เล่มนี้ปรากฏขึ้น ไม่ใช่แค่แดนศักดิ์สิทธิ์ที่สั่นไหว แม้แต่แผ่นดินของเผ่านภาคิมหันต์ที่อยู่ข้างล่างก็ราวกับมหาสมุทร แผ่ระลอกคลื่นมา
คล้ายว่าถูกเหนี่ยวนำ
และหลังจากนั้น…กระบี่ใหญ่ที่ก่อขึ้นจากปราณปฐพีก็พลันฟาดลงมา!
แข็งแกร่งทรงพลังไร้เทียมทาน!
แดนศักดิ์สิทธิ์สองแดนนั้น ท่ามกลางสายตาของคนทั้งหลายก็พังถล่มลงทันที แผ่นดินกลายเป็นเถ้าธุลี พร้อมด้วยสรรพชีวิตทั้งหลายในแด่นศักดิ์สิทธิ์ ก็ล้วนไม่อาจหลีกหนี ไม่อาจต้านทาน
เพียงพริบตาก็แตกดับสูญสลาย
จวบจนกระทั่งแดนศักดิ์สิทธิ์ภายใต้การทำลายล้างอันทรงพลังของกระบี่นี้กลายเป็นความว่างเปล่า
พลังชีวิตนับไม่ถ้วนถูกหอบม้วนทะลักไปในร่างของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ กลิ่นอายของเขาปะทุขึ้นอีกครั้ง
ยกมือขึ้นชี้ ทันใดนั้น กระบี่สมบัติปฐพีเล่มนั้น ในเสี้ยวขณะนี้ก็สลายไปเอง แปรเปลี่ยนเป็นปราณกระบี่เฉียบคมเด็ดเดี่ยวนับไม่ถ้วน หอบม้วนกลิ่นอายของแผ่นดิน พุ่งตรงไปยังมหาจักรพรรดิทั้งสามที่หลบหนีอยู่ที่ไกล
ไม่ว่ามหาจักรพรรดิทั้งสามจะดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
ความแตกต่างของพลังแท้จริงอย่างเด็ดขาดเหนือชั้น ทำให้ความตายกลายเป็นสิ่งแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปราณกระบี่พัดผ่าน สามมหาจักรพรรดิแตกดับ!
พร้อมทั้งทุกอย่างของพวกเขาก็กลายเป็นสารอาหารของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ หลังจากผสานไปในร่าง กำลังรบของเขาก็พลันปะทุขึ้น
ลมกรรโชกเมฆพัดหอบ ดุจพลังสูงสุดไร้เทียมทาน
เผ่านภาคิมหันต์ไร้สุ้มเสียง แม้แต่เทพทั้งสามยังต่างก้มศีรษะต่ำ
เงาร่างของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ วาดเค้าความทรงจำของเหล่าองค์ท่านขึ้นมา
ในตอนแรกที่เสี้ยวหน้าลงมาเยือน เสวียนโยวจากไป นั่นเป็นช่วงเวลาที่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งที่สุด โหดร้ายที่สุด และมืดมนที่สุด
เทพเจ้ามีอยู่ทั่วทุกที่ ทาสและการสังหารคือสภาวะที่เป็นปกติ
ไม่ว่าเผ่าพันธุืใด ไม่ก้มหน้าก็ดับสลายไป
แต่มหาจักรพรรดิครองกระบี่เป็นมหาจักรพรรดิคนเดียวในตอนนั้น เผ่ามนุษย์ยังคงเป็นเผ่าพันธุ์ใหญ่อันดับหนึ่ง
ดังนั้นเทพเจ้าที่ดึงดูดมามากมหาศาลนัก
ดังนั้นในช่วงเวลานั้น ภาพฉากแต่ละฉากๆ ที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่สู้กับเทพเจ้าที่คิดอยากจะนำเผ่ามนุษย์ไปเป็นทาส กลายเป็นจุดรวมสายตาของหมื่นเผ่าพันธุ์
จวบจนศึกนั้นที่ในกลางแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์กลายเป็นบทเพลงสุดท้าย
ร่างจริงของเขาแตกดับ มีเพียงร่างแยกที่หลงเหลือ
แต่ศึกแต่ละครั้งๆ นี้ สุดท้ายก็ทำให้ความคิดอยากจะนำเผ่ามนุษย์ที่ใจกลางไปเป็นทาส เลือนหายไปนับแต่นั้น ทำให้เทพเจ้ามากมายจำต้องเก็บความละโมบลงไป
คล้ายว่าขอเพียงมหาจักรพรรดิอยู่ ความคิดนี้ไม่มีทางผุดขึ้นมา
นี่ถึงทำให้เผ่ามนุษย์ผ่านความมืดมิดในแรกเริ่มมาได้
และในยามที่เทพทั้งสามควบคุมเผ่านภาคิมหันต์เป็นเรื่องหลังจากนั้น
ตอนนั้นร่างจริงของมหาจักรพรรดิครองกระบี่แตกดับไปแล้ว มีเพียงร่างแยกที่ปกป้องคุ้มครองเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ ใช้พลังหนึ่งกระบี่สร้างภัยคุกคามต่อเทพทั้งหลาย
ดังนั้นถึงได้มีภาพฉากแต่ละฉากๆ หลังจากนั้น
ตอนนี้ มองเงาร่างของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ ในใจของเทพทั้งสามเกิดความคิดที่ซับซ้อนอย่างอดไม่ได้
และความคิดคล้ายๆ กันนี้ไม่ได้ผุดขึ้นมาในใจของเทพทั้งสามเท่านั้น ในเสี้ยวขณะนี้ การลงมือของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ เหมือนในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในตอนนั้น ดึงดูดการจับจ้องของหมู่เทพทั้งหลายของหมื่นเผ่าแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เพียงแห่งเดียวที่ไม่มีแดนศักดิ์สิทธิ์ลงมาเยือน ตอนนี้มาสายตาคู้หนึ่งมองมาทางทิศตะวันออก
ในขณะเดียวกัน บนมหาสมุทรนอก อวี้หลิวเฉินนั่งอยู่บนเรือลำหนึ่ง มองไปยังมิติที่ไกล สีหน้าเต็มไปด้วยความสะท้อนใจ
“คนอื่นไม่รู้ แต่จากเรื่องของข้า ตอนนั้นเจ้านี่เลือกที่จะอยู่ที่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เก้าในสิบส่วนเป็นเพราะตั้งแต่ตอนเด็กๆ มีความฝันอยากจะวางมาดเท่ๆ”
“ดังนั้น เจ้านี่มันก็แค่ไอ้คนวางมาดตัวพ่อเท่านั้น!”
“ตอนนั้นก็แบบนี้ ตอนนี้จนจะตายแล้วเห็นได้ชัดเลยว่ารู้สึกว่าวางมาดมาทั้งชีวิตคงไม่พอ ดังนั้นถึงจะจัดเต็มวางมาดใหญ่โตอีกสักหน!”
อวี้หลิวเฉินบ่นด้วยความหงุดหงิดปนความอิจฉาเล็กน้อย จากนั้น…ก็ถอนหายใจเบาๆ