ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1169 กงซุนตาย เตาหลอมกระบี่ตื่นตะลึง
บทที่ 1169 กงซุนตาย เตาหลอมกระบี่ตื่นตะลึง
เสียงฝน เสียงคร่ำครวญ มาพร้อมกับเสียงของสายฝนที่กระทบกับหลังคา ดังก้องไปในตำหนักใหญ่ที่เงียบสงบแห่งนี้
กลายเป็นเสียงประกอบฉากให้กับเสียงของสวี่ชิง ยิ่งขับเน้นให้ความทรงอำนาจน่าเกรงขามในคำพูดของเขาโดดเด่นยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะในยามที่สายฟ้าฟาดผ่าผ่านท้องฟ้า ส่องสะท้อนผืนดินสว่างวาบ และฉายมาในตำหนักใหญ่ สาดแสงไปบนร่างของสวี่ชิงที่ยืนตระหง่านอยู่
ทำให้เงาของเขา…ปรากฏออกมา ดึงให้ยาว และปกคลุมไปบนร่างของกงซุนชิงมู่ไปโดยสมบูรณ์
กลายเป็นแรงกดดัน!
สยบกำราบไปทั่วบริเวณ
จิตใจของกงซุนชิงมู่ปั่นป่วนตามไปด้วย หนักอึ้งขึ้นมาในทันที
ภายใต้พลังกดดันนี้ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา มองไปยังนายน้อยที่อยู่ข้างหน้า
การมาเยือนของอีกฝ่ายอยู่เหนือความคาดหมายของเขา เขาคิดว่าหลายคนจะปรากฏตัวขึ้นในคืนนี้ แต่จะอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า คนที่มาจะเป็นนายน้อยที่ปกติแล้วไม่แสดงความผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้นออกมา
คำพูดของอีกฝ่ายประดุจมีดคมแทงมาที่หัวใจของเขา นานไม่สลายไป
ดังนั้นความคิดนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาในสมองของเขาไม่หยุด สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงแหบแห้ง
“คำพูดของนายน้อยนี้ ข้าฟังไม่ค่อยเข้าใจ”
ทันทีที่คำพูดนี้ดังออกมา ในดวงตาเขาก็ฉายประกายอันตราย จับจ้องคนที่อยู่ข้างหน้า
“ฟังไม่เข้าใจหรือ”
สวี่ชิงสายตาสงบนิ่ง สำหรับความอันตรายในสายตาของกงซุนชิงมู่ เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เอ่ยราบเรียบ
“กงซุนชิงมู่ ได้รับโองการลับจากนายน้อยแห่งวังแสงเรืองรอง สามารถทำสิ่งใดก็ได้ตามอำเภอใจ การกระทำทั้งหมดที่ทำไปก่อนหน้านี้และหลังจากนี้ ล้วนมีเหตุผล สิ่งที่ทำทั้งหมด ล้วนมีรากฐาน”
“การกบฏทั้งหมดของเจ้า ข้าล้วนมอบเป็นภารกิจให้เจ้า”
“เจ้าขโมยของวิเศษวังเซียน นั่นก็เป็นเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปทำ เป้าหมายก็เพื่อตรวจสอบค่ายกลป้องกันวังเซียน”
“ต่อให้เจ้าคลุ้มคลั่งสังหารที่วังเซียน ข้าล้วนหาเหตุผลให้เจ้าได้ทั้งสิ้น”
“ดังนั้น เจ้าอยากจะลองดูหรือไม่”
คำพูดนี้ดังออกมา กงซุนชิงมู่สะท้านเฮือกไปทั้งร่าง สีหน้าย่ำแย่จนถึงขีดสุดไปในทันที
วิธีนี้สำหรับเขาแล้วประดุจการสังหารให้สิ้นซากจริงๆ
นี่มองจากพื้นฐานแล้วทำให้การกบฏของเขาไร้ซึ่งรากฐาน
ในเมื่อ…คำยืนยันกับปากของนายน้อยวังเซียนแสงเรืองรอง ในหลายๆ ครั้งก็คือหลักฐานที่ตรงไปตรงมาที่สุด!
เช่นนี้แล้ว การกระทำทุกอย่างของเขาก็ไม่อาจพูดได้ว่ากบฏได้!
ในขณะเดียวกัน สำหรับการคาดเดาอันน่าเหลือเชื่อที่ว่านายน้อยที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้เป็นผู้มาเยือนจากภายนอกก็ผุดขึ้นมาในใจของเขา กลายเป็นลมพายุ พัดกระหน่ำในจิตใจ
และแรงกดดันที่มาจากสวี่ชิงก็ยังไม่สิ้นสุดลง ตอนนี้ร่างของสวี่ชิงโน้มไปข้างหน้า จ้องดวงตาของกงซุนชิงมู่
“อยู่ต่อหน้าข้า การกบฏของเจ้าคือการสร้างความดีความชอบ”
“และข้าบอกว่าเจ้าสร้างความดีความชอบ การกบฏของเจ้าก็ไม่สำเร็จ!”
“หากนี่คือห้วงเวลาที่ยืดเยื้อมานับหมื่นปี บางทีข้าอาจจะไม่มีเวลามาเสียเปล่า แต่เวลาที่โลกชั้นที่สี่แห่งนี้จะคงอยู่ต่อไป เหลือเพียงไม่กี่วันเท่านั้น”
“ในช่วงไม่กี่วันนี้ เจ้าว่า…ข้าจะทำให้การกบฏในอดีตของเจ้า การกบฏในตอนนี้ การกบฏในอนาคตของเจ้า ล้วนล้มเหลวได้หรือไม่”
จากเสียงของสวี่ชิง แต่ละประโยคๆ ล้วนกระแทกมายังจิตใจของกงซุนชิงมู่ ความอันตรายในกลิ่นอายของกงซุนชิงมู่ก็ยิ่งรุนแรง
ยิ่งกว่านั้นข้างหลังเขามิติบิดม้วน ท่ามกลางความรางเลือน กระบี่เหล็กที่แฝงด้วยกลิ่นอายน่าครั่นคร้ามกลุ่มหนึ่ง ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา จิตกระบี่ในเสี้ยวขณะนี้คล้ายว่าจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
สวี่ชิงสีหน้าสงบนิ่ง สำหรับกลิ่นอายและท่าทางที่เหมือนว่าพร้อมจะลงมือทุกเมื่อ เขาก็ยังคงไม่สนใจแม้แต่น้อย เพียงแค่เบนสายตาจากร่างของอีกฝ่ายไปยังซากกระบี่เล่มนั้น
“นอกเสียจากว่าเจ้าจะมีปัญญาฆ่าข้าได้ ไม่เช่นนั้น…นี่ก็เป็นแค่อุบายเจ็บตัวที่ข้าสั่งให้เจ้าลงมือก็เท่านั้น”
“แน่นอน เพื่อปกป้องเจ้า จากนี้ข้าจะสั่งการลงไปให้คุมขังเจ้าไว้ จนกระทั่งเคราะห์พิบัติงานมงคลสมรสมาเยือน”
“ดังนั้น การกบฏของเจ้าจะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องดูว่าข้าจะอนุญาตหรือไม่”
สวี่ชิงเอ่ยราบเรียบ
ส่วนกงซุนชิงมู่ตอนนี้สีหน้าเคร่งขรึม ไม่พูดอะไรเลย
ความกดดันแผ่ออกมาจิตใจของเขาไม่ขาดสาย สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงแหบแห้ง
“นายน้อยมาที่นี่คงไม่ได้แค่จะพูดเรื่องนี้หรอกกระมัง”
ตอนนี้ฟ้าผ่าดังสนั่นกึกก้องไป สวี่ชิงยกมือคว้ากระบี่เหล็กที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังกงซุนชิงมู่
กงซุนชิงมู่ลังเลในใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้ขัดขวาง
ดังนั้น กระบี่เล่มนั้นจึงพุ่งไปหาสวี่ชิงทันที สองนิ้วมือข้างขวาของเขาหนีบคมกระบี่เอาไว้
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด เสียงของเขาก็เล็ดลอดออกมาท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่ยังคงก้องอยู่ ราวกับจะสานต่อเจตจำนงแห่งอัสนี
“กระบี่เล่มนี้ หากเปื้อนเลือดของข้า แล้วให้ข้าชี้ชัดการลอบสังหารของเจ้าด้วยปากตัวเอง…เจ้าว่า นี่นอกจากการวางแผนร้ายต่อผู้นำเซียนแล้ว จะเป็นการกบฏที่ใหญ่ที่สุดหรือไม่ ”
“การกบฏลอบสังหารนายน้อยเช่นนี้ ประโยชน์ต่อเจ้าน่าจะไม่น้อยเลยทีเดียว”
กล่าวพลาง นิ้วของสวี่ชิงก็กรีดไปบนคมกระบี่ เลือดหยดหนึ่งไหลออกจากบาดแผล และทันทีที่ที่หยดลงบนกระบี่เล่มนี้ กระบี่เล่มนี้ก็พลันส่งเสียงขึ้นมา
ตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งระลอกคลื่นกาลอวกาศท่ามกลางเสียงร้องกึกก้องในเสี้ยวขณะนี้ รุนแรงกว่าครั้งใดๆ ก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น
เพียงแต่เป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น ยังไม่สำเร็จ ยังต้อง…ได้รับการอนุญาตและพิสูจน์
แต่สำหรับกงซุนชิงมู่แล้ว ก็เป็นความปั่นป่วนอย่างรุนแรงในใจแล้ว เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของการกบฏครั้งนี้ และยังสัมผัสได้ถึงประโยชน์มหาศาลที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง หากการกบฏครั้งนี้สำเร็จ
ดังนั้นเขาลมหายใจหอบถี่เล็กน้อย มองไปทางสวี่ชิง
“นี่คือการกบฏที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้า และแต่เดิมในขณะที่ทำให้การก่อกบฏของเจ้าสำเร็จ ตัวตนของเจ้าเองก็ยังคงอยู่ได้”
“แต่เจ้าเดินเส้นทางผิด”
สวี่ชิงมองไปทางกงซุนชิงมู่อย่างเย็นชา
กงซุนชิงมู่เงียบนิ่ง เขาย่อมรู้ว่า เดินผิดทางจากปากของอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
นั่นก็คือการที่เขาเอาฐานะของสาวงามจิ้งจอกกลับคืน
เพียงแต่ในใจของเขาก็จนปัญญา ใครจะคิดได้เล่าว่า ฐานะที่ไม่ที่ทางได้มา จะมีคนได้ไป
เขารู้แล้วว่า คนที่อยู่ข้างหน้าเป็นผู้มาเยือนจากภายนอก และยิ่งรู้ดีว่า ซิงหวนจื่อ…โอกาสที่จะทำสำเร็จริบหรี่นัก
ดังนั้นในใจของเจาตัดสินใจเด็ดขาด ลุกขึ้นอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย โค้งคารวะสวี่ชิงสุดตัว
“นายน้อย ข้าควรจะชดเชยอย่างไรขอรับ”
สวี่ชิงยกมือ โยนขวดยาลูกกลอนที่บรรจุพิษของหลี่เมิ่งถู่เอาไว้ออกไป
จากนั้นก็เอาแผ่นหยกโองการออกมา ประทับจิตเทพลงไป
“กงซุนชิงมู่แห่งวังทัณฑ์อัสนี สมคบคิดกับศัตรูจากภายนอก กบฏต่อวังเซียน ทำการลอบสังหารข้า ส่วนจงฉือและพิษที่เขาสร้างขึ้นมาป้องข้า ทำให้กงซุนชิงมู่ลอบสังหารล้มเหลว และได้ใช้พิษสังหารกงซุนชิงมู่!”
“ทว่า กงซุนชิงมู่เตรียมการมาเนิ่นนานหลายปี มีร่างแยกอยู่ภายนอก ดังนั้นขอออกหมายจับไปทั่วทั้งระบบดาวที่ห้า เพื่อจับกุม…กงซุนชิงมู่!”
โองการประทับเรียบร้อย สวี่ชิงปล่อยกระบี่เหล็กที่อาบย้อมด้วยเลือด ส่วนตัวเองเดินออกไปข้างนอก ไม่หันมามองกงซุนชิงมู่แม้แต่ผาดเดียว
ส่วนการตัดสินใจต่อจากนี้ของกงซุนชิงมู่…
เขาไม่เหลือทางเลือกอีกแล้ว
ดังนั้น เงาร่างของสวี่ชิงเดินออกไปจากตำหนัก ในเสี้ยวพริบตาที่เดินเข้าไปในลมฝน ในตำหนักใหญ่ข้างหลังเขา กงซุนชิงมู่ถอนหายใจยาว ในดวงตาแฝงด้วยความซับซ้อน กลืนยาพิษที่อยู่ในมือลงไปในอึกเดียว
เขาไม่เหลือทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
เผชิญหน้ากับฐานะนายน้อยฐานะนี้ หากเขาไม่ทำตาม เช่นนั้นอีกฝ่ายมีวิธีมากมายสารพัดทำให้การกระทำของตนครั้งนี้ล้มเหลว
ต่อให้เป็นการกบฏของลูกศิษย์เมื่อก่อนหน้านี้ ต่อให้อริยะเซียนที่สี่เป็นคนพูดออกมาเอง แต่หากนายน้อยต้องการ…
ก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้ในเสี้ยวพริบตา
เช่นนี้แล้ว จึงทำให้เขาทางนี้ไม่มีทางที่จะต่อต้านได้เลย
ดังนั้นทางที่อยู่ต่อหน้าเขาจึงมีเพียงแค่เส้นทางเดียวเท่านั้น
ตอนนี้จากการแผ่ลามออกไปของพิษ ร่างของกงซุนชิงมู่สั่นสะท้าน ใบหน้าค่อยๆ ดำคล้ำ
พิษนี้เดิมก็เป็นธรรมนูญของหลี่เมิ่งถู่ ทั้งยังผ่านการเสริมพลังจากสวี่ชิง พลังครั่นคร้ามน่าตื่นตะลึงนัก รวมกับกุงซุนชิงมู่ยอมแพ้ต่อการต่อต้านและช่วยเหลือตัวเอง
ดังนั้นพิษจึงปะทุออกมาอย่างราบรื่นและรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ในยามที่เงาร่างของสวี่ชิงหายลับไปในสายลมฝน สายอัสนีฟาดผ่า กงซุนชิงมู่ที่นั่งขัดสมาธิทำสมาธิอยู่ในตำหนักใหญ่ ศีรษะของเขาก็ตกลงมาอย่างเต็มแรง
สิ้นลมหายใจ!
วิถีเต๋าดับ วิญญาณสลาย!
ส่วนจิตสำนึกของเสียหลิงจื่อก็ถูกขับไล่ไปจากโลกชั้นที่สี่ทันที!
จริงดังคำกล่าวของสวี่ชิง เดิมทีเขาสามารถอยู่ต่อไปได้ แต่กลับเลือกเส้นทางที่ผิดพลาด เช่นนั้นก็ทำได้เพียงกลืนกินยาพิษ
และทันทีที่เขามอดม้วย…
ระลอกคลื่นพลังกาลอวกาศสองกลุ่มบริบูรณ์ในวังเซียน!
คำรามลั่นกาลอวกาศ แปรเปลี่ยนเป็นพายุ สั่นคลอนทั่วทุกสารทิศ
กลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นที่นี่ คือการก่อบกบฏลอบสังหารของกงซุนชิงมู่มีรากฐาน กลายเป็นเหตุการณ์ที่แน่นอนแล้ว
ดังนั้นจึงเกิดระลอกคลื่นทรงพลังที่นี่
ส่วนอีกกลุ่มคือทางจงฉือทางนั้น
โองการที่สวี่ชิงทิ้งให้จงฉือในเสี้ยวขณะนี้ได้กลายเป็นวงจรที่สมบูรณ์!
ปกป้องคุ้มครองสำเร็จ!
ดังนั้นพายุแห่งกาลเวลาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น กลายเป็นคลื่นวน ราวกับดอกไม้แห่งกาลอวกาศ ท่ามกลางค่ำคืนที่มีฟ้าร้องและลมฝน ก็เบ่งบานสะพรั่งอย่างเจิดจรัส
ที่กลางเกสรดอกไม้ ในคลื่นวน สวี่ชิงก้าวเท้าไปข้างหน้า
ทิศทางที่ไปคือที่ที่เชียนจวินและปี้อี้อยู่…เตาหลอมกระบี่!
นั่นเป็นสถานที่เป้าหมายสุดท้ายของสวี่ชิงในคืนนี้!
และจากการเข้ามาใกล้ของเขา ระลอกคลื่นกาลอวกาศก็เกิดขึ้นเชื่อมต่อกัน ระลอกคลื่นของทุกคนต่างปะทุขึ้นมาในระดับที่ต่างกัน
จวบจนกระทั่ง ระลอกคลื่นกาลอวกาศของหลี่เทียนเจียวพลันก่อตัวขึ้น การเปลี่ยนแปลงของกาลอวกาศก็เกิดเป็นพลังขึ้นมา!
สวี่ชิงหันมองไปทางที่ไกล
“แขนของหลี่เทียนเจียวขาดแล้ว”
ตอนนี้เม็ดทรายกาลอวกาศจำนวนมหาศาลเริ่มก่อตัวรอบกายสวี่ชิง วนล้อมโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง กะพริบประกายแสงเจิดจ้าบาดตาวูบวาบ ทำให้เงาร่างของสวี่ชิงเกิดเป็นภาพเงามายา
สวี่ชิงดึงสายตากลับมา เคลื่อนหน้าต่อไป
เหมือนเดินอยู่ในห้วงกาลเวลา แต่ละก้าวๆ มาถึงยังที่ตั้งของเตาหลอมกระบี่
มองเห็นเตาหลอมกระบี่!
เตาหลอมกระบี่นั่นตั้งตระหง่านอยู่ในค่ายกล ทั้งเตาเป็นสีดำเมื่อม แผ่พลังอำนาจอันแปลกประหลาดออกมา
ส่วนสายฟ้าที่นี่ก็มากกว่าที่อื่นๆ สายฟ้าแต่ละทางๆ ประดุจเคราะห์สวรรค์ ฟาดลงมาไม่หยุด ฟาดไปที่เตาหลอมกระบี่
ทุกครั้งที่ฟาดลงมาล้วนเกิดเป็นสายฟ้านับไม่ถ้วน บางส่วนแตกกระจายออกไป ราวกับม่านน้ำตกที่ถาโถมลงมา
มองไปไกลๆ ภาพนี้พูดได้ว่ายิ่งใหญ่ทรงพลัง ทั้งยังอัศจรรย์ล้ำลึกเป็นอย่างยิ่ง
ค่ายกลบนพื้นล้วนถูกสายฟ้าท่วมจม ประดุจสระอัสนี
ยิ่งมีปราณกระบี่เฉียบคมปะทุในเตาหลอมกระบี่ คล้ายกำลังจะแปรเปลี่ยน ทะลวงดักแด้ออกมา!
“เทียบกับคนอื่นแล้ว วิธีการซ่อนอำพรางของพวกเจ้าทั้งเรียบง่ายแต่ก็ไม่ไม่ธรรมดา มาซ่อนอยู่ในต้นแบบกระบี่”
“หากไม่ใช่ว่าช่วงนี้เกิดระลอกคลื่นหลายครั้ง คิดจะหาพวกเจ้าให้เจอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือพวกเจ้าสองคนคิดจะฉวยโอกาสนี้ถือกำเนิดก่อนกำหนด”
จ้องมองเตาหลอมกระบี่ สวี่ชิงเอ่ยราบเรียบ
เสียงของเขาดังไปในเตาหลอมกระบี่ ทันใดนั้น เชียนจวินและปี้อี้ที่อยู่ข้างในต่างสะท้านเฮือกขึ้นมาทันที และสิ่งที่ทำให้พวกเขายิ่งหวาดหวั่นคือประโยคถัดมาของสวี่ชิง
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ง่ายต่อการที่จะทำให้พวกเจ้ายอมรับนายขึ้นไปอีก!”
ขณะเดียวกัน ในเสี้ยวขณะที่ที่เชียนจวินและปี้อี้ในจิตใจมีสายฟ้าฟาดผ่าเพราะคำว่ายอมรับนาย ท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไป สายฟ้าก็เหมือนงูสีเงิน พาดผ่านท้องฟ้ากึกก้องเลื่อนลั่น
และท่ามกลางแสงฟ้าผ่ามากมาย สายรุ้งยาวที่แปลงมาจากเงาร่างของอริยะเซียนที่สี่ก็กำลังพุ่งตรงมายังเตาหลอมกระบี่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางแสงสายฟ้า สีหน้าของเขาคร่ำเคร่ง จิตสังหารในดวงตามาถึงขีดสูงสุดแล้ว!