ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1183 กาลอวกาศไม่ดับสิ้น
บทที่ 1183 กาลอวกาศไม่ดับสิ้น
โลกชั้นห้าของวังเซียน ยามศึกระหว่างสวี่ชิงกับซิงหวนจื่อยังดำเนินต่อไป…
นอกวังเซียน ทางตะวันตกของวงแหวนที่ห้า เหนือแดนดาราตะวันออก…
ที่นั่นมีหอคอยนับล้านเด่นตระหง่าน
เมื่อมองจากไกลๆ กว้างใหญ่เหลือคณา
ทุกหอคอยส่องประกายดั่งดวงดาว ทั้งพิจารณาจากการจัดเรียงแล้ว คล้ายสอดคล้องกับดาวสำคัญบนฟ้าดารา
ทั้งมีโซ่เหล็กสื่อแทนระเบียบเชื่อมต่อพวกมันไว้
ตอนนี้ท่ามกลางหอคอยนับล้าน มีหอคอยหนึ่งสูงกว่าแห่งอื่น แสงดาวส่องประกายเจิดจรัสทั่วเวิ้งฟ้า
หอคอยนี้คือหนึ่งในหอคอยหลักแห่งวงแหวน
ในหอคอยมีชายชราสวมชุดนักพรตคนหนึ่ง มือไพล่หลัง ทอดมองฟ้าดินทิศตะวันตก
ชายชราท่าทางสง่างาม ผมขาวพลิ้วไหวตามลม ทั่วร่างเผยความโดดเด่น นัยน์ตาเหมือนมีจักรวาลโคจร
เขาคือเจ้าหอคอยวงแหวน!
ทูตพิทักษ์แห่งแดนตะวันออก ระดับเซียนชั้นล่าง!
ทั้งเป็น… อาจารย์ของซิงหวนจื่อ!
“ชะตาซิงหวนจื่อ มีเคราะห์ข่มเจ้าเรือน!”
“เดิมไม่มีเคราะห์นี้ แต่สองสามปีก่อนเพิ่งปรากฏ… คล้ายดาวพิฆาตมาเยือนกะทันหัน ก่อดวงชะตาข่มเจ้าเรือน!”
“หากพ้นเคราะห์นี้ย่อมเฉิดฉายราวอาทิตย์ตะวันออก”
ชายชรากล่าวเสียงแผ่วเบา ยกมือขวาทำมุทรา สักพัก… นัยน์ตาฉายแววประหลาด
“หากปราศจากเคราะห์ ความรุ่งเรืองจากจุดต่ำสุดมีหรือจะปรากฏ!”
“ซิงหวนจื่อ จงรับเคราะห์!”
เคราะห์มาเยือน!
ในโลกชั้นห้าของวังเซียน ซิงหวนจื่อตัวสั่น อวัยวะตันห้ากลวงหกปั่นป่วน ปากกระอักเลือดแดงสด ถอยหลังอีกครั้ง ครั้งนี้ถอยถึงเจ็ดก้าว
แต่ละก้าวล้วนมีแสงดาวส่องประกาย
ในใจเขามีความยึดมั่นพร้อมปะทุ
เขาซิงหวนจื่อ ในฐานะยอดอัจฉริยะแดนดาราตะวันออก ทั้งเป็นอันดับหนึ่งแห่งวงแหวนที่ห้าซึ่งผู้คนยอมรับ
ทั้งชีวิตกล่าวได้ว่าเจิดจรัส
ไม่ว่าจะเป็นชาติกำเนิดหรือการฝึกบำเพ็ญ ทั้งหมดราวดวงดารา
ถึงขั้นสืบทอดนามซิงหวน (วงแหวน) มาจากหอคอยวงแหวน แม้แต่เสียหลิงจื่อกับโจวเจิ้งลี่ก็ยังเป็นหินลับมีดและทางช่วยซึ่งอาจารย์เตรียมไว้ให้เขา
กล่าวได้ว่าก่อนพบสวี่ชิง ชีวิต สถานภาพ เส้นทางเขาราบรื่นหาใดเปรียบ ไม่เคยมีปัญหา กระทั่งเจอสวี่ชิง!
ถูกข่มตลอด
ไม่ว่าเป็นการรักษาระเบียบบนโลกชั้นสี่ หรือการทะลวงระดับบนโลกชั้นห้า ทั้งหมดล้วนเป็นเช่นนี้
ถึงขั้นในใจยังรู้สึกว่าเป็นชะตาลิขิตรางๆ
แต่ชั่วพริบตายามคิดว่าเป็นชะตาลิขิต…
นัยน์ตาซิงหวนจื่อฉายแววเยียบเย็น ในใจเหมือนมีมีดคมกริบ ตัดขาดความคิด ทลายด่านมาร เอาชนะดวงชะตา!
“ชีวิตข้า ข้าคุมเอง!”
ซิงหวนจื่อมองสวี่ชิง กลิ่นอายระดับกึ่งเซียนแผ่ออกจากตัว อานุภาพระดับมหาจักรพรรดิพลันปะทุ โซ่เหล็กนับไม่ถ้วนทะยานอากาศ ล้อมรอบตัวเขา
เจตจำนงระเบียบแข็งแกร่งขึ้นชั่วพริบตา
เขายังมีอีกวิธี…
นั่นคือเมื่อก้าวสู่ระดับกึ่งเซียน ยามบัญญัติระเบียบซึ่งตนหยั่งรู้เลื่อนขั้นจนเสถียร เขาค่อยดึงมันออกมาจากชะตาตน… หลักเกณฑ์!
หลักเกณฑ์นี้ชื่อว่า…
“หลักการสวรรค์!”
ซิงหวนจื่ยกมือขวา คว้าห้วงอากาศ
ปากเอ่ยเสียงสวรรค์
“จงมา!”
เมื่อเอ่ยวาจานี้ โลกชั้นห้าเกิดคลื่นสะเทือน สวี่ชิงชะงักเท้าซึ่งกำลังก้าวไปข้างหน้า
นัยน์ตาเขาฉายแวววาบ มองซิงหวนจื่อ แค่ชั่วขณะสวี่ชิงสัมผัสได้ว่าซิงหวนจื่อที่อยู่ตรงหน้าต่างจากเมื่อก่อนอยู่บ้าง
ถ้าบอกว่าซิงหวนจื่อคนก่อนหน้า ทำให้สวี่ชิงรู้สึกว่าเห็นชัดเจน ถ้าอย่างนั้นตอนนี้อีกฝ่ายถือว่า… รางเลือน
ความพร่าเลือนไม่ใช่แค่ปัจจุบัน แต่รวมกาลอวกาศรอบตัวซิงหวนจื่อด้วย
อดีต ปัจจุบัน อนาคต รวมถึงทางขนาน ทั้งหมดพร่าเลือนชั่วพริบตา
ตอนนี้ความรู้สึกถึงวิกฤติผุดขึ้นในใจสวี่ชิง
ต้นตอ… มาจากมือที่คว้าห้วงอากาศของซิงหวนจื่อ!
ในมือเขาปรากฏฝุ่นละอองหนึ่ง!
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ ในใจสวี่ชิงเกิดคลื่นปั่นป่วน รู้สึกเหมือนเผชิญหน้ากับฟ้าดารา
ไม่อาจฝืน ไม่อาจช่วงชิง!
เหล่ามหาจักรพรรดิเตรียมเซียนซึ่งจ้องมองศึกนี้ ต่างคนต่างทยอยหน้าเปลี่ยนสี
“นี่คือ…”
“หลักการสวรรค์!!”
“สมเป็นซิงหวนจื่อ!”
ขั้นกว่าของบัญญัติระเบียบคือดุลยภาพ การครองบัญญัติดุลยภาพช่วยทำให้ซิงหวนจื่อก้าวสู่เส้นทางกึ่งเซียนได้
การทะลวงระดับกึ่งเซียน ก้าวสู่เซียนชั้นล่าง แค่ดุลยภาพยังไม่พอ ซิงหวนจื่อต้องผลักดันบัญญัติระเบียบถึงขั้นสูงสุด
ต่อจากดุลยภาพคือ… หลักการสวรรค์!
แต่คิดหยั่งรู้บัญญัติตนถึงขั้นหลักการสวรรค์ สำหรับซิงหวนจื่อในปัจจุบัน ถือเป็นเรื่องที่ยังทำไม่ได้
เขาต้องหาทางยามอยู่ระดับกึ่งเซียน หยั่งรู้ยามตัวอ่อนเซียนกลายเป็นเซียน
กระทั่งทำสำเร็จ
กลายเป็นส่วนหนึ่งของหลักการสวรรค์!
เมื่อนั้นเขาจะเป็นเซียนชั้นล่าง!
นี่คือเส้นทางอนาคตของเขา
แต่ตอนนี้เขายังทำไม่ได้
ทว่าด้วยฐานะดาวอันดับหนึ่ง ในบรรดาดาวทั้งหมด เขาละทิ้งบัญญัติซึ่งผู้อาวุโสมอบให้ อาศัยการหยั่งรู้ของตนจนกลายเป็นอัจฉริยะแห่งยุค
ดังนั้นต่อให้หลักการสวรรค์ยากเสาะหา แต่เมื่อเลื่อนระดับพลังบำเพ็ญ เขายังคว้า… ละอองของหลักการสวรรค์ได้!
ฝุ่นละอองกับการเปลี่ยนแปลงนี้คือต้นตอซึ่งทำให้สวี่ชิงรู้สึกอันตราย
ตอนนี้เมื่อซิงหวนจื่อสะบัดมือ ฝุ่นละออง… พลันทิ้งตัวลงมา!
กำราบสวี่ชิงด้วยอานุภาพยิ่งใหญ่!
อาศัยฝุ่นละอองของหลักการสวรรค์ ฝังกลบทุกสิ่ง ไม่ให้มีชีวิตรอด!
นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด ความรู้สึกถึงอันตรายในใจเด่นชัดถึงขีดสุด ปลีกตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
แต่กลับไม่ทัน
เมื่อฝุ่นละอองร่วงหล่น มันปรากฏบนแดนของสวี่ชิง อยู่เหนือร่างเขาฉับพลัน
ก่อนทิ้งตัวลงมา
เห็นชัดว่าเป็นเพียงฝุ่นละอองหนึ่ง แต่น้ำหนักแฝงซ่อนเหมือนไร้ขอบเขต ไม่ว่าสวี่ชิงต้านทานอย่างไรก็จนปัญญา
ในใจเขาเกิดเสียงกึกก้องชั่วพริบตา กายเนื้อไม่อาจแบกรับ ใกล้แหลกละเอียด จิตวิญญาณก็เช่นกัน เกิดรอยแยกยามฝุ่นละอองลงมา
สวี่ชิงหายใจกระชั้นถี่ ในใจเกิดความรู้สึกเหมือนจะตายราวกระแสน้ำฝังกลบ แต่ตอนนี้กลับไม่อาจคิดมากความแล้ว เขาถอยหลังออกจากโลกชั้นห้า ห่างจากวังเซียนทันที
ปรากฏตัวบนที่ราบเซียนดับสลายนอกวังเซียน… แต่การเปลี่ยนแปลงยังอยู่
ติดตามดวงชะตา กำราบลงมาเหมือนเดิม
กายเนื้อสวี่ชิงไม่อาจแบกรับ สุดท้ายจึงพังทลาย จิตวิญญาณลอยล่อง รวมกับบัญญัติแห่งตน ห้อตะบึงเหนือที่ราบเซียนดับสลายเต็มกำลัง
แต่ภายใต้หลักการสวรรค์ ทุกอย่างล้วนสิ้นสุด
ครู่ต่อมา… วิญญาณสวี่ชิงแตกละเอียด
ก่อนซ่านสลาย ในใจเขาขมขื่น นึกถึงชีวิตนี้ของตน แม้ว่าโลกชั้นสี่ตรงวังเซียนไม่ราบรื่น แต่กลับร่วมมือกับซิงหวนจื่อ รักษาระเบียบสำเร็จ
ตัวเขามีคุณสมบัติเข้าโลกชั้นห้า
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับวาสนาชั้นห้า เขาต้องเปิดศึกสุดท้ายกับซิงหวนจื่อซึ่งถือว่าเป็นเพื่อน
นี่คือชีวิต
สวี่ชิงทอดถอนใจ ซ่านสลายไป
กาลอวกาศแหลกละเอียด สุดท้ายค่อยพังทลายราวถูกกำจัด
นอกกาลอวกาศซึ่งพังทลาย ในโลกชั้นห้าของวังเซียนยังมีตัวสวี่ชิงอีกคนกำลังถอยร่น
เบื้องบนมีฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาเช่นกัน
สุดท้าย… จิตสิ้นวิญญาณสลาย
แต่ศึกนี้ยังดำเนินต่อไป ด้วยร่างที่สามของสวี่ชิงกำลังถอยร่นเช่นกัน
ภาพทั้งหมดสะท้อนเข้าสู่สายตามหาจักรพรรดิเตรียมเซียนซึ่งกำลังเฝ้ามองโดยรอบ สีหน้าพวกเขาแปลกประหลาด
“คนผู้นี้… บัญญัติกาลอวกาศ!”
“นั่นคือหลักเกณฑ์ขั้นต่อจากบัญญัติกาลอวกาศ”
“อาศัยร่างต่างห้วงกาลอวกาศ ตายแทนร่างจริงในปัจจุบัน!”
ในสายตาของพวกเขา เมื่อฝุ่นละอองแห่งหลักการสวรรค์ของซิงหวนจื่อร่วงหล่น นอกกายสวี่ชิงที่กำลังถอยร่นเกิดคลื่นกาลอวกาศมากมาย เกิดห้วงกาลอวกาศห้วงแล้วห้วงเล่า
อาศัยกาลอวกาศเหล่านี้หักล้างฝุ่นละอองแห่งหลักการสวรรค์
เพียงพริบตาสามห้วงกาลอวกาศพังทลาย
จากนั้นอีกเจ็ดห้วงกาลอวกาศแตกสลาย
ต่อมากาลอวกาศพังถล่มอีกสิบสองห้วง…
ยามกาลอวกาศแหลกสลายทีละห้วง ฝุ่นละอองของหลักการสวรรค์นั้นเปลี่ยนเป็นเบาบางลง พร่าเลือนทีละน้อย กระทั่งสุดท้ายเมื่อกาลอวกาศแตกสลายรวมสี่สิบหกห้วง…
ฝุ่นละอองนั้นค่อยกลายเป็นเถ้าถ่านลอยล่อง
ตอนนี้กาลอวกาศที่เหลือส่องประกาย ตัวสวี่ชิงหนึ่งในนั้นเงยหน้ามองซิงหวนจื่อ นัยน์ตาฉายแววอัศจรรย์
“สมเป็นหลักการสวรรค์…”
เขาประทับใจนัก
ซิงหวนจื่อท่าทางขมขื่น มองสวี่ชิงที่เอ่ยวาจาเบื้องหน้า ก่อนเหลือบสายตามองรอบตัวอีกฝ่าย
คลื่นกาลอวกาศตรงนั้นไร้ขอบเขต เขาไม่รู้ว่ามีกี่ห้วงกาลอวกาศ ไม่ทราบขีดจำกัดของอีกฝ่าย ถึงขั้นยากชี้ชัดว่าคนที่คุยกับตนตอนนี้คืออีกฝ่ายในต่างห้วงกาลอวกาศ หรือเป็นตัวจริงในปัจจุบันกันแน่
นี่ก็คือบัญญัติขนาน
ใช้วิธีรวมจักรวาลซ้อนอวกาศ ยามเผชิญหน้ากับพลังคุกคามชีวิต ใช้ตัวตนจากต่างกาลอวกาศมารับเคราะห์แทนได้
ตามหลักการแล้วไม่มีขีดจำกัด
แต่ปัจจุบันสวี่ชิงยังมีข้อจำกัด ติดเรื่องตัวอ่อนเซียนกับการครอบครองบัญญัติ ขีดจำกัดเขาตอนนี้คือห้าสิบสี่!
วิธีตัวตายตัวแทนนี้ ด้วยตัวตนต่างกาลอวกาศเป็นหนึ่งเดียวกับร่างจริงในปัจจุบัน ดังนั้นจึงแบ่งแยกตามความสำคัญ การตายของร่างต่างกาลอวกาศ แม้ว่าส่งผลต่อร่างจริงระดับหนึ่ง
แต่กลับรับได้ ไม่ส่งผลต่อรากฐาน
ดังนั้นถ้าอยากสังหารสวี่ชิงอย่างแท้จริง จำเป็นต้อง… ทำลายกาลอวกาศทั้งหมดที่เขาครอบครอง สังหารร่างในกาลอวกาศนั้นจนหมด!
ทำเช่นนี้ถึงจะสิ้นสุด!
“ไม่รู้ว่าฆ่าเจ้าแล้ว หลักการสวรรค์จะแยกตัวออกจากชะตาเจ้าหรือไม่…”
สวี่ชิงกล่าวเนิบช้า เสียงดังออกมาจากกาลอวกาศ
ต่อจากนั้นค่อยยกมือ ครู่ต่อมาเจตกระบี่ล้นฟ้าส่องประกายกลางมือเขา เมื่อเงื้อขึ้นฟ้ากลายเป็น… กระบี่จักรพรรดิ!
ใช่ว่าเป็นเช่นนี้แค่กาลอวกาศเดียว ตอนนี้สวี่ชิงในกาลอวกาศอื่นโดยรอบยกมือพร้อมกัน ดึงกระบี่จักรพรรดิออกมา
ทุกคนต่างฟาดฟัน!
แยกไม่ออกว่าคนไหนคือปัจจุบัน ไม่ชัดเจนว่าปราณกระบี่เหล่านี้ อันไหนคืออานุภาพแท้จริง อันไหนเป็นของปลอม
เห็นเพียงปราณกระบี่เหล่านี้ทลายกาลอวกาศ รวมตัวบนโลกชั้นห้า ก่อนก่อตัวเป็นกระบี่สังหารทำให้ทุกคนตกตะลึง มุ่งตรงไปทางซิงหวนจื่อ
ตัดผ่านตัวเขาชั่วพริบตา!
ยามทะลวงผ่าน พลังที่เหลือทำให้ห้วงอากาศเกิดรอยแยกชวนประหวั่น
ซิงหวนจื่อตัวสั่นสะท้าน เห็นด้วยตาเปล่าว่า… ร่างกายแหลกสลาย กระทั่งเป็นเถ้าถ่านลอยล่อง
ต่อจากนั้นห้วงกาลอวกาศซ่านสลายทีละแห่ง รวมถึงสวี่ชิงที่เอ่ยวาจาก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนเป็นรางเลือน
ในความรางเลือนร่างจริงของสวี่ชิงในปัจจุบัน ก้าวออกมาจากกาลอวกาศส่วนลึกสุด ยืนตรงจุดที่ซิงหวนจื่อสิ้นชีพ
สายตาจับจ้อง
เขาจับสัมผัสป้ายอนุมัตินครเซียนไม่ได้
“ไม่ตายหรือ”
สวี่ชิงหรี่ตา ไม่ได้ผิดคาดนัก
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นดาวอันดับหนึ่ง ทั้งพลังบำเพ็ญเลื่อนระดับแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีวิธีเอาตัวรอดเกินคาดบ้าง
“แต่หลักการสวรรค์นั่น…”
สวี่ชิงยังต้องการ
ดังนั้นเขาเลยเอื้อมมือคว้า ด้วยพลังหนุนจากกาลอวกาศ สถานที่ปิดฉากซิงหวนจื่อเกิดคลื่นสะเทือน สุดท้ายค่อยมีกลิ่นอายเสี้ยวหนึ่งลอยมาถึงมือสวี่ชิง
นี่คือร่องรอยของอีกฝ่าย
หลังจากสัมผัสผ่านฝ่ามือ นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเยียบเย็น
“ไม่ไกลนัก!”