ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1188 พวกไม่ได้ความ
บทที่ 1188 พวกไม่ได้ความ
การทดสอบนครเซียน แบ่งออกเป็นสามช่วง
ช่วงแรกทางนครเซียนนำป้ายออกมาหมื่นป้าย ให้ผู้บำเพ็ญมากมายทั่วสี่แดนดาราใหญ่ช่วงชิง
ช่วงนี้เหี้ยมโหดนัก ผู้ครองป้ายเปลี่ยนมือเยอะมาก
แต่อย่างน้อยสำหรับผู้บำเพ็ญแล้วยังมีตัวเลือก เลือกไม่แย่งชิงหรือไม่เข้าร่วมได้
กระทั่งเข้าสู่ช่วงที่สอง สี่จอมเซียนส่งมอบมรดก ทุกคนต่างหยั่งรู้ได้ อาศัยสิ่งนี้เป็นตัวเร่งการทดสอบ
ในช่วงนี้ผู้บำเพ็ญซึ่งได้เปรียบจะมากขึ้น แน่นอนว่าผู้บำเพ็ญซึ่งเสียเปรียบย่อมลดลง
ขณะเดียวกันท่ามกลางการห้ำหั่นช่วงนี้ ได้รับป้ายและมรดกของอีกฝ่ายด้วย อาศัยสิ่งนี้ทำให้ตนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
แรงกระตุ้นเช่นนี้ ทำให้ระดับการทดสอบเปลี่ยนเป็นรุนแรงขึ้น
สุดท้ายคือช่วงที่สามในปัจจุบัน
ช่วงนี้คือการคัดออกและเลือกครั้งสุดท้าย
เน้นการเข่นฆ่ากับแย่งชิงเป็นหลัก
หลังจากผ่านมาถึงช่วงที่สาม ตอนนี้ผู้บำเพ็ญซึ่งครองป้ายอนุมัตินครเซียนจำนวนหนึ่งหมื่นแต่เดิมของวงแหวนที่ห้า ห้ำหั่นกันอย่างต่อเนื่องจนจำนวนลดลงแล้ว
นอกจากว่ามีบัญญัติขั้นสมบูรณ์ ถึงจะแยกป้ายออกมาได้
ไม่อย่างนั้นย่อมไม่อาจนำป้ายที่หลอมรวมเข้ากับร่างกายออกมา สูญเสียป้ายเท่ากับสิ้นชีพ
นี่คือความแน่นอนอย่างหนึ่ง
เมื่อเริ่มการทดสอบนครเซียนทุกครั้ง ยามตัดสินใจก้าวเดินบนเส้นทางการทดสอบนี้ก็ถือว่าไม่อาจหวนกลับ
ไม่ก้าวเข้านครเซียนสำเร็จ… ก็จิตสิ้นวิญญาณสลายเป็นทรัพยากร
แน่นอนว่าหากโชคดีย่อมรอดมาได้ ทว่าการเอาตัวรอดเช่นนี้ ห่างจากเจตนาตั้งต้นของการทดสอบ
ดังนั้นตอนนี้จำนวนป้ายอนุมัตินครเซียนของแดนดาราทิศใต้จึงลดลงทุกวัน ปัจจุบันเหลือแค่ไม่ถึงห้าร้อยป้าย
ตอนนี้ผู้บำเพ็ญที่มีป้ายอนุมัตินครเซียนไม่ถึงห้าร้อยบนแดนดาราทิศใต้ มากกว่าครึ่งต่างเกิดคลื่นสะเทือนภายในใจ ทั้งสัมผัสได้ ทยอยหลอมรวมจิตสำนึกกับป้ายของตน ตรวจสอบแผนภาพดาว
แผนภาพดาวของป้ายอนุมัตินครเซียนทางใต้ สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าดาวแทนตัวเจียงฝานที่อยู่ตรงเขามหาเซียน เปลี่ยนจากเจิดจรัสบาดตาเป็นมืดสลัวทันที
ถูกดาวอีกดวงดูดกลืนไป
แดนดาราทิศใต้จึงเกิดดาวยิ่งใหญ่ซึ่งส่องสว่างกว่าที่เคย!
ผู้ทัดเทียมกับเขา มีเพียงคนจากตระกูลหย่วนซานนั่น
นอกจากนี้แล้วไม่มีดาวอื่นเจิดจรัสแข่งกับเขาได้
ภาพนี้ก่อความปั่นป่วนขึ้นในใจผู้บำเพ็ญที่มีป้ายอนุมัตินครเซียนทันที
“เจียงฝานแพ้แล้วหรือ”
“ในฐานะดาวอันดับหนึ่งแห่งทิศใต้ ใครทำให้เขาพ่ายแพ้ได้”
“ไม่ใช่หย่วนซานซู่ หรือว่าดาวจากสามแดนอื่นมาเยือน”
เมื่อเสียงอื้ออึงดังขึ้นในใจผู้บำเพ็ญที่มีป้ายอนุมัตินครเซียน ดาวเจิดจรัสที่ถุูกพวกเขาจับจ้องกำลัง… มุ่งตรงไปตระกูลหย่วนซานด้วยความเร็วน่าทึ่ง!
ภาพนี้ทำให้ตระกูลหย่วนซานซู่สั่นสะเทือนทันที
ในฐานะตระกูลอันดับหนึ่งแห่งทิศใต้ ตระกูลหย่วนซานซู่ไม่ขาดแคลนผู้แข็งแกร่ง แต่ด้วยกฎการทดสอบนครเซียน พวกเขายังไม่มีสิทธิ์ท้าประลอง ดังนั้นหย่วนซานซู่จึงก้าวออกจากเรือนท่ามกลางความวิตกกังวล
นางสวมชุดกระโปรงสีขาว ยืนบนเขาวิญญาณสวรรค์นอกตระกูล ทอดมองห่างออกไป
โดยรอบคือผู้บำเพ็ญประจำตระกูล แต่ละคนสีหน้าจริงจัง
ถ้าบอกว่าช่วงแรกนางยังไม่มั่นใจว่าดาวดวงที่สามซึ่งปรากฏตัวตรงทิศใต้เป็นใคร แต่เมื่อนางสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงไปเยือนเขามหาเซียน หมายความว่าหลังจากดูดซับดาวของเจียงฝานแล้ว…
นางคาดเดาฐานะของอีกฝ่ายออก
‘ผู้ทำได้ถึงขั้นนี้ มีเพียงสองคน… คนหนึ่งคือซิงหวนจื่อ อีกคนคือเขาผู้นั้น’
‘ซิงหวนจื่อ มีข่าวส่งมาจากทางตะวันออกว่าดาวเขาสิ้นแสง’
‘ถ้าอย่างนั้นคนผู้นี้ต้องเป็นเขาคนนั้นแน่’
สีหน้าหย่วนซานซู่สับสนอยู่บ้าง ตั้งแต่ออกจากโลกชั้นสี่ นางคือหนึ่งในคนที่ออกจากวังเซียนก่อน ช่วงที่กลับมานางมักนึกถึงสิ่งที่ทำในวังเซียน สิ่งที่วาบผ่านสมองมากที่สุดคือเงาร่างของคนผู้หนึ่ง
แม้ว่าการบรรลุเป้าหมายของนาง ทำให้ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย พลังบำเพ็ญก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่เงาร่างของคนผู้นั้นเหมือนภูเขาใหญ่ ทำให้นางกดดันมหาศาล
ขณะเดียวกันก็ยังสับสน
ถึงอย่างไรนางกับคนผู้นั้นก็เคยเข้าพิธีคำนับกัน
แม้ว่าต่างฝ่ายต่างทำเพื่อสิ่งที่ต้องการในประวัติศาสตร์จำลอง แต่คลื่นสะเทือนยังกระทบถึงปัจจุบัน
ยามความคิดหย่วนซานซู่ปั่นป่วนในใจ เวิ้งฟ้าห่างไกลพลันเกิดเสียงอสนีบาต มีลมแรงพัดบนฟ้าดิน ส่งเสียงอึงอล ระหว่างคลื่นลมตรงขอบฟ้ามีคนก้าวเดินมา
สวมชุดดำ ผมดำทั้งศีรษะ เดินบนฟ้าเหมือนก้าวผ่านกาลเวลา ก่อคลื่นกาลเวลาเป็นระลอก
เป็นสวี่ชิงนั่นเอง
เมื่อเขาปรากฏตัว ผู้บำเพ็ญตระกูลหย่วนซานรอบๆ พากันหน้าเปลี่ยนสี เหล่าบรรพจารย์กึ่งเซียนตระกูลหย่วนซาน แต่ละคนแผ่กลิ่นอายออกมา ทำให้ทั่วทิศบิดเบี้ยว คล้ายเจอศัตรูผู้แข็งแกร่ง
ทว่าอานุภาพกดดันจากตัวพวกเขา สวี่ชิงเหมือนไม่สนใจ
เขาไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ สีหน้ายังเหมือนปกติ ก้าวเดินบนเวิ้งฟ้า
เดินผ่านผู้บำเพ็ญตระกูลหย่วนซานทีละก้าว มองข้ามสายตาเหล่าบรรพจารย์จากตระกูลหย่วนซาน กระทั่งถึงเขาวิญญาณสวรรค์ ยืนหน้าหย่วนซานซู่ ก่อนยกมือขึ้น
“เอามา”
สวี่ชิงกล่าวราบเรียบ
วาจาเรียบง่ายเพียงสองคำ แต่กลับแฝงนัยไม่อาจปฏิเสธ
หย่วนซานซู่เงียบไป เหล่าบรรพจารย์ประจำตระกูลโดยรอบเผยคลื่นบนตัวเด่นชัด นัยน์ตาแต่ละคนฉายแววเยียบเย็น เสียงทอดถอนใจดังออกจากปากหย่วนซานซู่
ระหว่างถอนใจ นางยกมือขวาขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้บำเพ็ญประจำตระกูลรอบๆ นางซัดฝ่ามือกลางหว่างคิ้วตัวเองดังปึง
ป้ายอนุมัตินครเซียนของนาง ถูกนางฝืนแยกออกมาจากร่าง
จากนั้นค่อยสะบัดมือคราหนึ่ง ป้ายอนุมัตินครเซียนแผ่แสงบาดตา มุ่งตรงไปทางสวี่ชิง
สุดท้ายค่อยทิ้งตัวลงบนมือเขา
สวี่ชิงไม่มองป้ายบนมือ แต่จ้องมองหย่วนซานซู่ด้วยสายตาเปี่ยมนัยลึกซึ้ง ก่อนเอ่ยปากกล่าวราบเรียบ
“การเข้านครเซียนยังมีวิธีที่สามหรือ”
ความเด็ดขาดในการมอบป้ายของหย่วนซานซู่ ทำให้สวี่ชิงรู้สึกว่าอาจมีวิธีที่สามเพื่อเข้านครเซียน ดังนั้นจึงถามเช่นนี้
“ระหว่างการทดสอบ เลื่อนขั้นเป็นกึ่งเซียน นี่คือวิธีเฉพาะของแปดดาราแห่งวงแหวนที่ห้า”
หย่วนซานซู่สูดหายใจลึก เอ่ยปากกล่าวเนิบช้า
สวี่ชิงได้ยินแล้วพยักหน้า
แน่นอนว่าเขามองกลิ่นอายบนตัวหย่วนซานซู่ออก ห่างจากระดับกึ่งเซียนเพียงเสี้ยวเดียว
คิดว่าอีกฝ่ายได้ประโยชน์จากวังเซียนไม่น้อย
แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา
ตอนนี้ฝ่ามือบีบรัด ป้ายอนุมัติหายไป เวิ้งฟ้าปั่นป่วน แสงเจิดจรัสแผ่ออกมาจากตัวเขา พุ่งทะลวงท้องนภา
ครู่ต่อมาเวิ้งฟ้าดังกึกก้อง แผนภาพดาวทิศใต้ปรากฏบนม่านนภาอีกครั้ง
บนแผนภาพดาว ดาวแทนตัวสวี่ชิงส่องแสงเจิดจ้า ไม่เป็นสองรองใคร!
อันดับหนึ่งแห่งทิศใต้!
ทั้งมีสิ่งลี้ลับแผ่ออกมาจากป้ายอนุมัตินครเซียน ทำให้สวี่ชิงรับรู้อันดับบนวงแหวนที่ห้าของตน
อันดับห้า!
สี่คนแรกเป็นใคร สวี่ชิงไม่สนใจ
ด้วยขอเพียงเดินตามแผนของเขา ไม่มีใครชิงอันดับหนึ่งกับเขาได้
“ถ้าอย่างนั้นค่อยเจอกันที่นครเซียน”
สวี่ชิงเหลือบมองหย่วนซานซู่ หันหลังก้าวเดินบนขอบฟ้า ทยอยห่างออกไปท่ามกลางความจนปัญญาของเหล่าผู้บำเพ็ญแห่งตระกูลหย่วนซาน
สักพักเหล่าบรรพจารย์ตระกูลหย่วนซานค่อยโรยตัวลงมา ยืนข้างกายหย่วนซานซู่
“ซู่เอ๋อร์ทำให้เหล่าบรรพจารย์ผิดหวังแล้ว เมื่อเผชิญหน้าคนผู้นี้ ข้าไม่กล้าแม้แต่จะลองหยั่งเชิง”
หย่วนซานซู่ก้มหน้า กล่าวเสียงแผ่วเบา
เหล่าบรรพจารย์เงียบไป สักพักหนึ่งในนั้นค่อยถอนใจ
“คนผู้นี้… อย่าว่าแต่เจ้า แม้แต่พวกเรา หากประมือกับเขา ไม่แน่ว่าจะชนะ”
“เทียบกับซิงหวนจื่อแล้ว เขาเป็นอย่างไร”
หย่วนซานซู่ก้มหน้า
“ซิงหวนจื่อสิ้นชีพแล้ว แม้ไม่มั่นใจว่าตายสนิทหรือไม่ แต่ข้าคิดว่าการตายของเขา น่าจะเป็นฝีมือของคนผู้นี้”
เหล่าบรรพจารย์ตระกูลหย่วนซานต่างถอนใจ
“อยู่ร่วมสมัยกับคนเช่นนี้ ช่างยากนัก…”
หย่วนซานซู่ได้ยินแล้วยิ้มรับ
“แบบนี้ถึงจะสนุก”
…
วงแหวนที่ห้า แดนดาราทิศเหนือ สำนักเซียนกระบี่!
ต่างจากทิวเขามหาเซียนแห่งแดนดาราทิศใต้ ต่างจากพื้นที่กว้างใหญ่อย่างหอคอยวงแหวนแห่งแดนดาราตะวันออก สำนักสายหลักทางเหนือแห่งนี้ สร้างบนหินอุกกาบาตมหึมาก้อนหนึ่ง
โดยรอบคือพายุที่ก่อตัวจากปราณกระบี่ เสียงกระบี่ดังต่อเนื่อง สะท้อนก้องเก้าชั้นฟ้า
หินอุกกาบาตกลางพายุ ขนาดมหึมาราวภูเขาใหญ่ ถึงขั้นว่ายืนมองจากบนเขาลงไป สูงเสียดเมฆ ไม่เห็นจุดสิ้นสุด
มีตำนานเกี่ยวกับหินนี้มากมาย
มีคนบอกว่ามันไม่ใช่วัตถุบนวงแหวนที่ห้า ลอยมาจากนอกวงแหวน เซียนกระบี่หลันฝูแห่งสำนักเซียนกระบี่ได้รับมา อาศัยมันเพื่อหยั่งรู้ ดังนั้นจึงอาศัยสิ่งนี้เป็นที่ตั้งสำนัก
ทั้งมีคนบอกว่าปีนั้นยามฟ้าดาราของวงแหวนที่ห้าถูกถมราบ สิ่งที่เหลือคือหินอุกกาบาตก้อนหนึ่ง
คำอธิบายหลายหลาก ไม่ทราบแหล่งที่มา
แต่สำนักเซียนกระบี่สร้างบนหินอุกกาบาตมหึมาก้อนนี้จริง
ตอนนี้พื้นผิวหินอุกกาบาตมหึมา ตรงลานกลางของสำนักเซียนกระบี่ เชียนจวินกับปี้อี้กำลังวางผนึกต้องห้ามนานัปการอย่างระวัง
ทั้งสองวางผนึกพลางสื่อสารผ่านจิตเทพ
‘ซิงหวนจื่อถูกเขาฆ่าแล้ว!’
‘ป้ายของเจียงฝานถูกชิงไปแล้ว!’
‘นางตัวดีหย่วนซานนั่นไร้ปณิธานนัก ถึงขั้นไม่กล้าแม้แต่จะลงมือ!’
‘ตอนนี้เจ้าหมอนั่นกำลังมาทางเหนือ…’
‘ข้าคิดว่าเขามาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อป้ายอนุมัตินครเซียนของพวกเรา…’
‘ไม่ผิด ข้าคิดว่าเจ้าหมอนั่นมาเพราะต้องการทำให้พวกเรายอมจำนน!’
‘การสวามิภักดิ์บนโลกชั้นสี่ นี่คือความอัปยศครั้งใหญ่ในชีวิตพวกเรา!’
‘ไม่มีวันเลิกรา!’
‘ไม่มีวันเลิกรา!’
‘ตามแผนการของพวกเรา ขอเพียงเขามาย่อมเห็นดีแน่!’
เชียนจวินกับปี้อี้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เร่งวางผนึกต้องห้ามบนลานกลาง
หลังจากวางผนึกหลายวัน พวกเขาค่อยเป่าปากโล่งอก ก่อนนั่งขัดสมาธิ
“เหลือแค่รอเขามา!”
ตอนนี้เหนือจากพวกเขาสองคน กลางเวิ้งฟ้าเหนือสำนักเซียนกระบี่ ในพายุปราณกระบี่เหลือคณามีคนผู้หนึ่งนอนอยู่
คนผู้นี้สวมชุดน้ำเงิน ผมเทาทั้งศีรษะ ข้างกายมีกระบี่โบราณสีน้ำเงินลอยวน
กระบี่นามว่าหลันฝู ผู้คนจึงเรียกเขาว่าเซียนกระบี่หลันฝู
“ปีนั้นดันตาบอด ทำไมถึงรับพวกไม่ได้ความสองคนนี้มา”
“สองต่อหนึ่งยังสู้ไม่ได้ ต้องวางผนึกต้องห้ามที่นี่ด้วย คิดลอบโจมตีหรือ”