ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1208 นภานอกแสงเหนือ
บทที่ 1208 นภานอกแสงเหนือ
นี่คือผลเซียนมีพิษ!
สวี่ชิงเงยหน้ามองราชาพิษ สักพักค่อยค้อมตัวคารวะ
“ผู้น้อยรับคำสั่ง!”
ผลพิษนี้ เขาขอรับไว้!
ราชาพิษได้ยินแล้วไม่ผิดคาด
ตามการวิเคราะห์ของเขา สวี่ชิงที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนที่เหมือนกับตน
เพื่อแข็งแกร่งขึ้น เพื่อทะลวงระดับ เพื่อก้าวขึ้นสูง สามารถเจรจาขอหนังกับเสือได้!
สำหรับอีกฝ่ายแล้ว ตนก็คือเสือ
แต่สำหรับตนแล้ว อีกฝ่ายก็มีหนังเสือเช่นกัน ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นคนที่ห้ามแปดเปื้อนผลกรรมซึ่งจอมเซียนเคยเอ่ยถึง
‘แต่แบบนี้ถึงน่าสนใจ’
ราชาพิษแย้มยิ้ม สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ก่อนเดินไปข้างหน้า
เงาร่างพร่าเลือนทีละน้อย คล้ายหลอมรวมกับฟ้าดิน สุดท้ายค่อยหายลับไป
มีเพียงเสียงดังก้องโลก
“สวี่ชิง ระวังตัวให้ดี”
เมื่อจากไป ฟ้าดินกลับมาเป็นปกติ มีแสงดาวสีทองสายหนึ่ง ลอยมาจากเวิ้งฟ้า กระทบตัวสวี่ชิง ก่อเกิดแรงดึงดูด ทำให้ร่างกายสวี่ชิงลอยขึ้นฟ้าตามการเหนี่ยวนำ
ขึ้นไปยังม่านนภา ถูกส่งออกจากดาวที่มีหน่วยรวบรวมทรัพยากรอยู่
สวี่ชิงไม่ต่อต้าน ปล่อยให้แสงดาวนำไป เมื่อลอยขึ้นห้วงนภา ในสายตาเขานานเข้าแสงดาวยิ่งเล็กลง แต่ห้วงคิดเขากลับใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าผลเซียนมีพิษ แต่เนื้อกลับสดอร่อย
ข้อดีกับข้อเสีย ชัดเจนหาใดเปรียบ
ยิ่งกว่านั้นสวี่ชิงไม่คิดว่าหากตนไม่กินผลเซียนนี้ อีกฝ่ายจะยอมเก็บความมุ่งร้ายไป
เจตนาร้ายนี้เกี่ยวข้องกับการเลื่อนขั้น การปะทะกันหลังจากนี้ สุดท้ายแล้วยังมีอยู่
ดังนั้นเทียบกับการหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้ซึ่งความเป็นไปได้แทบจะไม่มี สวี่ชิงยินดีที่จะคว้ามันไว้เอง
เขายังทราบดีว่าตอนนี้ สิ่งที่ตนขาดก็คือเวลาและสิ่งที่จำเป็นต่อการฝึกบำเพ็ญ
เขาต้องการสิ่งเหล่านี้เพื่อพัฒนาการฝึกบำเพ็ญของตน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าต้องพิจารณาอาการพิษกำเริบภายหน้า มิสู้… กินมันลงไป ทำให้ตัวเองพัฒนาเร็วขึ้นก่อนดีกว่า
คล้ายช่วงที่เขายังไม่ฝึกบำเพ็ญ ในเมืองที่เสี้ยวหน้าหันมอง รู้ว่าการฝึกบำเพ็ญจะเพิ่มไอพลังประหลาดอย่างรวดเร็ว แต่ยังเลือกฝึกบำเพ็ญ
สภาวะจิตก็เช่นกัน
ดังนั้นการตัดสินของราชาพิษถือว่าถูกต้องระดับหนึ่ง
ในด้านนี้สวี่ชิงกับเขาเป็นคนแบบเดียวกัน
‘ส่วนเรื่องพิษกำเริบ ใช่ว่าไม่อาจคลี่คลาย…’
สวี่ชิงหรี่ตา ดวงดาวกลางนัยน์ตาเล็กลงเรื่อยๆ จักรวาลนำทางสะท้อนเข้าสู่สายตา สุดท้าย… เมื่อทั้งจักรวาลนำทางปรากฏตรงหน้าเขา เขาออกห่างจากจักรวาลนำทางภายใต้การชักนำของแสงดาวนั่น
เมื่อปรากฏตัวก็อยู่บนฟ้าดารา นอกจักรวาลนำทาง เห็นเหล่าผู้บำเพ็ญอย่างซิงหวนจื่อ
พวกเขากำลังรออยู่
เมื่อเห็นเงาร่างสวี่ชิง ชั่วขณะยามสายตาจับจ้อง ตัวสวี่ชิงค้างกลางฟ้าดารา
จากนั้นค่อยสะบัดมือ แหวนที่ราชาพิษมอบให้เขาเปิดใช้งาน สิ่งบ่งบอกฐานะผู้รวบรวมทรัพยากรทยอยลอยออกมา
นั่นคือแผ่นหยกสีเทามากมาย
ทุกคนรับมาคนละแผ่น เมื่อผสานจิตเทพ ทั่วร่างแต่ละคนส่องประกาย วิวัฒน์เป็นชุดร้อยกระเป๋าสีเทา
ฝ่ายสวี่ชิงร่างพร่าเลือน นอกกายปรากฏชุดร้อยกระเป๋าที่เป็นของเขา
โจวเจิ้งลี่ยิ่งสีหน้าเคร่งขรึม ก้าวมาข้างหน้า ค้อมตัวคารวะสวี่ชิง แผ่จิตเทพออกมา
“คารวะหัวหน้ากลุ่ม!”
ไม่ว่าในใจผู้ท่องเหินคนอื่นคิดอย่างไร ตอนนี้ทั้งหมดคารวะตาม
หย่วนซานซู่ก็เช่นกัน เชียนจวินกับปี้อี้ลังเล กำลังจะคารวะ แต่เมื่อพบว่าซิงหวนจื่อที่อยู่ข้างกายไม่ขยับ พวกเขาสองพี่น้องจึงทำท่าหยิ่งผยอง
สวี่ชิงกวาดสายตาไป ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ แต่หยิบแผ่นหยกภารกิจออกมาเปิด สะท้อนเข้าการรับรู้ของทุกคน
ในฐานะภารกิจแรกของตำแหน่งผู้รวบรวมทรัพยากร สถานที่ซึ่งจัดเตรียมให้พวกเขาชื่อว่าจักรวาลนภามัว
ต้องไปรวบรวมทรัพยากรที่นั่น!
ทว่าจักรวาลนภามัวมีความพิเศษบางอย่าง
มันไม่ได้อยู่บนนภาเก้าฝั่ง!
ตำแหน่งที่อยู่คือนภาเหนือพิภพอีกแห่ง
ทั้งไม่ใช่แดนของผู้นำเซียนสิบเอ็ดคน!
ถ้ากล่าวอย่างถูกต้องคือนภาเหนือพิภพนั่น เนื่องจากการตายของผู้นำเซียน ทำให้กลายเป็นนภาไร้เจ้าของ…
ส่วนชื่อนภาเหนือพิภพนั่นก็ถูกลบเลือนไป
ในแผ่นหยกภารกิจ หลังจากเห็นภาพนี้ ในใจสวี่ชิงกระเพื่อมไหว
ไม่ใช่แค่เขา เหล่าผู้ท่องเหินที่นี่เช่นอดีตดาวอย่างพวกซิงหวนจื่อ ทั้งหมดทำหน้าประหลาดใจ
เนื่องจากทั่ววงแหวนที่ห้า สถานที่ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขนี้ มีเพียงแห่งเดียว…
นั่นก็คือนภานอกแสงเหนือครั้งอดีต!
ดังนั้นหลี่เมิ่งถู่กับโจวเจิ้งลี่จึงมองสวี่ชิงตามสัญชาตญาณ แม้แต่เชียนจวินกับปี้อี้ หย่วนซานซู่ รวมถึงซิงหวนจื่อ… ทั้งหมดมองสวี่ชิงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ความจริงคือวังเซียนแสงเหนือตอนนั้น ทุกอย่างที่พวกเขาประสบ รวมถึงบทบาทนายน้อยจี๋กวงของสวี่ชิง
ทำให้พวกเขามีภาพจำฝังลึก
สวี่ชิงหรี่ตา ตรวจสอบแผ่นหยกภารกิจต่อ
ในแผ่นหยกอธิบายไว้ มุ่งหน้าไปจักรวาลนภามัว นำแผ่นหยกภารกิจไปค่ายกลส่งข้าม เคลื่อนย้ายไปยังจุดที่กำหนด
เนื่องจากนภาเหนือพิภพนั่นไร้เจ้าของ ดังนั้นด้านหนึ่งจึงเป็นสถานที่ส่วนรวม อีกด้านหนึ่งกลับเป็นของพวกต่างเผ่า ด้วยสิ่งที่เหลือจากประวัติศาสตร์ ทัศนคติกับพฤติกรรมจึงดื้อรั้นขึ้นมาก
ถึงอย่างไรเหนือจากพวกเขาก็ไม่มีผู้ดูแล
เมื่อนภาเหนือพิภพอื่นบุกมา แน่นอนว่าย่อมแบ่งพวก เบื้องหลังมีขุมอำนาจของตน
โดยรวมเมื่อเทียบกับนภาเหนือพิภพอื่นแล้ว ที่นั่นเหมือนแดนยุทธภพ ทั้งลึกซึ้งยิ่งกว่า
จักรวาลนับไม่ถ้วนในนั้น มีพวกต่างเผ่ามากมาย ขุมอำนาจซับซ้อน ขณะเดียวกันบรรดานภาเหนือพิภพทั้งหมด จำนวนคุกเทพเจ้าที่นั่นยังจัดอยู่ในอันดับต้นๆ
ถึงอย่างไรเมื่อปีนั้น ผู้นำเซียนจี๋กวงก็ถือว่ามีพลังต่อสู้สูงสุดในเหล่าผู้นำเซียน
สำหรับการเดินทางไปจักรวาลนภามัวครั้งนี้ ในแผ่นหยกมีคำแนะนำด้วย จักรวาลนี้ตั้งอยู่ตรงขอบนภาเหนือพิภพนี้ ในนั้นมีราชวงศ์นภามัวรักษาการแทน ทั้งมีคุกเทพเจ้าสามสิบเอ็ดแห่ง
ในสามสิบเอ็ดแห่งนี้ คุกใหญ่สุดคือคุกอันดับหนึ่งหมายเลขยี่สิบเก้า ผู้ถูกขังที่นั่น ส่วนใหญ่เป็นระดับแท่นเทวะ
เมื่อทุกคนทราบข้อมูลจากแผ่นหยกครบถ้วนแล้ว สวี่ชิงค่อยเก็บไป กวาดสายตามองเหล่าคนตรงหน้า ไม่เอ่ยวาจา ร่างวาบไหวไปยังแดนส่งข้ามใกล้สุดตามการนำทางของแผ่นหยก
โจวเจิ้งลี่กับหลี่เมิ่งถู่มองหน้ากัน ก่อนตามไปทันที
คนอื่นทำหน้าประหลาดใจ เดินทางไปพร้อมกัน
พวกเขากลายเป็นรุ้งยาวแปดสิบเก้าสาย ห้อตะบึงกลางฟ้าดาราอย่างยิ่งใหญ่
ตลอดทางรวดเร็วว่องไว ทำให้ผู้บำเพ็ญระหว่างทางสังเกตเห็น ส่วนใหญ่ต่างขมวดคิ้ว หลบเลี่ยงอ้อมไปทางอื่น
เห็นชัดว่าผู้รวบรวมทรัพยากรชื่อเสียงโด่งดังเชิงลบ โหดเหี้ยมอันตราย ส่วนใหญ่ไม่อยากมีเรื่องด้วย
ผ่านไปเช่นนี้ครึ่งเดือน
ในนภาเก้าฝั่ง แท่นส่งข้ามหนึ่งที่สร้างโดยดาวเก่าแก่ พวกสวี่ชิงทยอยทิ้งตัวลง เมื่อสวี่ชิงหยิบแผ่นหยกภารกิจออกมา แท่นส่งข้ามเกิดเสียงกัมปนาทเวียนวน
ครู่ต่อมาพลังส่งข้ามพลันปะทุ อานุภาพยิ่งใหญ่ก่อตัวเป็นวงคลื่นมากมาย แผ่ขยายทั่วทิศ
ทุกคนรวมถึงสวี่ชิงพลันหายไปจากแท่นส่งข้าม
การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ ใช้เวลาห้าวันเต็มกว่าจะสิ้นสุด
เมื่อพวกเขาปรากฏตัวอีกครั้งก็ถึงฟ้าดาราซึ่งไม่คุ้นเคย บนแท่นหินแดงชาดปกคลุมด้วยรอยแยก เปี่ยมความเก่าแก่ผ่านกาลเวลา
แท่นหินนี้อุณหภูมิสูง กำลังระบายความร้อนอย่างรวดเร็ว
เห็นชัดว่าการส่งข้ามระหว่างนภาเหนือพิภพ สำหรับค่ายกลส่งข้ามแล้ว ถือว่าผลาญพลังมาก
การส่งข้ามซึ่งไม่เคยเจอมาก่อนนี้ มีข้อเรียกร้องสำหรับผู้บำเพ็ญมากเช่นกัน หากพลังบำเพ็ญไม่พอ ถึงขั้นอาจดับสูญระหว่างส่งข้าม สภาวะจิตเองห้ามมีข้อบกพร่อง มิฉะนั้นจะหลงทางหรือดับสลายระหว่างขั้นตอนการส่งข้ามได้
เมื่อปรากฏตัวจึงมีคนนับสิบกระอักเลือด นั่งสมาธิเพื่อพักทันที
ทั้งมีบางส่วนรู้สึกมึนงง จิตวิญญาณเหมือนปั่นป่วน
แม้แต่สวี่ชิงกับซิงหวนจื่อก็ยังรู้สึกอึดอัด
ดีว่าผู้ท่องเหินผ่านการฝึกฝนตลอดทาง ในโลกภายนอกพลังบำเพ็ญกับจิตใจถือว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่คนรุ่นเดียวกัน
ถึงแม้การส่งข้ามระหว่างนภาเหนือพิภพส่งผลต่อพวกเขา แต่สักพักก็ฟื้นตัว ทยอยแผ่จิตเทพ สำรวจโดยรอบ
ที่นี่ฟ้าดาราไม่มีแสงมากนัก
แสงดาวที่นี่หม่นมัวอย่างเห็นได้ชัด
ปราณวิญญาณบางเบามาก
นี่คือแดนรกร้างแห่งหนึ่ง
“ที่นี่คือจักรวาลนภามัว”
สวี่ชิงยืนเหนือแท่นหิน ทอดมองไปไกล จากนั้นค่อยมองโจวเจิ้งลี่
โจวเจิ้งลี่เข้าใจทันที ก้าวมาข้างหน้าก่อนคารวะสวี่ชิง จากนั้นค่อยเอ่ยปาก
“นายน้อย ภารกิจครั้งนี้รวมถึงเกณฑ์แก่นตั้งต้น ทุกคนทราบแล้ว”
“ข้าขอเสนอว่าแยกย้ายกันไป”
“ไม่ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร เมื่อกลับมาแค่นำส่วนของตนมาด้วยก็พอ”
“หากระหว่างนั้นเจออุปสรรค ใช้แก่นตั้งต้นเป็นค่าตอบแทนเพื่อขอความช่วยเหลือได้”
“แน่นอนว่าสุดท้าย ถ้าไม่อาจคลี่คลายก็ต้องให้นายน้อยลงมือ ทว่าการยืมมือนายน้อยต้องมีแก่นตั้งต้นเพียงพอ”
“นายน้อย ท่านเห็นว่าอย่างไร”
โจวเจิ้งลี่มองสวี่ชิง
สวี่ชิงพยักหน้า เขาคร้านจะวางแผนรอบด้าน ขณะเดียวกันยังรู้ว่าทุกคนต่างต้องการแก่นตั้งต้น ดังนั้นย่อมเลี่ยงความเห็นแก่ตัวไม่ได้
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ต่างฝ่ายต่างตักตวงดีกว่า
“คุกอันดับหนึ่งหมายเลขยี่สิบเก้า ข้าเป็นคนจัดการ ที่อื่นพวกเจ้าหารือกันเอง”
สวี่ชิงกล่าวจบ ร่างวาบไหวไปยังฟ้าดาราห่างไกลชั่วพริบตา
คุกอันดับหนึ่งหมายเลขยี่สิบเก้าที่เขาไปเยือน ถือเป็นคุกเทพเจ้าใหญ่สุดของจักรวาลนภามัวแห่งนี้
เมื่อเขาจากไป ทุกคนมองหน้ากัน สื่อจิตกันสักพัก บ้างฉายเดี่ยว บ้างเลือกเกาะกลุ่มเล็กๆ ไม่นานก็แยกย้ายกันไปต่างสถานที่เหมือนฝูงตั๊กแตน
ขณะเดียวกันตรงส่วนลึกของจักรวาลนภามัว ในดาราจักรแถบหนึ่ง มีวังหรูหรามหึมาแห่งหนึ่งลอยคว้าง
ในวังมีแต่ความรื่นเริง
ยักษ์ร่างแดงก่ำ มีใบหน้าทั้งหน้าหลัง กำลังนั่งบัลลังก์ มือหนึ่งเท้าคางดื่มด่ำ
ไม่นานนอกวังมีแผ่นหยกลอยมาอย่างรวดเร็ว ทิ้งตัวลงตรงหน้ายักษ์ตนนี้ ก่อนทำลายตัวเอง วิวัฒน์เป็นเงาร่างหนึ่ง คุกเข่าหมอบคลานมาทางยักษ์สองหน้า
“ท่านอ๋อง มีกลุ่มผู้รวบรวมทรัพยากรจากนภาเก้าฝั่ง บุกเข้าจักรวาลนภามัวของพวกเราขอรับ!”
สีหน้ายักษ์สองหน้าเหมือนปกติ มองการร่ายรำตรงหน้า สักพักค่อยกล่าวราบเรียบ
“ทำเหมือนเดิม เตรียมแก่นตั้งต้นส่วนหนึ่ง ให้พวกเขาหาเจอ หากหมาล่าเนื้อพวกนี้เข้าใจสถานการณ์ เมื่อกินกระดูกแล้วย่อมจากไป”
“หากไม่เข้าใจสถานการณ์ นั่นก็ต้องทำให้พวกเขารู้ว่าใครคือเจ้าของจักรวาลนภามัว”