ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1216 มีจริงหรือ
บทที่ 1216 มีจริงหรือ
ฟ้าดาราเกิดรอยแยกมหึมา เมื่อแหวกออกมีพายุพัดกระหน่ำ เคลื่อนกวาดทั่วทิศ
คล้ายมือใหญ่ไร้รูปข้างหนึ่งก่อคลื่นลม
ทำให้ห้วงอากาศบริเวณวังนภามัวสะเทือนรุนแรง
ผู้บำเพ็ญซึ่งทยอยมาเยือนเหล่านั้น แต่ละคนปราณพิฆาตอบอวล แก่นตั้งต้นเอ่อล้นออกมาจากตัวต่างกันไป
เห็นชัดว่าช่วงนี้ ไม่ใช่แค่สวี่ชิงได้รับประโยชน์มากมาย ผู้บำเพ็ญคนอื่นก็ต่างได้รับประโยชน์
เปรียบเทียบกับตอนเพิ่งถึงที่นี่ พลังบำเพ็ญพัฒนาขึ้นเล็กน้อย
การยกระดับของพลังต่อสู้โดยรวมก็เช่นกัน
โดยเฉพาะเสียหลิงจื่อกับโจวเจิ้งลี่ เดิมสองคนนี้คือเจ้าเหนือหัวขั้นสูงสุด ตอนนี้ห่างจากการเลื่อนขั้นแค่อึดใจเดียว
แม้ว่าหลี่เมิ่งถู่ยังสู้ไม่ได้ แต่ตอนนี้เทียบกับเมื่อก่อนแล้วแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย
ส่วนเชียนจวินกับปี้อี้ สองพี่น้องนี้ก็มีชีวิตชีวา
แต่ผู้ที่พลังบำเพ็ญเลื่อนขั้นมากสุดคือหย่วนซานซู่
ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เดินทางไปที่ใด ตอนนี้เห็นชัดว่าตัวอ่อนเซียนของนางแข็งแกร่งขึ้นอีกช่วงใหญ่
ทุกอย่างนี้ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญซึ่งมาเยือนมีพลังป่วนสถานการณ์
ทั้งพวกเขายังเป็นผู้ท่องเหินครั้งนี้ แต่ละคนผ่านการต่อสู้นับไม่ถ้วน บุกฝ่ารอดมาได้ ดังนั้นถึงอยู่ลำพังก็เหมือนหมาป่า ไม่ขาดแคลนทักษะอันเฉียบคม
ตอนนี้เมื่อมาถึง กลิ่นอายบนตัวแผ่เป็นคลื่น แววอำมหิตตรงนัยน์ตาเด่นชัด
ทำให้ไม่กล้าดูถูก
ทั้งทยอยเหลือบสายตามองคนจากเผ่านภามัว รวมถึง… ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุดนั่น
ภาพนี้ทำให้คนจากเผ่านภามัวสะท้านใจ แต่ละคนไม่เป็นสุข รู้สึกกระสับกระส่ายเท่าทวี
แม้แต่จักรพรรดินภามัว ตอนนี้ยังทำหน้าปั้นยาก นี่คือสถานการณ์ซึ่งเขาไม่อยากเจอที่สุด
โดยทั่วไปโอกาสเจอเรื่องเช่นนี้น้อยนัก แทบไม่มีด้วยซ้ำ
ความจริงก็เป็นเช่นนี้ สำหรับราชวงศ์นภามัวที่มีป้ายคำสั่งยกเว้น พวกเขาไม่ห่วงว่าผู้รวบรวมทรัพยากรจะมาเยือน เนื่องจากมาถึงแล้ว อย่างมากก็แค่ตักตวงรอบนอกเท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบกับเผ่าพันธุ์ตัวเอง
นี่คือสาเหตุที่ก่อนหน้านี้จักรพรรดินภามัวไม่เกรงกลัวสิ่งใด
แต่เขาคิดหลายตลบก็คาดไม่ถึงว่าสวี่ชิงจะมีภารกิจจากผู้นำเซียน!
นี่คือประเด็นสำคัญ
ทั้ง… พลังต่อสู้ยังชวนประหวั่น ต่อให้ท่านทูตปรากฏตัวก็ไม่หวาดกลัว!
ถึงขั้นว่าเมื่อครู่ยังเกือบพลิกสถานการณ์!
‘นอกจากนี้แต่ละคนที่มาเยือน ไม่ว่าเป็นกลิ่นอายหรือความรู้สึกที่ข้าสัมผัสได้ แต่ละคนถึงขั้นเหมือนอัจฉริยะทั้งสิ้น… ผู้รวบรวมทรัพยากรกลุ่มนี้ ไม่ใช่พวกธรรมดา!’
ความคิดนี้เด่นชัดในใจจักรพรรดินภามัว
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุดทอดถอนใจ
เมื่อจำสวี่ชิงได้ เขาทราบความเป็นมาทันที
ทั้งด้วยความต่างด้านฐานะ ทำให้เขารู้ข้อมูลภายนอกทันกาลกว่าจักรพรรดินภามัว
ดังนั้นเขาเลยเข้าใจ ใช่ว่าผู้ท่องเหินทั้งหมดจะเป็นผู้รวบรวมทรัพยากร
ในนภานอกพิภพยังมีผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์บางส่วนซึ่งเดิมใช้ชีวิตที่นี่ แต่จำนวนพวกเขามากกว่านัก ทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นชนชั้นรากหญ้า
โดยทั่วไปในกลุ่มเล็กเช่นนี้ อย่างมากมีผู้ท่องเหินเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ทั้งเพิ่มเข้ามาหลังถูกคัดออกหลายครั้ง
ถึงอย่างไรผู้ท่องเหินก็ต่างกัน
ดังนั้นที่ผ่านมาผู้ท่องเหินมักแยกย้ายกันไป จัดเตรียมให้สังกัดต่างหน่วย มีหน้าที่แตกต่างกัน
น้อยนักที่รุ่นเดียวกันจะได้รับภารกิจที่เดียวกัน
ในบรรดาหน่วยรวบรวมทรัพยากร กลุ่มของพวกสวี่ชิงจึงเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ก่อตัวจากผู้ท่องเหินร่วมรุ่นทั้งหมด
เมื่อเห็นผู้มาเยือนเหล่านี้ ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนทอดถอนใจ
นี่คือสาเหตุที่ก่อนหน้านี้เขาลงมือทันที จากนั้นค่อยดึงดันขอความร่วมมือจากนภามัว
เขารู้ว่าไม่อาจล่าช้า เร่งรบเร่งจบถึงดีที่สุด
แม้ว่าเขามีผู้หนุนหลัง แต่ผู้ท่องเหินคนใดไม่มีผู้หนุนหลังบ้างเล่า ต่อให้ไม่เคยมี แต่หลังจากเข้าสู่นภานอกพิภพแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีวาสนาของตน
ดังนั้นคนกลุ่มนี้ แม้ว่าเขาเป็นกึ่งเซียนที่มีอาจารย์เป็นเซียนชั้นล่าง แต่รู้ดีว่าตน… หาเรื่องใครก็ได้ สังหารสักกี่คนเพื่อช่วงชิงมรรคก็ได้ แต่หากว่ารวมทั้งหมด…
ต่อให้เป็นอาจารย์เขาก็ต้านไม่อยู่!
ตอนนี้ตัวเขาเลยถอยร่นฉับพลัน กลับมานอกวังชั่วพริบตา ถอยห่างก้าวหนึ่ง คิดอาศัยค่ายกลส่งข้ามออกจากที่นี่
เรื่องนี้เขาไม่อาจจัดการได้
ส่วนการชิงมรรคา… เขาเพียงทอดถอนใจ รู้ว่าไม่อาจช่วงชิงได้ในเวลาอันสั้น
นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ทำให้เขาเลือกจากไปทันทีคือเขาลองถามตัวเอง สถานการณ์ไม่เอื้อประโยชน์กับตนนัก เขาไม่มั่นใจว่าใช้พลังกำราบได้
หากไม่ระวังเพียงนิดอาจอันตรายถึงชีวิต!
ดังนั้นเขาเลยถอยร่นอย่างรวดเร็วทันที
สำหรับการกระทำของคนผู้นี้ สวี่ชิงไม่ผิดคาด
นอกจากว่าเป็นคนโง่ ไม่อย่างนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับการปรากฏตัวของพวกเขา ไม่มีทางไม่เลือกถอยร่น
โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ยังผ่านช่วงเป็นตายมาด้วย
“แต่จะไปเช่นนี้หรือ”
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเยียบเย็น ยกมือขวาขึ้นชี้
“สงเคราะห์เขา!”
โจวเจิ้งลี่ระเบิดกลิ่นอายบนตัวทันที ปากเอ่ยเสียงกร้าว
“น้อมรับคำสั่ง!”
ครู่ต่อมาหลี่เมิ่งถู่ลงมือโดยไม่ลังเล
เสียหลิงจื่อกะพริบตาปริบๆ เขารู้ฝีมือสวี่ชิง ตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่ส่งผลต่อความเป็นตายของตน ดังนั้นจึงเลือกลงมือ
ฝ่ายหย่วนซานซู่ นางไม่ลังเล ระเบิดพลังต่อสู้ออกมา
ยังมีซิงหวนจื่อ เดิมเกิดเรื่องขึ้นเพราะเขา เขาย่อมโจมตีเต็มกำลัง
เชียนจวินกับปี้อี้เห็นว่าเป็นเช่นนี้ ด้วยความขอบคุณที่มีต่อซิงหวนจื่อ ด้วยความยำเกรงที่มีต่อสวี่ชิง พวกเขาระเบิดพลังของตนเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ไม่ว่าในใจผู้มาเยือนคนอื่นคิดต่างไป ตอนนี้เมื่อคนเยอะกำลังมาก ทั้งหมดล้วนทุ่มเทพลังบำเพ็ญ สร้างไพ่ตายของตนออกมา
ดังนั้นผู้ท่องเหินเกือบร้อย ไพ่ตายของแต่ละคนราวดาวตก รวมตัวกันเป็นกระแสน้ำหลากสั่นคลอนจักรวาล
ถล่มวังนภามัวราวย้ายเขาคว่ำสมุทร
ทำลายล้างตลอดทาง ต่อให้วังนั้นสร้างจากวัสดุอย่างดี สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทาน วังพังทลายแหลกละเอียดทันที กลายเป็นเถ้าถ่านลอยล่องนับไม่ถ้วน
เผยให้เห็นทางเชื่อมของเผ่านภามัว ทั้งเผยให้เห็นค่ายกลตรงทางเข้า ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนซึ่งร่างกำลังเลือนรางระหว่างการส่งข้าม
สีหน้าเขาสับสน แปรเปลี่ยนยกใหญ่ กระอักเลือดแดงสด เงาร่างยุ่งเหยิงกว่าการส่งข้ามตามปกติ บิดเบี้ยวขึ้นมา
ได้แค่ยอมบาดเจ็บ อาศัยประทับของอาจารย์ฝืนส่งข้าม
ก่อนหายไปโดยไร้ร่องรอยชั่วพริบตา
สวี่ชิงมองอย่างเย็นชา ในใจไม่ได้นึกเสียดายอะไร
ไปแล้วก็ไปเถิด
ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุด
“เจอกันครั้งหน้าค่อยสังหารก็ได้”
สวี่ชิงกวาดสายตามองจักรพรรดินภามัว
ผู้รวบรวมทรัพยากรด้านหลังเขาทยอยมองตาม
เมื่อคนเหล่านี้จ้องมอง ในใจจักรพรรดินภามัวสั่นสะท้าน สงวนท่าทีโดยไม่ลังเล คุกเข่ากราบไหว้สวี่ชิงทันที
ยกสองมือขึ้นส่งมอบมรดกของอริยะเซียนที่สี่ ก่อนเอ่ยปากเสียงดัง
“เผ่าข้ามีโทษ ยินดีมอบของสิ่งนี้เพื่อดับเพลิงโทสะ”
ในใจจักรพรรดินภามัววิตกกังวล แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้เมื่อกำลังจะกล่าวต่อ สวี่ชิงพลันยกมือ
ดินสีเหลืองที่จักรพรรดินภามัวมอบให้ ลอยเข้ากลางฝ่ามือสวี่ชิงทันที
“ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือ ข้ามีภารกิจของผู้นำเซียน ตามหาน้ำแข็งเก้าสีที่ดับเพลิงผู้นำเทพได้ หลังจากมาถึงเผ่านี้ ค้นพบว่าที่นี่อาจมีอยู่”
“รบกวนทุกท่านเสาะหาแทนข้าที”
เมื่อสวี่ชิงเอ่ยวาจา นัยน์ตาทุกคนพลันส่องประกาย
แน่นอนว่าทราบความหมายในคำพูด แต่ละคนจึงกระตือรือร้น ทยอยรับคำสั่ง มุ่งตรงไปยังทางเข้าราชวงศ์นภามัว
สวี่ชิงอยู่ข้างนอก ไม่ก้าวเข้าไป แต่ถือดินหลักการสวรรค์ครึ่งหนึ่งเล่นในมือ
จักรพรรดินภามัวที่อยู่ด้านข้าง หน้าแดงสลับเขียว เห็นชัดว่ากังวลยิ่ง
ทว่าสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่อาจต้านลิขิตสวรรค์
ไม่นานภาพที่ทำให้หน้าเขาเปลี่ยนสีอีกครั้งก็มาเยือน
ซิงหวนจื่อเดินออกมาจากทางเข้าราชวงศ์นภามัว สีหน้าผิดแปลก มองมาทางสวี่ชิง
“ในนั้นมีสิ่งพิเศษบางอย่าง คล้ายว่าเป็นน้ำแข็งเก้าสี…”
“เจ้าอยากมาดูหรือไม่”
สวี่ชิงได้ยินแล้วอึ้งงัน
“มีจริงหรือ”
ซิงหวนจื่อลังเล ก่อนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ
“ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ แต่เกี่ยวข้องกับวังเซียนแสงเหนือ”