ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1243 ธิดาแห่งจักรพรรดิเทพ
บทที่ 1243 ธิดาแห่งจักรพรรดิเทพ
บนท้องฟ้า ประกายแสงสีเลือดดุจแสงเรืองรองแห่งขั้วโลก แผ่กระจายออกไปเป็นละอองปุยฝ้าย ในนั้นมีผีเสื้อกลางคืนสีแดงสดโบยบิน สวยงามยิ่งนัก
และท่ามกลางท้องฟ้า เงาร่างของสวี่ชิงที่ผมยาวปลิวพริ้ว ยกศีรษะของเทพเจ้าขึ้นสูง ในตอนนี้สะท้อนภาพในสายตาของผู้บำเพ็ญทุกคนในสนามรบ และจารึกไปในความทรงจำ
การต่อสู้ในครั้งนี้ เดิมทีผู้บำเพ็ญและเทพเจ้าชะงักงัน แต่การปรากฏตัวของพวกสวี่ชิงกลายเป็นตัวแปร ราวกับฟางเส้นสุดท้ายทับอูฐตาย
สุดท้ายภายใต้การผลักดัน ทำให้สงครามขนาดย่อมนี้ ภายใต้การเอนเอียงอย่างสมบูรณ์ของตาชั่ง ก็มาถึงจุดสิ้นสุด
ดังนั้นเสียงสังหารและเสียงระเบิดก็ดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า และฝ่ายเทพเจ้าในสนามรบบนภาคพื้นก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ท่ามกลางกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากของผู้บำเพ็ญ ถอยร่นไปไม่หยุด
โจวเจิ้งลี่และซิงหวนจื่อและคนอื่นๆ ย่อมฉวยโอกาสนี้ แทรกซึมไปในกระแสน้ำ และเก็บเกี่ยวอย่างบ้าคลั่ง
สวี่ชิงก็ลอยต่ำลงมาจากกลางอากาศเช่นกัน
สำหรับเขาแล้ว การเก็บเกี่ยวพลังงานต้นกำเนิดคือสิ่งสำคัญที่สุด
ยังมีกลุ่มเก็บกวาดอื่นๆ ราวกับอีแร้ง ตามออกมาเช่นกัน
จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยาม สงครามครั้งนี้ก็จบลง
ในเสี้ยวพริบตาที่สิ้นสุดลง สนามรบเกลื่อนกลาดไปด้วยซากร่างของเทพเจ้า ฝ่ายผู้บำเพ็ญแม้ว่าจะจ่ายค่าตอบเช่นด้วยเช่นกัน แต่ชัยชนะที่ได้รับก็ยิ่งใหญ่ เทพเจ้าทั้งหมดถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก!
ท่ามกลางความเหนื่อยล้าและความตื่นเต้นที่ผสมผสานกัน พวกเขาที่ยืนอยู่บนกองเลือดและศพ ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่พวกสวี่ชิงที่ยังเคลื่อนไปในสนามรบ เก็บเกี่ยวพลังงานต้นกำเนิดจากซากศพไม่หยุด
ในหมู่พวกเขา ย่อมมีคนได้รับบาดเจ็บ บางคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย บางคนบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ว่าอาการบาดเจ็บจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าหรือไม่ การกระทำของพวกเขาในตอนนี้ล้วนไม่ได้ล่าช้าไปสักเท่าใดนัก
ต่างบ้าคลั่ง เก็บเกี่ยวพลังงานต้นกำเนิด
และในครั้งนี้ ผู้บำเพ็ญกองทัพคะนึงมังกรที่นี่ ไม่มีใครไปแย่งชิงเลย
สายตาที่มองไปยังพวกสวี่ชิง ต่างแฝงด้วยความเคารพ
แม้แต่ชายชราคนนั้นที่เคยสอนกฎการเก็บกวาดให้สวี่ชิง และผู้บำเพ็ญเก็บกวาดคนอื่นๆ ตอนนี้ต่างหยุดลง ปล่อยให้พวกสวี่ชิงเก็บเกี่ยวก่อน
เช่นนี้ สำหรับพวกสวี่ชิงแล้ว การเก็บเกี่ยวศพเทพเจ้าหลายพันองค์ ย่อมได้ผลเก็บเกี่ยวมหาศาล
จนกระทั่งเก็บเกี่ยวทั่วทั้งสนามรบไปได้แปดส่วน พวกเขาถึงได้หยุดลง และเมื่อทุกคนมารวมตัวกันรอบๆ สวี่ชิง สวี่ชิงเงยหน้าขึ้นมองผู้บำเพ็ญของกองทัพรอบๆ และมองไปยังแม่ทัพกองทัพคะนึงมังกรคนนั้น
ในทันทีที่ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน แม่ทัพกองทัพคะนึงมังกรคนนั้นก็ประสานหมัดคารวะ เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง
“ขอบคุณมาก!”
สวี่ชิงก็คารวะตอบ จากนั้นก็หันหลัง เพียงไหววูบ ก็จากไปทันที
ข้างหลังเขา โจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ต่างตามมา
พวกเขาต้องรีบไปยังสนามรบต่อไป
และเงาร่างที่จากไปของพวกเขา ก็เป็นจุดรวมสายตาของทุกคนในสนามรบนับตั้งแต่ต้นจนจบ ในสายตาของพวกเขา คนทั้งสิบเก้าคนนี้…แต่ละคนบนร่างล้วนมีรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทั้งสิ้น เลือดลมพลุ่งพล่าน แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา ล้วนเป็นหมาป่ายักษ์กันทุกคน
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ พวกเขาเหล่าคนที่รอดชีวิตมาได้ในหมู่ผู้โบยบินสู่สวรรค์ ไม่ว่าใครก็ล้วนสามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น ไม่ว่าอยู่ในกองทัพใด ก็สามารถเรียกว่าเป็นยอดฝีมือได้ทั้งนั้น
อีกทั้งพลังบำเพ็ญของจำนวนครึ่งหนึ่งถึงระดับเตรียมเซียนแล้ว ส่วนที่เหลือก็ใกล้เข้ามามากแล้ว สำหรับกำลังรบ ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
เมื่อมารวมตัวกันก็เหมือนฝูงหมาป่า
และข้างหน้าพวกเขา สวี่ชิงที่เป็นผู้นำ…
ย่อมเป็นราชาหมาป่า
……
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เช่นนี้เอง
เวลาหลายเดือนผ่านไปในชั่วพริบตา
การเก็บเกี่ยวของพวกสวี่ชิงยังคงดำเนินต่อไปในช่วงหลายเดือนนี้ ทั้งยังดุเดือดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนเชี่ยวชาญโดยสมบูรณ์
ร่างของพวกเขาปรากฏขึ้นในสนามรบแต่ละแห่งๆ และวิธีการที่ใช้ก็คือฝืนบังคับเก็บกวาด
และการเคลื่อนไหวอันปราดเปรียวคล่องแคล่วเช่นนี้ ชื่อเสียงของพวกเขาก็แพร่กระจายไปทั่วราวกับพายุ จนในที่สุด ในแนวรบใหญ่ที่กองทัพคะนึงมังกรรับผิดชอบ ผู้บำเพ็ญเกือบจะทุกคนหากไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง ก็เคยได้ยินมา ต่างก็รู้ว่ามีกลุ่มเก็บกวาดที่น่าพรั่นพรึงเช่นนี้อยู่กลุ่มหนึ่ง
พวกเขามีเพียงสิบเก้าคนเท่านั้น แต่ในนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นระดับเตรียมเซียน อีกทั้งยังต่างงมีประสบการณ์การต่อสู้ที่สูงมาก และเชี่ยวชาญวิชาเอาตัวรอดเป็นพิเศษ แม้จะเป็นอัจฉริยะฟ้าประทาน แต่ก็ไม่มีความเย่อหยิ่งอย่างพวกอัจฉริยะ
อีกทั้งทั้งๆ ที่กำลังรบจะไม่ธรรมดา แต่ก็ยังคงชอบการซุ่มโจมตีและการลอบสังหาร โดยเฉพาะความเร็วและความละเอียดในการเก็บเกี่ยว ทุกที่ที่พวกเขาผ่านไป ล้วนสะอาดเกลี้ยงเกลา
เรียกได้ว่ายกระดับการเก็บกวาดไปสู่ระดับสูงใหม่อีกระดับ
และยังทำให้ผู้บำเพ็ญในกองทัพเหล่านั้น มีมุมมองที่แตกต่างกันออกไปต่อกลุ่มเก็บกวาดทั้งหมด
ส่วนกลุ่มเก็บกวาดอื่นๆ สำหรับเรื่องนี้ ความจริงแล้วพวกเขายิ่งให้ความสนใจมากกว่า ค่อยๆ มีผู้ลอกเลียนแบบเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าผู้ที่ทำสำเร็จจะไม่มาก แต่การเปลี่ยนแปลงก็เห็นได้อย่างชัดเจน
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังไม่สามารถเทียบกับพวกสวี่ชิงได้
ดังนั้นกลุ่มเก็บกวาดที่มีรูปแบบเฉพาะตัวกลุ่มนี้ ในขณะที่ชื่อเสียงสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งแนวรบแถบนี้ ก็ค่อยๆ มีฉายาของพวกเขาขึ้นมา
ฉายาของพวกเขาคือ…
กลุ่มส่งวิญญาณ!
ขณะเดียวกัน จากเวลาที่ผ่านไป ศึกสงครามที่เกิดขึ้นที่แนวรบปีกซ้ายก็ดูเหมือนจะมาถึงช่วงเวลาที่สำคัญ
ใจกลางของปีกซ้าย โม่บดเลือดเนื้อได้มาถึงขีดสุดแล้ว กลายเป็นตะเกียงสว่างไสว ดึงดูดความสนใจทั้งหมด
และแนวหน้าของปีกซ้าย ความถี่ของสงครามก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญหรือเทพเจ้า ต่อให้ความคิดช้าแค่ไหน ก็ยังรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
ส่วนใหญ่ต่างคิดว่านี่คือระลอกคลื่นก่อนพายุจะมาถึง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็มีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ…โดยที่ไม่ทันรู้ตัว ความจริงพายุฝนได้มาถึงนานแล้ว
ตอนนี้ในระบบดาวที่สี่ ในแนวรบปีกขวาของเหล่าองค์เทพ ไอพลังประหลาดเข้มข้น ปกคลุมไปทั่วทุกทิศทาง ดวงดาวเก่าแก่โบราณแต่ละดวงๆ ถูกแกะสลักให้เป็นรูปปั้น แผ่ความอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา ลอยอยู่ในท้องฟ้าดารา
มีจำนวนมากถึงหลายสิบล้านดวง
ระลอกคลื่นเป็นระลอกๆ แผ่ออกมาจากพวกองค์ท่าน
และบนดวงดาวทุกดวง ล้วนมีเทพเจ้าและเผ่าทาสที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเหล่าองค์ท่านอยู่
ในที่ไกล แม่น้ำดาราอันยิ่งใหญ่น่าตื่นตะลึงปกคลุมพื้นที่ที่ไม่มีสิ้นสุด
ในนั้นจะเห็นอสูรยักษ์เพ่นพ่าน จะเห็นเทพอสูรใบหน้าแปลกประหลาด และยังสามารถมองเห็นศาลเจ้ามากมาย แผ่อำนาจเทพอันน่าครั่นคร้ามออกมา ปกคลุมความว่างเปล่า
เมื่อมองไปรอบๆ รูปสลักดวงดาวและศาลเจ้าที่นี่ก็หนาแน่นนัก ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ปกคลุมทุกทิศทาง
บางครั้งยังมีรยางค์มากมายลอยขึ้นมาจากแม่น้ำดารา ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า และทะลุผ่านไปในห้วงอวกาศ
พร้อมกับเสียงพึมพำที่อยู่ในแนวรบปีกขวาของเทพเจ้า ดังสะท้อนก้องไปอย่างต่อเนื่อง
ที่นี่คือที่ตั้งของค่ายชั่วคราวปีกขวาฝ่ายเทพเจ้า
และใจกลางของค่ายชั่วคราวฝั่งเทพเจ้า ที่นั่นมีแท่นบูชาขนาดมหึมาเก้าแท่น
แท่นบูชาทั้งเก้านี้ ล้วนสร้างขึ้นจากกระดูกมากมายมหาศาล
ในกระดูกเหล่านี้ บางส่วนเป็นกระดูกไปแล้วโดยสมบูรณ์ แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นซากที่มีเลือดเนื้อ เผ่าพันธุ์ที่อยู่ภายในนั้นก็มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญหรือเทพเจ้า รวมถึงเผ่าพันธุ์ทาสที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเหล่าองค์ท่าน
แผ่กลิ่นอายอันน่าขนลุกหวาดกลัวและความตายอย่างสุดขีดออกมา
อีกทั้งบนแท่นบูชาล้วนมีไฟสลัวเย็นเยือกลุกไหม้ แสงไฟสีขาวซีดแผ่ออกมาเป็นวงแหวน
ราวกับเปลวเทียนแห่งความตาย ส่องแสงไปรอบๆ อย่างเงียบงัน
แสงของแต่ละแท่นต่างทับซ้อนกัน
และใจกลางของแท่นบูชาทั้งเก้านั้น แสงไฟที่วงแหวนเปลวเทียนทั้งเก้าทับซ้อนกันโดยสมบูรณ์ ตรงนั้น…มีโลงศพขนาดมหึมาที่ไม่มีฝาโลงลอยอยู่
ขนาดของโลงศพใบนี้ ความยาวขององค์ท่านเทียบได้กระทั่งกับดาวดวงหนึ่ง
ในนั้น…มีซากศพเทพเจ้าที่ทั้งร่างเป็นสีม่วงนอนอยู่ศพหนึ่ง!
ซากร่างนี้มีสามเศียรหกกร อีกทั้งทั่วทั้งร่างกายก็เต็มไปด้วยลวดลายเทพ น่าจะสูงส่งอย่างยิ่ง
เพราะบนร่างกายขององค์ท่าน ลวดลายเทพมากมายเหล่านั้นถักทอเป็นวงแหวนที่แฝงด้วยความลึกลับ!
เพียงแต่แหวนนี้ยังมีรอยร้าวเล็กๆ อยู่จำนวนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าอีกเพียงนิดเดียวก็จะสมบูรณ์อย่างแท้จริง
ทันทีที่สมบูรณ์ก็จะกลายเป็น…ผู้นำเทพ!
ตัวตนที่ในหมู่เทพเจ้า ก็เป็นรองเพียงผู้นำเทพเท่านั้น ย่อมไม่ธรรมดา
องค์ท่านคือฝ่ายเทพเจ้าที่รับผิดชอบแนวรบปีกขวาทั้งหมด แม่ทัพปีกขวาที่ควบคุมเทพเจ้าทั้งปวง!
เทพแท้จริงขั้นสูงสุด!
แต่ตอนนี้…องค์ท่านที่นอนอยู่ในโลงศพ เป็นซากศพไปแล้ว
คิ้วของศีรษะทั้งสามล้วนมีรอยแผลที่น่าสยดสยอง แทงทะลุวิญญาณ ทำลายอำนาจแห่งองค์ท่าน!
องค์ท่านแตกดับแล้ว!
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ถูกผู้บำเพ็ญปริศนาคนหนึ่งแอบซุ่มประชิด และสังหารในคราวเดียว!
หากสวี่ชิงอยู่ที่นี่และเห็นภาพนี้ เขาจะต้องตระหนักได้ว่า นี่…อาจเป็นสาเหตุที่ผู้บำเพ็ญแนวรบปีกซ้ายกลายเป็นโม่บดเลือดเนื้อ กลายเป็นตะเกียงแห่งชีวิตเพื่อดึงดูดทุกสิ่ง และทำให้แนวรบทั้งแถบกลายเป็นเหยื่อล่อ!
ใช้ผู้บำเพ็ญที่ปีกซ้ายเป็นเหยื่อล่อ ใช้ตะเกียงอำพราง ทำการลอบสังหาร!
เห็นได้ชัดว่า การลอบสังหารนี้สำเร็จ!
แต่ขณะเดียวกัน หากสวี่ชิงอยู่ที่นี่ ขณะที่ตระหนักได้ถึงแผนการของฝ่ายผู้บำเพ็ญแล้ว เขาก็จะต้องเกิดความสงสัยขึ้นเช่นกัน
ในเมื่อแผนการสำเร็จแล้ว เช่นนั้น เหตุใดโม่บดเลือดเนื้อที่แนวรบปีกซ้ายของฝ่ายผู้บำเพ็ญถึงยังคงดำเนินต่อไป อีกทั้งยังดุเดือดรุนแรง!
เว้นแต่ว่า…การลอบสังหารแม่ทัพปีกขวาของเทพเจ้า ก็เป็นเพียงแค่ขั้นตอนหนึ่งของแผนการของฝ่ายผู้บำเพ็ญเท่านั้น!
หากเป็นเช่นนั้นจริง เช่นนั้น แผนการของฝ่ายผู้บำเพ็ญจะต้องเป็น…แผนการที่เรียกได้ว่าไร้เทียมทานอย่างแน่นอน!
และในขณะนี้ รอบๆ โลงศพใบนี้ ในบริเวณที่แต่เดิมว่างเปล่า ท่ามกลางแสงไฟสลัว ค่อยๆ มีเทพเจ้าที่แผ่กลิ่นอายอันครั่นคร้ามน่ากลัว เดินออกมาจากความว่างเปล่า
เหล่าองค์ท่านทุกองค์ล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่ มีพลังอำนาจแข็งแกร่ง และด้านฐานะยิ่งไม่ธรรมดา ทุกองค์ล้วนเป็นแม่ทัพเทพแท้จริงในแนวรบปีกขวาของฝ่ายเทพเจ้า
ตอนนี้เมื่อปรากฏตัวแล้ว เเทพแท้จริงเหล่านี้ก็ยืนล้อมรอบโลงศพ
จากนั้นก็หมอบคารวะไปยังท้องฟ้าดาราเบื้องบน
ในหมอบคารวะของพวกเขา ท้องฟ้าดาราพลันมีเสียงคำรามดังขึ้น รอยแยกขนาดมหึมาปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ราวกับมีพลังสูงสุด ฝืนฉีกทึ้งอยู่ในนั้น
และในรอยแยกนั้น มีแสงเทพแผ่ลามมา สาดส่องไปทั่วทุกทิศทาง
ในแสงเทพเจ้า จะเห็นอาณาจักรเทพอันโอ่อ่า จะเห็นจักรวาลที่ไร้ขอบเขต จะเห็นเทพเจ้านับไม่ถ้วน เหล่าองค์ท่าน…กำลังหมอบคารวะเช่นกัน
ภายใต้การหมอบคารวะของทั้งสองฝ่าย เงาร่างงดงามสวมชุดคลุมยาวสีน้ำเงิน ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในแสงเทพเจ้า เดินออกมาทีละก้าวๆ
รูปลักษณ์ขององค์ท่านพร่ามัว ไม่อาจมองเห็นได้โดยตรง
เครื่องแต่งกายหรูหรา สีน้ำเงินบนชุดถูกย้อมจากมหาสมุทรนับไม่ถ้วนในระบบดาวที่สี่ บนศีรษะสวมมงกุฎหงส์ที่มีลูกปัดห้อยระย้า
ภายในมงกุฎนี้ มีหงส์ตัวผู้กำลังกรีดร้องอย่างน่าเวทนา มีหงส์ตัวเมียกำลังร้องคร่ำครวญ ส่วนไข่มุกแต่ละเม็ดที่ประดับอยู่บนนั้น…
เมื่อมองดูอย่างละเอียด ก็เห็นได้ชัดว่าแปรเปลี่ยนมาจากดวงตาพิเศษมากมาย
ดวงตาทุกดวงล้วนมาจากดวงตาของเทพเจ้าที่งดงามที่สุดในแต่ละเผ่าพันธุ์
มีจำนวนเหลือคณา ล้วนกำลังกะพริบอยู่
ทั้งแปลกประหลาดและงดงาม
และทั้งหมดนี้ล้วนบ่งบอกถึงฐานะที่สูงส่งของธิดาเทพที่กำลังเดินมา
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
ในทันทีที่ร่างที่อันงดงามขององค์ท่านเดินออกมาจากรอยแยก เทพแท้จริงทุกองค์ที่อยู่ด้านนอกโลงศพก็คุกเข่าลง
“องค์หญิงซิงโหมว!”
เสียงเทพยิ่งใหญ่ ทำให้ท้องฟ้าดาราปั่นป่วน ราวกับว่าแม้แต่กฎของระบบดาวที่สี่ในเสี้ยวขณะนี้ก็กำลังจะมอบความโปรดปรานอันไร้ขอบเขตให้กับธิดาเทพองค์นี้
เพราะองค์ท่านคือทายาทเทพเพียงหนึ่งเดียวของจักรพรรดิเทพที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ในระบบดาวที่สี่องค์นั้น!
ฝ่ายเทพเจ้า ผู้นำเทพก็คือจักรพรรดิเทพ!
เทพบิดาขององค์ท่าน คือการมีตัวตนสูงสุดที่รับผิดชอบการต่อสู้ระหว่างระบบดาวที่สี่และระบบดาวที่ห้าในครั้งนี้ ซึ่งก็เป็นเทพเจ้าที่ต่อสู้ช่วงชิงกับผู้นำเซียนจั้นหลู!
และเดิมทีองค์ท่านไม่มีทางที่จะมาปรากฏตัวที่นี่
สาเหตุที่มาปรากฏตัวในตอนนี้…เป็นเพราะเรื่องของแม่ทัพปีกขวาแบกรับภารกิจพิเศษ อีกทั้งยังไม่ทันทำภารกิจให้สำเร็จ ก็พลันแตกดับไป!
นี่ทำให้องค์ท่านต้องมาที่นี่ สำแดงอำนาจเทพสายเลือดแห่งราชวงศ์ขององค์ท่าน เพื่อเร่งการกลับมาของแม่ทัพที่แตกดับไป!
ด้วยอำนาจเทพสายเลือดขององค์ท่าน สามารถทำให้เทพแท้จริงที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเทพบิดาขององค์ท่าน เวลาของการฟื้นคืนชีพ ย่นระยะเวลาลงอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน ใช้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น!
ถึงแม้จะต้องจ่ายค่าตอบแทน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่รับไม่ได้ เพราะนี่คือพลังแห่งคุณสมบัติเทพเทพของเทพบิดาขององค์ท่าน!
ขณะเดียวกัน องค์ท่านในเมื่อมาที่นี่แล้ว เช่นนั้น ก็มีภารกิจของตัวเองเช่นกัน
ภารกิจขององค์ท่านคือการอยู่ที่นี่ เพื่อเร่งการกลับมาของเทพแท้จริงที่สิ้นชีพไปอย่างต่อเนื่อง
และวันนี้ก็เป็นวันแรกขององค์ท่าน
……
ขณะเดียวกัน ในระบบดาวที่สี่ ในทันทีที่ธิดาแห่งผู้นำเทพองค์นั้นลงมาเยือน ห่างออกไปอย่างไรขอบเขต ที่แนวหน้าของแนวรบปีกซ้ายฝ่ายผู้บำเพ็ญ สวี่ชิงที่กำลังเก็บกวาดอยู่ในสนามรบแห่งหนึ่ง การเก็บเกี่ยวจากซากศพหยุดลงอย่างกะทันหัน
เขาเงยหน้าตามสัญชาตญาณ ทอดสายตามองไปทางระบบดาวที่สี่
คิ้วค่อยๆ ขมวดขึ้นอย่างช้าๆ
“ที่นั่น…”
สวี่ชิงครุ่นคิด
ในเสี้ยวพริบตานั้น ไม่รู้ว่าทำไม ท่ามกลางความรางเลือน ในใจกระทั่งแม้แต่ในวิญญาณของเขาก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างยิ่งขึ้นมา
ความรู้สึกนี้คล้ายกับความหวาดกลัว แต่ก็คล้ายกับการพยากรณ์บางอย่างยิ่งกว่า
ราวกับว่ามีเรื่องที่กำหนดไว้แล้วบางเรื่อง กำลังคืบคลานเข้ามาทีละก้าวด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้