ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1248 สู้กับเทพแท้จริง
บทที่ 1248 สู้กับเทพแท้จริง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สวี่ชิงได้เห็นเทพแท้จริง!
แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเทพแท้จริงในความหมายที่แท้จริง!
เทพแห่งความทุกข์ทนปี้หมัวซือเมื่อครั้งก่อนคืออยู่ในระหว่างการฟื้นคืน ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นรายละเอียดหลายอย่างจึงไม่ได้สำแดงออกมาอย่างเต็มที่
อย่างเช่น ศาลเจ้า เทพในศาลเจ้า หรือคุณสมบัติเทพ…
“เทพในศาลเจ้านั่นถึงจะเป็นร่างจริงของท่านนี้ เกือบจะขาดเป็นสองท่อน เห็นได้ชัดว่ามาจากการลงมือของจอมเซียนหลิงเคอ เทพองค์นี้…ได้รับบาดเจ็บสาหัส!”
ร่างของสวี่ชิงถอยหลังไปในทันที ดวงตาทั้งสองส่องประกาย จับจ้องไปที่ศาลเจ้า
ผู้โบยบินสู่สวรรค์คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายก็ต่างปะทุพลังบำเพ็ญของตัวเองเช่นกัน ทำเช่นนี้กันทุกคน
และตอนนี้ศาลเจ้าส่งเสียงคำรามลั่น แผ่แสงสีทองระยิบระยับพร่างพรายออกมา
ถึงแม้ว่าโดยรวมจะทรุดโทรม แต่อำนาจเทพที่มาจากเทพในศาลเจ้านั้นก็ยิ่งใหญ่ดุจมหาสมุทร จากการเดินออกมาของเทพเจ้าในนั้นก็ปะทุออกไปสู่ภายนอกด้วยเสียงสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น
พลังอำนาจนี้ถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร แฝงด้วยเจตจำนงจะทำลายล้างทุกสิ่ง กลายเป็นพายุแห่งลมหายใจเทพ
พัดกวาดไปทั่วทุกสารทิศ
ท้องฟ้าดาราบิดเบี้ยว มิติแตกสลาย พวกสวี่ชิงต่างจิตใจปั่นป่วนรุนแรง
ความหวาดกลัวที่ดูเหมือนจะมาจากสัญชาตญาณของชีวิต มาจากวิญญาณก็เติบโตขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ กลายเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวที่ฝังลึกไปในจิตสำนึกของพวกเขา
จากนั้นจากเสียงของเทพที่สะท้อนก้อง
“ความหวาดกลัว!”
ทันทีที่เสียงเทพดังขึ้น เมล็ดพันธุ์ก็เติบโตขึ้นทันที ออกดอกออกผล ทำให้ความหวาดกลัวแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของทุกคน
เสี้ยวพริบตาถัดมา ทุกคนก็พ่นเลือดออกมา และเกิดการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดขึ้น
ร่างกายมีเกล็ดงอกออกมา แขนเปลี่ยนมาเรียวยาวขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยว และในปากมีเขี้ยวงอกออกมา…
หน้าตาของพวกเขาถูกบังคับเปลี่ยนไปให้เหมือนกับรูปลักษณ์ของเทพองค์นั้น!
ยิ่งอยู่ภายในจิตใจ ภายใต้การผลิดอกออกผลจากความหวาดกลัว ความรู้สึกหวาดกลัวก็ราวกับทะเลยิ่งใหญ่ปั่นป่วนขึ้นมา
ราวกับจะทำให้วิญญาณแปดเปื้อนไปด้วย
และทันทีที่สำเร็จ แม้ว่าจะไม่ถึงกับกายและจิตดับสลาย แต่ก็ไม่ต่างอะไรเท่าไรแล้ว
เพราะสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่ใช่พวกเขาอีกต่อไป
แต่เป็นสาวกและภาชนะของเทพแท้จริงองค์นั้น!
นี่คือความแข็งแกร่งของเทพแท้จริง
แต่เห็นได้ชัดว่า การบาดเจ็บสาหัสจากจอมเซียนหลิงเคอ ตลอดจนการควบคุมจากเจตจำนงวิญญาณเซียน ทำให้สภาวะของเทพแท้จริงตนนี้ย่ำแย่มาก ตอนนี้ก็ทำได้เพียงฝืนรักษาไว้เท่านั้น
หากเป้าหมายที่องค์ท่านสยบกำราบเป็นผู้บำเพ็ญทั่วไปก็ยังพอไหว ความอ่อนแอจะไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจนขนาดนี้
แต่พวกสวี่ชิง แต่ละคนล้วนไม่ใช่คนธรรมดาเลย
ดังนั้นในทันทีที่พลังของเทพแท้จริงแพร่กระจายและปะทุขึ้น สวี่ชิงและคนอื่นๆ ก็ต่างสำแดงไพ่ตาของตัวเองออกมาเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นพิษร้ายของหลี่เมิ่งถู่หลังจากที่เลื่อนระดับเป็นเตรียมเซียน หรือกระบี่หักลึกลับในมือของเสียหลิงจื่อเล่มนั้น หรือจะเป็นดวงตาพยากรณ์ของโจวเจิ้งลี่…
ในเสี้ยวขณะนี้ก็ใช้วิชาป้องกัน สำแดงขั้นสูงสุดออกมา
ยังมีซิงหวนจื่อ หย่วนซานซู่ และเชียนจวินปี้อี้ ต่างก็ทุ่มสุดกำลังเช่นกัน
ควบคุมเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงประหลาด
อีกทั้ง…ค่ายกลของพวกเขาไม่เกิดความวุ่นวาย แต่กลับล้อมรอบสวี่ชิงอย่างเป็นระเบียบ
การป้องกันที่เกิดจากไพ่ตายของแต่ละคนไม่ได้ปกป้องแค่ตัวเองเท่านั้น
แต่ยังแผ่กระจายออกไป ซ้อนทับกันบนร่างของทุกคน ระหว่างกันก็แทบจะผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว และยังปกคลุมไปยังสวี่ชิงที่อยู่ที่ใจกลางไว้โดยสมบูรณ์อีกด้วย!
ราวกับว่าสร้างเป็นกำแพงปราการเป็นชั้นๆ ไว้นอกร่างของสวี่ชิง!
นี่ทำให้สวี่ชิงที่อยู่ภายในกำแพง ไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงการป้องกัน สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือ…โจมตี!
นี่ก็คือวิธีการต่อสู้ที่ทุกคนได้หารือกันไว้ระหว่างที่เดินทาง
สวี่ชิงเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา ดังนั้นหัวใจสำคัญของการต่อสู้ก็คือการเสริมพลังให้กับสวี่ชิง
ดังนั้นในเสี้ยวพริบตาถัดมา ในขณะที่กายเนื้อของทุกคนเปลี่ยนแปลงไป วิญญาณแปดเปื้อน และจิตสำนึกเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกับที่พวกเขายังคงป้องกันอย่างเต็มที่ ทางสวี่ชิง ตัวอ่อนเซียนที่อยู่ในร่างก็พลันปรากฏออกมา
ร่างตัวอ่อนเซียนขนาดใหญ่ ครอบคลุมไปทั่วทุกทิศทางในทันทีที่ ยืนตระหง่านในท้องฟ้าดารา
วังเซียนแสงเรืองรองที่อยู่ในนั้น กำลังส่องแสง
และมือของตัวอ่อนเซียนยิ่งยกขึ้น แล้วฟาดลงไปที่ศาลเจ้าทันที
ท้องฟ้าดาราสั่นไหว พลังกดดันพวยพุ่งขึ้นอีกครั้ง
มือของตัวอ่อนเซียนอันใหญ่ยักษ์ ฟาดลงมาในเสี้ยวพริบตาด้วยพลังที่น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แต่ในทันทีที่จะสัมผัสกับศาลเจ้า เทพแท้จริงในศาลเจ้าก็เดินออกมา
ร่างกายที่บิดเบี้ยวจนเกือบจะหักเป็นสองท่อน แปลกประหลาดอย่างยิ่ง แขนเรียวยาวยกขึ้น ชี้ไปยังมือของตัวอ่อนเซียนที่กำลังลงมาเยือนทันที
พลังเทพแท้จริงปะทุขึ้นอีกครั้ง
จากการชี้ครั้งนี้ ตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงก็ส่งเสียงระเบิดคำรามขึ้น พร่ามัวไป ในนั้นเกิดไอพลังประหลาดขึ้น ถูกแยกส่วนอย่างรวดเร็ว สุดท้าย ไม่ทันที่จะร่วงลงมาก็แหลกสลายไป
ผลสะท้อนกลับและการบาดเจ็บสาหัสที่เกิดขึ้นไหลทะลักมายังสวี่ชิงทันที แล้วแบ่งให้ทุกคนแบ่งรับไป
ดังนั้นทุกคนต่างกระอักเลือดออกมา กลิ่นอายปั่นป่วนแผ่ระลอกคลื่น
ดวงตาของสวี่ชิงเต็มไปด้วยเส้นเลือด แหลอมรวมตัวอ่อนเซียนขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนเทพแท้จริงองค์นั้น ร่างกายเพียงไหววูบก็หายไปในทันที เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาอยู่หน้าทุกคน นิ้วเรียวยาวกดไปข้างหน้า
ความรู้สึกหวาดกลัวพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งมีอำนาจเทพแท้จริง ดุจภูเขากดทับ ลงมาเยือนอย่างไร้รูป
เสียงระเบิดตูมๆ ดังสะท้อนก้องในเสี้ยวพริบตา
สวี่ชิงและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าซีดเซียว เลือดไหลไปทั่ว ร่างกายกำลังเหี่ยวเฉา วิญญาณบิดเบี้ยว กำลังถูกทำให้แปดเปื้อนอย่างรุนแรง
การป้องกันต่างๆ กำลังสลายไป
พิษของหลี่เมิ่งถู่ก็บางลงอย่างต่อเนื่อง
ดวงตาของโจวเจิ้งลี่แตกสลายไปแล้ว
โซ่เหล็กของซิงหวนจื่อก็พังทลายอย่างต่อเนื่อง
เชียนจวินและปี้อี้ยิ่งร้องโหยหวน
กระทั่งว่ามีผู้โบยบินสู่สวรรค์สองคนก็มาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว เปลวเพลิงแห่งชีวิตจะมอดดับลงแล้ว
แต่พวกเขาก็ไม่เสียดายค่าตอบแทน กระทั่งว่าสำแดงวิชาลับกระตุ้น ฝืนยืนหยัดต่อไป
ภาพนี้ทำให้เทพแท้จริงองค์นั้นขมวดคิ้วเช่นกัน
องค์ท่านสภาวะย่ำแย่มาก การลงมือสองสามครั้งก่อนหน้านี้ก็ฝืนเต็มทีแล้ว และคนที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เซียนชั้นล่าง แต่ก็เป็นเตรียมเซียนทั้งหมด อีกทั้งแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะคนที่พวกเขาปกป้อง พลังของตัวอ่อนเซียนที่สำแดงออกมา ในช่วงที่องค์อยู่ในสภาวะสมบูรณ์พร้อมจะไม่สนใจก็ได้ แต่องค์ท่านในตอนนี้อยู่ในสภาวะอ่อนแอก็สามารถรับรู้ถึงอันตรายได้
นอกจากนี้ เวลาเป็นสิ่งที่ทำให้องค์ท่านให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
ศึกนี้จะต้องรีบสู้รีบจบ
ดังนั้นเทพแท้จริงองค์นี้สายตากวาดไป มองไปยังธิดาเทพที่เฝ้ามองสงครามนี้อยู่ที่ไกลมาโดยตลอด
“องค์หญิง ลงมือพร้อมกันพะย่ะค่ะ!”
องค์หญิงซิงโหมวได้ยินเช่นนั้นก็ยกเท้าขึ้น แต่ในยามที่จะก้าวลงไป ดวงตาขององค์ท่านประกายแสงเย็นเยือกก็ฉายวูบ แม้ว่าจะก้าวลงไป แต่ก็ไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า กลับถอยไปในระยะหนึ่ง
ใต้เท้าขององค์ท่านมีค่ายกลเทพส่งข้ามปรากฏขึ้นรางเลือน
ค่ายกลนี้ยิ่งกำลังเปิดขึ้น!
และสายตาขององค์ท่านก็มองไปยังสวี่ชิงที่ทำให้องค์ท่านรู้สึกหวาดกลัวที่สุด พลันเอ่ยปากขึ้น
“ค่ายกลนี้จะสำเร็จในยี่สิบอึดใจ!”
คำพูดนี้เมื่อดังออกมา สวี่ชิงก็เงยหน้าขึ้นพลัน ดวงตาทั้งสองหรี่ตาลง มองเห็นถึงความเด็ดขาดมุ่งมั่นของธิดาเทพ
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น โจวเจิ้งลี่และพวกซิงหวนจื่อ ในการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดนี้ ท่ามกลางความเจ็บปวด และภายใต้วิญญาณที่ถูกแปดเปื้อน ภายใต้การยืนหยัดอย่างเต็มที่ ก็ต่างเงยหน้าขึ้น และขมวดคิ้วเช่นกัน
สวี่ชิงถอนหายใจเบาๆ ในบรรดาคนทั้งหลายยกเว้นเชียนจวินและปี้อี้แล้ว ส่วนใหญ่ต่างก็เสียดายกันทั้งนั้น
เพราะระหว่างทางที่มา พวกเขามีแผนการแล้ว ภายใต้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน พวกเขาสามารถสร้างการโจมตีที่เรียกได้ว่าเป็นท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุด!
นี่คือท่าไม้ตาย แต่มีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น!
ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว การดำเนินการที่ดีที่สุดคือให้ธิดาเทพเข้าร่วมกับเทพแท้จริงองค์นั้นด้วย
เช่นนี้ก็จะไม่ทำให้ท่าไม้ตายนี้สูญเปล่า
แต่ธิดาเทพกลับเด็ดขาดเช่นนี้ แม้ว่าสภาวะที่พวกเขาแสดงออกมาในตอนนี้ ขอเพียงธิดาเทพร่วมมือกับเทพแท้จริงก็สามารถทำลายล้างพวกเขาได้ในทันทีที่
แต่…องค์ท่านก็ยังไม่เข้าร่วมมาด้วย!
และสภาวะของพวกเขาตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องโกหก ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถยืนหยัดต่อไปได้อีกแล้วจริงๆ …
ใจของสวี่ชิงก็ตัดสินใจในทันที
จิตสังหารในดวงตาก็ปะทุขึ้นทันที
ตัวอ่อนเซียนที่พังทลายลงก่อนหน้านี้ จากการเดือดพล่านขึ้นของพลังบำเพ็ญก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง และในครั้งนี้…ภายในนั้นไม่เพียงแต่มีวังเซียนแสงเรืองรองที่ส่องแสงวูบวาบเท่านั้น แต่ยังมีเหล็กแหลมเล่มหนึ่งด้วย!
แผ่ความเฉียบคมออกมาจากในวังเซียน!
นอกจากนี้ ยังมีธรรมนูญของทุกคน!
กฎระเบียบและความสมดุลของซิงหวนจื่อ รวมกับกฎแห่งสวรรค์ ทั้งหมดต่างรวมมาที่เหล็กแหลมเล่มนี้
เนตรพยากรณ์ของโจวเจิ้งลี่ก็กลายเป็นลำแสง วนล้อมรอบเหล็กแหลม
ยังมีหลี่เมิ่งถู่ หย่วนซานซู่ เสียหลิงจื่อ และผู้โบยบินสู่สวรรค์คนอื่นๆ ธรรมนูญของแต่ละคน ในเสี้ยวพริบตานี้ต่างกลายเป็นลำแสง วนล้อมรอบไปด้วย
ส่วนเชียนจวินและปี้อี้ก็แปลงเป็นกระบี่เซียน ผสานหลอมรวมไปกับเหล็กแหลม
หลอมรวมอำนาจเตรียมเซียนของคนทั้งหลาย ทำให้เหล็กแหลมเล่มนั้นกะพริบแสงวูบวาบที่ทำให้ท้องฟ้าดาราทั้งหมดสว่างไสว
นอกจากนี้ยังมีการหล่อเลี้ยงจากตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิง ทำให้เหล็กแหลมพลังอำนาจสะท้านฟ้า
ทั้งยังไม่จบแค่นั้น…ในเสี้ยวพริบตาถัดมา ในตัวอ่อนเซียน ผืนฟ้านภาครามก็ลงมาเยือน!!
ทันทีที่ผืนฟ้านภาครามปรากฏออกมา ท้องฟ้าดาราระเบิดกึกก้อง เทพแท้จริงก็หน้าเปลี่ยนสีไปเช่นกัน
และในรางเลือน ก็จะเห็นผืนฟ้านภาครามมีคลื่นวน และในคลื่นวนมีโลงศพใบหนึ่งลอยขึ้นมา!
ในโลงศพนั้น มีเทพแห่งความทุกข์ทนนอนอยู่!
อำนาจเทพขององค์ท่านถูกดึงออกมา ผสานไปในเหล็กแหลมเล่มนี้ เพียงพริบตา เหล็กแหลมที่ปรากฏบนสนามรบก็ปะทุพลังที่ยิ่งใหญ่สะท้านฟ้าสะเทือนดินออกมา
และเมื่อมาถึงตรงนี้ ก็ยังไม่จบแค่นั้น
ในเสี้ยวพริบตาถัดมา ธรรมนูญกาลอวกาศของสวี่ชิงก็ซ้อนทับกันออกมา ท่ามกลางเสียงครืนครานเลื่อนลั่น ภาพกาลอวกาศแต่ละแห่งๆ ต่างสะท้อนภาพเหล็กแหลมที่สะสมพลังออกมา
ดังนั้นเมื่อกวาดตามองไป รอบๆ ตัวสวี่ชิง ในกาลอวกาศมากมาย ในกาลอกาศทุกแห่งล้วนมีเหล็กแหลมปรากฏขึ้น!
เหล็กแหลมนับร้อยแท่ง จากจิตสังหารในดวงตาของสวี่ชิงรุนแรงขึ้น ก็ยกมือสะบัด
ทะลุผ่านไปในกาลอวกาศที่มันอยู่ทันที รวมเข้าด้วยกัน!
เหล็กแหลมนับร้อยเล่มกลายเป็นตะปูหนึ่งดอก!
จากนั้น ตะปูที่แฝงด้วยอำนาจสูงสุด และรวบรวมพลังของทุกคน ด้วยธรรมนูญสิบเก้าสาย ด้วยพลังแห่งแสงเรืองรอง และด้วยพลังของผืนฟ้านภาคราม ก็พุ่งไปยังเทพแท้จริงองค์นั้นในทันที!
ไม่อาจใช้ความเร็วมาพรรณาได้ เพราะในพริบตาที่ตะปูพุ่งไป ความจริงแล้วเหตุการณ์ที่ทุกคนเห็น ก็เกิดขึ้นเพียงในรอยเงาของอดีตเท่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตคือ ตะปูดอกนี้ได้ตอกลงไปบนร่างของเทพแท้จริงองค์นั้นแล้ว!
ตอกลงไปยังบริเวณที่องค์ท่านเดิมก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ซึ่งก็คือช่วงเอวที่เกือบจะหักขององค์ท่าน!
แทงเข้าไปเต็มแรง!
เสียงน่าเวทนาก็ดังกึกก้องท่วมฟ้า
เทพแท้จริงองค์นั้นสั่นสะเทือน อำนาจของเทพทุกอย่างในร่าง ในเสี้ยวขณะนี้ปั่นป่วนขึ้นมา ศาลเจ้ายิ่งพังทลายลง คุณสมบัติเทพหม่นหมองในทันที
เลือดเทพไหลทะลักออกมา
แต่องค์ท่านจะอย่างไรก็เป็นเทพแท้จริงไพ่ตายที่หลอมรวมมาจากพลังของพวกสวี่ชิง คิดจะสังหารเทพแท้จริง ต่อให้เป็นเทพแท้จริงที่อ่อนแอและบาดเจ็บสาหัสอย่างยิ่ง ก็ยังเป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้
เว้นแต่ว่าองค์ท่านจะอยู่ในระหว่างการฟื้นคืนชีพเช่นเดียวกับเทพแห่งความทุกข์ทน เพราะขอเพียงทำลายการฟื้นคืนชีพได้ ก็จะชนะ
ดังนั้น การปะทุของตะปูนี้จึงไม่ได้ทำให้เทพแท้จริงองค์นี้แตกดับ
แต่…สถานะเทพแท้จริงขององค์ท่านถูกทำลายลงทันที!
ตอนนี้กลิ่นอายก็ลดลงฮวบลง ขอบเขตร่วงลงมา!
เช่นนี้เอง ความหวาดกลัวของวิชาเทพขององค์ท่าน พลังก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน ทำให้ความผิดปกติบนร่างกายของทุกคนกลับคืนสู่สภาพเดิมในทันที
เรื่องราวทั้งหมดนี้พูดแล้วเหมือนจะยาวนาน แต่ในความจริงแล้วเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ตอนนี้จากเสียงสะท้อนก้องของเสียงน่าเวทนา เทพชราที่ระดับตกลงองค์นั้น ในดวงตาฉายจิตสังหารรุนแรง กำลังจะโต้กลับ
แต่ในตอนนี้เอง รูม่านตาขององค์ท่านก็พลันหดเล็ก ร่างถอยหลังไปในทันที
เพราะ…ในท้องฟ้าดาราที่อยู่ไกลออกไป ในขณะที่นี้มีกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญมากมายกำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็วนั่นคือกองทัพคะนึงมังกรที่ได้รับรายงานจากพวกสวี่ชิงเมื่อก่อนหน้านี้
พวกเขากำลังมาแล้ว!
เมื่อเห็นเช่นนั้น เทพชราก็พุ่งตรงไปยังค่ายกลส่งข้ามที่ธิดาเทพอยู่ แต่…แทบจะในทันทีที่องค์ท่านถอยกลับมา ธิดาเทพซิงโหมวที่ยืนอยู่ในค่ายกลส่งข้ามก็พลันพูดขึ้นด้วยเสียงอันเย็นชา
“ระเบิดตัวเอง สังหารคนคนนี้เสีย!”
“การฟื้นคืนชีพของเจ้า จะต้องเป็นตัวเจ้าเองอย่างแน่นอน อีกทั้งเทพบิดาของข้าจะเป็นผู้ชักนำด้วยตัวเองอย่างแน่นอน!”
“นี่คือคำมั่นสัญญาที่ข้าให้เจ้าด้วยสายเลือดของข้า!”
องค์หญิงซิงโหมวยกมือ และชี้ไปที่สวี่ชิง!
ร่างกายของเทพชราหยุดนิ่งไปในทันใด