ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1288 ฟ้าดาราเกิดเรื่อง
บทที่ 1288 ฟ้าดาราเกิดเรื่อง
ระบบดาวที่สี่ สงครามยังสืบเนื่อง
ตอนนี้จักรวาลแห่งหนึ่งบนระบบดาวที่สี่ สงครามขนาดย่อมกำลังปะทุ
ฝ่ายผู้บำเพ็ญคือกองทัพวิญญาณนภาปีกขวา พวกเขารับหน้าที่เก็บกวาดจักรวาลนับพันแถบนี้เป็นครั้งสุดท้าย
ฝ่ายที่ทำสงครามกับพวกเขาคือเผ่าเทพที่เดิมครอบครองจักรวาลนับพันนี้
เผ่านี้เคยมีอิทธิพลกว้างขวาง มีเทพแท้สิบกว่าองค์ แข็งแกร่งอย่างยิ่ง แต่การกวาดล้างของกองทัพหลักระบบดาวที่ห้าก่อนหน้านี้กำจัดเทพแท้เกือบหมด กลุ่มเผ่าพันธุ์แตกฉานซ่านเซ็น
มีเพียงเหล่าผู้เหลือรอดซ่อนตัวเหมือนปลาเล็ดลอดจากตาข่าย
ตอนนี้พวกปลาเล็ดลอดจากตาข่ายรวมตัวกัน ถูกกองทัพวิญญาณนภาตรวจพบ ดังนั้นจึงมีสงครามกวาดล้างครั้งนี้
ทว่า… แม้สถานการณ์เข้าข้างระบบดาวที่ห้า แต่ใช่ว่าจะชนะทุกสมรภูมิ
เกิดเรื่องไม่คาดฝันบ้าง
แต่เรื่องผิดคาดเหล่านี้มักเกิดกับสงครามขนาดย่อม ดังนั้นอิทธิพลต่อภาพรวมไม่มากนัก
อย่างสงครามกวาดล้างตอนนี้ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
เผ่าเทพกลุ่มนี้ถึงขั้นมีเทพแท้สองคนซ่อนอยู่!
การปรากฏตัวของเหล่าองค์ท่าน ทำให้กองทัพวิญญาณนภาที่มีแค่แม่ทัพเป็นเซียนคิมหันต์เพลี่ยงพล้ำ
ดังนั้นการห้ำหั่นของสองฝ่ายจึงยิ่งดุเดือด
เมื่อกวาดสายตาไป กองทัพที่เกิดจากผู้บำเพ็ญนับแสนรวมตัวกันนี้ บาดเจ็บล้มตายไม่น้อย
ส่วนแม่ทัพเซียนคิมหันต์ แม้ว่าขวางเทพแท้สองคนเต็มกำลัง แต่ตัวเองก็พลังแห้งเหือดแล้ว
สิ่งสำคัญยิ่งคือถูกเทพเจ้าใช้วิชาตัดขาดจากรอบข้าง ทำให้คลื่นสะเทือนที่นี่แพร่ออกไปไม่ได้ จิตเทพก็เช่นเดียวกัน ตัดการขอความช่วยเหลือของผู้บำเพ็ญ
สำหรับสงครามโดยรวม ต่อให้ที่นี่เทพเป็นฝ่ายชนะก็ยังเปลี่ยนภาพรวมไม่ได้ หลังจากนี้ย่อมมีกองทัพผู้บำเพ็ญอื่นมาตามล่าทำลายสิ้น
แต่สำหรับกองทัพวิญญาณนภา ศึกนี้คือ… เคราะห์เป็นตาย
‘หนีไม่พ้นแล้ว…’
ในฟ้าดาราแม่ทัพสวมเกราะเต๋า หน้าตางดงาม ขณะเดียวกันก็ยังไม่ขาดพลังสังหาร ท่าทางสง่าผ่าเผย
นางไม่ใช่เซียนคิมหันต์รุ่นเก่า แต่เพิ่งเลื่อนขั้นเมื่อร้อยปีก่อน
ทว่าตอนนี้เกราะเต๋าแตกหัก สีหน้านางซีดเผือด ร่างกายบาดเจ็บไม่น้อย ถูกเทพแท้สององค์ล้อมโจมตี
เทพแท้สององค์นั้นท่าทางแปลกประหลาดถึงขีดสุด
องค์หนึ่งตัวยาวหมื่นจั้ง ไม่ใช่ร่างคน คล้ายงูเหลือมยักษ์ ทั้งตัวเกิดจากกะโหลกทเพมากมายต่อกัน โดยรวมเหมือนตัวแทนความตาย
ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่าน เกิดไอพลังประหลาดเข้มข้นเป็นระลอก คุณสมบัติเทพมรณะกำลังปะทุ
อีกองค์คือก้อนเลือดเนื้อเคลือบเมือกทั้งขยับไม่หยุด
เมือกที่ซึมออกมาจากร่างองค์ท่านแฝงพิษร้ายแรง ก่อตัวเป็นฝนฟ้าดารา เปลี่ยนเป็นวังวนมหึมา ปกคลุมทั่วทิศ
ในวังวนนั้นดอกเหมยดำหน้าคนมากมายเบ่งบาน กลายเป็นทะเลบุปผา ชวนประหวั่นพรั่นพรึง
ภายใต้การล้อมโจมตีของเทพแท้สององค์ สตรีผู้นี้ยิ่งลำบากกว่าเดิม ยามกระอักเลือดออกมา นางระเบิดพลังบัญญัติ ฝืนต้านแล้วถอยร่นออกมา
เมื่อเห็นภาพอนาถของบริวารโดยรอบ เห็นความบ้าระห่ำของกองทัพเทพเจ้า รับรู้ถึงการตัดขาดของจักรวาลแห่งนี้ นัยน์ตานางฉายแววเด็ดเดี่ยว
ยกมือขวาขึ้น ผลาญพลังบำเพ็ญตัวเองฉับพลัน กลายเป็นอานุภาพสังหารเทพ ระเบิดพลังไปโดยรอบ
พลังเซียนคิมหันต์ยิ่งแข็งแกร่ง
ทำให้จักรวาลปั่นป่วน ฟ้าดาราดังครั่นครื้น
เทพแท้สององค์เห็นว่าเป็นเช่นนี้ พวกเขาทยอยถอยหลบ
เหล่าองค์ท่านไม่ได้สภาพสมบูรณ์ การกวาดล้างของกองทัพผู้บำเพ็ญก่อนหน้านี้ แม้ว่าเหล่าองค์ท่านโชคดีรอดมาได้ แต่ยังบาดเจ็บไม่น้อย
หลังจากถูกบีบให้ถอย สตรีผู้นี้ไม่ลังเล ทั่วร่างเปล่งแสงเงิน มือขวาที่เงื้อขึ้นตัดขาดเอง เลือดเนื้อแผดเผาชั่วพริบตา ควบรวมตรงกระดูกแขน
ใช้กระดูกแขนรับพลังเซียนคิมหันต์ของตน รวมบัญญัติทั้งหมด ก่อตัวเป็นจันทร์เสี้ยวสีเงิน พุ่งไปห้วงอากาศห่างไกล หวังฝากรอยประทับไว้
นางทุ่มเททุกอย่าง ใช้กระดูกกับบัญญัติตน หวังสร้างรอยแยกหนึ่ง จากนั้นค่อยส่งจิตเทพออกไปขอความช่วยเหลือ
ทำเช่นนี้… ถึงจะพ้นเคราะห์ได้
แต่เมื่อจันทร์เสี้ยวสีเงินที่สร้างจากกระดูกนางกำลังประทับห้วงอากาศ เทพแท้ที่มีร่างจากกะโหลกนับไม่ถ้วนวาบไหว ปรากฏตัวตรงจันทร์เสี้ยวสีเงินทันที
นัยน์ตาฉายแววเย็นชาเหี้ยมโหด อ้าปากมหึมากลืนจันทร์เสี้ยวสีเงินนั่น
ต่อให้ร่างกายส่งเสียงครืนครั่น กะโหลกนับไม่ถ้วนแตกละเอียด แต่องค์ท่านไม่เปิดปากสักนิด ใช้ตัวเองสลายบัญญัติในจันทร์เสี้ยว ทำให้การขอความช่วยเหลือล้มเหลว
เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ สตรีนั้นทอดถอนใจ นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยวทันที ไม่เสียดายค่าตอบแทนอีก
แต่ตอนนี้เอง!
กลิ่นต้นไม้ใบหญ้าพลันปรากฏในจักรวาลแห่งนี้ อบอวลทั่วทิศ
ดึงดูดความสนใจผู้บำเพ็ญทุกคน ทำให้เทพเจ้าทั้งหมดหวาดหวั่น แม้แต่เทพแท้สององค์นั่น ตอนนี้ยังสั่นสะท้านในใจ มองห้วงอากาศเหมือนแม่ทัพเซียนคิมหันต์คนนั้น
เห็นเพียงความว่างเปล่าเกิดคลื่นสะเทือน การปิดกั้นกับผนึกทั้งหมดในนั้น ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเปราะบางหาใดเปรียบ แตกละเอียดทันที
สะพานถักทอจากประกายดาวกับพืชวิญญาณปรากฏ ทิ้งตัวมาทางจักรวาลแห่งนี้
ภาพนี้สร้างความปั่นป่วน ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนสนามรบสั่นสะท้านในใจ
ทั้งเมื่อสะพานปรากฏยังมีกลิ่นอายวิญญาณเซียนเข้มข้น ทำให้ผู้บำเพ็ญที่นี่ต่างฮึกเหิม
ฝ่ายเทพเจ้าพากันหวาดหวั่น
สิ่งที่ดึงดูดสายตาคือบนสะพานนั้น…เงาร่างหนึ่งกำลังปรากฏ
เงาร่างนั้นก้าวเดินบนสะพาน เมื่อมาถึงที่นี่ ทั้งตัวแผ่พลังกดดันชวนประหวั่น ทั้งมีกลิ่นอายอัศจรรย์สะท้านฟ้าสะเทือนดิน รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนเป็นชัดเจน สะท้อนเข้าสู่สายตาผู้บำเพ็ญทุกคน
เพียงปราดเดียวก็จำได้!
“อริยะเซียนสวี่ชิง!”
สตรีระดับเซียนคิมหันต์นัยน์ตาหดรัด นางไม่ใช่แค่รู้จักสวี่ชิง แต่ยังสัมผัสพลังของนายแห่งเซียนจากสะพานนั้นได้ ขณะเดียวกันยังสัมผัสดวงชะตาเข้มข้นที่มาพร้อมสวี่ชิงได้
เทพแท้สององค์ข้างกาย ตอนนี้กลับถอยร่น เลือกหนีโดยไม่ลังเล!
เหล่าองค์ท่านไม่รู้จักสวี่ชิง แต่สัมผัสถึงความน่ากลัวของสะพานนี้กับปราณพิฆาตเข้มข้นที่แผ่จากตัวผู้มาเยือนได้
นั่นคือปราณพิฆาตที่ควบรวมจากการสังหารเทพมากมาย!
ส่วนระดับของผู้มาเยือน เหล่าองค์ท่านสัมผัสได้ว่าไม่ใช่เซียนคิมหันต์ ควบรวมปราณพิฆาตและครองสะพานเช่นนี้ ไม่มีทางเป็นพวกธรรมดา
สิ่งสำคัญคือผนึกตัดขาดพังทลาย การซ่อนตัวที่นี่เปิดเผยแล้ว
แต่ชั่วพริบตายามเหล่าองค์ท่านถอยร่น นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเยียบเย็น เดินออกมาก้าวหนึ่ง
สะพานใต้ฝ่าเท้าทอดยาวออกไป
ฟ้าดาราแตกละเอียด ห้วงอากาศปั่นป่วน
พลังน่ากลัวสะเทือนใต้หล้า ทิ้งตัวหน้าเทพแท้ที่ร่างสร้างจากกะโหลกเทพเจ้า
สะพานใต้ฝ่าเท้ามาเยือน ปะทะตัวเทพแท้ฉับพลัน
จิตวิญญาณเทพแท้แตกเป็นเสี่ยง รู้สึกถึงวิกฤติเป็นตายอย่างไม่เคยเจอมาก่อน ปากแผดเสียงคำราม ถอยร่นรวดเร็ว หวังจะหลบเลี่ยง
ขณะเดียวกันยังระเบิดอำนาจเทพ ถึงขั้นไม่สนว่าร่างกายแห้งเหี่ยว รวบรวมคุณสมบัติเทพออกมา
แต่ไม่ว่าองค์ท่านหลบหนีอย่างไรก็เปล่าประโยชน์
ไม่ใช่เพราะพลังของสวี่ชิง แต่เป็นการสังหารที่สวี่ชิงยืมพลังจากสะพานจวนซ่านสลายนั่น
คล้ายพลังอำนาจของนายแห่งเซียน!
ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่าน เปี่ยมพลังทำลายล้าง โจมตีเทพแท้นั่น
ท่ามกลางเสียงกัมปนาท เทพแท้ตัวสั่นสะท้าน ร่างพังทลายฉับพลัน จิตวิญญาณย่อยยับชั่วพริบตา
จิตสิ้นวิญญาณสลาย… ทันที!
บัดนี้สะพานนั้นถือว่าทำภารกิจสำเร็จ กลายเป็นแสงเงินซ่านสลาย
ขณะเดียวกันสวี่ชิงระเบิดพลังบำเพ็ญดังกึกก้อง พลังระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุดล้นฟ้า กาลอวกาศทับซ้อนนับไม่ถ้วน ก่อตัวเป็นจักรวาลทับซ้อนมากมาย
คล้ายหมื่นเซียนปรากฏ แค่ก้าวเดียวหมื่นเซียนขยับเคลื่อนพร้อมกัน