ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1290 นี่คืออาชิงน้อยอย่างนั้นหรือ
บทที่ 1290 นี่คืออาชิงน้อยอย่างนั้นหรือ
พลังบำเพ็ญระดับเตรียมเซียนช่วงกลาง ในเสี้ยวขณะนี้โหมกวาดไปราวพายุคลั่ง ปกคลุมท้องฟ้าดาราที่อยู่ใกล้เคียงในเสี้ยวพริบตา ยิ่งปกคลุมจักรวาลที่อยู่ ก่อเป็นหายนะสวรรค์ขึ้นมา
ทำให้สายฟ้าแลบแปลบปลาบคำรามเลื่อนลั่น ฟาดลงมาในทุกสารทิศ
ยิ่งธรรมนูญแห่งกฎระเบียบแปรเปลี่ยนเป็นโซ่เหล็กมากมาย ทะลุผ่านความว่างเปล่า ปิดผนึกทุกสิ่ง
ซิงหวนจื่อในขณะนี้ทุ่มเทสุดกำลัง
ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงเงาร่างหนึ่งที่กำลังหลบหนีอย่างรวดเร็วภายในรอยแยกมิติแห่งหนึ่ง!
ร่องรอยของเงาร่างนี้ซ่อนเร้นเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะพลังบำเพ็ญของซิงหวนจื่อที่ใกล้เคียงกับระดับเตรียมเซียนช่วงปลาย เกรงว่าก็คงยากที่จะสัมผัสได้
รูปลักษณ์หน้าตาของเงาร่างนั้นก็ค่อนข้างประหลาด
เขามีศีรษะของเผ่ามนุษย์ปกติ หน้าตาธรรมดา เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง
แต่ร่างกายกลับมีขนาดเพียงเด็กอายุห้า หกขวบเท่านั้น
สวมชุคคลุมยาวหลวมโพรก ราวกับเงาของภูตผี
ส่วนกลิ่นอาย……เป็นเพียงระดับเจ้าเหนือหัวเท่านั้น
แต่ความเร็วกลับน่าตื่นตะลึง อีกทั้งร่องรอยเลือนลาง ราวกับว่าใช้วิชาลับบางอย่าง กระทั่งว่าร่างกายของเขากับระบบดาวก็ดูเหมือนจะหลอมรวมกันแล้วเล็กน้อย
เมื่อเห็นเช่นนี้ ในดวงตาซิงหวนจื่อจิตสังหารท่วมท้น ในขณะที่มือขวาประสานปางมือ สายฟ้านับไม่ถ้วนและโซ่เหล็กแห่งกฎระเบียบก็พุ่งตรงไปยังเงาร่างนั้น ส่วนตัวเองก็ก้าวไปหนึ่งก้าว
จิตสังหารกลายเป็นวัตถุจริง ปิดผนึกความว่างเปล่า!
ในดวงตาของเขายิ่งเป็นสีแดงก่ำ
เพราะฝุ่นกฎแห่งสวรรค์ที่ถูกกลืนกินไปนั้นมีความสำคัญกับเขาอย่างยิ่งยวด มันเป็นผลจากความพยายามทั้งหมดของเขาในช่วงนี้ อีกทั้งเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เขายังตั้งใจหาสถานที่ซ่อนเร้นแบบนี้โดยเฉพาะอีกด้วย
กระทั่งว่าในเศษซากดาวแห่งนี้ เขาไม่เพียงแต่วางค่ายกลต้องห้ามเอาไว้มากมายเท่านั้น ทั้งยังยังตรวจสอบอย่างละเอียดทุกครั้งที่เข้าออกอีกด้วย
แต่ไม่เคยคิดเลยว่าก็ยังจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น!
ปากขนาดใหญ่นั้นมาอย่างกะทันหันเกินไป วิธีการที่ปรากฏตัวขึ้นก็แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ซิงหวนจื่อไม่อาจตรวจจับได้ล่วงหน้าเลย
ดังนั้นตอนนี้หลังจากที่สัมผัสรับรู้ ซิงหวนจื่อทั้งคนก็เหมือนภูเขาไฟที่ปะทุ พุ่งออกไปในทันที
ทุกที่ที่ผ่าน ท้องฟ้าดาราพังทลาย มิติแตกสลาย ผู้บำเพ็ญที่ถูกจับเป้าหมายไว้ก็ถูกปกคลุมไปทันใด
พังทลายแตกเป็นเสี่ยงๆ ไปทันที
แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ก็กลับมารวมตัวกันใหม่ และหลบหนีไปอีกครั้ง
ซิงหวนจื่อแค่นเสียงหึขึ้นจมูก ในเสี้ยวพริบตาที่ก้าวเท้าลงมา ก็เหยียบเข้าไปในมิติที่อีกฝ่ายอยู่แล้ว พลังกดดันบนร่างพลันแผ่ออกมา ทำให้รอบๆ ตัวของคนที่กำลังหลบหนีที่อยู่ในที่ไกลๆ เกิดแรงบีบอัดขึ้น
นั่นคือการบีบอัดของกฎระเบียบ นั่นคือการปะทุของพลังตัวอ่อนเซียน
คนแปลกประหลาดคนนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว ร่างกายแหลกสลายไปอีกครั้ง
ครั้งนี้มันไม่ได้รวมตัวกันใหม่ แต่เลือดเนื้อที่แหลกสลายทั้งหมดได้กลายเป็นหนอนสีฟ้ามากมาย และแยกย้ายกันออกไปรอบๆ ด้วยความเร็วที่เร็วยิ่งกว่าเดิม
ยิ่งไปกว่านั้นในการแยกย้ายกันไปนี้ ยังพ่นหมอกจำนวนมหาศาลออกมา ในขณะเดียวกับที่บิดเบือนความว่างเปล่า ก็ยังพลิกกฎระเบียบให้กลับตาลปัตรอีกด้วย
หมอกเหล่านี้มีสีสันสดใส แผ่ความรู้สึกถึงความสกปรกออกมา แต่พลังบำเพ็ญของซิงหวนจื่อลึกล้ำ จากการกะพริบส่องแสงของธรรมนูญ สิ่งที่ไม่อยู่ในกฎระเบียบทั้งหมดก็พังทลายลงไปในทันที ไม่หลงเหลืออยู่อีก
ไม่ใช่แค่หมอกที่เป็นเช่นนี้เท่านั้น แม้แต่หนอนที่กระจัดกระจายไปทั้งหมดก็แหลกสลายไปทุกตัวเช่นกัน
เพียงแต่ในเสี้ยวพริบตาที่พังทลาย ก็มีไอเย็นที่ไม่มีที่สิ้นสุดปะทุตามออกมา ปกคลุมรอบๆ ไปอย่างบ้าคลั่ง
ไอเย็นนี้ไม่ใช่การแช่แข็ง แต่เป็นการทำลายล้าง
ทำลายล้างร่องรอยทั้งหมด!
ทำให้เขาดูเหมือนว่าตาย แต่ความจริงแล้วร่างจริงของเขา ในการทำลายร่องรอยนี้ ก็ได้หายลับไปแล้ว
ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ร่างของซิงหวนจื่อก็ปรากฏขึ้น ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมจ้องมองรอบๆ
เขาได้สูญเสียการสัมผัสรับรู้โจรผู้นั้นแล้ว!
“คนผู้นี้แม้จะอ่อนแอ แต่ร่างกายกลับแปลกประหลาด……”
ประกายเย็นเยือกในดวงตาของซิงหวนจื่อเข้มข้นขึ้น อีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าการขโมยแบบนี้ได้ลงมือมามากเกินไป การถูกไล่ล่าสังหารก็เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นจึงทำให้ประสบการณ์การเอาชีวิตรอดของเขามีมากมาย มีกลเม็ดมากมายอีกทั้งยังแปลกประหลาด
ในชั่วเวลาสั้นๆ ซิงหวนจื่อไม่สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ
“แต่ฝุ่นกฎแห่งสวรรค์กับของข้าธรรมนูญนั้นเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด เจ้าถึงแม้จะมีวิชาพิเศษในการหลบหนี แต่กับแค่ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัว คิดอยากจะหลอมก็ไม่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ…”
ซิงหวนจื่อหัวเราะเสียงเย็น ร่างกายเพียงไหววูบอาศัยการรับรู้ถึงกฎแห่งฟ้า เไล่ตามไปอีกครั้ง
หลายวันต่อมา ในท้องฟ้าดารา ร่างของซิงหวนจื่อก็ปรากฏขึ้น ใบหน้าของเขาดูย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง ยืนอยู่ตรงนั้นหลับตาไม่เอื้อนเอ่ย
ไม่นาน ในยามที่ความว่างเปล่ารอบๆ ตัวเขาบิดเบี้ยว ร่างของเสียหลิงจื่อก็ก้าวออกมา หลังจากปรากฏตัวขึ้น เขามองไปที่ ซิงหวนจื่อ แสยะยิ้มออกมา
“ซิงหวนจื่อไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เจ้าต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเราเหมือนกัน”
ซิงหวนจื่อไม่ได้สนใจ
เสียหลิงจื่อเลิกคิ้วขึ้น ไม่ได้พูดอะไรอีก ในขณะที่ความว่างเปล่าข้างๆ เขารางเลือนเป็นอย่างยิ่ง หย่วนซานซู่ก็มาถึง
จากนั้นก็เป็นเชียนจวินและปี้อี้ เดิมทีพวกเขาไม่เต็มใจที่จะมา แต่เมื่อคิดว่าในอนาคตอาจต้องพึ่งพาซิงหวนจื่อจึงมาที่นี่
ตามมาด้วยหลี่เมิ่งถู่ที่กลับมาในช่วงนี้
สุดท้ายเงาร่างของโจวเจิ้งลี่ก็ลงมาเยือน
“ซิงหวนจื่อ ด้วยพลังบำเพ็ญของเจ้า เหตุใดผู้ที่เทียบได้กับผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวคนหนึ่ง ถึงได้หนีได้จนถึงตอนนี้”
ซิงหวนจื่อลืมตาขึ้น สายตากวาดมองทุกคน หลังจากเงียบไปเล็กน้อย เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง
“คนคนนั้นแม้จะมีพลังบำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัว แต่กลับแปลกประหลาดอย่างยิ่ง ทั้งดูเหมือนผู้บำเพ็ญ แต่ก็ดูเหมือนเทพเจ้า ยิ่งเหมือนสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด อีกทั้งตัวเขามีความเป็นอมตะ สามารถแยกส่วนได้นับครั้งไม่ถ้วน”
“ในช่วงนี้ ข้าบดขยี้เขาไปหลายครั้ง แต่เลือดเนื้อที่เขากระจายไปข้างนอกก็สามารถทำให้เขาฟื้นคืนชีพได้”
“อีกทั้งให้ด้านการซ่อนอำพรางก็ยิ่งเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง”
“แม้แต่ฝุ่นกฎแห่งสวรรค์ของข้าในช่วงนี้ก็ยังมีสัญญาณว่าถูกเขาหลอมแล้ว ข้าสงสัยว่าคนคนนี้ดูเหมือนผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัว แต่จริงๆ แล้วน่าจะเป็นเทพแท้จริงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส!”
“ดังนั้นในครั้งนี้ จึงขอรบกวนพวกท่านแล้ว เรื่องนี้ถือว่าข้าเป็นหนี้บุญคุณพวกท่านทุกคน!”
น้ำเสียงของ ซิงหวนจื่อค่อนข้างแข็งกระด้าง เขาไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใครมาก่อน ครั้งนี้ก็เป็นเพราะไม่มีหนทางแล้วจริงๆ เวลาก็กระชั้นชิด จึงได้เชิญทุกคนมา
คนทั้งหลายเมื่อได้ยิน ก็ต่างแสดงความสนใจออกมา
โจวเจิ้งลี่กวาดสายตาไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้า ยิ้มเอ่ยขึ้น
“ไม่มีปัญหา ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้พวกเราช่วยอย่างไร”
“ข้าได้จับเป้าหมายโจรคนนั้นไว้ในจักรวาลข้างหน้านี้แล้ว รบกวนพวกท่านใช้ค่ายกลผนึก จับเป้าตำแหน่งการหลบหนีทุกหนทาง ข้าจะหลอมจักรวาลนี้ เพื่อไม่ให้เจ้าโจรนั่นมีโอกาสหลบหนีไปได้อีก!”
ซิงหวนจื่อเอ่ยเสียงต่ำทุ้ม
เมื่อหลี่เมิ่งถู่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ในขณะที่ยกมือธรรมนูญของเขาก็ลอยขึ้นมา ก่อตัวเป็นดอกไม้พิษขนาดมหึมาปกคลุมไปยังจักรวาลแห่งนี้ ปล่อยธรรมนูญพิษออกมาเป็นหมอกมหาศาล
เสียหลิงจื่อยิ้มเล็กน้อย หยิบกระบี่หักออกมา เพียงพริบตาจิตสังหารพุ่งขึ้นท่วมฟ้า ก่อตัวเป็นอาณาเขตต้องห้าม
หย่วนซานซู่และเชียนจวินปี้อี้ก็สำแดงธรรมนูญของตัวเองเช่นกัน ปะทุพลังอำนาจระดับเตรียมเซียนออกมา ก่อเป็นผนึกเป็นชั้นๆ
สุดท้ายก็คือโจวเจิ้งลี่ ที่หว่างคิ้วของเขาแยกออก ดวงตาที่สามปรากฏขึ้น จับตำแหน่งทั้งหมด
พลังของคนทั้งหลายในตอนนี้หลอมรวมมา พลังที่ก่อตัวขึ้นทำให้จักรวาลที่อยู่ข้างหน้าสั่นคลอน ส่วนซิงหวนจื่อที่อยู่ข้างๆตอนนี้นั่งขัดสมาธิประสานปางมือ โซ่เหล็กแห่งกฎระเบียบที่กำลังลุกไหม้แต่ละเส้นๆ ก็พุ่งไปยังจักรวาลข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เริ่มการหลอม!
อาศัยสัมผัสรับรู้ของกฎแห่งสวรรค์ ซิงหวนจื่อสามารถสัมผัสได้ว่าคนที่ขโมยกฎแห่งสวรรค์ของตัวเองไปคนนั้น ตอนนี้กำลังตกอยู่ในความกระวนกระวายใจ
“อย่างมากก็อีกไม่กี่วัน จะต้องทำให้เจ้าเผยร่างจริงออกมาให้ได้!”
ซิงหวนจื่อกัดฟันกรอด
ในขณะเดียวกัน ในจักรวาลที่ถูกปิดผนึกเป็นชั้นๆ นี้ก็มีเงาร่างหนึ่งกำลังทะยานไปอย่างเร็วรี่
พูดให้ถูกก็คือ นั่นเป็นศีรษะที่กำลังห้อตะบึงไปด้วยการกลิ้ง
ประเดี๋ยวๆ ก็มีฝุ่นกฎแห่งสวรรค์จำนวนหนึ่งปรากฏออกมา แล้วก็ถูกเขากลืนเข้าไปใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ศีรษะนี้แน่นอนว่าเป็นเอ้อร์หนิว
ตอนนี้เขาตกอยู่ในความกระวนกระวายใจจริงๆ
“โลกนี้มันเป็นสถานที่บ้าบออะไรกัน……ทำไมผู้แข็งแกร่งถึงได้เยอะขนาดนี้!”
“แล้วข้าก็แค่ยืมของมานิดหน่อยเท่านั้นเอง จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรืออย่างไร”
“ไล่ล่าข้ามาครึ่งเดือนยังไม่พอ ฆ่าข้าหลายครั้งก็ยังไม่พอ ยังไปเรียกคนมาช่วยอีก!!”
“รังแกกันเกินไปแล้ว!!”
เอ้อร์หนิวกัดฟัน กลืนกฎแห่งสวรรค์ที่กระจัดกระจายกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง ในใจสับสนวุ่นวายอย่างหนัก
เขามั่นใจว่าจะหนีไปได้ แต่ค่าตอบแทนคือจะต้องแลกมาด้วยการต้องปล่อยมือในสิ่งที่ไปแย่งชิงมา
ในใจของเขาไม่คิดอยากจะยอมจำนนจริงๆ
“ของชิ้นนั้นเป็นสมบัติล้ำค่า หากยอมแพ้แบบนี้ สูญเสียแสนสาหัสนัก”
ในดวงตาของเอ้อร์หนิวเผยความบ้าคลั่งออกมา ลมหายใจขหอบถี่เล็กน้อย หลังจากที่เขาไปจากแดนลับแห่งนั้น เขาก็ระมัดระวังตลอดทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาสังเกตเห็นว่าโลกนี้มีผู้แข็งแกร่งมากมาย เขาจึงไม่กล้าที่จะสัมผัสกับโลกภายนอก
เคราะห์กรรมที่ประสบในคราวนี้ก็เพราะอดกลั้นไม่อยู่จริงๆ สัมผัสได้ถึงสมบัติล้ำค่าของอีกฝ่าย ก็ทุ่มสุดตัวกลืนมันลงไป
“ทำอย่างไรดี หรือว่า…ทุ่มสุดตัวดี!”
ในขณะที่ลังเล เอ้อร์หนิวก็กัดฟันแน่น ยกมือขึ้นกำลังจะปลดผนึกของตัวเองโดยไม่เสียดายค่าตอบแทน แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา จิตเทพน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่งกลุ่มหนึ่งก็กวาดโหมมาจากโลกนอกราวพายุบ้าคลั่ง
เอ้อร์หนิวสั่นสะท้าน รู้สึกเพียงแค่ว่าวิกฤตแห่งความเป็นความตายในเสี้ยวขณะก็มาถึงขีดสุด ราวกับว่าตัวเองในจิตเทพนี้เป็นเรือโดดเดี่ยวในคลื่นที่โกรธเกรี้ยว พร้อมจะถูกทำลายได้ทุกเมื่อ
แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา เขาก็อึ้งตะลึง สีหน้าเปลี่ยนมาสงสัยเป็นอย่างยิ่ง มาพร้อมกับความไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาเบิกกว้าง
“คุ้นเคยมาก……นี่……นี่……อาชิงน้อยหรือ!”
ในเวลาเดียวกัน นอกจักรวาลที่เขาอยู่ จากการกวาดโหมมาของจิตเทพ ซิงหวนจื่อและคนอื่นๆ ต่างสะท้านเฮือก ส่วนโจวเจิ้งลี่ยิ่งตาเป็นประกาย ลุกขึ้นยืนทันที โค้งคารวะไปยังท้องฟ้าดาราที่ไกล
“ยินดีต้อนรับนายน้อย!”
จากเสียงของเขาที่ดังสะท้อนก้อง ท้องฟ้าดาราก็มีคนหนึ่งเดินเข้ามา
คนผู้นี้สวมชุดเต๋า ผมยาวสยายเต็มบ่า ทั่วทั้งร่างกายแผ่กลิ่นอายเต๋าออกมา รอบกายมาพร้อมกับสิ่งมงคล ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างลงมาก็ทำให้ท้องฟ้าดาราคำราม ท่วงทำนองเต๋าแผ่ซ่านไปทั่วทุกสารทิศ
เป็นสวี่ชิงนั่นเอง!
เพียงแต่เขาในตอนนี้ไม่ได้มองไปที่ทุกคน แต่กลับมองไปยังจักรวาลที่อยู่ข้างหลังของพวกเขาเป็นอันดับแรก สีหน้าของเขาแปลกประหลาดอย่างยิ่ง พร้อมกับความไม่อยากจะเชื่ออย่างเข้มข้น