ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1305 สำเร็จเซียนคิมหันต์วันนี้!
บทที่ 1305 สำเร็จเซียนคิมหันต์วันนี้!
นักทำนายอย่างหลิ่วเสวียนจี เผาตำราดวงชะตา ยามชีวิตถูกเปลวไฟกลืนกิน เขาทำนายวิถีสวรรค์ในโลกไว้แล้ว
“แต่ละชีวิตคือหนึ่งเดียว!”
นักประวัติศาสตร์เฉินโม่ ทุ่มเททั้งชีวิต สืบหาความจริง สุดท้ายท่ามกลางแสงดารากับแสงเทียนส่องประกาย เขาเห็นทุกอย่าง รู้ฉากจบของประวัติศาสตร์ ทั้งหมดหมุนวนบนวงล้อเดียวกัน
“ผู้คิดจับทิศทางประวัติศาสตร์ สุดท้ายจะเจริญรอยตามวิถี”
ไม่ใช่แค่พวกเขาที่เป็นเช่นนี้ เมื่อสวี่ชิงอาศัยห้วงมายาเทพเจ้าแห่งความทุกข์ เขาที่เป็นบัณฑิต เขาที่เป็นขุนนางชั้นสูง เขาที่เป็นสามัญชน เขาที่เป็นขอทาน ชีวิตหลายหลากต่างสถานการณ์
ในช่วงชีวิตหนึ่งล้วนบรรลุสิ่งเดียวกันจากต่างวิธีหรือวาสนา
กระทั่งสุดท้ายเขาที่เป็นจิตรกรโดดเด่น กล่าวทุกอย่างออกมาด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ…
“รวมเป็นหนึ่ง ไม่ใช่เพียงมิติ แต่มีเวลาด้วย”
สุดท้ายเขาเห็นตัวเองจากต่างห้วงกาลอวกาศ
บอกทุกอย่างที่หยั่งรู้กับตัวเองผ่านกาลอวกาศ
พวกเขาล้วนคือสวี่ชิง
การแจ้งมรรคตามปกติ คล้ายสายธารหลั่งรินเป็นเส้นตรง
แต่บัญญัติสวี่ชิงถึงขั้นสูงแล้ว ดังนั้นการแจ้งมรรคของเขาจึงเป็นวงกลม
อนาคต อดีต ปัจจุบัน ตัวเขาจากต่างห้วงกาลอวกาศ ทั้งหมดเป็นอาจารย์ของตัวเขาเอง
ดังนั้นเมื่อจิตรกรเฒ่ายิ้มจากไป แม้ว่าโลกที่เขาอยู่แตกเป็นเสี่ยง แต่สวี่ชิงที่จ้องมองภาพวาดนั้น ในสมองพลันมีเสียงมหามรรคดังก้อง
เสียงนั้นเหมือนรวบรวมกาลอวกาศทั้งหมดเป็นเสียงเบิกทาง!
สวี่ชิงจึงยกเท้าก้าวออกจากโลกจิตรกรแตกเป็นเสี่ยงนั่น เมื่อปรากฏตัวก็อยู่กลางกาลอวกาศปั่นป่วนช่วงแรกแล้ว
ที่นี่คือหลักยึดของเขา ทั้งเป็นศูนย์กลางทางขนานทั้งหมด
สวี่ชิงนั่งขัดสมาธิที่นี่
สักพักเขาค่อยหลับตา ขยับปากเอ่ยเบาๆ
“รวมเป็นหนึ่ง!”
ชั่วพริบตายามสองคำนี้ดังขึ้น กาลอวกาศดังครั่นครื้น การรับรู้บนทางขนานเกิดคลื่นสะเทือนรุนแรง
พายุก่อเกิด!
สวี่ชิงสัมผัสได้ชัดเจน กลิ่นอายที่แผ่ขยายทั่วกาลอวกาศทางขนาน
ตอนนี้เหมือนนกผกผินบินกลับรัง ทยอยรวมตัวมาทางเขา คิดหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
การหวนคืนกำลังเริ่มต้น!
…
เวลาเหมือนสายน้ำไหลเอื่อย ไหลไปโดยไร้สุ้มเสียงระหว่างที่คลื่นจิตสำนึกต่างห้วงกาลอวกาศหวนคืน
แม้ว่าตอนนี้สำหรับสวี่ชิงแล้วเวลาไม่มีความหมาย แต่กลางธารกาลเวลาเนิบช้ายังเกิดคลื่นกาลอวกาศประหลาด
เหล่าโลกคู่ขนานที่ก่อเกิดจากบัญญัติสวี่ชิง ดวงแสงแต่ละแห่งถูกลากยาวไร้สิ้นสุด กลายเป็นเส้นไหม ถักทอกันในคลื่นปั่นป่วน เริ่มบรรจบรวมกัน
สุดท้ายค่อยหลอมรวมตรงความปั่นป่วนที่มีร่างจริงสวี่ชิงอยู่
กาลอวกาศแปรปรวนครั้งใหญ่นี้ ทำให้ในทางขนานไร้สิ้นสุดซึ่งวิวัฒน์จากบัญญัติของสวี่ชิง สรรพสิ่งเกิดความเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าพลิกดิน
ภูเขาลำธารต่างกาลอวกาศมากมาย คล้ายถูกมือใหญ่ไร้รูปสร้างขึ้นใหม่
ยอดเขาที่เดิมสูงเสียดฟ้า บ้างผุดสูงกว่าเดิมพันจั้ง บ้างหดเตี้ยลงช้าๆ กลายเป็นเนินเขาทอดยาว
แม่น้ำทะเลสาบไม่ยึดตามเส้นทางเดิมอีก บ้างแห้งขอดเป็นเนินทรายกว้างใหญ่ บ้างเอ่อล้นเป็นหนองน้ำแดนดินใหม่
เหล่าสัตว์เดรัจฉานเหมือนถูกแทรกแซงด้วยท่วงทำนองวิญญาณอื่น รูปร่างกับนิสัยพวกมันแปรเปลี่ยนไปจากเดิม บ้างมีปีกประหลาด เหินทะยานเหนือเก้าชั้นฟ้าได้ บ้างกล่าวภาษามนุษย์ คล้ายเปิดช่องทางสติปัญญาแล้ว
สิ่งมีชีวิตมากมายบนโลก ยิ่งแปรสภาพด้านจิตวิญญาณกับร่างกายท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ หว่างคิ้วมีแสงวิญญาณส่องประกาย บ้างแค่ขยับตัวก็สำแดงพลังลึกลับที่เมื่อก่อนไม่เคยมี
การเปลี่ยนแปลงน่าเหลือเชื่อนานัปการ ก่อตัวในห้วงคิดสวี่ชิง ถือกำเนิดบนทางขนานของเขา
ส่วนสวี่ชิงนั่งขัดสมาธิตรงห้วงอากาศปั่นป่วนเงียบๆ ในใจกระจ่างแจ้ง
ไม่สุขไม่ทุกข์
พลังบำเพ็ญของเขา ระดับของเขา ตอนนี้กำลังเลื่อนขั้นซึ่งไม่ได้สัมผัสมานานพร้อมกัน!
ถ้ากล่าวอย่างถูกต้อง นั่นไม่ใช่การเพิ่มระดับ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงสะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
ผิวของเขาแดงเรื่อ โครงกระดูกเขาเกิดลวดลายเงิน เรือนผมของเขายาวต่อเนื่อง ร่างกายเขายิ่งเหมือนภาพมายา ขณะเดียวกันปราณกำเนิดที่มีเฉพาะเซียนเวียนวนในจิตวิญญาณเขาช้าๆ!
สุดท้ายค่อยกระจายออกมาข้างนอก แผ่ซ่านรอบตัว
ทำให้ห้วงอากาศเจิดจรัส!
นั่นคือเซียนถือกำเนิด!
สิ่งที่มาพร้อมปราณกำเนิดเซียนยังมีจิตสำนึกที่เลื่อนขั้นด้วย
นั่นคือประสาทสัมผัสเซียน ขณะเดียวกันก็เป็นหลักเกณฑ์ที่เกิดจากบัญญัติของสวี่ชิง!
มันแข็งแกร่งกว่าประสาทสัมผัสเทพ ทั้งยังระดับต่างกันโดยสิ้นเชิง ขอบเขตแหวกผ่านกาลอวกาศ คล้ายตาข่ายกว้างใหญ่ไร้รูป เชื่อมโยงทุกอย่างในบัญญัติสวี่ชิงอย่างเหนียวแน่น
เมื่อเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ การแปรสภาพครั้งประวัติการณ์ก็เกิดขึ้นกับตัวสวี่ชิงชั่วพริบตา!
เขาก้าวข้ามช่วงชีวิตสำเร็จ!
ยามลืมตากาลอวกาศปั่นป่วนแห่งนี้มีเสียงอัสนีดังครั่นครื้นทันที ความมืดมิดโดนฉีกทึ้งชั่วพริบตา ความอลหม่านถูกปรับเปลี่ยนทันที ยามสวี่ชิงลืมตา ทุกอย่างเหมือนมีเจ้านาย!
ประสาทสัมผัสเซียนของเขาเคลื่อนกวาดทั่วทิศ ทะลวงผ่านอดีตถึงปัจจุบัน สะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
สิ่งที่ก่อตัวเป็นประสาทสัมผัสเซียนพิเศษนี้ นั่นคือตัวเขาในกาลอวกาศคู่ขนานทั้งหมด!
ตัวเขาแต่ละคนคือจุดหนึ่ง มอบพลังแห่งตนให้ประสาทสัมผัสเซียนตลอดเวลา
ในฐานะต้นกำเนิด สวี่ชิงสัมผัสได้ชัดเจน ขอเพียงขับเคลื่อนความคิด ตัวเขาในโลกคู่ขนาน ไม่ว่าสภาพแวดล้อมต่างกันอย่างไร มีประสบการณ์ต่างกันเพียงใด ทั้งหมดล้วนคิดเหมือนเขา!
ตัวเขาในกาลอวกาศคู่ขนาน ดูเหมือนเป็นเพียงจุดมากมาย แต่ตอนนี้หลังจากเชื่อมต่อด้วยประสาทสัมผัสเซียนจนสมบูรณ์แล้ว ในนั้นเหมือนซ่อนความลับทั้งจักรวาลไว้!
ทั้งแฝงความเป็นไปได้ โลก เรื่องราวนับไม่ถ้วน
มันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง กาลอวกาศกับกฎกรรมทั้งหมดล้วนเกิดจากที่นี่
ตามทฤษฎีแล้วจุดเริ่มต้นนี้สื่อถึงเวลาไร้ขีดจำกัด ห้วงมิติไร้สิ้นสุด คล้ายว่ายืนตรงนี้แล้วก้าวข้ามอดีตถึงปัจจุบันได้ ทะลวงผ่านเขตแดนจักรวาล
นี่คือวิถีสูงสุดที่สิบของสวี่ชิง…
ร่างจิตรกรของเขาเรียกมันว่า… มิติ!
สุดท้ายสวี่ชิงก็เลื่อนขั้นได้อย่างที่เขาใฝ่ฝัน กลายเป็นเซียนคิมหันต์!
หลุดพ้นจากพันธนาการปุถุชน
ก้าวสู่เขตแดนการหลุดพ้นของเซียน
เมื่อลืมตากาลอวกาศปั่นป่วนพลันหมุนวนโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง ชิ้นส่วนสับสนวุ่นวายเหมือนเป็นขุนนาง ก้มกราบจอมราชัน
โลกภายนอกมีคลื่นปั่นป่วนเช่นกัน
ในระบบดาวที่สี่ เวลาเปลี่ยนแปลง สรรพสิ่งเหมือนขาดเวลาเล็กน้อย ทั้งหวนคืนทันที
การเปลี่ยนแปลงนี้เร็วเกินไป กระทั่งสรรพสิ่งยากสัมผัสได้
มีเพียงเทพเจ้ากับผู้บำเพ็ญพลังเวลา ที่ขณะเหม่อลอยสัมผัสถึงเส้นทางข้างหน้าตนได้เลือนรางว่า…
มีภูเขาใหญ่ลูกหนึ่ง!
ด้วยระดับกาลอวกาศตอนนี้ บัญญัติของสวี่ชิง… ก้าวถึงขั้นสูงสุดแล้ว!
แม้ว่าเคยมีเทพเจ้ากับผู้บำเพ็ญเดินผ่านเส้นทางนี้ แต่กลับไม่มีใครยืนอยู่หน้าเขา
ตอนนี้เบื้องหน้าเขาไม่มีใคร ด้วยตัวเขา… คือหนึ่งในแนวหน้าของผู้บำเพ็ญอำนาจเทพกับหลักบัญญัติกาลอวกาศ!
ที่กล่าวว่าเป็นหนึ่งในนั้น นั่นเป็นเพราะยามบรรลุขั้นใหญ่ของวิถีสูงสุดที่สิบ สวี่ชิงสัมผัสได้ว่าทั้งสามสิบหกระบบดาว มีอีกห้าคนอยู่ระดับเดียวกับเขา!
ในบรรดาห้าคนนั้น ไม่มีผู้บำเพ็ญ ทั้งหมดเป็นเทพเจ้า
เหล่าองค์ท่านคือระดับนายแห่งเทพ กำลังสำรวจแนวคิดกาลอวกาศว่าก้าวต่อไปอย่างไร!
ขณะที่สวี่ชิงสัมผัสได้ ในระบบดาวที่เจ็ด สิบสาม สิบเก้า ยี่สิบหก สามสิบห้า นายแห่งเทพทั้งห้าที่สวี่ชิงสัมผัสได้รางๆ เกิดความรู้สึกคล้ายกัน
ระบบดาวที่เจ็ด มีนายแห่งเทพนามว่าไออ๋าง พลังอำนาจเทพขององค์ท่านถูกผู้ศรัทธาสรรเสริญ ในคำยกย่องกล่าวว่าร่างองค์ท่านหล่อหลอมจากกรวดทรายเวียนวน
ดวงตาองค์ท่านอยู่ระหว่างรุ่งอรุณกับพลบค่ำ
ในตำนานทรายสีเงินที่หลั่งออกมาจากตาซ้ายขององค์ท่านหยุดสมรภูมิใดก็ได้ ทรายสีทองที่ร่วงหล่นจากดวงตาขวา มีพลังเสริมสร้างอารยธรรม
ส่วนร่างกายองค์ท่านคอยกลืนกินเศษเสี้ยวเวลาที่ออกห่างจากวงจรชะตา
ระบบดาวที่สิบสาม เทพเจ้าที่สวี่ชิงสัมผัสได้ องค์ท่านมีร่างเป็นคน รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนหญิงสาว ตอนนี้องค์ท่านกำลังก้าวเดินกลางฟ้าดารา
ใต้ชุดคลุมยาวสีขาวพระจันทร์ เปื้อนหมึกแห่งรัตติกาลนิรันดร์ ห้วงมิติที่ก้าวผ่านฝากรอยเท้าลุกโชนไว้ ธารดาราได้รับผลกระทบ ย้อนทวนรอยนี้
ผมเงินพันรอบเมฆาดาราพลิ้วไหว ในนั้นมีฟันเฟืองแตกหักแฝงซ่อน
องค์ท่านคือมารดาเส้นทางดาว
ทั้งมีเทพธิดาบนระบบดาวที่สิบเก้า องค์ท่านถูกเรียกว่ามารดาการถักทอ
ในอาณาจักรเทพขององค์ท่าน ร่างเดิมขององค์ท่านคือบุปผาเบ่งบาน บนเขากวางพันรอบด้วยเถาวัลย์นับไม่ถ้วน
บุปผารายล้อมด้วยเส้นไหมสี่สี ไหมหยกวสันต์ทำให้กระดูกแห้งเหี่ยวเกิดเนื้อหนัง ไหมเพลิงคิมหันต์หลอมดวงดาวได้ ไหมทองสารทฤดูถักทอดวงชะตา ไหมเงินเหมันต์แช่แข็งจิตวิญญาณ
กาลอวกาศ ใต้การถักทอขององค์ท่านย่อมเปลี่ยนแปลง
ส่วนระบบดาวที่ยี่สิบหกกับสามสิบห้า สองคนที่อยู่ตรงนั้น ฐานะชวนตะลึงเช่นกัน
ฝ่ายหนึ่งคือเนตรชั่วพริบตา!
องค์ท่านไม่มีร่างจริง แต่เกิดจากเวลาทับซ้อนนับไม่ถ้วน ร่างกายเปลี่ยนตามสายตาผู้จ้องมอง ตอนนี้สิ่งที่ปรากฏตรงอาณาจักรเทพคือทั้งตัวปกคลุมด้วยเกล็ดกระจก
ทุกเกราะเกล็ดสะท้อนเงาร่างสวี่ชิงชั่วพริบตา
รวมถึงความเป็นไปได้ในช่วงอนาคตทั้งหมดของเขา แต่ครู่ต่อมาความเป็นไปได้เหล่านี้ล้วนแตกสลาย
องค์ท่านไม่อาจสัมผัสได้!
อีกคนคือเจ้าแดนรกร้าง
องค์ท่านคืองูยักษ์ครองอาณาเขตตรงปลายทางกาลเวลาของระบบดาวที่สามสิบห้า ผืนเกล็ดหล่อจากความมืดมิด
ทุกครั้งเมื่อผ่อนลมหายใจ มักพ่นทรายสีดำที่กลืนกินความทรงจำออกมา ปลายหางมีเข็มทิศสำริดขึ้นสนิมห้อยอยู่
ระบบดาวนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าแดนรกร้างมากมาย หนึ่งในนั้นอธิบายว่าเมื่อองค์ท่านสยายปีกกระดูก บนเยื่อหุ้มปีกจะเผยบันทึกอารยธรรมที่ถูกลืมทั้งหมด
ตอนนี้ปีกกระดูกขององค์ท่านสยายอีกครั้ง บนนั้นมีชื่อสวี่ชิงกำลังปรากฏ
แต่สุดท้ายกลับเลือนราง
ด้วยหลักบัญญัติของสวี่ชิงเหมือนเหล่าองค์ท่าน…
นั่นคือหลักเกณฑ์ระดับนายแห่งเซียน!