ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1314 อาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว!
บทที่ 1314 อาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว!
เสียงที่คุ้นเคยนั่นดังก้องอยู่เหนือเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ ราวกับสายฟ้าบรรพกาลฟาดผ่ามาในเผ่ามนุษย์!
ทำให้ความตื่นตะลึงของผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ท่วมฟ้าไปในทันที
หนิงเหยียนทางนั้นกำลังยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ จิตใจที่เดิมทีก็ตึงเครียดอยู่แล้ว ก็ยิ่งกดดัน ในใจเศร้าโศกอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกับที่ถูกเคราะห์ภัยของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์อาบย้อม ก็รู้สึกไม่สบายใจต่อการลงมาเยือนของผู้บำเพ็ญนอกพิภพเหล่านั้น
แต่ในเสี้ยวขณะนี้ หลังจากได้ยินคำพูดที่อยู่ด้านบน เขาพลันเงยหน้าขึ้นมา การเปลี่ยนแปลงของสีหน้าถือเป็นที่สุดในชีวิต ใบหน้าและดวงตาเผยความตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
จ้องมองเงาร่างพร่าเลือนบนท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไม่อยากเชื่อจนแทบจะเป็นอึ้งตะลึง เมื่อร่างนั้นปรากฏออกมาก็ อุทานออกมาเสียงหลง
“นายกอง!”
ในเสี้ยวขณะนี้ สรรพชีวิตในเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ก็ส่งเสียงฮือฮา
ผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนต่างอึ้งตะลึงอยู่ตรงนั้น ในสมองมีเสียงวิ้งๆ ดังไม่หยุด
ไม่ว่าใครก็ตามที่รู้จักเอ้อร์หนิว ในเสี้ยวพริบตานี้ ภายในใจราวมีสายฟ้าฟาดผ่า ความเหลือเชื่อท่วมท้นทุกสิ่ง สีหน้ายิ่งแสดงออกหลาดหลาย
เป็นเพราะเมื่อเทียบกับเหคราะห์ภัยและความตึงเครียดก่อนหน้านี้ การปรากฏตัวของเอ้อร์หนิวนั้นกะทันหันเป็นอย่างยิ่ง
และยากที่จะเชื่อมโยงอีกฝ่ายเข้ากับมหาจักรพรรดิทั้งสิบสองคนนั้น
ไม่อาจเชื่อมโยงกันได้เลย!
เมื่อเห็นเช่นนี้ กลางท้องฟ้า เอ้อร์หนิวในใจฮึกเหิม ความภูมิใจนั้นไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดออกมาได้ แอบพูดในใจว่าที่ตนชิงออกมาก่อน ก็เพื่อช่วงเวลานี้มิใช่หรือ
ดังนั้นเขาจึงหน้าตาเบิกบาน กระแอมเล็กน้อย ยืนมือไพล่หลังอยู่กลางอากาศ กำลังจะพูดต่อ
แต่ในตอนนี้เอง โจวเจิ้งลี่สีหน้าเคร่งขรึม ฉายความเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งออกมา ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ประสานหมัดไปยังท้องฟ้า โค้งคารวะอย่างลึกซึ้ง
“โจวเจิ้งลี่ ขอต้อนรับนายท่าน!”
สี่คำนี้ เขาใช้พลังทั้งหมดตะโกนออกมา ผสมผสานกับแสงอันบ้าคลั่งที่ส่องประกายจากดวงตา ทั้งคนก็ราวกับเป็นสาวกที่เลื่อมใสศรัทธาที่สุด
เสียงดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ
หลี่เมิ่งถู่ก็ก้าวออกมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน โค้งคารวะลึกซึ้งไปยังท้องฟ้า สีหน้าเคร่งขรึม
“หลี่เมิ่งถู่ ขอต้อนรับนายท่าน!”
เสียหลิงจื่อก็ไม่ยอมน้อยหน้า ระงับความชั่วร้ายบนใบหน้า ทำให้ตัวเองดูปกติขึ้นมาก ในดวงตามีเปลวเพลิงร้อนแรงพวยพุ่ง พลังบำเพ็ญในนร่างยิ่งแผ่ออกไปอย่างเต็มกำลัง
ทำให้มิติรอบด้านแผ่ระลอกปั่นป่วน เสริมพลังให้ตัวเอง เสียงสะท้อนก้อง
“เสียหลิงจื่อ ขอต้อนรับนายท่าน!”
ยังมีหยวนซานซู่ นางสีหน้าสงบนิ่ง ก้มศีรษะคารวะ
สุดท้ายคือซิงหวนจื่อ
ในใจของเขายังคงมีความหยิ่งผยองอยู่บ้าง แต่ว่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและสวี่ชิงตลอดทางมานี้ก็ทำให้เขา แม้ภายนอกจะดูเย่อหยิ่ง แต่ภายในใจก็ยอมรับอย่างลึกซึ้งแล้ว
ดังนั้น…เมื่อนึกถึงว่าที่นี่คือบ้านเกิดของอีกฝ่าย เขาจึงหายใจเข้าลึกๆ โค้งคารวะไปยังท้องฟ้า
“ซิงหวนจื่อ ขอต้อนรับ…นายท่าน”
คำพูดของคนเหล่านี้สะท้านฟ้าสะเทือนดิน ทำให้สรรพชีวิตตกตะลึง
อีกทั้งไม่ใช่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ ตอนนี้นักพรตเสี่ยอวิ๋นและคนอื่นๆ ที่ออกไปกำราบผู้บำเพ็ญระดับเตรียมเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ก็โค้งคารวะไปยังทิศทางท้องฟ้าเผ่ามนุษย์จากสถานที่ที่พวกเขาอยู่เช่นกัน
ปากก็ส่งเสียงดังก้องไปทั่วทั้งแปดทิศ
“ขอต้อนรับนายท่าน!”
ขณะเดียวกัน อีกสองทิศทางนอกเหนือจากนั้น กระบี่เซียนที่แปลงมาจากเชียนจวินและปี้อี้กำลังสั่นสะท้าน
ในนั้นมีเสียงอันตื่นเต้นยินดีที่เหมือนจะเตรียมตัวอยู่นานแล้วของสองพี่น้องนี้ดังออกมา
“นายท่านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกยุคสมัย เป็นที่หนึ่งในสากลจักรวาล! ท่วงท่าเซียนกระดูกหยกเหนือกว่าโลกีย์ วิชาเต๋าพลังวิเศษก็สะท้านโลกสะเทือนวิญญาณ!”
“นายท่านกวาดล้างฟ้าดิน ไร้เทียมทานแห่งยุค! ดวงตาดุจดวงดาวสะท้อนสวรรค์และโลก กระบี่ชี้ไปยังท้องฟ้ากำหนดสถานการณ์!”
กระทั่งว่าเพื่อที่จะแสดงออกถึงตนเอง กระบี่เซียนที่แปลงมาจากพี่น้องทั้งสอง ในเสี้ยวขณะนี้ก็ปะทุแสงเซียนออกมาในแปรเปลี่ยนเป็นแสงมงคลหลากสี ส่องสว่างไปทั้งสี่ทิศ
เพื่อสะท้อนภาพบนท้องฟ้า
เพียงพริบตา แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็ฮือฮาไปโดยสมบูรณ์!
เพราะการปรากฏตัวขึ้นของมหาจักรพรรดิทั้งสิบสองคนก่อนหน้านี้เดิมก็น่าตกตะลึงอยู่แล้ว และตอนนี้ผู้ที่ทำให้พวกเขาโค้งคารวะและต้อนรับเช่นนี้ ย่อมเป็นที่สะท้านสะเทือนฟ้าดินอย่างแน่นอน
ดังนั้นเผ่าพันธุ์ทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์และผู้บำเพ็ญแดนศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางคลื่นซัดโหมในสมองของทุกคน ต่างใช้วิธีต่างๆ ใช้จิตเทพและสายตามองไปยังจุดที่มหาจักรพรรดิทั้งสิบสองโค้งคารวะ!
เสี้ยวพริบตาต่อมา พวกเขาก็เห็นบนม่านฟ้า ขางหลังเอ้อร์หนิว มีเงาร่างหนึ่งเดินออกมาอย่างช้าๆ!
เงาร่างนี้จากการเดินมาก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจากภาพอันพร่าเลือน!
จนกระทั่งในพริบตาที่ชัดเจนอย่างสมบูรณ์…
ฟ้าดินสว่างไสว ส่องสว่างทุกสิ่ง
ผู้บำเพ็ญทุกคนที่เห็นตกตะลึงกันไปทุกคน
อีกทั้งกลิ่นอายที่ออกมาจากคนผู้นี้ ก็ได้พลิกผันทุกสิ่งในทันที!
เทพเจ้าทุกองค์ที่สัมผัสได้ ต่างรู้สึกตื่นตะลึง
ในหมู่พวกเขา มีบางคนรู้จักเอ้อร์หนิว มีบางคนไม่รู้จัก
แต่…เงาร่างที่เดินออกมาจากข้างหลังเอ้อร์หนิว มหาจักรพรรดิทั้งสิบสองโค้งคารวะอย่างเคารพนอบน้อมและต้อนรับนั้น สะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
แทบไม่มีใครไม่รู้จัก!
ราวกับว่าการปรากฏตัวของเอ้อร์หนิวมีไว้เพื่อดึงดูดและรวบรวมสายตาทั้งหมด เพื่อขับเน้นคนผู้นี้!
จักรพรรดินีทางนั้นแม้จะเป็นเทพเจ้า ในเสี้ยวขณะนี้จิตใจปั่นป่วนสุดขีด ใช้สีหน้าที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าก่อนหน้านี้มองไปยังเงาร่างที่เดินออกมาจากข้างหลังเอ้อร์หนิว!
อุทานเสียงหลง
“สวี่ชิง!”
ในเสี้ยวขณะนี้ ทั่วทุกทิศตื่นตะลึง หมื่นเผ่าพันธุ์ส่งเสียงฮือฮา!
บนท้องฟ้า นายท่านเจ็ดยิ้มแล้ว
ส่วนในเมืองหลวง บนหอสังเกตการณ์ หนิงเหยียนอึ้งตะลึงไปแล้วโดยสมบูรณ์ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ การปรากฏตัวของเอ้อร์หนิวเดิมก็ทำให้จิตใจของเขาปั่นป่วนอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเห็นร่างที่ชัดเจนนั่น เขาก็สมองว่างเปล่าไปหมด
“นี่…นี่…”
ในเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ อดีตอ๋องและโหวเหล่านั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ต่างยากจะเชื่อทุกสิ่งที่เห็นข้างนี้ไปทุกคน
เมืองหลวงเป็นเช่นนี้ เขตปกครองผนึกสมุทรก็เป็นเช่นนี้เช่นเดียวกัน
มีโหวเหยาเป็นผู้นำ บนกระจกบานมหึมาที่หลอมขึ้นมาจากการผนึกพลังของเขตปกครองผนึกสมุทร ก็ฉายภาพฉากทุกภาพในเมืองหลวงออกมาอย่างแจ่มชัด และเมื่อเห็นเงาร่างที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจากความพร่ามัว…
โหวเหยาอึ้งตะลึง
น้องสาวของเขาที่อยู่ข้างๆ ก็ตกตะลึงไปเช่นเดียวกัน
ยังมีคนรู้จักมิตรสหายเก่าแก่ในอดีตเหล่านั้น อย่างเช่น ข่งเสียงหลง ในเสี้ยวขณะนี้ก็หายใจหอบถี่
ในกลุ่มผู้คนยังมีอู๋เจี้ยนอู เขาอ้าปากอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในเสี้ยวขณะนี้ บทกวีทั้งหมดล้วนไม่สามารถแสดงความรู้สึกภายในใจของเขาออกมาได้เลย
ยังมีจางซาน ติงเสวี่ย และเจ้าจงเหิง คนรู้จัก มิตรสหายเก่าแก่ทั้งหมดในเขตปกครองผนึกสมุทร ตอนนี้ต่างตกตะลึงอยู่ที่นั่น
กระทั่งว่ามีความรู้สึกเหมือนเป็นภาพลวงตา
“นั่นคือ…”
“คนนั้นดูคุ้นชะมัด…”
“นี่…นี่…”
ใต้เขตปกครองผนึกสมุทร ในตำหนักหงส์ ก็มีเสียงร้องเบาๆ เสียงหนึ่งดังสะท้อนก้องอยู่ในพระราชวังใต้ดินอันเงียบสงบ
ขณะเดียวกัน เหล็กแหลมเล่มหนึ่งก็บินออกมาอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นบรรพจารย์สำนักวัชระ เขาขยี้ตาอย่างแรง ถอนหายใจออกมาติดๆ
ยังมีสำนักเจ็ดเนตรโลหิต ยังมีหนิงเหยียน…
และยังมี…แดนใหญ่เซ่นจันทรา!
รัฐทายาทและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าเลื่อนลอย หลิงเอ๋อร์ดวงตาเผยความสดใส มองไปยังภาพฉายเงาที่ท่านปู้รัฐทายาทสร้างขึ้น พึมพำในใจ
“พี่สวี่ชิง…”
เผ่าพันธุ์ทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ตอนนี้ต่างอารมรณ์พลุ่งพล่าน ซึ่งรวมไปถึงเทพเจ้าทั้งหลายด้วยเช่นกัน
เทพสุริยัน เทพจันทรา และเทพที่ได้รับการบูชาจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ กระทั่งยังมีเทพเจ้าที่ซ่อนเร้นอำพราง ในเสี้ยวพริบตานี้ต่างจิตใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ดังนั้นจิตเทพและสายตาทั้งหมด จากทิศทางต่างๆ รวมมายังเงาร่างที่ไม่ได้หยุดฝีท้า ยังคงก้าวมาทีละก้าวๆ ใต้ม่านฟ้านั่น!
การย่างก้าวออกมาทุกก้าวของเงาร่างนี้นำมาซึ่งพลังอันหนักอึ้ง ทำให้มิติระเบิด อัสนีสวรรค์ฟาดผ่าขับเน้น แม้แต่วิถีสวรรค์ก็ต้องศิโรราบ
ประดุจราชันเสด็จประพาส!
นั่นคือรัศมีอำนาจอันไร้ผู้ใดเทียมเทียบที่ผ่านคลื่นลมมากมาย ก้มมองสรรพชีวิตทั้งหลาย
ทุกที่ที่ผ่าน ไม่ว่าจะเป็นพลังวิญญาณหรือไอพลังประหลาด ต่างต้องก้มศีรษะ เผยตัวตนออกมาเอง หลีกเป็นเส้นทางพิเศษสำหรับเขาโดยเฉพาะออกมา
ก้าวเดินอย่างโดดเด่น
จากการเดินมา จะเห็นว่าคนผู้นี้ผมดำขลับทิ้งตัวลงราวกับผ้าไหม ปล่อยสบายๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร เส้นผมไม่กี่เส้นที่ทิ้งตัวคลอเคลียมาที่หน้าผาก ไม่ได้ดูยุ่งเหยิงรุงรัง แต่กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์แบบเป็นธรรมชาติ
ราวกับว่าเป็นตัวตนที่โดดเด่นที่สุดในโลกนี้ ทำให้ผู้คนเมื่อมองผาดไปก็ไม่อาจที่จะละสายตาไปได้อีก
ส่วนดวงตาก็ราวกับเหวลึกในบึงน้ำเย็น ล้ำลึกและเยือกเย็น ทั้งยังราวกับซ่อนดวงดาวนับพันไว้ ส่องประกายระยิบระยับแต่ก็ทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตามองตรง
ยิ่งกว่านั้น ในขณะที่ดวงตาลืมตื่นขึ้นและหลับลง ก็มีแสงที่คมกริบฉายวาบผ่านไป
แสงนั้นสามารถทะลุทะลวงจิตใจผู้คนได้ ไม่ว่าใครที่ถูกสายตาของเขากวาดมอง ต่างก้มศีรษะลงไปโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เกิดความเคารพยำเกรงในใจ ไม่กล้ามีความคิดต่อต้านแม้แต่น้อย
ราวกับว่าชะตากรรมของทุกสิ่งในโลกล้วนอยู่ภายใต้ชั่วเสี้ยวความคิดของเขา สามารถควบคุมและกำหนดชะตาได้อย่างอิสระ
รอบตัวเขายังมีพายุคลั่งพัดกวาด ทำให้ชุดคลุมสีดำของเขาปลิวสะบัด เผยความทรงอำนาจน่าเกรงขามที่ไม่ยอมให้ใครโต้แย้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุดคลุมยาวสีดำนั้นหรูหรา มีแสงมืดสลัวไหลเวียนอยู่อย่างรางเลือน ราวกับซ่อนพลังลึกลับที่ไม่มีที่สิ้นสุดเอาไว้ คล้ายว่าความมืดมิดล้วนยินยอมที่จะเป็นสิ่งขับเน้นให้เขา ผสมผสานความลึกและความคาดเดาไม่ได้ทั้งหมดไปในนั้น เพื่อเน้นความโดดเด่นเหนือมนุษย์ธรรมดาของเขา
และใบหน้าที่เข้ากันกับกลิ่นอายและรัศมีอำนาจนี้…โครงหน้าคมชัด สมบูรณ์แบบจนไม่มีที่ติ
จวบจนกระทั่ง ภายใต้สายตาของคนทั้งหลาย หลังจากที่ก้าวเดินออกมาได้หลายก้าว บนท้องฟ้า เบื้องหน้านายท่านเจ็ดและเซียนโบราณที่สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ฝีก้าวของเงาร่างนี้ก็หยุดลง
การหยุดนี้ดึงดูดหมื่นเผ่าพันธุ์ ดึงดูดสรรพชีวิตทั้งหลาย ทำให้ทิวทัศน์ซีดเซียว ทำให้กาลเวลาล้วนหยุดนิ่ง!
ทุกอย่างกลายเป็นความเงียบสงัดอย่างที่สุด!
ราวกับว่าในฟ้าดินนี้ การกลับมาของเขาคือผืนฟ้าเพียงหนึ่งเดียว!
ควบคุมอำนาจชีวิตและความตายทั้งหมด ไม่มีใครสามารถต้านทานได้
เขาคือสวี่ชิง!
สายตาของเขาไม่ได้มองไปยังคนอื่น แต่มองไปยังนายท่านเจ็ดที่อยู่เบื้องหน้า
โค้งคารวะอย่างลึกซึ้ง เอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ท่านอาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว”
“ในอดีตที่ฝากตัวเป็นศิษย์ คำกล่าวในพิธีกล่าวว่าอาจารย์ปกป้องความสุขสงบสันติให้ศิษย์ วันนี้ศิษย์กลับมา…เพื่อปกป้องท่านอาจารย์!”
เขา กลับมาแล้ว!
คำไม่กี่คำนี้ ประโยคนี้ ในชั่วพริบตาเดียวก็แพร่ไปทั่วฟ้าดิน แพร่ไปทั่วหมื่นเผ่าพันธุ์ แพร่ไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ก่อให้เกิดความตื่นเต้นนับไม่ถ้วน ยิ่งมีเสียงมากมายมหาศาลจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแดนใหญ่ทุกแห่ง พวยพุ่งขึ้นท่วมท้นในเสี้ยวขณะนี้
นั่นคือเสียงแห่งความฮึกเหิม นั่นคือคำพูดแห่งความกระตือรือร้น นั่นคือแสงแห่งความหวัง!
“เป็นสวี่ชิง!”
“สิบสองมหาจักรพรรดิโค้งคารวะเขา!”
“มหาจักรพรรดิยังต้องเรียกเขาว่านายท่าน เขา…เขามีพลังบำเพ็ญระดับใดกัน!!”
“หรือว่า…”
“หรือว่า…”
“เซียนคิมหันต์!!!”
นายท่านเจ็ดหัวเราะ ความสบายใจในใจนี้ คือจุดสูงสุดของชีวิต!
และสายตาของสวี่ชิง ในตอนนี้ก็มองไปยังเซียนโบราณที่เป็นต้นเหตุของเคราะห์ภัยทั้งหมด มองใบหน้าที่เคร่งขรึมและอึมครึมเป็นอย่างยิ่งของอีกฝ่าย
เสียงที่สงบนิ่งของสวี่ชิงดังสะท้อนก้องไปทั่วโลก
“ส่วนเจ้า ข้ารอเจ้ามานานแล้ว”
ระหว่างกล่าว ดวงตาทั้งสองของสวี่ชิงพลันลืมขึ้นมา แสงที่ประดุจดวงดาวที่เจิดจ้าพร่างพรายเป็นที่สุดสองทางปะทุพุ่งออกมา พลังวิญญาณที่ไม่มีที่สิ้นสุดโหมซัดทะลักล้นมาจากในร่างของเขา ราวกับทางช้างเผือกที่แตกออก หอบทะลักกวาดม้วนไปทั่วทุกทิศทันที
ก่อเป็นกายเซียนขนาดมหึมา!
ทันทีที่ร่างนี้ปรากฏออกมา มหาจักรพรรดิก้มศีรษะ สรรพชีวิตสูดหายใจ มิติกลายเป็นผุยผง!
ทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามไปด้วย รอยแตกแต่ละรอยๆ ราวกับใยแมงมุมแผ่ลามออกไปอย่างรวดเร็ว
ท้องฟ้ายิ่งถูกเมฆดำปกคลุมไปในทันที ฟ้าแลบแปลบปลาบคำรามฟาดผ่าสะท้านสะเทือน ราวกับฟ้าดินก็ยังต้องสั่นสะท้านเพื่อเขา
ยิ่งมีธรรมนูญที่กลายเป็นกฎใหม่ล่าสุดของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
เวลา พื้นที่ หมื่นวิชา กาลอวกาศ หมื่นวิถี ทางคู่ขนาน การกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง…ล้วนอยู่ในมิติ!