ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1327 สร้างวิถีสวรรค์ขึ้นใหม่
บทที่ 1327 สร้างวิถีสวรรค์ขึ้นใหม่
หุบเหววิญญาณที่เคยมืดมิด ตอนนี้เป็นแสงสีทองไปทั่ว
ทำให้ที่นี่กลายเป็นโลกสีทอง
และในแสงสีทองนั้น พลังอำนาจเทพจากดวงตาราชาเทพที่มาจากในโคมไฟ ก็กำลังไหลทะลักราวกับคลื่น ซัดโหมพลิกคว่ำมหาสมุทรแห่งโลก
ทุกที่ที่ผ่าน สรรพสิ่งล้วนสลายหายไปในแสงสีทองนั่น
นี่ไม่ใช่การแยกส่วน และไม่ใช่การแยกชิ้นเหมือนกฎธรรมนูญของสวี่ชิง นั่นคือการลดลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางการลดลงอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการนี้ ไม่สามารถย้อนกลับได้ นอกเหนือจากการมีอำนาจเทพที่เกี่ยวข้อง
สรรพสิ่งถูกเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทุกอย่างในความว่างเปล่า ไม่ว่าจะเป็นชีวิต หรือกลิ่นอาย ไม่ว่าจะเป็นภาพมายาหรือมีอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นเวลาหรือมิติ
ทุกสิ่งทุกอย่าง ภายใต้การลดลงนี้ ถูกกำหนดให้ดับสลายไปแน่แล้ว
และแน่นอนว่าย่อมรวมถึงกิ้งก่าสีทองตัวนั้นด้วย
องค์ท่านแม้ว่าจะเป็นราชาเทพ แต่ก็ไม่ใช่ร่างหลักร่างที่มาที่นี่เป็นเพียงจิตเทพกลุ่มหนึ่งเท่านั้น จะอย่างไรก็มีขีดจำกัด
ด้วยเหตุนี้แม้จะมีตำแหน่งราชาเทพ แต่ภายใต้อำนาจเทพของดวงตาราชาเทพที่มีตำแหน่งเท่ากัน สุดท้ายก็ไม่อาจคงอยู่ได้นานเกินไป
อย่างไรเสีย ดวงตาของราชาเทพดวงนั้น นอกเหนือจากพลังของตัวเองแล้ว ยังได้รับการเสริมพลังจากปรมาจารย์ไป่อีกด้วย
เช่นนี้ ก็ทำให้โคมไฟดวงนี้กลายเป็นอาวุธที่แหลมคมที่สุดในมือของสวี่ชิงตอนนี้
ตอนนี้ ทุกที่ที่แสงของมันผ่านไป ก็กลายเป็นความว่างเปล่า มีเพียงกิ้งก่าสีทองที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในความว่างเปล่า
เพียงแต่เงาร่างจากการที่จิตเทพถูกหักล้างทีละชั้นๆ ก็ยังคงค่อยๆ พร่าเลือนไป สุดท้ายก่อนที่จะสลายไป องค์ท่านก็หันศีรษะกลับมา จ้องมองสวี่ชิง
ในความว่างเปล่า สะท้อนก้องไปด้วยเสียงอันเย็นชาขององค์ท่าน
“เจ้า สักวันเจ้าก็ต้องเดินทางออกไปข้างนอก”
ถูกลบออกไป
ขับไล่ไปด้วยวิธีนี้!
มีเพียงแว่วเสียงสะท้อนของคำพูดองค์ท่านก่อนหน้านี้เท่านั้นที่ยังคงดังก้อง อยู่เนิ่นนานไม่สลายไป
สายตาของสวี่ชิงเย็นชา เมื่อฟังแว่วเสียงที่สะท้อนดังก้องไปทั่วทุกทิศของอีกฝ่าย เขาเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของท่านนี้
ความจริงแล้ว แม้ว่าจะมีโคมไฟที่สร้างขึ้นจากดวงตาของราชาเทพอยู่ในมือ แต่เขาก็รู้ว่าความแตกต่างระหว่างเขากับราชาเทพว่ายังคงราวท้องฟ้ากับพื้นดิน
ระหว่างทั้งสองฝ่าย ไม่มีคำว่าสามารถต่อสู้ได้
และเหตุผลที่ราชาเทพทั้งสี่แห่งระบบดาวที่เก้าเลือกที่จะประนีประนอม ปล่อยให้เขากำหนดขอบเขตในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นั่นก็เป็นเพราะซ่างฮวง
พวกองค์ท่านหวาดกลัวซ่างฮวง ไม่กล้าปรากฏร่างหลักออกมา กระทั่งว่าร่างแยกก็ไม่กล้าลงมา ทำได้เพียงจัดคนใต้บังคับบัญชา หรือใช้วิธีบางอย่างเพื่อส่งจิตเทพลงมาเท่านั้น
แต่กำลังรบที่สวี่ชิงมีอยู่ในตอนนี้ จิตเทพของพวกองค์ท่านมาที่นี่กลับถูกลบออกไปได้
นี่คือเหตุผลที่พวกองค์ท่านเลือกที่จะเมินเฉย
แต่ก็เป็นจริงตามที่กิ้งก่าสีทองพูด เว้นแต่สวี่ชิงนับจากนี้จะไม่ก้าวออกไปข้างนอกแม้แต่ก้าวแม้แค่ก้าวเดียว
ไม่เช่นนั้น ทันทีที่เขาออกจากพื้นที่ของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เช่นนั้นก็จะสูญเสียความหวาดกลัวต่อซ่างฮวงไป พวกองค์ท่านก็มีหลายวิธีมากมายที่จะทำให้สวี่ชิงถึงแก่ความตายได้
แม้ว่าในตัวของสวี่ชิงจะมีผลกรรมเวรของซ่างฮวงอยู่ มีตัวอย่างของการดึงดูดซ่างฮวงให้มายังระบบดาวที่สี่มาก่อน แต่สำหรับราชาเทพ ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง ผู้นำเทพหลายคนร่วมมือกัน ก็สามารถคว้าชัยชนะได้เช่นกัน
“เดินทางออกไปข้างนอกหรือ…”
สวี่ชิงหรี่ตาลง จากนั้นก็ค่อยๆ วางโคมไฟที่ยกสูงขึ้นลง
เมื่ออำนาจเทพในโคมไฟค่อยๆ สลายไป ร่างกายของเขาโซเซไปเล็กน้อย สีหน้าก็ซีดเซียว
การใช้สมบัติในระดับนี้ แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาวะที่เซียนและเทพผสานหลอมรวมกันแล้ว ก็ยังยากที่จะใช้ได้หลายครั้ง ทุกครั้ง…สำหรับเขาแล้ว คือการผลาญพลังอย่างหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งนี้ เขาได้กระตุ้นอำนาจเทพของราชาเทพในโคมไฟ การผลาญพลังก็ยิ่งมากขึ้นมาเป็นอย่างมาก
ดังนั้น ในทันทีที่กิ้งก่าสีทองสลายไป สวี่ชิงก็ถอนจิตเทพของตัวเองกลับมาด้วยเช่นกัน ดวงตาของราชาเทพในโคมไฟในมือของเขา ในเสี้ยวขณะนี้ก็หลับลงอีกครั้ง
แสงสีทองในหุบเหววิญญาณ ในเสี้ยวขณะนี้ก็ไม่เหลือแม้แต่น้อยเช่นกัน
ความว่างเปล่ากลับเป็นสีดำอีกครั้ง แต่เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ความมืดมิดในครั้งนี้ ให้ความรู้สึกว่างเปล่า
สะอาดหมดจด
หุบเหววิญญาณทั้งหมด ในมุมหนึ่งก็ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
มีเพียงงูยักษ์ที่เน่าเปื่อยเท่านั้น ที่สั่นเทาอยู่ที่นั่น
แสงสีทองก่อนหน้านี้ ภายใต้การควบคุมของสวี่ชิงก็ได้หลีกเลี่ยงตำแหน่งด้านหลัง ดังนั้นงูตัวนี้และดวงตาของจักรพรรดิวิญญาณ จึงไม่ถูกแสงสีทองกลืนกิน
ส่วนพวกโจวเจิ้งลี่และคนอื่นๆ ก็ทยอยบินออกจากโลกที่งูยักษ์แบกอยู่ มาปรากฏตัวข้างสวี่ชิง
ภาพฉากนอกโลก พวกเขาสัมผัสรับรู้ได้ในโลก ในเสี้ยวขณะนี้ ดวงตาที่มองสวี่ชิงก็แฝงไว้ด้วยความเคารพยำเกรงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แม้แต่ซิงหวนจื่อ ก็ยังก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างเงียบนิ่ง
พวกเขายังเป็นเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลเลย เขามองเห็นหุบเหววิญญาณกลายเป็นความว่างเปล่าตาปริบๆ กระทั่งว่าตัวตนน่าสะพรึงกลัวในความทรงจำก็สลายไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นดวงตาทุกดวงของจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล ล้วนฉายความตื่นตะลึงและความหวาดกลัวออกมา
สัมผัสได้ถึงการสั่นสะท้านของงูยักษ์ และมองเห็นความตื่นตะลึงของจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล สวี่ชิงส่ายหน้า
“จักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลที่สามารถรวมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เป็นหนึ่งเดียวได้ จะต้องมีความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ และความจริงแล้วเขาก็มีมันเช่นกัน”
“แต่เห็นได้ชัดว่า หลังจากที่เลื่อนขั้นล้มเหลว เขาก็ได้แตกไปแล้ว ส่วนเจ้า…คือสิ่งที่เกิดจากความมุ่งมั่นของเขา ถูกราชาเทพใช้ และมอบพลังชีวิตให้”
สวี่ชิงเอ่ยอย่างสงบนิ่ง
จักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลไม่ได้พูดอะไร ในดวงตาทุกดวงล้วนฉายความขมขื่นขึ้น สุดท้ายก็เลือกที่จะหลับตาลง
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่อาจดิ้นรนได้ และไม่มีกำลังที่จะต่อต้าน และคำพูดของสวี่ชิง ก็ได้พูดถึงความจริงที่เขาไม่อยากยอมรับออกมา
เขา ไม่ใช่จักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลคนนั้นอีกต่อไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ
เป็นเพียงแค่ซากร่างที่อาศัยพลังภายนอกฟื้นคืนขึ้นมา ดิ้นรนกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด ซ่อนตัวอยู่ในหุบเหววิญญาณ
“แต่เจ้ามีตำแหน่งของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ในสมัยบรรพกาล ไม่ว่าจะเป็นฐานะของร่างหลัก หรือการเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ หรือพลังบำเพ็ญของร่างหลักในอดีต…”
สวี่ชิงมองไปยังจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล ดวงตาฉายความลึกซึ้งกลุ่มหนึ่ง
“เจ้าในเมื่อเกิดจากความมุ่งมั่นของจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลที่ต้องการแย่งชิงวิถีสวรรค์ เช่นนั้น…”
“วันนี้ เจ้าก็มาเป็นวิถีสวรรค์เสียเถิด”
สวี่ชิงพูดพลางมือขวายกขึ้นคว้าไป คว้าดวงตาของจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลและงูยักษ์ตัวนั้นไว้ในมือทันที ขณะก้าวเดินก็ย่างก้าวข้ามความว่างเปล่า เคลื่อนย้ายชั่วพริบตาจากไป
เมื่อปรากฏตัวขึ้นก็มาอยู่บนท้องฟ้าเหนือแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แล้ว และคำพูดของเขาก็ทำให้ดวงตาของจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลที่หลับอยู่ทั้งหมด พลันลืมตาขึ้นมาทันที มองสวี่ชิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ
สวี่ชิงเงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองท้องฟ้า
“ผู้บำเพ็ญแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เส้นทางหลังจากระดับเตรียมสู่เทวะถูกตัดขาด นอกจากมรดกพิเศษแล้ว ไม่มีทางที่จะเป็นเจ้าเหนือหัวได้อีก นี่เป็นเพราะซ่างฮวงมาเยือนเมื่อครานั้น ได้กลืนกินวิถีสวรรค์มากมาย ทำให้หนทางแห่งผู้บำเพ็ญของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ไม่สมบูรณ์”
ระหว่างคำพูด ในดวงตาของสวี่ชิงก็ฉายแสงคมกริบขึ้นมา
“วิถีสวรรค์!”
ในทันทีที่คำสองคำนี้ดังออกมาจากปากของเขา ก็เหนือซึ่งวิถีสวรรค์ เหนือกว่าเสียงสวรรค์ ระเบิดไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ในเสียงระเบิดเลื่อนลั่น เหนือสวี่ชิง ในม่านฟ้าพลันมีเงาร่างที่แปลกประหลาดมากมายต่างปรากฏขึ้นพร้อมกัน
เงาร่างเหล่านั้น มีเผ่ามนุษย์ มีต่างเผ่า
พวกมันคือวิถีสวรรค์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์จนถึงตอนนี้
เพียงแต่ส่วนใหญ่ล้วนเน่าเปื่อย กลิ่นอายของแต่ละตนล้วนผสมปนเปไม่บริสุทธิ์ อีกทั้งยังดูพร่ามัว
“วันนี้ ขอแต่งตั้งจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล หนึ่งตาหนึ่งวิถี เก้าสิบเก้าตา เป็นเก้าสิบเก้าวิถีสวรรค์แห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!”
เสียงของสวี่ชิง แฝงซึ่งพลังแห่งการแต่งตั้ง ทันทีที่ดังออกมา โชคชะตาของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็เดือดพล่าน แปรเปลี่ยนเป็นนิมิตมงคลเป็นระลอกๆ ลอยขึ้นจากทั่วทั้งแปดทิศ
และวิถีสวรรค์ที่หลงเหลืออยู่เหล่านั้น ต่างก้มศีรษะลง เงาร่างถอยหลังลงไป มอบตำแหน่งให้
จากนั้น สายตาของสวี่ชิงก็จับไปทางบนจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลตรงนั้น
ดวงตาทุกดวงของจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล ในเสี้ยวขณะนี้ ก็ฉายประกายด้วยความตื่นเต้น
“ขอบคุณนายแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ขอรับ!”
พูดจบ มันก็สลายไปทันที กลับคืนไปสู่งูยักษ์ที่อยู่ข้างๆ ผสานเข้ากับร่างของมัน สุดท้าย ท่ามกลางการสั่นสะท้านของงูยักษ์ บนร่างของมันก็เกิดบาดแผลเก้าสิบเก้าแห่ง
ในบาดแผลทุกแห่งล้วนมีดวงตาดวงหนึ่งปรากฏขึ้น
ลืมตื่นขึ้นพร้อมกัน
จากนั้น งูยักษ์ก็ส่งเสียงคำราม พุ่งขึ้นไปบนฟ้า
ดวงตาหนึ่งตาคือหนึ่งวิถี รวมกันเป็นเก้าสิบเก้าวิถีสวรรค์ เข้าสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สั่นสะเทือน
ท่ามกลางความรางเลือน หมื่นเผ่าพันธุ์สัมผัสได้ ยิ่งมีผู้บำเพ็ญบางคนที่ติดอยู่ในช่วงปลายของระดับเตรียมสู่เทวะ ในเสี้ยวขณะนี้ ในใจเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ขึ้นเป็นระลอก จากนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมา
เพราะความเข้าใจเหล่านั้น คือการชี้นำแห่งหนทางสู่เจ้าเหนือหัว!
ทุกอย่างนี้มาจากจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาล มาจากตำแหน่งของเขา มาจากพลังบำเพ็ญของเขา!
นี่คือการใช้บรรพกาลมาเชื่อมต่อหนทางสู่เจ้าเหนือหัวในปัจจุบัน!
“วิถีสวรรค์ จะขาดไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีร้อยวิถี”
มองไปยังจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลที่เข้าสู่ตำแหน่ง สวี่ชิงเอ่ยขึ้นเบาๆ จากนั้นสายตาของเขาก็จับไปที่…นอกเขตปกครองผนึกสมุทร
นอกเขตปกครองผนึกสมุทร บนพื้นดิน มีทารกยักษ์ที่มนุษย์ธรรมดามองเห็นคนหนึ่ง กำลังนั่งอยู่ตรงนั่น ยิ้มอย่างซื่อๆ ให้กับสวี่ชิง
เพียงแต่บนร่าง มีบาดแผลที่เน่าเปื่อยมากมาย
นั่นคือถูกเซียนโบราณทำให้แปดเปื้อนเมื่อก่อนหน้านี้
มองทารกยักษ์ สายตาของสวี่ชิงเปลี่ยนมาอ่อนโยนลง
“เศษเสี้ยววิถีกลับสู่ตำแหน่ง!”
เสียงดังขึ้นเจตจำนงบังเกิดตามมา ดังไปบนท้องฟ้า เพียงพริบตา เศษเสี้ยววิถีที่มอบตำแหน่งให้จักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลเหล่านั้น แต่ละวิถีแปรเปลี่ยนเป็นลำแสง พุ่งตรงไปยังทารกยักษ์
ในชั่วพริบตา ก็ผสานเข้าไปในร่างกายของทารกยักษ์ทีละวิถีๆ
ทำให้ทารกยักษ์ทางนั้นกลิ่นอายหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ บาดแผลบนร่างกายก็หายเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งสุดท้าย ทั่วทั้งร่างทารกยักษ์ก็มีสีสันสดใสพร่างพราย ขณะเดียวกันในที่สุดก็เริ่มเติบโต ภายใต้สายตาของสวี่ชิง ก็กลายเป็นเด็กชายวัยหก เจ็ดขวบ
ใบหน้าดุจจานเงิน ผิวขาวราวหิมะ เปล่งประกายแวววาวประดุจหยกมันแพะ แฝงไว้ด้วยความบริสุทธิ์และไร้เดียงสา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาทั้งสองข้าง ราวกับลงยา ในความลึกซึ้งแฝงด้วยความใสสะอาด ราวกับน้ำพุใส ทั้งราวกับดวงดาวระยิบระยับที่ตกลงไปในนั้น เมื่อมองไปมา ก็มีแสงระยิบระยับ เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาของเด็ก
โดยรวมแล้ว ราวกับดอกตูมที่เพิ่งบานบนกิ่งในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ผู้คนเมื่อได้เห็นก็รู้สึกปิติยินดี
ราวกับว่าตัวเองคือนิมิตมงคล
ตอนนี้ลุกยืนขึ้น ยกมือเล็กๆ ขึ้นคารวะสวี่ชิง
“ลูกขอคารวะท่านพ่อ”
บนใบหน้าสวี่ชิงปรากฏยิ้ม เอ่ยเสียงแผ่วเบา
“เดิมทีเจ้าไร้รูปร่าง ลงมาเนื่องจากโอกาส เกิดมาเป็นวิถีสวรรค์ ครอบครองตำแหน่งแห่งวิถีบรรพกาล
วันนี้ ขอแต่งตั้งเจ้าเป็นวิถีสวรรค์อันดับหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
ควบคุมวิถีทั้งเก้าสิบเก้าสายของวิญญาณบรรพกาล!
ในอนาคต…ปกป้องคุ้มครองแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!”
เสียงของสวี่ชิง แฝงด้วยอำนาจแห่งธรรมนูญของเขา มีโชคชะตาเสริมพลัง แผ่ระลอกไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ดังกึกก้องคำรามในใจของหมื่นเผ่าพันธุ์ แต่งตั้งวิถีสวรรค์
ดังนั้น แสงพรายรุ่งยิ่งเข้มข้นขึ้น ฟ้าดินร่วมบังเกิดนิมิตมงคล
ในแสงพรายรุ่งเต็มท้องฟ้านี้ เด็กชายมองสวี่ชิง ท่าทางจริงจังเป็นอย่างยิ่ง พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ลูกจะฟังคำพูดของท่านพ่อ จากนี้ไปจะปกป้องคุ้มครองแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์อย่างแน่นอน”
“ลูกอยู่ แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์อยู่”
“หากลูกชายไม่อยู่ ก็จะใช้กำลังทั้งหมด ทำให้แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์อยู่ตลอดไป”
สวี่ชิงพยักหน้า
เด็กชายคนนั้นสูดหายใจเข้าลึก หันหน้าทอดสายตาไปยังอีกทิศทางหนึ่ง ที่นั่น เขาสัมผัสได้ถึงพ่อรองของเขา ดังนั้นจึงโค้งคารวะไปในทางนั้น
จากนั้น ร่างของเขาก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า ท่ามกลางประกายแสงพร่างพรายมงคล ภายใต้การก้มศีรษะจากวิถีทั้งเก้าสิบเก้าวิถีวิญญาณบรรพกาล ก็ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งของวิถีสวรรค์อันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
ในทันทีที่เข้าสู่ตำแหน่ง กฎของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็แผ่ระลอกปั่นป่วนทันที