ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1350 สังเวย!
บทที่ 1350 สังเวย!
ข้ากำลังสู้!
องครักษ์ของข้าก็กำลังสู้เช่นกัน!
เพียงแต่พวกเขาที่อ่อนล้าจนถึงขีดสุด ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแล้ว
คมดาบของเหล่าหลัวฟันถูกเพียงมุมหนึ่งของเกราะแขนจักรพรรดิเผ่ากีฏฉีกนภาเท่านั้น เสี้ยวพริบตาต่อมา กรงเล็บยักษ์ที่ปกคลุมด้วยเปลือกแข็งสีดำเมื่อม ห้อมล้อมด้วยพลังฉีกทึ้งมิติ ก็ทะลุผ่านหน้าอกของเขาราวกับการเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา ควักหัวใจออกมา กลืนกินลงไปในคำเดียว
ในกลุ่มองครักษ์ ผู้บำเพ็ญหญิงที่ถือคันธนูคนหนึ่งส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญน่าเวทนาราวกับนกดุเหว่าร่ำไห้เป็นโลหิต ลูกธนูที่นางยิงออกไปทะลุดวงตาหินหนืดข้างหนึ่งของยักษ์หินหนืด แต่ก็ถูกดาบเงาที่แปลกประหลาดของผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์อีกตนหนึ่งตัดแขนทั้งสองข้างขาดในทันที
นางโซซัดโซเซ กระอักเลือดออกมา แต่ก็กลับพลันเงยหน้าขึ้น มองมาทางข้า ในดวงตามีความเด็ดเดี่ยวสุดท้าย
จากนั้นก็กัดปลายลิ้นอย่างรุนแรง พ่นเลือดแก่นแท้ไปยังธนูหักที่เหลืออยู่ ธนูหักส่งเสียงวู้ม แล้วแปรเปลี่ยนเป็นลูกธนูเลือดลุกไหม้ พุ่งเข้าใส่ผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์อีกคนที่กำลังโจมตีข้าด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ระเบิดออกที่กลางหลังของมันอย่างรุนแรง!
ส่วนตัวนางเอง ก็ถูกลำแสงหลายสายท่วมจมในทันที กลายเป็นเถ้าธุลีปลิวหายไป…
เงาร่างที่ล้มลงทุกร่างล้วนเหมือนเหล็กที่ถูกเผาแดงวาบ ประทับอย่างรุนแรงลงบนวิญญาณของข้า
ข้าต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง!
ใช้ทุกอย่างที่มี!
สังหารผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์ไปแล้วตนแล้วตนเล่า!
เปลวเพลิงสีม่วงพวยพุ่ง ปราณกระบี่ฉีกทึ้งผืนฟ้า
ซากศพ บนที่ราบเป็นเอกนี้ จากการตายทั้งหมดขององครักษ์ข้า ก็เปลี่ยนมามากขึ้นเรื่อยๆ
แต่บาดแผลบนร่างกายของข้าก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
หินหนืดที่ร้อนระอุจนแทบจะเผาผลาญกระดูก คมมีดฉีกทึ้งมิติของเผ่ากีฏฉีกนภาทิ้งบาดแผลฉกรรจ์ที่ลึกจนเห็นกระดูกไว้บนแผ่นหลังของข้า วิชาเวทของหมื่นเผ่าพันธุ์อันแปลกประหลาดราวกับหนอนที่เกาะกินกระดูก กัดกินพลังชีวิตของข้าไม่หยุด
เลือดซึมเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งจนชุ่มโชก วิสัยทัศน์พร่ามัวจากโลหิตที่ไหลลงมา
พลังบำเพ็ญเหมือนน้ำที่ไร้ต้นกำเนิด สลายไปอย่างรวดเร็ว
ทำให้ทุกครั้งที่ข้าหายใจเข้า ล้วนมีความเจ็บปวดแสบร้อนจากอวัยวะภายในที่แตกสลาย
ข้าสังหารไปมาก แต่ศัตรูมีมากกว่า
ไม่มีที่สิ้นสุด…
สติของข้าก็ค่อยๆ เริ่มจมดิ่งสู่ความมืดมิดอันไร้ขอบเขต
แต่ในเสี้ยวขณะที่โลกกลายเป็นสีดำสนิทไปโดยสมบูรณ์!
เจตจำนงอันยิ่งใหญ่ ซับซ้อน แฝงไปด้วยความโศกเศร้าและความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นไม่มีที่สิ้นสุด ก็ราวกับคลื่นยักษ์ไร้รูปร่าง หอบม้วนพัดพามาจากทั่วทุกทิศ ซัดเข้ามาในทะเลความรู้สึกของข้าอย่างแรง!
นี่ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็น…การขานรับอย่างหนึ่ง!
เสียงตะโกนสุดท้ายที่มาจากวิญญาณที่กำลังจะตายนับไม่ถ้วนของรัฐม่วงครามทั้งหมด!
วิสัยทัศน์ของข้า ในเสี้ยวขณะนี้ สูงขึ้นและแผ่ขยายออกอย่างไม่สิ้นสุด!
ราวกับวิญญาณหลุดพ้นจากร่างที่ใกล้ตาย ก้มลงมองยังแผ่นดินที่พินาศย่อยยับนี้
ข้าเห็นในแดนใหญ่ม่วงคราม เมืองแต่ละแห่งๆ ที่เคยรุ่งโรจน์เหล่านั้น บัดนี้เหลือเพียงเปลวไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้าและควันดำลอยคลุ้ง!
เงาร่างเล็กจ้อยนับไม่ถ้วนดิ้นรน ล้มลงในเปลวเพลิง เสียงตะโกนร่ำไห้อย่างสิ้นหวังราวกับดังอยู่ข้างหู
ข้าเห็นในเขตปกครองผนึกสมุทร ภาพสัญลักษณ์ของหมื่นเผ่าพันธุ์ขนาดมหึมาลอยอยู่บนท้องเหนือเขตปกครอง แผ่กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างออกมา
กำแพงเมืองพังทลายไปนานแล้ว ภายในเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และที่ศูนย์กลางของซากปรักหักพังนั้น ข้าเห็นศิษย์ของข้า ไป๋เซียวจั๋ว
เขาทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยเลือด แขนซ้ายขาดถึงไหล่ มือขวาที่เหลืออยู่ข้างเดียวชูตราประทับเจ้าเมืองที่แตกหักขึ้นสูง!
รอบตัวเขาคือประชาชนที่เหลือรอดอยู่มากมาย!
ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง คนชรา และเด็ก เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าซีดเซียวผอมแห้ง ในดวงตาไม่มีน้ำตา มีเพียงความเด็ดขาดที่แทบจะชาชิน แต่กลับมุ่งมั่นบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง!
ข้าเห็นที่ชายแดนตะวันตก ทหารที่เหลือรอดกลุ่มสุดท้ายกำลังหลับตาลง
ข้าเห็นที่ทุ่งน้ำแข็งทางเหนือ กลุ่มย่อยของหน่วยลาดตระเวนที่หนาวจนแข็ง กำลังจะตายไป
ภาพแต่ฉากๆ เหล่านี้ กลายเป็นความเจ็บปวดและความโศกเศร้าที่ไม่อาจบรรยายได้ ราวกับเข็มเหล็กนับพันล้านเล่ม ทะลุมาในวิญญาณของข้าทันที!
รุนแรงกว่าการโจมตีใดๆ ของผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์!
ประเทศของข้า…ประชาชนของข้า!
ความโศกเศร้าที่ไร้จุดสิ้นสุด ในเสี้ยวขณะนี้ก่อตัวเป็นความเด็ดเดี่ยวที่อยู่เหนือความเป็นตาย!
ราวกับน้ำแข็งขนาดมหึมาที่แข็งที่สุด แช่แข็งความเจ็บปวดและความสิ้นหวังทั้งหมด!
ข้าพลันเงยหน้าขึ้น!
สายตาที่อาบย้อมด้วยเลือด ทะลุผ่านใบหน้าเหี้ยมเกรียมของผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์เบื้องหน้า ทะลุผ่านเค้าร่างอันเงียบงันของที่ราบเป็นเอก ทะลุผ่านภูเขาที่ทับกันของทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ พุ่งตรงไปยังสวรรค์เบื้องบน–เสี้ยวหน้าขนาดมหึมาที่ลอยอยู่สูงอย่างเฉยชา ราวกับไม่เปลี่ยนแปลงชั่วนิรันดร์ดวงนั้น!
องค์ท่านยังคงไม่สมบูรณ์ เย็นชา และเงียบงันเช่นเคย
ราวกับหน้ากากเย็นชาซึ่งถูกฉีกไปเกือบครึ่ง แนบอยู่บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
และการมีอยู่ขององค์ท่านก็คือการเยาะเย้ยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความสุขความเศร้า การอยู่พร้อมหน้า การพลัดพรากจากกัน และการดิ้นรนทุกอย่างในโลกมนุษย์
แต่วันนี้ ผู้สังเกตการณ์ชั่วนิรันดร์องค์นี้ อวตารแห่งกฎเกณฑ์ที่เฉยเมยนี้…บางทีอาจเป็นพลังเดียวที่สามารถพลิกสถานการณ์แห่งความตายนี้ได้!
ประชาชนกลุ่มสุดท้ายของรัฐม่วงครามกำลังจะตาย
และข้า จื่อชิง องค์รัชทายาทที่ถูกเนรเทศระหกระเหินร่อนเร่ ไร้ความสามารถคนนี้ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือ…
“ข้า…จื่อชิง!”
เสียงของข้าแหบแห้งแตกพร่า แต่กลับแฝงด้วยพลังที่สั่นสะเทือนฟ้าดินอย่างหนึาง กลบเสียงสังหารและระเบิดกึกก้องเลื่อนลั่นทั้งหมดของรัฐม่วงคราม
“ในนามขององค์รัชทายาทรัฐม่วงคราม!”
ข้ากางแขนทั้งสองออก เสื้อที่ขาดรุ่งริ่งสะบัดปลิวไปตามลม บาดแผลทั่วร่างกายปริแตกพร้อมกัน เลือดสดๆ ประดุจน้ำพุไหลทะลักออกมา แต่กลับไม่กระเซ็นลงพื้นอย่างน่าประหลาดใจ หากแต่กลายเป็นเปลวเพลิงสีเลือดที่ลุกไหม้ ห้อมล้อมอยู่รอบกาย!
“ขอเซ่นสังเวยด้วยร่างที่ไม่สมบูรณ์ของข้า! เผาผลาญวิญญาณข้า! เผารากฐานเต๋าของข้า! เผาไหม้ทุกสิ่งที่ข้ามี! เผาผลาญอดีตและอนาคต…ผลกรรมเวรทั้งหมด!”
ทุกคำที่เปล่งออกมา มาพร้อมกับการเผาไหม้พลังรากฐานชีวิตของข้าอย่างสมบูรณ์ที่สุด!
เลือดเนื้อกำลังละลาย กระดูกส่งเสียงครวญครางที่ไม่อาจทานทนได้ วิญญาณราวกับถูกโยนลงไปในเตาหลอมแห่งนิรันดร์ พลังบำเพ็ญที่เพิ่งฟื้นกลับมา พร้อมกับรากฐานทุกอย่างของข้า ในเสี้ยวขณะนี้ ล้วนกลายเป็นพลังรากฐานที่บริสุทธิ์และร้อนแรงที่สุด!
“ดึงพลังขององค์ท่าน! ชำระความโสมมนี้! เผาผลาญโลกที่วุ่นวาย! ปกป้อง…เปลวไฟสุดท้ายของรัฐม่วงครามของข้าไม่ให้ดับไป!”
“ชาติหน้า!”
“ในยามที่ฟื้นคืน ข้าจะเซ่นสังเวยทุกสิ่งที่ข้าได้เห็น!”
ตูม!!
ลำแสงสีม่วงทองที่ไม่อาจพรรณาได้ บริสุทธิ์กว่า ควบแน่นกว่า ยิ่งแฝงไว้ด้วยตำแหน่งจักรพรรดิมนุษย์และความอาฆาตแค้นท่วมฟ้าบยิ่งกว่าการเผาไหม้ของโชคชะตาของรัฐม่วงคราม ก็ระเบิดปะทุออกมาจากร่างลุกไหม้นั้นอย่างรุนแรง!
ฉีกทึ้งม่านราตรีคาวเลือดที่ที่ปกคลุมที่ราบเป็นเอก ฉีกการปิดล้อมที่ผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์ร่วมกันสร้างขึ้น!
มาพร้อมด้วยเจตจำนงมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างทุกสิ่งมุ่งไปสู่ความตายเพื่อชีวิต ราวกับแม่น้ำดาราสีม่วงที่ไหลย้อนกลับ ทะลุผ่านความว่างเปล่าอันไม่สิ้นสุด พุ่งชนเสี้ยวหน้าบนท้องฟ้าอย่างรุนแรง!
ในเวลาเดียวกัน ภายในเขตปกครองผนึกสมุทร
ไป๋เซียวจั๋วราวกับสัมผัสได้ มองไปทางทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ น้ำตาไหลลงมา จากนั้นก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่ำไห้เป็นสายเลือด ทำร้ายตัวเอง เหลือเพียงครึ่งหน้า เฉกเช่นเดียวกับเสี้ยวหน้า
จากนั้นก็ตะโกนเสียงดัง
“เกิดบนผืนดินนี้! ตายบนผืนดินนี้! วิญญาณก็จะปกป้องผืนดินนี้! ข้าขอติดตามองค์รัชทายาทไป จะฟื้นคืนก่อนองค์รัชทายาทพันปี เพื่อคุ้มพระองค์!”
“เซ่นสังเวย!”
จากการเซ่นสังเวยของเขา ประชาชนของเขตปกครองผนึกสมุทรที่อยู่รอบๆ ต่างประคองกัน ล้อมรอบเจ้าเมืองของพวกเขาก่อเป็นวงแหวนมนุษย์ขนาดมหึมา
คนชรา ผู้หญิง และเด็ก…พวกเขายกหน้าขึ้น มองไปยังเสี้ยวหน้า–ที่ลอยอยู่สูงชั่วนิรันดร์บนท้องฟ้า มองลงมายังโศกนาฏกรรมของโลกมนุษย์อย่างเฉยชา!
หลังจากนั้น พวกเขาแต่ละคนสีหน้าก็เปลี่ยนมาคลุ้มคลั่ง ต่างเอ่ยปากขึ้นทั้งหมด!
“เซ่นสังเวย!”
เสียงนับไม่ถ้วน รวมตัวกันเป็นกระแสน้ำไหลบ่าที่ฉีกทึ้งฟ้าดิน!
คนชรา ผู้หญิง เด็ก… ประชาชนเขตปกครองผนึกสมุทรที่เหลือรอดทั้งหมด ไม่ว่าจะแก่หรือหนุ่ม ไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ต่างก็ทำแบบเดียวกันในเวลาเดียวกัน…ทำร้ายตัวเอง กลายเป็นเสี้ยวหน้า!
ไม่มีความลังเล ไม่มีการถอยหนี มีเพียงความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นที่จะมุ่งหน้าสู่ความตายเพื่อชีวิต สั่นสะท้านจักรวาล!
เพียงพริบตา จุดแสงแห่งชีวิตที่อ่อนแอแต่บริสุทธิ์อย่างยิ่งนับไม่ถ้วน ราวกับสะเก็ดดาวพุ่งย้อนทวน แยกออกมาจากร่างที่ทำร้ายตัวเองทุกร่าง!
จุดแสงเล็กรวมตัวกันเป็นแม่น้ำ และโหมบ่ากลายเป็นมหาสมุทร!
กระแสแสงแห่งชีวิตที่เกิดจากเจตจำนงสุดท้ายของวิญญาณที่เหลือรอดจากประชาชนรัฐม่วงครามนับไม่ถ้วน มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งสุ้มเสียงแต่กลับแฝงไว้ด้วยการเผาผลาญซึ่งทุกสิ่ง ร่วมกับองค์รัชทายาทของพวกเขา…พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า!
พุ่งทะลุฟ้า!
ขณะเดียวกัน ชายแดนตะวันตกของรัฐม่วงคราม ทหารที่เหลือรอดกลุ่มสุดท้ายจุดสัญญาณไฟ ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นสู่ฟ้า หันไปทางเสี้ยวหน้าบนฟ้า ร่ำไห้เป็นสายเลือดทำร้ายตัวเอง เงาร่างอยู่ในเปลวไฟที่ลุกโชนบิดเบี้ยว กลายเป็นจุดแสง…
ที่ราบน้ำแข็งทางเหนือของรัฐม่วงคราม กลุ่มย่อยหน่วยลาดตระเวนที่หนาวจนแข็งใช้พลังเฮือกสุดท้าย ปักธงศึกที่อาบเลือดลึกลงในดินเยือกแข็ง หันหน้าไปยังทิศทางของบ้านเกิด หันหน้าไปยังเสี้ยวหน้าบนท้องฟ้า ทำร้ายตัวเองพร้อมกัน แสงริบหรี่สีเลือดผสานเข้ากับกระแสวิญญาณที่พัดหอบม้วนไปทั่วฟ้าดิน…
ภายในอาณาเขตของรัฐม่วงคราม สถานที่นับไม่ถ้วน มุมนับไม่ถ้วน ในการต่อสู้เป็นตายที่กระจัดกระจาย สิ้นหวัง แต่กลับกล้าหาญเป็นอย่างยิ่งนับไม่ถ้วน เจตจำนงที่อ่อนแอนับไม่ถ้วน
ในเสี้ยวขณะนี้ ต่างก็เลือกเส้นทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย!
ใช้ตัวเองเป็นเครื่องเซ่นสังเวย! ใช้วิญญาณที่เหลือรอดเป็นสื่อนำ! ถวายทุกสิ่งสุดท้ายของรัฐม่วงครามแด่เสี้ยวหน้าที่ลอยสูงอยู่เหนือช่วงเวลาอันนิรันดร์ และก้มมองดูสรรพชีวิตทั้งหลายอย่างเฉยชา!
ทะยานขึ้นสู่ฟ้า!
ราวกับร้อยสายธารไหลกลับสู่มหาสมุทร ข้ามผ่านสิ่งกีดขวางทางมิติอันไม่สิ้นสุด รวมตัวกันในทันที วนล้อมลำแสงสีม่วงทองที่องค์รัชทายาทของพวกเขาปล่อยออกมา!
ตามองค์รัชทายาทของพวกเขา…ร่วมเซ่นสังเวยไปด้วย!
ขอเพียง…จื่อชิงในอนาคต กลับมาเยือนยังแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์อีกครั้ง!
เวลา ดูเหมือนว่าในเสี้ยวขณะนี้จะหยุดนิ่งโดยสมบูรณ์
การต่อสู้สังหารบนที่ราบเป็นเอกหยุดชะงัก
ความโหดร้ายบนใบหน้าของผู้แข็งแกร่งหมื่นเผ่าพันธุ์แข็งค้าง ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตะลึงและความหวาดกลัวที่มาจากสัญชาตญาณแห่งชีวิต!
ทั่วทั้งฟ้าดิน เหลือเพียงเปลวแสงสีม่วงทองที่ไหลย้อนกลับไปข้างบน และวิญญาณที่เซ่นสังเวยตามไปด้วยอันไม่สิ้นสุดจากทุกทิศทาง นอกจากนั้นก็เป็น…บนท้องฟ้า เสี้ยวหน้าที่เย็นชาชั่วนิรันดร์ดวงนั้น
จากนั้น…
เสี้ยวหน้าที่เย็นชาและไม่เปลี่ยนแปลงชั่วนิรันดร์ดวงนั้น ในเสี้ยวขณะนี้ ก็…ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ในนั้น คือคลื่นวนสีเลือดที่ลุกไหม้ด้วยความเย็นชาและความวุ่นวายโกลาหลอันไม่สิ้นสุด!
ราวกับดวงอาทิตย์แห่งความดับสูญ!
พลังกดดันที่ไม่อาจบรรยายได้ เหนือกว่าขีดจำกัดความเข้าใจของสิ่งมีชีวิต ราวกับกฎเกณฑ์ของทั้งระบบดาวถูกบีบอัดเป็นสายตาทางหนึ่ง พลันพุุ่งลงมาเยือนในทันที!
สายตานี้ เย็นชา เฉยเมย แฝงด้วยเจตจำนงอันเด็ดขาดที่มองทะลุชั่วนิรันดร์ ทะลุความว่างเปล่าทั้งหมด
หลังจากนั้น สายตานี้ก็จับจ้องมา!
จ้องมองมายัง…ต้นกำเนิดของลำแสงสีม่วงทองนั้น
จ้องมองมายัง…ข้า…ที่กำลังสลายไปอย่างรวดเร็วอในลำแสง
ร่างกายของข้า ในเสี้ยวพริบตาที่สายตาสีเลือดมองมา ก็ราวกับหิมะที่ถูกโยนเข้าไปในดวงอาทิตย์อันร้อนระอุ เริ่มจากปลายนิ้ว แต่ละชุ่นๆ กลายเป็นฝุ่นผงสีม่วงปลิวกระจายไป
เลือดเนื้อ กระดูก จิตวิญญาณ…ทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นตัวตนของ “จื่อชิง” ภายใต้การจ้องมองของเสี้ยวหน้านั่นก็ถูกย่อยสลาย กลายเป็นพลังรากฐานอย่างสมบูรณ์
ข้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด
มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่เย็นชา
ราวกับว่าสติกำลังปลิวหายไปพร้อมกับมัน
ในเสี้ยวขณะสุดท้ายก่อนจะสลายไปอย่างสมบูรณ์ ภายใต้การจ้องมองที่เย็นชาของคลื่นวนสีเลือด ข้าได้ยินเสียงต่ำทุ้มเสียงหนึ่ง
“อนุญาต”
ในเสี้ยวพริบตาที่เสียงนี้ดังก้อง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจบรรยายได้ราวกับจักรวาลที่เพิ่งก่อกำเนิดขึ้น ราวกับคลื่นยักษ์ทำลายล้างโลกไร้รูปร่าง ก็พุ่งมายังที่ราบเป็นเอก ระเบิดออกมาทันที!
ทำลายทุกสิ่ง!
เวลา ราวกับถูกยืดออกไปชั่วนิรันดร์
สติรับรู้ของข้า ในพายุแห่งความปั่นป่วนโกลาหลสุดท้ายที่หอบม้วนทุกสิ่งนี้ ราวกับประกายไฟสุดท้ายของเปลวเทียนริบหรี่ในสายลม ก็…ดับสลายไปโดยสมบูรณ์
มีเพียงกระแสน้ำที่ทะลุผ่านฟ้าดิน จุดประกายโดยเจตจำนงสุดท้ายของวิญญาณที่เหลือรอดนับพันล้านดวง ยังคงลุกไหม้ พุ่งทะยาน และดับสิ้นไป…ในคลื่นวนสีเลือดที่เสี้ยวหน้าลืมตาขึ้นมา
ราวกับบทเพลงส่งวิญญาณที่เงียบงัน…มุ่งสู่ความตายเพื่อชีวิต
……
ศักราชจื่อชิง ปีเก้าสามหนึ่งห้า ฤดูใบไม้ร่วง องค์รัชทายาทสวรรคตที่ทวีปปักษาสวรรรค์ทักษิณ
ไป๋เซียวจั๋ว ศิษย์ขององค์รัชทายาท เจ้าเมืองคนสุดท้ายของเขตปกครองผนึกสมุทร หัวเราะอย่างน่าสังเวช ร่ำไห้เป็นสายเลือด ทำร้ายตัวเอง เหลือเพียงครึ่งหน้า เช่นเดียวกับเสี้ยวหน้าหน้าเทพเจ้า
ก่อนตายเคยกล่าวไว้
“ข้าขอติดตามองค์รัชทายาทไป จะฟื้นคืนก่อนองค์รัชทายาทพันปี เพื่อคุ้มพระองค์”