ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 836 ขอบใจ
บทที่ 836 ขอบใจ
นิ้วชี้ไปทางทิศตะวันออกหมายถึงการเกิด!
ดังนั้นนิ้วซึ่งเกิดจากแสงดาวทางทิศตะวันออกของสวี่ชิง จึงแผ่พลังแห่งชีวิตเข้มข้น
แต่สิ่งใดก็ตามที่มากเกินไปย่อมไม่ดี เมื่อเกินขีดจำกัด ความรู้สึกที่ได้รับย่อมไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี แต่เป็นสิ่งชั่วร้าย!
ดังนั้น แม้นิ้วนี้จะหมายถึงการถือกำเนิด แต่กลับเหมือนปีศาจร้าย
นิ้วชี้ไปทางทิศใต้หมายถึงความรุ่งเรือง!
ในทำนองเดียวกัน ความร้อนแรงเพิ่มขึ้น เหมือนปลายหอกของเทพแห่งเพลิง ต้องการเผาผลาญเพื่อปิดกั้นสวรรค์จากโลก
นิ้วชี้ไปทางทิศตะวันตกหมายถึงความแห้งแล้ง!
เช่นเดียวกัน ความแห้งแล้ง ความเสื่อมสลายแผ่ขยายไปทั่ว เจือด้วยความรู้สึกถึงกาลเวลาที่ผันผ่านไปอยู่ภายใน ทำให้ผู้คนคล้ายจะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของเวลา
นิ้วสุดท้ายทางทิศเหนือ หมายถึงความตาย!
ราวกับนำความตายจากยมโลกมาสู่โลก
ในขณะนี้ เมื่อสี่นิ้วตกลงมา การเกิด ความตาย ความแห้งแล้ง ความรุ่งเรือง ทั้งหมดรวมอยู่ในนั้น องค์ชายใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน ความกังวลใจเพิ่มทวี
เพราะเขา…พ่ายแพ้ให้แก่การเคลื่อนดาราแปลงชะตา ในนวดาราสังหารนี้
หากกล่าวให้ถูกต้อง เขาใช้สายโลหิตของตนเองทะลวงผ่านวิชาเวทเคลื่อนดาราแปลงชะตา แต่พ่ายแพ่ด้วยกระบวนท่าสังหารที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
“นี่เป็นเพียงภาพลวงตา การโจมตีที่แท้จริงของรัฐทายาทหมิงหนาน ซ่อนอยู่ภายในภาพลวงตานี้…”
องค์ชายใหญ่ต้องการเตือน แต่เขาทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือจิตเทพ ล้วนถูกรัฐทายาทหมิงหนานปิดกั้นไว้ก่อนหน้านี้ ไม่สามารถเตือนได้แม้แต่น้อย
ดังนั้นเขาจึงได้แต่เฝ้ามอง สี่นิ้วนั้นกดลงมาอย่างรุนแรง
ฝั่งนายกองไม่เคลื่อนไหว เพราะเขายังเชื่อในตัวสวี่ชิง ว่าอีกฝ่ายจะไม่ถูกสังหารง่ายๆ
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น เกือบจะในทันทีที่สี่นิ้วนั้นเคลื่อนลงมา ร่างกายของสวี่ชิงแม้จะไม่สามารถขยับได้ ถูกพันธนาการโดยสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ดวงตาของเขายังคงเปิดอยู่
ในทันใดนั้น ดวงตาของสวี่ชิงก็มืดมิด!
ในอดีตที่แดนใหญ่เซ่นจันทรา เขาได้สัมผัสรับรู้วิชาของพิษต้องห้ามที่เข้าตา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในขณะนี้ พิษต้องห้าม…มีช่องทางที่จะปะทุออกมาตามสายตาของเขา
สวี่ชิงมองไปยังนิ้วทางทิศตะวันออก พลังของพิษต้องห้ามพลันปะทุออกมา นิ้วมือมหึมาทางทิศตะวันออกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามสายตาที่เขาทอดมอง สีนิลกาฬ…ลุกลามไปตามนิ้วมือนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับกลากเกลื้อน
ไม่ว่าพลังแห่งชีวิตจะเข้มข้นเพียงใด แต่ตกอยู่ในกำมือพิษต้องห้าม ก็เปรียบดั่งน้ำแข็งและหิมะเจอน้ำเดือด หลอมละลายอย่างรวดเร็ว
ยังไม่จบ สวี่ชิงเบี่ยงสายตาไปมองนิ้วแห่งความตายทางทิศเหนือ
พิษต้องห้ามก็เป็นตัวแทนของความตายเช่นกัน
ในพริบตาเดียว นิ้วทางทิศเหนือก็สั่นสะเทือน พิษต้องห้ามที่ถูกกักอยู่ภายในดิ้นพล่านเหมือนปลาได้น้ำ
และเมื่อสองนิ้วถูกโจมตี ร่างกายของสวี่ชิงก็หลุดพ้นจากพันธนาการได้อีกครั้งด้วยการเคลื่อนไหวของเส้นวิญญาณ ได้รับอิสรภาพอีกครั้ง
เขาไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย เมื่อร่างกายสามารถขยับได้ เขาก็ยกมือขวาขึ้น กดลงไปบนท้องฟ้า
วิถีพุทธองค์ปีศาจเพลิงโรยราคำราม
ภูเขาสามลูก ปรากฏขึ้นฉับพลัน ตกลงมาจากฟากฟ้า มุ่งหน้าไปยังนิ้วทางทิศใต้
ขณะเดียวกัน สวี่ชิงนึกคิด หอกยาวสีดำที่อยู่ไกลออกไปก็เปลี่ยนทิศทาง รอยแยกยาวปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า พุ่งตัวเข้าแทงนิ้วแห่งความรุ่งเรือง
ทั้งหมดทั้งมวลนี้พูดแล้วอาจฟังดูยาวนาน แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงชั่วหินเพลิงกระเทาะกัน
ในวินาทีต่อมา พิษต้องห้าม ภูเขาปีศาจ หอกยาว ต่างส่งเสียงกึกก้อง ประสานเป็นเสียงเดียวกัน กลายเป็นเสียงดังลั่นสะเทือนฟ้าสะท้านดิน ทำลายความว่างเปล่า
นิ้วทางทิศตะวันออกพังทลาย นิ้วทางทิศใต้แตกสลาย นิ้วทางทิศตะวันตกแหลกเหลว นิ้วทางทิศเหนือกลายเป็นเถ้าถ่าน
นวดาราบนท้องฟ้า หรี่แสงลง ไม่สว่างจ้าอีกต่อไป หากแต่กลืนไปกับแสงของดวงดาวอื่นๆ ราวกับกำลังจะจางหายไป
ร่างของสวี่ชิง พุ่งออกมาจากนิ้วทั้งสี่วึ่งแหลกสลาย มุ่งตรงไปยังรัฐทายาทหมิงหนาน
ทว่า…พลังวิเศษถูกทำลาย สีหน้าของรัฐทายาทหมิงหนานหาได้เผยความประหลาดใจ แต่กลับยิ้มเยาะเย้ยอย่างเย็นชา เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา
“จำได้หรือไม่?”
สิ่งที่เขาถามไม่ใช่สวี่ชิง ดังนั้นเสียงตอบรับมากมายจึงมาจากผืนฟ้า พื้นดิน เวิ้งว่างเปล่า เมฆหมอก ทุกตำแหน่งในพื้นที่แห่งนี้
“จำได้แล้ว”
คำทั้งสามคำนี้ ประกอบด้วยสุรเสียงที่แตกต่างกันหลากหลายเสียง มีทั้งชายหญิง แก่หนุ่ม มีทั้งเสียงที่หนักแน่นและแหลมคม มีทั้งเสียงร่ำไห้และเสียงหัวเราะ มีทั้งเสียงคำรามและเสียงกระซิบ…
ทุกเสียงล้วนเอ่ยคำทั้งสามคำนี้
ในที่สุดนวดาราดับแสงบนท้องฟ้าก็เคลื่อนตัวฉับพลัน กลายเป็นวงกลม เมื่อแสงดาวเชื่อมโยงถึงกัน ก็กลายเป็นหลุมดำ แผ่กระจายพลังน่าสะพรึงกลัวออกมา
นั่นไม่ใช่พลังจากผู้บำเพ็ญ แต่อบอวลด้วยกลิ่นอายเทพเจ้าข้มข้น แฝงเจือด้วยไอพลังประหลาดไร้สิ้นสุด เหนือกว่าพื้นที่ต้องห้าม เหนือกว่าแดนต้องห้าม…
พุ่งเป้ามายังสวี่ชิง
สวี่ชิงหยุดชะงัก เขามีลางสังหรณ์ว่าไม่สามารถไปต่อได้ จึงเงยหน้าขึ้น มองไปยังหลุมดำนวดาราที่พุ่งเป้ามาที่ตน
เขาเคยรู้สึกถึงกลิ่นอายที่คล้ายกัน
นั่นคือ…
แผ่นดินเทวะ!
เกือบจะในทันทีที่สวี่ชิงตระหนักได้ ก็มีสิ่งหนึ่งตกลงมาจากหลุมดำนวดาราบนท้องฟ้า
นั่นคือกระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่ง
เงินกระดาษสำหรับคนตายหนึ่งแผ่น
กระดาษสีเหลืองนี้ลอยลงมา ดูเหมือนจะเชื่องช้า แต่แท้จริงแล้วกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เร็วขึ้นอย่างชัดเจน และที่แปลกกว่านั้นคือ บนกระดาษสีเหลืองมีใบหน้า กำลังถูกวาดอย่างรวดเร็ว
ใบหน้านั้น…คือสวี่ชิง
ห่างไกลออกไป ความกังวลใจขององค์ชายใหญ่ที่เฝ้ามองเหตุการณ์นี้ยิ่งทวีคูณ เขาเคยพ่ายแพ้ต่อการโจมตีนี้มาก่อน
กระดาษสีเหลืองนี้ เขาได้รู้ในภายหลังว่าเป็นของขวัญจากพระบิดาของรัฐทายาทหมิงหนาน
สิ่งนี้ไม่ได้มาจากดินแดนต้องประสงค์ แต่มากจากแผ่นดินเทวะที่เต็มไปด้วยสิ่งประหลาดและความตาย
เคลื่อนดาราแปลงชะตา นวดาราสังหาร เป็นเพียงภาพลวงตา พลังทำลายล้างของวิชานี้ไม่ใช่จุดสำคัญ จุดสำคัญคือการใช้การทำลายล้างเพื่อเลียนแบบจิตวิญญาณของศัตรู
ด้วยกระดาษสีเหลืองแผ่นนั้น เขาสามารถเลียนแบบจิตวิญญาณได้ โดยใช้เสียงแปลกๆ เหล่านั้นวาดภาพด้วยวิธีการพิเศษ
ทำให้แผ่นดินเทวะจดจำรูปลักษณ์ของสวี่ชิงได้
จากนั้น…ก็เผาทำลายเพื่อปิดผนึกวิญญาณ
เขาพยายามดิ้นรนจะร้องเตือน แต่ก็ทำไม่ได้ และกระดาษสีเหลืองก็ลอยละลิ่วลงมาอย่างรวดเร็ว บัดนี้เริ่มเผาไหม้แล้ว
เฉกเช่นที่คนเป็นเผากระดาษเงินกระดาษทองเพื่อเซ่นสรวงคนตาย กระดาษสีเหลืองนี้ก็ถูกเซ่นสรวงอย่างรวดเร็ว
แรงดึงดูดมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากหลุมดำนวดารา เมื่อกระดาษเงินถูกเผาไหม้ ปกคลุมร่างสวี่ชิง โจมตีต่อจิตวิญญาณของเขา
ในทันใดนั้น ร่างกายของสวี่ชิงก็หยุดชะงักกลางอากาศ สูญเสียความรู้สึกถึงกายเนื้อ เงาปรากฎซ้อนทับร่างของเขา จิตวิญญาณล่องลอยวนเวียน คล้ายจะลอยขึ้นไปตามแรงดูดกลืน
อีกทั้งยังมีโซ่ตรวนลวงตาตกมาจากหลุมดำเหนือท้องฟ้าลงบนจิตวิญญาณของสวี่ชิง พันธนาการเอาไว้และดึงขึ้นไป
จิตวิญญาณของสวี่ชิงดิ้นรนเต็มที่ ทว่าโซ่ตรวนกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น หนาแน่นหลายร้อยเส้น ทำให้จิตวิญญาณของเขาถูกดึงออกจากกายเนื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป
“ก็แค่นี้”
รัฐทายาทหมิงหนานเฝ้ามองเหตุการณ์ดังกล่าว บนอากาศ พลางเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา
“แต่การต่อสู้กับเจ้า ทำให้ข้าได้เรียนรู้สิ่งหนึ่ง นั่นคือ…อย่าให้โอกาสคู่ต่อสู้ได้พลิกกระดาน”
“ดังนั้นแม้ว่าจิตวิญญาณของเจ้าจะไม่สามารถพลิกกลับได้ ข้าก็จะไม่ให้โอกาสเจ้าแม้แต่น้อย”
“ส่วนอาวุธต้องห้าม…ข้าก็มีเหมือนกัน!”
ดวงตาของรัฐทายาทหมิงหนานเปล่งประกายแสงประหลาด สูดหายใจเข้าลึกๆ กัดปลายลิ้น พ่นเลือดออกมา ยกมือขวาขึ้นทำปางมือท่ามกลางหมอกเลือก
หมอกเลือดพลันลอยออกสู่ภายนอก ตามผนึกดารา ภายในปรากฏภาพลวงตา ภาพนั้นคล้ายทะเลเลือด โดยมีกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ยักษ์สามสิบหกส่งเสียงคำรามในทะเลเลือดนั้น
หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าในกระแสน้ำวนสามสิบหกแห่งนี้ มีอาวุธทั้งสิ้นสามสิบหกชิ้น
แต่ละชิ้นต่างก็แผ่พลังต้องห้ามเฉกเช่นหอกยาวสีดำ
พวกมันคืออาวุธแห่งผนึกต้องห้ามที่ถูกปิดผนึกไว้ในวิชาระดับจักรพรรดิ สามสิบหกดาวขุนพลเซียน!
บัดนี้ เมื่อรัฐทายาทหมิงหนานทำปางมือผนึกซ้ำ อาวุธต้องห้ามสามชิ้นในสามสิบหกชิ้นก็พุ่งทะลุผนึกเข้ามาทันที
หนึ่งคือตรีศูล
แผ่พลานุภาพเทพน่าสะพรึงกลัว มากล้นด้วยอำนาจล้นสวรรค์
หนึ่งคือดาบยาวสีดำ
คมดาบเย็นยะเยือก ไอสังหารสยบทุกสรรพสิ่ง
หนึ่งคือขวานสีเลือด
วิญญาณนับไม่ถ้วนห้อมล้อมคมขวาน ชวนให้สยดสยอง
เพื่อจะสังหารสวี่ชิง รัฐทายาทหมิงหนานงัดเอาพลังวิเศษทั้งหมดออกมาสำแดง อาวุธต้องห้ามสามสิบหกชิ้นนี้ก็เช่นกัน
ในตอนนั้นเอง มือขวาของเขาก็เอื้อมไปกดอาวุธต้องห้ามสามชิ้น พวกมันพวยพุ่งขึ้นจากภาพมายา เปลี่ยนจากภาพเสมือนเป็นสิ่งรูปธรรม ปรากฎตัวต่อหน้าเขา พลังของอาวุธต้องห้ามสั่นสะเทือนผืนฟ้า
เดิมทีวิถีสวรรค์ควรจะเข้ามาขัดขวาง ทว่า…ที่นี่คือเผ่านภาคิมหันต์ ซึ่งนภาคิมหันต์มีวิถีสวรรค์ที่ถูกพวกเขากำราบอยู่ จึงแทรกแซงสิ่งนี้ได้
ดังนั้น แม้จะมีเสียงฟ้าคำรนกึกก้อง แต่ก็ไร้ซึ่งสายอสุนีฟาดฟันลงมา
และในทันใดนั้น เมื่อจิตสังหารของรัฐทายาทหมิงหนานปะทุออกมา สามอาวุธต้องห้ามอันน่าสำพรึงกลัว ก็มุ่งตรงไปยังร่างของสวี่ชิงซึ่งจิตวิญญาณหลุดลอยออกไปแล้วครึ่งหนึ่ง!
ไม่มีสิ่งใดขัดขวาง ไม่มีการต่อต้าน มีเพียงแสงรุ้งอ่อนแรง ที่ดูกระพริบวูบวาบภายในอยู่หลายครั้ง
จากนั้น ตรีศูลก็แทงเข้าไปในจิตวิญญาณของสวี่ชิง ดาบยาวสีดำบั่นลำคอ ขวานสีเลือดจามลงที่ทรวงอก
จิตวิญญาณพังทลาย กลายเป็นจุดแสง ลอยลงสู่พื้นดิน
ศีรษะลอยขึ้นไป หมุนคว้าง ตกลงไปยังหินหนืด
ร่างกายฉีกขาด เลือดเนื้อสลายตัวกลายเป็นฝุ่นผงกระจายไปทั่ว
องค์ชายใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป สีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายสั่นเทา จิตใจเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
นายกองคล้ายจะตะลึงงันอยู่กับที่ ไม่กระดิกตัวแม้แต่น้อย
เหนือท้องฟ้า รัฐทายาทหมิงหนานผ่อนหายใจยาวอย่างโล่งอก ในใจก็มีความไม่พอใจอยู่บ้าง
“ไม่คิดว่า นอกจากคนเหล่านั้นแล้ว ก็ไม่มีใครในรุ่นเดียวกันที่อยู่รอดจากใต้การโจมตีของข้าได้อีก”
“น่าเบื่อ”
รัฐทายาทหมิงหนานโบกมือ นวดาราบนท้องฟ้าพลันหายวับ รอบๆ ก็กลับมาเป็นปกติ เขายกมือขวาขึ้น มุ่งหน้าไปยังจุดที่สวี่ชิงสูญสลาย กำลังจะเอื้อมมือคว้าจับ
แต่ในขณะนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปฉับพลัน รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลและน่าอัศจรรย์ของเวลาที่ปะทุขึ้นในเนื้อและเลือดของสวี่ชิงและจิตวิญญาณที่กระจัดกระจาย
ก่อนที่เขาจะแน่ใจ นาฬิกาแดดขนาดมหึมาพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ ผืนฟ้าแลแผ่นดินเปลี่ยนสี เข็มนาฬิกาหมุนวน ท่ามกลางเสียงคำรามก้อง
เวลา…ย้อนกลับ!
เลือดเนื้อทั้งหมด จิตวิญญาณทั้งหมดพลันย้อนกลับมาหลอมรวมกันจากผืนดิน จากหินหนืด จากเวิ้งว่างเปล่าในชั่วพริบตา
กลายเป็นร่างกายและจิตวิญญาณของสวี่ชิงในสภาวะเทพเจ้าอีกครา
เส้นวิญญาณสีแดงกระเพื่อมไหว กระดูกดุจแก้วส่องแสง ร่างกายที่น่ากลัวเต็มไปด้วยความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ สวี่ชิงยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับรูปปั้นเทพเจ้าในโลกแห่งนี้
แสงส่องสว่าง!
ไร้รอยขีดข่วน!
เหตุการณ์นี้ตกแก่สายตาของทุกผู้ทุกนาม องค์ชายใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปตะลึงงัน
ส่วนนายกองนั้น มีสีหน้าปกติ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
ฝั่งรัฐทายาทหมิงหนานเองก็ถอยกรูดไปหลายก้าว จ้องมองสวี่ชิงแน่นิ่ง เอ่ยวจีชัดถ้อยชัดคำ
“กฎแห่งเวลา!”
สวี่ชิงลืมตาขึ้น ดวงตาเปล่งประกายสีรุ้ง สีหน้าสงบ มองไปยังรัฐทายาทหมิงหนานที่สีหน้าเคร่งเครียดอย่างสุดขีด แล้วเอ่ยเรียบๆ
“ถึงจะยากสักหน่อย แต่ข้าต้องบอกว่าขอบใจ”
พูดจบ สวี่ชิงก็ยกมือขวาขึ้นคว้าจับความว่างเปล่า
ในทันใดนั้น ดาบยาวสีดำที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ตรีศูลที่แผ่พลังน่าสะพรึงกลัว ขวานสีเลือดที่เข่นฆ่าได้ไม่สิ้นสุด และหอกยาวสีดำที่ไม่อาจทำลายลง…
อาวุธแห่งผนึกต้องห้ามทั้งสี่ ปรากฏขึ้นพร้อมกันรอบตัวสวี่ชิง!