ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 838 วิชาคำสาป วิชาต้องห้าม วิชาเทพ
บทที่ 838 วิชาคำสาป วิชาต้องห้าม วิชาเทพ
จำต้องบอกว่ารัฐทายาทหมิงหนานเป็นผู้เก่งกล้าของเผ่านภาคิมหันต์ กำลังรบของเขาน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่เป็นรุ่นเดียวกันคงยากต่อต้านเมื่ออยู่ตรงหน้าเขา
ด้วยว่ากายเนื้อเป็นข้อได้เปรียบของรัฐทายาทหมิงหนาน
วิชาเวทก็พิสดารและเฉียบคมกว่า
โดยเฉพาะการอำนวยพรพลิกฟ้ากลับตะวันนั้นให้ผลลัพธ์เดียวกับกฏแห่งเวลาของสวี่ชิง ในขั้นหนึ่งล้วนเป็นวิชาของการเป็นอมตะ
คู่ต่อสู้เช่นนี้สังหารยากยิ่ง
ทั้งกระตุ้นความอยากสู้ของสวี่ชิงด้วยเช่นกัน เขาที่นั่งขัดสมาธิอยู่นี้ มองจากไกลๆ หว่างคิ้วพลันปรากฏตะเกียงผีดวงหนึ่ง!
จากนั้นสวี่ชิงวาดนิ้วมาตกที่ไหล่ซ้าย
ตรงนั้นปรากฏตะเกียงผีดวงที่สอง
ไฟสีดำวูบไหว สวี่ชิงเคลื่อนนิ้วมือรวดเร็วมาลงที่ไหล่อีกข้าง ตันเถียน สองขา จุดสุดท้ายที่ลงคือหัวใจ
ครู่ต่อมา ตะเกียงผีทั้งเจ็ดถูกจุดทั้งหมด
ขณะลุกไหม้ ในเปลวไฟปรากฏเงาร่างรัฐทายาทหมิงหนาน
ความรู้สึกของการสาปแช่งระเบิดตามมา
รัฐทายาทหมิงหนานสีหน้าย่ำแย่กว่าเดิม เขาสัมผัสได้ถึงความยากรับมือของสวี่ชิง นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดการณ์ก่อนออกมือในยามแรก
คนที่เขาไม่อยากเผชิญหน้าที่สุด ก็คือพวกที่สามารถฟื้นฟูร่างกายและมีวิชาเวทพิสดารเหมือนกับตน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ทำให้เขากังวลมากที่สุดคือถ้าอีกฝ่ายเรียนวิชาเวทของเขาเป็นหมดแล้ว เช่นนั้นสู้ต่อไปจะไม่เป็นผลดีกับตนเอาเลย
นี่ก็คือสาเหตุที่เมื่อครู่เขาไม่อยากสู้ต่อ
แต่ตอนนี้ขี่เสือลงยาก ไม่สู้ไม่ได้ เขาจึงกัดฟันรุนแรง ดูรู้เจตนาของเผ่ามนุษย์ตรงหน้าว่าอยากพนันกับตนว่าใครจะทนได้นานที่สุด
หรือไม่ก็…ใครหาช่องโหว่ในวิชาฟื้นฟูของอีกฝ่ายได้ก่อน!
รัฐทายาทพร้อมเทหมดหน้าตัก เส้นเลือดในตาขยายถ้วนทั่ว สองมือทำมุทราเร็วรี่ ประตูชีวิตด้านหลังส่งพลังชีวิตมามากมาย ขณะผสานเข้าในกาย เข็มทิศด้านล่างเคลื่อนหมุนเร็วไว
หกเกราะกลางอากาศก็เป็นเช่นนั้น เงามายาของสวี่ชิงบนประตูความตายก็เลือนรางอย่างรวดเร็ว ถูกมันกลืนกิน
ที่เกิดกับสวี่ชิงคือความเจ็บปวดรุนแรงทั่วกาย รวมถึงความรู้สึกเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่กำลังจะแตกฉานซ่านเซ็น
แต่สวี่ชิงมีความโหดเหี้ยมมาตั้งแต่เด็ก เขามองรัฐทายาทหมิงหนานอย่างเย็นชา ขณะเจ็ดตะเกียงในกายลุกไหม้ มันดับไปดวงหนึ่ง
รัฐทายาทหมิงหนานกระอักเลือดสด กัดฟันเคลื่อนไหวเร็วขึ้น
ทั่วกายสวี่ชิงสั่นเทา ดับดวงที่สอง ดวงที่สาม ดวงที่สี่
ร่างกายหมิงหนานสั่นสะเทือน ทั่วกายผุกร่อน เห็นจิตสังหารในตาชัดขึ้น ขณะสะท้าน เงาเลือนรางของสวี่ชิงเหนือหกประตูสลายไปสามเงา
ร่างกายสวี่ชิงพลันร้าว เริ่มแตกแยก
ทว่าการแตกนี้ไม่กระทบการดับของตะเกียง ชั่วพริบตา ตะเกียงดวงที่ห้า ดวงที่หก กระทั่งดวงที่เจ็ด…ดับลงพร้อมกัน
ขณะดับก็เป็นชั่วเวลาที่เงาร่างของเขาบนประตูหกบานสลายหายไป
ร่างกายสวี่ชิงเกิดเสียงดังลั่น แตกเป็นเสี่ยงไม่เหลือชิ้นดี กายเนื้อ จิตวิญญาณล้วนพังทลาย
ทางด้านรัฐทายาทหมิงหนานก็เป็นเช่นนั้น ด้วยการสาปแช่งของเจ็ดตะเกียง แม้ประตูชีวิตด้านหลังส่งพลังชีวิตมาให้ แต่ยังคงไม่อาจทานไหว ร่างกายแห้งเหี่ยว ผมหลุดร่วง พลังชีวิตดับสลาย กายเนื้อละลาย รูปและจิตวิญญาณแตกดับพร้อมกัน!
พริบตาต่อมา ภายในเขตติงหนึ่งสามสองจะเห็นพลังอำนวยพรระเบิด จะเห็นเงานาฬิกาแดดก่อรูปร่าง เข็มนาฬิกาหมุนวน
จากนั้น ร่างกายของรัฐทายาทหมิงหนานก่อรูปอีกครั้ง
กายเนื้อและจิตวิญญาณที่แตกละเอียดของสวี่ชิงก็ม้วนกลับมาผสานอย่างรวดเร็ว ไม่มีจุดใดเสียหาย
ทั้งสองเบิกตาพร้อมกัน สายตาสบประสาน
“สมควรตาย!”
รัฐทายาทหมิงหนานยกมือขวา หมายจะอัดลงบนเหรียญทองแดงที่พื้นอีก
แต่ยามนี้เอง เงาดำผืนหนึ่งกระโดดขึ้นจากด้านข้าง แผ่คลุมเหรียญทองแดงขณะที่ฝ่ามือเขาดิ่งลงไป
ในเสียงดังลั่นคล้ายมีเสียงร้องโหยหวนทอดมา เงาดำสลาย เหรียญทองแดงที่ถูกมันปกคลุมก็หายไปไม่เหลือร่องรอย
แล้วมาปรากฏอยู่ในมือสวี่ชิง!
เพียงแต่ชั่วขณะที่สัมผัสมีความรู้สึกเผาไหม้รุนแรง ฝ่ามือสวี่ชิงเกิดการละลาย สิ่งนี้เขายังใช้ไม่ได้ชั่วคราว
สวี่ชิงจึงสะบัดมือโยนมันไปในเงาดำบนพื้น
เงาดำนั้นก็คือเจ้าเงา
เดิมมันหลับสนิท แต่เมื่อครู่ถูกสวี่ชิงบังคับปลุกให้ตื่น ฉวยจังหวะเข้าใกล้เร็วรี่ก่อนหมิงหนานฟื้นสภาพ สุดท้ายเอาเหรียญทองแดงมาได้สำเร็จในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
แต่ก็จ่ายแลกไปมากเหมือนกัน ตอนนี้รู้สึกหดหู่ยิ่ง
“นั่นไม่ใช่ของที่เจ้าใช้ได้!”
รัฐทายาทหมิงหนานจ้องสวี่ชิง ขณะเอ่ยคำออกมา สวี่ชิงยกมือขวาพลางกล่าวราบเรียบ
“ข้าก็มีวิชาสังหารต้องห้ามเหมือนกัน”
เขากล่าวพลางมือขวาชี้ม่านฟ้า สีท้องนภาในเขตติงหนึ่งสามสองแปรเปลี่ยนทันใด
อสูรสมุทรบรรพกาลวิถีสวรรค์คำรามเข้ามาปกคลุมท้องฟ้า และกลายเป็นตัวดาบสวรรค์ขนาดใหญ่ไร้ใดเปรียบ!
พิษต้องห้ามคำสาปเทพเจ้าแผ่ขยายตามมา ไหลรินจากขอบดาบสวรรค์ต่อเนื่องจนเป็นคมดาบ
ยิ่งมีประกายแสงอรุณสว่างไสวแปดทิศ เกิดเป็นรัศมีดาบ!
เมื่อดาบนี้ปรากฏ เขตติงหนึ่งสามสองสั่นสะเทือน เปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแคบยาวรับกับดาบนี้ประหนึ่งช่องใส่ดาบ
รัฐทายาทหมิงหนานม่านตาหดกว่าเดิม เขาสัมผัสถึงกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวและความรู้สึกมีอายุเก่าแก่จากดาบเล่มนั้น สำคัญที่สุดคือเขาสัมผัสได้ว่ามีร่องรอยเทพเจ้าเคยถูกสังหารบนดาบเล่มนี้
ทั้งหมดนี้ทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนรุนแรง
“นี่คือ…”
ขณะรัฐทายาทหมิงหนานหายใจ เพียงรู้สึกความอันตรายกำลังแผ่ขยายจากในเลือดเนื้อทุกชุ่นทั่วร่าง เขาไม่ลังเลแม้เพียงนิด สองมือยกขึ้นชี้หว่างคิ้ว ชี้หัวใจและสูดลมปราณไปด้วย
พริบตาเดียวทั่วร่างเขาเริ่มแห้งเหี่ยว ในความเลือนราง รากฐานเขาถึงกับคล้ายถูกเขย่า ชัดทีเดียว…วิชาต้านที่เขาใช้ครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องแบกรับเช่นกัน
“วิชาคำสาปเจ็ดลูกศรหัวตะปู!”
รัฐทายาทหมิงหนานกระอักเลือดสดสีดำเจ็ดคำต่อเนื่อง ทุกครั้งที่พ่นเลือดสีดำออกมา ร่างกายเขาก็ยิ่งแห้งเหี่ยว สุดท้ายเขาทั้งคนเป็นดั่งโครงกระดูก
ทว่าเลือดสีดำเจ็ดคำที่พ่นออกมากลายเป็นลูกศรโลหิตเจ็ดสาย ลูกศรทุกดอกล้วนมีคำสาปถึงตาย กลิ่นอายน่าหวาดกลัวที่กระจายออกมาเริ่มสะสมอานุภาพมุ่งมาทางสวี่ชิง!
เผื่อยังไม่พอ รัฐทายาทหมิงหนานพ่นเลือดสดออกมาอีกเพื่อเสริมกำลังให้เจ็ดลูกศร
สวี่ชิงไม่สนใจ เสียงเย็นเยียบดังกึกก้อง
“วิหคทองเชื่อมโยง จันทร์สีม่วงผนึก!”
วิหคทองบินร่ายรำ จันทร์สีม่วงเป็นลวดลาย สมบัติเทพเสริมพลัง สำเร็จเป็นหนึ่งเดียว
“รองรับด้วยเวลา…”
“เสริมพลังด้วยตะเกียงชีวิตนาฬิกาแดด…”
นาฬิกาแดดห้าดวงก่อรูปจากข้างหลังสวี่ชิง ไฟตะเกียงชีวิตสะเทือนท้องฟ้า เข็มนาฬิกาบนนั้นเคลื่อนหมุนเร็วรี่ กลิ่นอายของวันเวลาระเบิดออกทันใด
พริบตาต่อมา เป็นยามอู่สามเค่อ!
“นาฬิกาแดดยามอู่ ฟ้าดินร่วมสังหาร!”
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายประกายแหลมคม มองรัฐทายาทหมิงหนาน หนึ่งดาบฟันลงไป!
ดาบสวรรค์ลงจากฟ้าประหนึ่งผืนผ้าม่านขนาดยักษ์ ทั้งยังเหมือนเทือกเขา ทำให้ท้องนภาถูกบดบัง ฟ้าดินสั่นคลอน
ขณะเดียวกัน รัฐทายาทหมิงหนานก็คำรามลั่น เจ็ดลูกศรตรงหน้าที่ถูกเขาปลุกพลังต่อเนื่องพลันขยายใหญ่ยักษ์หาใดเปรียบ มุ่งไปยังดาบสวรรค์ที่ดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
พริบตาต่อมา ดาบสังหารเทพปะทะกับเจ็ดลูกศร
ฟ้าดินสะเทือน เกิดพายุในเขตติงหนึ่งสามสอง เจ็ดลูกศรกระจายออก หมายเข้าไปต่อต้านไม่หยุดยั้ง แต่ไม่ได้ช่วยอะไร ฝืนต้านได้เพียงครู่ จากนั้นพังทลายทีละอัน!
พลังเทพไร้สิ้นสุด ดาบที่สับลงมาไม่มีสิ่งกีดขวางอีกต่อไป คล้ายบั่นความว่างเปล่า ทำลายฟ้ายับเยิน ดิ่งลงเหนือศีรษะรัฐทายาทหมิงหนาน
เสียงดังสนั่น
กลางฟ้าดินปรากฏหุบเหวใหญ่ยักษ์ ใครเห็นเป็นต้องหวาดกลัว พายุโหมพร้อมปราณพิฆาตไร้สิ้นสุดขยายตัวทั้งสองฝั่ง
จากนั้น สองมือสวี่ชิงทำมุทรา พลังเคราะห์หายนะในเขตติงหนึ่งสามสองระเบิด กระทบการก่อเกิดพลังอำนวยพรของอีกฝ่าย
จิตลืมเลือนแผ่คลุม ทำให้เขาลืมการอำนวยพร
บดขยี้ตัวเองลงไป พลังเสริมดับสลาย
พิษต้องห้ามก็มาเยือนหลังจากนั้น กัดกร่อนทุกสิ่ง ยังมีนาฬิกาแดดปรากฏ กักขังเวลาและพื้นที่ตรงนั้นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้อำนวยพรฟื้นคืน
ได้ผลดีจริง
ครั้งนี้ รัฐทายาทหมิงหนานหาได้ฟื้นสภาพสมบูรณ์ในพริบตาเช่นก่อนหน้านั้น หากผ่านไปหลายสิบลมปราณถึงจะฝืนก่อรูปได้
ขณะกระจายออก แม้กายเนื้อเขาปรากฏอีกครั้ง แต่พริบตาเดียวดาบสวรรค์ก็ลงมาอีกครั้ง
เสียงสะเทือนเลื่อนลั่น รัฐทายาทหมิงหนานดับสลายทั้งรูปและจิตวิญญาณซ้ำอีกหน
สวี่ชิงสายตาเย็นชา ตัวอยู่กลางอากาศ พลังวิเศษต่างๆ เคลื่อนลงไปขณะสองมือทำมุทรา ผ่านไปร้อยลมปราณ เมื่อพลังอำนวยพรปรากฏอีกครั้ง ในชั่วพริบตาที่ร่างกายรัฐทายาทเผยออกมา
อุบายทั้งหมดที่ทำไว้ล่วงหน้าระเบิดออกมาพร้อมเพรียง ทำให้เงาร่างรัฐทายาทหมิงหนานจมอยู่ในนั้น
ถูกสังหารอีกครั้ง
“ข้าจะดูว่าท่านทนได้นานเท่าไร”
สวี่ชิงโบกสองมือ พลังเทพขยายทั่วเขตติงหนึ่งสามสอง เสริมกำลังให้ผนึกแล้วเกิดเป็นพลังทำลายล้าง ทำให้ฝั่งรัฐทายาทหมิงหนานตกเป็นผู้ถูกกระทำถึงที่สุด
ยังมีสี่นิ้วเหนือใต้ออกตกก่อรูปอย่างรวดเร็ว อาวุธต้องห้ามสี่เล่มหวีดคำรามเข้ามาต่อเนื่อง ยังมีสมบัติลับบรรพจารย์สำนักวัชระเตรียมบุกเอาชีวิตอีกครั้งอยู่ตลอดเวลา
เป็นเช่นนี้จนผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ระหว่างนั้นรัฐทายาทหมิงหนานฟื้นคืนชีพสิบสามครั้ง เมื่อปรากฏออกมาทุกครั้งก็ถูกอุบายที่สวี่ชิงสั่งสมไว้สังหารในพริบตา ระหว่างนั้นเขาพยายามใช้การต่อต้านรูปแบบต่างๆ แต่ก็ไม่ทันการ
และทุกครั้งยังต้องรอนานกว่าครั้งก่อน
ฉากนี้กลุ่มคนข้างนอกเห็นแล้วต่างพากันอกสั่นขวัญแขวน
พวกเขาสัมผัสถึงความกล้าแข็งและความพิเศษอันยากจะสังหารของรัฐทายาทหมิงหนาน ถึงกระนั้น…ก็เปรียบเทียบความน่าสะพรึงกลัวและความโหดเหี้ยมของสวี่ชิงจากสิ่งนี้เช่นกัน
โดยเฉพาะตอนนึกถึงรายละเอียดความเป็นไปในการต่อสู้ครั้งนี้ ราวกับว่า…ทุกจังหวะอยู่ในการควบคุมของสวี่ชิงตั้งแต่ชั่วขณะที่ออกมือ
ไม่ว่าการเรียนรู้ช่วงแรกเริ่มหรือการปรับปรุงหลังรู้ว่าอีกฝ่ายมีวิชาอมตะเหมือนกัน เหล่านี้ทำให้สวี่ชิงเป็นฝ่ายบุกโดยตลอด
ทุกครั้งที่เขาบุกโจมตีล้วนมีเป้าหมาย
วิชาคำสาปใช้เพื่อค้นหาแก่นแท้และช่องโหว่ความเป็นอมตะของศัตรู ดาบสังหารต้องห้ามใช้เพื่อสร้างโอกาส
ขณะกลุ่มคนภายนอกตื่นกลัว ภายในเขตติงหนึ่งสามสอง หลังกลิ่นอายพลังอำนวยพรก่อรูปอีกครั้ง หลังอุบายของสวี่ชิงถล่มลงพร้อมกัน จิตเทพอันร้อนรนปะทุจากกลิ่นอายพลังอำนวยพรขึ้นฟ้า
“วิชาเทพ เนตรแห่งรื่อเหยียน!!”
รัฐทายาทหมิงหนานที่ตายติดกันสิบกว่าครั้งด้วยถูกกระทำถึงขีดสุด ครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะสังเกตเห็นว่าตนอยู่ไม่ไกลความตายที่แท้จริง เขาจึงเทหมดหน้าตัก
ราวกับระเบิดพลังอำนวยพรทั้งหมดออกมาในคราวเดียว
ตามมาด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหวของมัน พลังอำนวยพรพรวดพุ่งอย่างไม่เคยมีมาก่อน ปรากฏขึ้นทะลวงเขตติงหนึ่งสามสอง ไหลทะลักถึงม่านฟ้าภายนอก
ม่านฟ้าดินแดนภายในที่สามพลันเกิดคลื่นม้วน
ชั่วพริบตา รอยแยกมหึมาสายหนึ่งเบิกออกบนท้องฟ้า มีแสงสีทองกระจายออกมา
นั่นคือดวงตาใหญ่ยักษ์ดวงหนึ่ง!
ไม่ใช่เสี้ยวหน้า แต่มาจากเทพชั้นสูงรื่อเหยียน!
…………………………………….