ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 899 ข้า...ไม่เสียใจ!
บทที่ 899 ข้า…ไม่เสียใจ!
สายลมพัดมาจากผืนคีรี!
พัดผ่านกาลเวลา พัดผ่านเขตแดน จากโลกมนุษย์มาสู่แผ่นดินเทวะ จากดินแดนต้องประสงค์มาสู่เซียนเหนือ ลงมายังกระแสวน ใต้เทพสามองค์
เสียงฟ้าคำรนดังไปทั่วแผ่นดินเทวะ คล้ายกับมีพลังเชือดเฉือนล่องหน แบกรับเคราะห์กรรมนับหมื่นปี แสวงหาคำมั่นสัญญาแห่งกาลเวลา โบกสะบัดคมดาบอันน่าสะพรึง แหวกผ่านช่องว่าง ณ ที่แห่งนี้
ดวยเหตุนี้รอยแยกขนาดใหญ่จึงปรากฏสู่คลองสายตาเทพสามองค์
รอยแยกนั้นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด ขวางเหนือกระแสวน มองจากระยะไกลคล้ายดวงตาที่เปิดออก ให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ไพศาล
สายลมพัดออกมาจากรอยแยกนี้ไปทั่วทุกทิศทางราวกับบุปผาชาติเบ่งบาน และตกสู่สายตาเย็นชาของเทพสามองค์
ทางเลือกของผืนคีรีที่พวกเขาเฝ้าดู บัดนี้…ได้คำตอบแล้ว
ภายในรอยแยกคือแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีของเผ่านภาคิมหันต์ ตำแหน่งตรงกลางคือดินแดนนพกาฬ
ดินแดนนพกาฬทั้งหมดพังทลายลงในชั่วพริบตานี้ จมลงไปอย่างสมบูรณ์ แท่นบูชาเทพเจ้าแมงมุมที่ถูกผนึกไว้ปรากฏขึ้นใต้ดิน
เพียงแต่รัศมีของแท่นบูชานั้นมัวหมองไปแล้ว เทพเจ้าแมงมุมภายในสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กำลังเหี่ยวเฉาอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่เหี่ยวเฉาไม่ใช่แค่เลือดเนื้อ แต่ยังรวมถึงเคราะห์กรรมขององค์ท่าน แม้แต่กาลเวลาเองก็ร่วงโรยไปอย่างเงียบงัน
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกวางไว้ต่อหน้ามือข้างหนึ่ง ค่อยๆ ถูกหยิบออกไปไปทีน้อย
นั่นคือมือกระดูกสีดำแห้งกรัง เจ้าของมือสวมเสื้อคลุมยาวสีดำ เสื้อคลุมโบกสะบัดไปทั่วร่างกาย ปกปิดใบหน้า แต่ก็ไม่อาจปกปิดความผันผวนของกาลเวลาที่ล่วงเลยได้
เขายืนอยู่ต่อหน้าเทพเจ้าแมงมุม มือที่เหี่ยวเฉาก็ค่อยๆ มีเลือดเนื้อ ในทางกลับกัน เทพเจ้าแมงมุมก็ยิ่งแห้งเหี่ยวลง
เห็นได้ชัดว่าองค์ท่านยังต้องการที่จะดิ้นรน แต่โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้ว ทุกสิ่งล้วนเปล่าประโยชน์
จนกระทั่งในที่สุด กลายเป็นเถ้าถ่านหายไปจากฟ้าดิน มือข้างนั้นดูเหมือนจะย้อนคืนจากความตาย กลับมาจากกาลเวลา มีเลือดฝาด กลายเป็นอิ่มเอม
สายลมในเวลานี้พัดเสื้อคลุมของเขาเลิกขึ้น เผยให้เห็นผมยาวสีดอกเลาและใบหน้าแก่ชรา
แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไป ทำให้เขากลายสภาพครึ่งคนครึ่งผี
แต่เมื่อดูดซับทุกอณูของเทพเจ้าแมงมุม ก็พพอมองเห็นถึงความสง่างามเฉกเช่นรูปปั้นโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ในเผ่านภาคิมหันต์ จากรอยย่นบนใบหน้าที่ค่อยๆ มีเลือดเนื้อกลับคืน
นั่นคือผู้ที่รวบรวมเผ่านภาคิมหันต์ให้เป็นปึกแผ่นเมื่อหลายหมื่นปีก่อน และได้รับการสักการะจากคนรุ่นหลัง…อุปราชไอศวรรย์!
เขายกศีรษะขึ้น มองไปยังแผ่นดิน ราวกับกำลังจ้องมองประวัติศาสตร์ของเผ่าสูงส่งในแผ่นดินผืนนี้
เขาเห็นการผงาดขึ้นของนภาคิมหันต์ เห็นการต่อสู้กับหมื่นเผ่า เห็นการสู้รบกับเผ่ามนุษย์หลายครั้ง เห็นการคุ้มครองของเทพสามองค์ และยังเห็นสถานะเ่าพันธ์ุผู้แข็งแกร่งของนภาคิมหันต์ในดินแดนต้องประสงค์ในปัจจุบัน
เมื่อสายตากวาดผ่าน รับรู้ประวัติศาสตร์ รวบรวมอดีตและปัจจุบัน กลิ่นอายของเขาก็พุ่งสูงขึ้น เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่ขยายไปทั่วผืนคีรี ส่งผลกระทบต่อดินแดนนภาคิมหันต์ เปลี่ยนสีฟ้าดิน ลมแรงพัดเมฆาเคลื่อนคล้อย
ผู้บำเพ็ญของเผ่านภาคิมหันต์ทั้งหมดรู้สึกถึงสายโลหิตที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวในชั่วขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามอุปราช เดินออกมาจากกระโจมของตน สีหน้าตกตะลึง มองไปยังผืนคีรี รับรู้ถึงบรรพบุรุษที่ก้าวออกมาจากหน้าประวัติศาสตร์
ในสายตาเผ่านภาคิมหันต์ อุปราชไอศวรรย์ผู้เคยรวมเผ่าพันธุ์ให้เป็นหนึ่งเดียว มีสถานะไม่แตกต่างจากเทพเจ้าในใจของคนในเผ่าทุกคน
ต่างก้มลงสักการะ
อุปราชไอศวรรย์ผุ้หวนคืนเคลื่อนสายตาทอดมองท้องฟ้า ขณะที่คนทั้งเผ่าก้มลงสักการะ
จากนั้นเขาก็ยกเท้าขึ้น เดินไปยังนภา เดินไปยังรอยแยกที่ถูกฉีกออก
เขาไม่ได้ดูดซึมเพียงเลือดเนื้อและกาลเวลาในร่างเทพเจ้าแมงมุม แต่ยังรวมถึง…อาญาสิทธิ์เหนือแผ่นดินเทวะ
อาญาสิทธิ์นี้ ถูกถ่ายโอนไปยังโชคชะตาของเขาตามเยื้องย่างที่ก้าวไป เพิ่มพูนโชคชะตาของเขา เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ และฟื้นประกายไฟที่ดับมอดไปนานนับหมื่นปีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เขาก้าวเดินเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหรือระดับขั้นชีวิตล้วนเลื่อนขั้นขึ้น จนกระทั่งก้าวพ้นจากรอยแยกที่ขวางเหนือกระแสวนแผ่นดินเทวะ พ้นจากสายตาของเทพสามองค์ เข้าไปยังแผ่นดินเทวะ
ทอดมองไปยังเทพสามองค์ ส่งเสียงแหบพร่า
“รอนานแล้วสินะ”
สวี่ชิงนิ่งเงียบ เขาจำสถานะของอีกฝ่ายได้ และรับรู้ถึงความอาดูรที่หลงเหลืออยู่ในสมบัติเวทในกาลเวลา
การหักหลังครั้งนั้น เขาเห็นมันชัดเจนในความทรงจำของจิ่วหลี…
และในตอนนี้ เคราะห์กรรมของการทรยศดูเหมือนจะชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกกระแสวน เมื่อเผชิญหน้ากับการมาถึงของอุปราชไอศวรรย์ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ยังคงเป็นปกติ เทพแห่งดวงดาวมองไปยังกระแสวน เอ่ยขึ้นแผ่วเบา
“ถ้าเช่นนั้น มาเริ่มกันเถอะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อุปราชไอศวรรย์ก็มองไปยังแผ่นดินเทวะแห่งนี้
“แต่ก่อนข้ามีคำถามหนึ่ง วันนี้ใคร่จะถาม”
“ตามที่พวกท่านทั้งสามกล่าวมา แผ่นดินเทวะแห่งนี้คือบ้านเกิดของพวกท่านในอดีต ถ้าเช่นนั้นสิ่งมีชีวิตประเภทเทพที่ถูกปนเปื้อนที่นี่ ล้วนเป็นลูกหลานของพวกท่านในอดีต พวกท่าน…ยอมได้หรือ?”
“จักรพรรดิเหนือสิ้น เคราะห์กรรมสิ้น เขาคือพวกเรา แต่พวกเราไม่ใช่เขา” ผู้ที่ตอบคำพูดนี้คือเทพแห่งดวงจันทร์
อุปราชไอศวรรย์ไม่พูดอะไรอีก
และในตอนนี้เองเสียงของเทพแห่งดวงอาทิตย์ก็ดังขึ้นพร้อมกับพลังอันยิ่งใหญ่ ทะลุผ่านความว่างเปล่าจากแผ่นดินเทวะนี้ ก้องกังวานในจักรวาล
“อุปราชบรรพกาลมิเปล่าดาย มีอนาคตสดใสในถิ่นร้าง หลับใหลมาจนกาลปัจจุบัน ต้นกำเนิดสลายไปตามกาลเวลา”
“ผู้ใดได้รับวงแหวนดวงดารา คือบุตรแห่งคนผู้นั้น หมื่นโลการับรู้ ทุกผู้ทุกนามเรียกขานพระบิดร”
“สุรยะ จันทรา ดาราบุตรแห่งผู้ให้กำเนิดปัจจุบันกาลแห่งแดนเหนือ แลห้านักบวชบรรพกาล จักต้องบูชาแด่เทพบิดร!”
เสียงของเทพแห่งดวงอาทิตย์ขึ้นๆ ลงๆ ก้องกังวานไปทั่วแผ่นดินเทวะ ทุกคำพูดทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในแผ่นดินเทวะ เมื่อรวมกัน ทำให้ดินแดนต้องประสงค์เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
หลังจากนั้น ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
เทพแห่งดวงจันทร์ข้างๆ หลับตาลง พระจันทร์ส่องแสงบนท้องฟ้า เทพแห่งดวงดาวเบิกเนตรกว้างขึ้น ดวงดาวนับไม่ถ้วนแทนที่ท้องฟ้าแผ่นดินเทวะแห่งนี้!
เทพทั้งสามกลับต้องการบูชาเสี้ยวหน้า!
ในขณะนี้ ไม่ใช่สายลมเอื่อยอีกต่อไป ทว่าสิ่งที่มาถึงคือ…พายุคลั่ง
ภายในกระแสวนเบื้องล่าง ร่างจักรพรรดิที่จ้องมองทุกสรรพสิ่งพลันสั่นสะเทือน นายกองที่อยู่ภายในหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
และแลวสวี่ชิงก็เข้าใจทุกสิ่งอย่างถ่องแท้!
เป้าหมายของเทพทั้งสามถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์!
พวกท่านต้องการบูชาเสี้ยวหน้าเทพเจ้า เพื่อแลกกับการเบิกเนตรบนเสี้ยวหน้านั้น ให้มองมายังแผ่นดินเทวะที่พวกท่านอาศัยอยู่!
เพียงแค่เสี้ยวหน้ามอง สามารถสร้างพื้นที่ต้องห้ามจากความว่างเปล่าได้ หากมองไปยังพื้นที่ต้องห้าม พื้นที่ต้องห้ามก็จะกลายเป็นแดนต้องห้าม หากมองไปยังแดนต้องห้าม แดนต้องห้ามจะกลายเป็นแผ่นดินเทวะ!
แต่ถหาก…มองมายังแผ่นดินเทวะเล่า!
คำถามนี้ สวี่ชิงได้รับคำตอบแล้วเมื่อครั้งอยู่บนจันทร์สีชาด
นั่นคือ แผ่นดินเทวะจะได้รับการเลื่อนขั้น กลายเป็นอาณาจักรเทวะ!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในฐานะเจ้าแห่งแผ่นดินเทวะ ก็จะต้องได้รับการเลื่อนขั้นไปพร้อมกับการเลื่อนขั้นของแผ่นดินเทวะอย่างแน่นอน!!
เมื่อรวมกับคำพูดก่อนหน้านี้ของนายกอง สวี่ชิงก็เข้าใจเส้นทางของเทพทั้งสามแล้ว
พวกท่านต้องการใช้สถานะของเจ้าแห่งแผ่นดินเทวะ ในการเลื่อนขั้นแผ่นดินเทวะนี้ ก้าวข้ามระดับเพลิงพิบัติทั้งหมดไปยังระดับพิสุทธิ์โดยตรง
ด้วยวิธีนี้ จะไม่มีภัยพิบัติเช่นเดียวกับชื่อหมู่และเทพเจ้าแมงมุม และในขณะเดียวกันโชคชะตาขั้นบริบูรณ์ เส้นทางสู่แท่นเทวะก็จะเปิดออก!
หลังจากนั้นตราบใดที่สั่งสมมากพอ ก็คาดหวังแท่นเทวะได้!
นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่และน่าตะลึง แต่ก็เป็นอันตรายที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
ชื่อหมู่ในตอนนั้นก็ล้มเหลว
ทว่าเทพทั้งสามแตกต่างจากชื่อหมู่
ครั้งนั้นชื่อหมู่ถูกจู่โจมต่อหน้า แต่ครั้งนี้เทพทั้งสามเป็นผู้เรียกหาโดยสมัครใจ
คนหนึ่งไม่ได้เตรียมตัว อีกคนวางแผนมานับหมื่นปี
“ฝีมือเช่นนี้!”
สวี่ชิงขยับเขยื้อน ครั้งนั้นเพราะระดับพลังบำเพ็ญของชื่อหมู่อ่อนแอเกินไป จึงไม่สามารถเข้าไปถึงขั้นนี้ได้ แต่บัดนี้…ต่างออกไป
ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายนอกยังคงดำเนินต่อไป
เสียงจากเทพแห่งดวงอาทิตย์ก้องกังวานไปทั่วแผ่นดินเทวะ
“การบูชาครั้งแรก บูชาชีวิตเจ็ดอาณาจักร!”
คำพูดของเทพแห่งดวงอาทิตย์ทำให้โลกตกตะลึง ตกลงบนดินแดนต้องประสงค์ ตกลงในเจ็ดอาณาจักรที่ถูกเลือกและพิชิตโดยเผ่านภาคิมหันต์ และเตรียมการอย่างลับๆ มาหลายปี เพื่อรอคอยวันนี้และเวลานี้
เจ็ดอาณาจักรนี้ แต่ละอาณาจักรมีขอบเขตกว้างใหญ่
และเวลานี้ ในเจ็ดอาณาจักรนี้ กลิ่นอายของอ๋องผู้สูงศักดิ์หลายองค์แห่งเผ่านภาคิมหันต์ก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนแปลงกรแสวาตะเมฆา เปลี่ยนแปลงโชคชะตา
เมื่อมองไปยังเจ็ดอาณาจักรรอบๆ กองทัพนภาคิมหันต์ทมิฬพลันแผ่กระจาย ยกธงกางออก ราวกับจะปกคลุมท้องฟ้า บดบังแสงอาทิตย์
เบื้องหน้าพวกเขาคือเชลยศึกจำนวนนับไม่ถ้วน
ความพิเศษของเจ็ดอาณาจักรนี้ยังปรากฏให้เห็นในเชลยศึกเหล่านี้ แต่ละอาณาจักรกลับเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งเดียวกัน
นอกจากเผ่าพันธุ์หลักของเจ้าดินแดนแล้ว ก็ไม่มีเผ่าพันธุ์อื่นอีก!
ในขณะนี้ เชลยศึกเหล่านี้ทั้งหมดคุกเข่าอยู่กับที่ดวงตาส่องประกายสิ้นหวัง จนกระทั่งชั่วพริบตาถัดมา ในขณะที่เสียงของเทพแห่งดวงอาทิตย์แผ่กระจายออกไป อ๋ฮงผู้สูงศักดิ์แต่ละอาณาจักรในเจ็ดอาณาจักรก็ส่งเสียงอกมา
“เริ่มพิธีสังเวยโลหิต สังหาร!”
เมื่อได้รับคำสั่ง การสังหารในเจ็ดอาณาจักรก็ปะทุขึ้นพร้อมกัน!
ในช่วงเวลาหนึ่ง จำนวนการเสียชีวิตในชั่วพริบตานี้ อย่าว่าแต่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ยังหายากในรอบหลายหมื่นปี
โลหิตไหลเป็นแม่น้ำ วิญญาณล่องลอยปกคลุมท้องฟ้า
มีผู้พยายามหลบหนี มีผู้พยายามต่อต้าน แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการผนึก หรือทำลายโชคชะตาทีู่กกำหนดไว้ไม่ได้
และความพิเศษอีกประการหนึ่งของเจ็ดเผ่าพันธุ์ในเจ็ดอาณาจักรนี้ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับการสังหาร
เลือดของพวกเขาเป็นเจ็ดสี!
แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า คราม ม่วง!
หนึ่งสีต่อหนึ่งอาณาจักร
และอาณาจักรที่มีเลือดสีแดง เผ่าพันธุ์ที่ดับสูญไม่ใช่เผ่ามนุษย์
แต่จินตนาการได้ว่าด้วยความองอาจของเผ่านภาคิมหันต์ อาณาจักรใหญ่ที่มีเผ่ามนุษย์เป็นหลักคงไม่ใช่เป้าหมายแต่แรกเริ่มของพวกเขา เมื่อย้อนกลับไปดูการรบครั้งก่อน การที่เผ่าฟ้าทมิฬยกทัพมาในตอนนั้นดูเหมือนจะมีคำตอบแล้ว
หากการรบครั้งนั้นพ่ายแพ้ หากไม่มีดวงตะวันแสงอรุณ หากบังคับให้จักรพรรดิครองกระบี่ใช้กระบี่สุดท้ายนั้น…
แต่ประวัติศาสตร์ไม่มีถ้า มีเพียงผลลัพธ์
ในขณะนี้ เจ็ดเผ่าพันธุ์ในเจ็ดอาณาจักรดับสูญลงทั้งหมด ซากศพกองเป็นภูเขา เลือดเจิ่งนองเป็นทะเล วิญญาณแผ่กระจายราวกับกลายเป็นโลกแห่งวิญญาณ ทั้งหมดเพื่อ…การเซ่นสรวง!
เหนือดินแดนต้องประสงค์ ผู้ดำรงสูงสุด เสี้ยวหน้าใหญ่ยักษ์ผู้ข่มขวัญผู้บำเพ็ญ เผ่าพันธุ์ สิ่งมีชีวิต และแม้แต่เทพเจ้าทั้งหมด เปลือกตาขององค์ท่านกระตุกเล็กน้อย
จากนั้น เสียงจากแผ่นดินเทวะก็ส่งเสียงกึกก้องอีกครั้ง
“การบูชาครั้งที่สอง บูชาวิญญาณนักรบหมื่นปี!”
เสียงนี้ไม่ใช่เทพแห่งดวงอาทิตย์ หากแต่เป็น…อุปราชไอศวรรย์
เพราะการบูชาครั้งนี้คือวิญญาณวีรบุรุษที่เสียชีวิตของเผ่านภาคิมหันต์ในช่วงหลายหมื่นปี นี่คือการอุทิศตนของเผ่านภาคิมหันต์!
มีเพียงสิ่งนี้ที่จะแสดงความจริงใจได้
มีเพียงเช่นนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นการบูชา!
ดังนั้น ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะสั่นคลอนอดีตและปัจจุบัน และกล่าวถึงการบูชาวิญญาณนักรบได้ ย่อมไม่ใช่เทพทั้งสาม
มีเพียงอุปราชไอศวรรย์คนแรกที่รวบรวมเผ่าพันธุ์ในเผ่านภามหาเวทในอดีตเท่านั้นที่จะเป็นไปตามเคราะห์กรรมนั้น
หากเขาสิ้นชีพ สามอุปราชในยุตปัจจุบันจะมาแทนที่
ในช่วงเวลาหนึ่ง ศาลบรรพชนของเผ่าพันธุ์ทั้งหมด ศาลวีรบุรุษทั้งหมดของสามอุปราชเผ่านภาคิมหันต์ส่งเสียงคำรามพร้อมกัน วิญญาณนักรบนับไม่ถ้วนที่สะสมมาหลายหมื่นปีลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กลายเป็นเครื่องบูชา!
เผ่านภาคิมหันต์ทั้งหมดเงียบงัน ตั้งแต่อุปราชไปจนถึงสามัญชน ความโศกศัลย์ในใจยากจะควบคุม
แต่นี่คือโชคชะตา!
โชคชะตาของพวกเขาคือโชคชะตาของอุปราชไอศวรรย์ที่กลับมาจากประวัติศาสตร์
ในปีนั้น เขาเลือกที่จะทรยศ แม้ว่าจะมีคำมั่นสัญญาที่จะเป็นเทพเจ้าอยู่ แต่ก็มีเหตุผลให้พิจารณาเพื่อเผ่าพันธุ์ในระยะยาวด้วย
เขารู้ว่าจิ่วหลีที่สืบทอดตำแหน่งบรรพจารย์ผู้ใช้เวทไม่มีทางสังหารเทพเจ้าแมงมุมได้ และสิ่งที่กำหนดชะตากรรมของเผ่าผู้ใช้วิญญาณฟ้าทมิฬไม่ใช่เพียงค่ายกลบรรพจารย์ผู้ใช้เวท
“ทางเลือกของจิ่วหลี ทำได้เพียงปกป้องเผ่าพันธุ์ชั่วขณะหนึ่ง”
“แต่ทางเลือกของข้า สามารถเดิมพันอนาคตที่จดำรงอยู่ชั่วกัลปาวสานให้แก่เผ่าพันธุ์ได้!”
“ประวัติศาสตร์ไม่มีถ้า มีเพียงผลลัพธ์ “
“ดังนั้น ข้าจึงไม่เสียใจ!”