พระเอกแสนดีผู้นี้คือสามีของข้า - ตอนที่ 22 : บทที่ 8 การปลอบใจจากเด็กสาว 1/3
ทางด้านของหลี่เฉิงอวี้นั้นได้แต่มองลู่อันหลินเดินจากไป
อย่างไม่สามารถที่จะฉุดรั้งนางเอาไว้ได้เลย เขาเข้าใจใน
ความรู้สึกของนางเป็นอย่างดีที่สูญเสียพี่ชายอันเป็นที่รักและ
เคารพไป แต่ถ้าหากเป็นไปได้เขาก็อยากที่จะเข้าไปช่วยสหาย
ไว้ได้ทันเช่นกัน
หลี่ฉิงอวี้ และ ‘ลู่ตงหลิน’ เป็นสหายที่สนิทกันมานาน
แถมลู่ตงหลินก็ยังเป็นพี่ชายของลู่อันหลินอีกด้วย ลู่ตงหลินใน
ตอนนั้นเป็นแม่ทัพภาค ส่วนหลี่เฉิงอวี้ในตอนนั้นก็คือท่านแม่
ทัพใหญ่ที่ดูแลเขตชายแดนทางตอนเหนืออยู่ในขณะนั้น ทั้ง
สองเป็นสหายร่วมรบกันมาตั้งแต่ยังหนุ่มทั้งยังรู้จักกันมาตั้งแต่
ครั้งยังเยาว์วัยอีกด้วย
ทั้งคู่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันเสมอมา และด้วยที่รู้จัก
กันแถมยังเป็นสหายที่สนิท หลี่เฉิงอวี้จึงได้พบเจอกับลู่อันหลิน
อยู่บ่อยครั้งจนความใกล้ชิดสนิทสนมกลายเป็นความรัก ทั้งคู่
คบหากันมานานและตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน แต่ทว่าก็มีเหตุ
ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาเสียก่อน
ในตอนที่หลี่เฉิงอวี้กลับมาจัดการบางเรื่องที่สำคัญใน
เมืองหลวงและได้ตัดสินใจที่จะแต่งงานกับลู่อันหลินนั้น ทางลู่
ตงหลินก็ได้ส่งม้าเร็วมาส่งข่าวว่า ตอนนี้ศัตรูรวมพลมาตั้งค่าย
รอรบอยู่ไม่ไกลจากชายแดนทางตอนเหนือของแคว้นอันฉีแล้ว
จึงได้ขอให้หลี่เฉิงอวี้นำพลทหารเข้าไปเสริมเพื่อร่วมรบ
หลี่เฉิงอวี้จึงพับเก็บแผนการที่จะแต่งงานกับลู่อันหลินไป แล้ว
เร่งออกเดินทางเพื่อนำกองกำลังไปสมทบในทันที
ในสมรภูมิรบทุกครั้ง ด้วยความที่หลี่เฉิงอวี้และลู่ตง
หลินนั้นมีความสามารถอีกทั้งยังแข็งแกร่งจึงสามารถตีฝ่า
ข้าศึกศัตรูจนแตกพ่ายมาแล้วนักต่อนัก ทำให้บ้านเมืองสงบสุข
และร่มเย็น
แต่ในความเงียบสงบนั้นก็แฝงไปด้วยระลอกคลื่นลูก
ใหญ่ที่รอวันซัดสาดความเกรี้ยวโกรธของทางฝั่งศัตรู ความ
หลงระเริงไปกับชัยชนะของลู่ตงหลินนั้นทำให้พวกเขาชะล่าใจ
จนศัตรูสามารถบุกเข้ามายังเขตแดนได้ จึงถือกำเนิดเป็น
สงครามขึ้น
สงครามในครั้งนี้ลากยาวอยู่นานจนทำให้เหล่าทหารล้ม
ตายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้กองทัพทางฝั่งลู่ตงหลินเริ่ม
อ่อนแอลงจนเกือบจะพ่ายแพ้
ยังดีที่หลี่เฉิงอวี้นำกองทัพมาสมทบได้ทัน แต่ถึงแม้จะ
ทันแต่ก็เสียทหารไปมากมาย การต่อสู้เป็นไปอย่าง
สมน้ำสมเนื้อเพราะทางฝั่งศัตรูก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน
และในขณะที่ทางฝั่งของหลี่เฉิงอวี้กำลังจะนำชัยชนะมา
สู่แคว้นอันฉี ด้วยความสะเพร่าของลู่ตงหลินจึงทำให้ตนเองนั้น
พลาดท่าโดนข้าศึกจ้วงแทงเข้าให้จนถึงแก่ความตาย ทางด้าน
ของหลี่เฉิงอวี้แม้จะเห็นว่าสหายกำลังท่าไม่ค่อยดีแต่ก็ไม่
สามารถผละตัวออกจากศัตรูตรงหน้าเพื่อไปช่วยลู่ตงหลินได้
ภาพการตายของลู่ตงหลินนั้นจึงฉายชัดย้ำเตือนอยู่ในความ
ทรงจำของเขาอย่างไม่มีวันลืม
ทั้งนี้เมื่อลู่อันหลินรู้ข่าวการจากไปของพี่ชายอันเป็นที่
เคารพรักก็เสียใจเป็นอย่างมาก ซ้ำยังพาลโทษว่าเป็นความผิด
ของหลี่เฉิงอวี้ที่ไม่ยอมช่วยเหลือพี่ชายของนางเอาไว้ หลังจาก
วันนั้นมาลู่อันหลินก็ไม่ยอมพบหน้าหลี่เฉิงอวี้อีกเลย
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงพังทลายลง และนับตั้งแต่วันนั้นมาห
ลี่เฉิงวี้จึงเป็นที่เกลียดชังแก่ลู่อันหลินมาตลอด
เรื่องราวในการ์ตูนบอกเอาไว้อย่างนั้น…
จ้าวเยว่ชิงคิดไปถึงเรื่องราวในการ์ตูนเรื่องนี้ แม้จะได้ยิน
ไม่ชัดว่าทั้งคู่พูดคุยกันอย่างไรแต่นางก็พอจะรู้ว่าลู่อันหลินนั้น
พูดจาทำร้ายจิตใจหลี่เฉิงอวี้อย่างไรบ้าง ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิด
ของเขาแต่เป็นพี่ชายของสาวเจ้าที่สะเพร่าจนทำให้ถึงแก่ความ
ตาย แต่ก็ยังไม่วายมาโทษหลี่เฉิงอวี้และทำร้ายจิตใจของเขา
อยู่ร่ำไป
ทั้งที่เขาก็รักนางมากถึงเพียงนั้นแต่กลับหักหาญน้ำใจ
เขาอยู่เรื่อยมา…
คอยดูสิจ้าวเยว่ชิงอยู่ตรงนี้แล้วจะปล่อยให้สตรีหน้าโง่
นั่นมาทำร้ายจิตใจเขาอีกได้อย่างไรกัน พระเอกแสนดีผู้นี้หาก
เจ้าไม่เอาข้าจะเอาเอง ข้าจะแย่งเขามาเป็นของข้าให้ได้และจะ
ทำให้เจ้าได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าร้องไห้เสียใจในวันที่สายให้จงได้!
จ้าวเยว่ชิงไม่รู้ตัวเลยว่าในระหว่างที่นั่งจมอยู่ใน
ความคิดของตัวเองนั้น หลี่เฉิงอวี้จะเดินเข้ามาหยุดยืนค้ำหัว
ของนางแล้ว เขามองนางด้วยสายตายากที่จะอธิบายพลางพูด
ออกมาให้ใครบางคนได้รู้ตัว
“แอบฟังพอหรือยัง” หลี่เฉิงอวี้เอ่ยถามออกมาด้วย
น้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่มันก็แฝงไปด้วยความนุ่มทุ้ม จนคนฟัง
แทบหลอมละลายลงไปกองกับพื้น
“ท่านอา…” จ้าวเยว่ชิงหันหน้าขึ้นไปมองคนด้านบน
ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าคนผู้นั้นคือใคร เขามา
ยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ว่าอย่างไร ได้ยินสิ่งใดไปบ้างล่ะ” หลี่เฉิงอวี้ยืดตัวตรง
พร้อมกับหลุบสายตามองต่ำลงไปยังแม่นางตัวน้อยที่ชอบสอด
รู้สอดเห็น เขาคิดว่านางจะขยาดกลัวแล้วหนีออกไปแล้วเสีย
อีก แต่จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่ได้หนีไปไหนแสดงว่านางเองก็
คง…สอดรู้ไม่เบา