พระเอกแสนดีผู้นี้คือสามีของข้า - ตอนที่ 4 : บทที่ 2 การข้ามภพ (1/3)
ในระหว่างที่กำลังถูสบู่ไปตามเรือนร่างของตัวเองเยว่ชิง
ก็อดที่จะคิดเพ้อฝันถึงพระเอกในดวงใจไม่ได้ เธอนึกถึงหน้าตา
ของเขาแล้วเอาแต่ยิ้ม ทำไมเธอคลั่งรักเขาได้ขนาดนี้นะ หาก
ว่าสามารถเจอเขาได้ในชีวิตจริงเธอจะคลั่งไคล้ถึงขนาดไหนกัน
เชียว
และในขณะที่เอาแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองนั้น
เยว่ชิงไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่าตัวเองเผลอกดสบู่เหลวพลาด
ตกจากมือลงไปบนพื้นห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่ จึงทำให้ฝ่าเท้า
ของเธอเหยียบเข้ากับของเหลวที่มีลักษณะข้นและหนืดนั้นจน
พลาดท่าลื่นล้มลงไปและ…
ศีรษะของเยว่ชิงก็ได้ล้มกระแทกเข้ากับขอบของอ่าง
อาบน้ำเข้าอย่างจัง จนทำให้มีเลือดสีแดงสดไหลลงมาอาบ
ย้อมไปทั่วบริเวณพื้นห้องน้ำ สติของเธอเริ่มพร่ามัว…สายตาไม่
สามารถโฟกัสสิ่งต่างๆ รอบข้างได้ เยว่ชิงนอนกระตุกตัวอยู่บน
พื้นอย่างน่าเวทนาเพราะเธอขยับตัวไม่ได้อีกต่อไป ประสาท
สัมผัสทั้งหมดเริ่มชา..ไม่นานสติก็ดับวูบ
อนิจจา…การตายของเธอมันช่างน่าอนาถเหลือทน รู้ถึง
ไหนอายไปถึงนั่น เธอทั้งอับอายและนึกเสียใจไม่หายที่ต้องมา
ตายตกไปอย่างนี้อีกทั้งต้องมาตายในสภาพแบบนี้อีก ไม่
อยากจะคิดต่อเลยว่าเมื่อกู้ภัยมาเก็บกู้ร่างอันไร้วิญาณของเธอ
แล้วจะคิดยังไง น่าอายเกินไปแล้ว!
‘จ้าวเยว่ชิง’ ได้แต่นึกถึงความน่าอับอายในการตายของ
ตนเองในยุคปัจจุบันอย่างเอือมระอาพลางยกมือขึ้นมากุมขมับ
อย่างช่วยไม่ได้ นางตายจากโลกนั้นและยังได้ข้ามภพเข้ามาอยู่
ในร่างของคุณหนูเล็กตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยในยุคจีนโบราณที่
มีอายุเพียงสิบแปดปี อีกทั้งความทรงจำภายในร่างเดิมก็แทบ
จะไม่มีเหลือ
ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเจ้าของร่างเดิมนี้ตายอย่างไร หรือว่า
ใครทำให้นางต้องตาย กว่าจ้าวเยว่ชิงจะมาทำความรู้จักคนใน
ครอบครัวใหม่นี้ได้ก็ใช้เวลาหลายวันเข้าไปแล้ว ยังดีที่มีไหว
พริบแสร้งว่าตนเองนั้นป่วยแล้วความทรงจำเลอะเลือนจึงรอด
พ้นจากความสงสัยของคนเหล่านั้นไปได้
แต่ถึงอย่างนั้นจ้าวเยว่ชิงเองก็อดที่จะใจหายไม่ได้ ที่
จะต้องตายจากโลกปัจจุบันมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทุกสิ่งทุก
อย่างที่นางสรรค์สร้างเอาไว้ที่นั่น ไหนจะเหล่าการ์ตูนที่อยู่ใน
คลังอีก นางเสียดายเป็นอย่างมาก
มันน่าเสียดายที่นางยังไม่ทันได้แม้แต่เปิดหนังสือ
การ์ตูนเล่มโปรดดูเลยด้วยซ้ำก็ต้องมาตายลงไปเสียแล้ว นาง
น่าจะเปิดอ่านก่อนอาบน้ำเสียก็ดี นึกแล้วก็ช่างน่าเสียดายยิ่ง
นัก ยังดีที่สามารถกลับมามีอายุสิบแปดปีอีกครั้งเรื่องนี้ถือได้
ว่าไม่เลว
ในโลกนั้นครอบครัวของนางก็ตายจากไปหมดแล้ว แถม
เพื่อนที่สนิทสักคนก็ยังไม่มี การตายจากมาเช่นนี้ถือว่าไม่มีห่วง
คงไม่มีใครร่ำร้องไห้กับการจากไปของนาง อยู่ที่นั่นนางนับว่า
โดดเดี่ยวเป็นอย่างมาก ยังดีที่มีเหล่าการ์ตูนที่คอยเยียวยา
ไม่อย่างนั้นนางคงเป็นโลกซึมเศร้าและคิดสั้นไปนานแล้วก็ได้
จ้าวเยว่ชิงเปลี่ยนจากการยืนเท้าแขนกับขอบหน้าต่าง
มาเป็นนั่งเล่นอยู่บนโต๊ะหนังสือแทน ไม่นานนักก็ได้เห็นท่าที
วิ่งกระหืดกระหอบของอาเฟยสาวใช้ข้างกายที่วิ่งเข้ามาหาหน้า
ตั้ง ราวกับกำลังตื่นตกใจกับสิ่งใดอยู่
“ค่อยๆ เดินไม่ได้หรือจะรีบไปไหนกัน” จ้าวเยว่ชิงเห็น
เช่นนั้นจึงเอ่ยทักท้วงออกไป เพราะท่าทางของอาเฟยแทบดู
ไม่ได้ทั้งที่ตนเองก็มีใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้มแท้ๆ
“แย่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู!” อาเฟยพูดออกมาเสียงดังจน
ลืมความเหนื่อยของตนเองที่วิ่งมาก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว
เพราะเรื่องที่จะแจ้งนั้นสำคัญกว่า นางต้องบอกให้คุณหนูของ
ตนเองทราบโดยเร็ว
“ว่าอย่างไร ค่อยๆ พูด” จ้าวเยว่ชิงไม่เข้าใจว่าสาวใช้
ของตนเองจะตื่นเต้นไปเพื่ออันใดกันก็แค่มาแจ้งข่าวมิใช่รึ หรือ
ว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายกัน
“คะ คือว่า…” อาเฟยหอบหายใจพูดออกมาแทบไม่
เป็นคำ นางเท้ามือกับขอบโต๊ะหนังสือแล้วควานหาจดหมาย
ในสาบเสื้อของตนเอง จากนั้นจึงหยิบมันขึ้นมา
“ค่อยๆ พูด” จ้าวเยว่ชิงยังคงเอ่ยปรามให้สาวใช้ของ
ตนเองให้ค่อยๆ พูด เพราะกลัวว่าจะเหนื่อยจนหัวใจวายตาย
ไปเสียก่อนที่นางจะได้รู้เรื่อง
“นี่เจ้าค่ะ” อาเฟยหยิบจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้ผู้เป็น
นาย
อย่างรีบร้อน อีกทั้งยังคอยสังเกตสีหน้าของคุณหนูของ
ตนเองอีกด้วย
“นี่คือ…” จ้าวเยว่ชิงยื่นมือออกไปรับก่อนจะเพ่งมอง
สักครู่แล้วจึงเปิดซองจดหมายเพื่ออ่านใจความในจดหมายนั้น
อืม…นี่คือเทียบเชิญงานแต่งงานอย่างนั้นน่ะหรือเป็น
ของผู้ใดกัน จ้าวเยว่ชิงได้แต่คิดในใจว่าเหตุใดถึงไม่ส่งไปเรือน
ใหญ่แต่ส่งมาให้กับนางแทน เลยอดที่จะสงสัยไม่ได้
ชื่อเจ้าบ่าวในเทียบเชิญนี้ก็คือ ‘จงเผยชวน’ บัณฑิต
หนุ่มที่มีอนาคตก้าวไกลแถมยังจะได้สอบจอหงวนในอีกไม่
นานนี้แล้วด้วย ส่วนเจ้าสาวก็เป็น ‘ฉู่เจียวเจียว’ บุตรสาวของ
เสนาบดีฉู่ ชื่อพวกนี้ค่อนข้างที่จะรู้สึกคุ้นหูจ้าวเยว่ชิงเป็นอย่าง
มาก